บทที่ 3 Ep.3
ชายหนุ่มยิ้มกว้าง ดวงตาเจ้าชู้ทอดมองอย่างหยอกล้อ ต่างจากสายตาของเธอที่วาวโรจน์ไปด้วยเพลิงโทสะ ราวกับเปลวไฟพร้อมเผาเขาทั้งเป็น
เธอถามเสียงแข็งว่าเขาตั้งใจชนใช่ไหม เขาปฏิเสธหน้าตาเฉย พร้อมสวนกลับว่าเธอเป็นฝ่ายเดินไม่ดูตาม้าตาเรือเสียเอง
ท่าทางฮึดฮัดนั้นกลับยิ่งทำให้เขาเอ็นดู รติภพเผลอเรียกเธอว่า ‘ตัวเล็ก’ สรรพนามที่เขาเคยใช้กับน้องสาวเสมอ แต่หญิงสาวตรงหน้ากลับน่ารักเกินห้ามใจพอ ๆ กัน ดวงตาคู่สวยจ้องเขาอย่างไม่ยอมแพ้ จมูกรั้นที่เชิดขึ้นด้วยท่าทีขัดใจยิ่งทำให้เขายิ้มกว้างขึ้นกว่าเดิม
กระทั่ง...
“ใบบุญ มีอะไรกันเหรอ?”
เสียงของมนัสยาเพื่อนสาวดังขึ้น เมื่อเธอเดินมาตามเพื่อนที่หายไปนาน และทันเห็นภาพที่เพื่อนรักของเธอกำลังยืนโต้เถียงกับชายแปลกหน้าร่างสูงใหญ่ หน้าตาคมเข้มราวนายแบบต่างชาติ
ใบบุญไม่ตอบ เธอรีบคว้าแขนมนัสยาแล้วเดินหนีออกจากบริเวณนั้นทันที สีหน้าบึ้งตึง บ่งบอกอารมณ์ได้ชัดเจน
“คนบ้า หน้าด้านที่สุดเลย แกรู้ไหมมีตางค์…นายนั่นกอดฉัน! แล้วก็ลูบก้นฉันด้วย!”
คำสารภาพที่หลุดออกมาทำเอาเพื่อนสาวเบิกตาโตทันที
“อะไรนะ! หน้าตาดีแต่จิตสกปรก ไม่น่าเลย!”
ใบบุญพยักหน้าแรง ๆ ขณะบ่นไม่หยุด ปล่อยให้มนัสยาเป็นฝ่ายสั่งอาหารแทน เพราะเธอไม่มีอารมณ์จะกินอะไรอีกแล้ว
ที่โต๊ะอีกฝั่ง รติภพยกเบียร์ขึ้นจิบอย่างสบายใจ ดวงตาคมยังคงมองหญิงสาวด้วยแววขำขัน ปนหลงใหล
‘น่ารักเป็นบ้า’ เขาคิด
ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนที่ทำให้เขารู้สึกอยากรู้จักขนาดนี้ ทั้งที่เธอแต่งตัวธรรมดาแค่เสื้อเชิ้ตกับกางเกงยีนส์ ไม่ได้หวือหวาเหมือนผู้หญิงที่เขาคุ้นเคย แต่กลับทำให้เขาต้องเหลียวมองซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เขาจำชื่อเธอได้ขึ้นใจตั้งแต่วินาทีที่ได้ยิน—ใบบุญ
สายตาคมยังมองเธอเป็นระยะ พร้อมรอยยิ้มมุมปากที่สื่อความตั้งใจบางอย่าง…
เขาอยากรู้จักเธอมากกว่านี้ อยากรู้ว่าอะไรในตัวเธอทำให้เขาไม่อาจละสายตาได้เลย
ขณะเดียวกัน หญิงสาวที่รับรู้ถึงสายตานั้นก็ยิ่งรู้สึกหงุดหงิดเกินบรรยาย เธอไม่เคยเจอกับสถานการณ์แบบนี้ และไม่คิดว่าจะต้องมาประสบกับมันด้วยตัวเอง
ถ้าเป็นมนัสยา—ดาวเด่นเพื่อนสาวของเธอ เธอคงไม่แปลกใจ
แต่นี่...กลับเป็นเธอเองที่ถูกจ้องมองราวกับเป็นของล้ำค่าชิ้นหนึ่งในร้านอาหาร
และนั่น...ทำให้เธอยิ่งไม่พอใจมากขึ้นทุกที
“มองอยู่ได้ ประสาทหรือเปล่าก็ไม่รู้” ใบบุญบ่นพึมพำเบา ๆ ขณะเบือนหน้าหนีสายตาก่อกวนของชายหนุ่มโต๊ะข้าง ๆ
“ช่างเถอะน่า แกไม่สนใจ เดี๋ยวเขาก็เลิกมองเองแหละ” มนัสยาเอ่ยปัดอย่างไม่ใส่ใจนัก
“ฉันก็ไม่ได้อยากสนใจหรอกนะมีตางค์ แต่พอหันไปทีไรก็ต้องเจอสายตาแบบนั้นทุกที มันหงุดหงิดพิลึก” ใบบุญพูดพลางทำหน้างอเล็กน้อย
มนัสยาแอบเหลือบมองโต๊ะชายหนุ่มก่อนเอี้ยวตัวกลับมา “จะว่าไป เขาก็หล่อดีนะ แกไม่สนหน่อยเหรอ?”
“แหวะ...ถ้าหมอนั่นเรียกว่าหล่อ ฉันขอนั่งห้อยขาเล่นอยู่บนคานบ้านตัวเองดีกว่า” ใบบุญพูดพลางทำท่าขยะแขยง
“บ้าเหรอแก! ฉันไม่อยากต้องเอาบันไดปีนขึ้นไปนั่งคู่กับแกบนนั้นนะ” มนัสยาค้อนกลับอย่างขำ ๆ
“แล้วแกจะปีนขึ้นมาทำไมล่ะ หนุ่ม ๆ ตามแกต้อย ๆ อยู่ทั้งนั้น” ใบบุญแซวพร้อมใช้นิ้วจิ้มหน้าผากเพื่อนแรง ๆ
“ไม่ได้ ๆ ถ้าแกไม่มีแฟน ฉันก็ยังไม่มีเหมือนกัน เพราะฉะนั้น...ฉันว่า ปล่อยให้เขามองแกไปเถอะ เผื่อเขาจะเป็นเนื้อคู่ก็ได้!”
“ประสาทสิไม่ว่า! ฉันไม่ชอบคนทะลึ่งนะ”
“ทะลึ่งวันละนิด จิตแจ่มใส~” มนัสยายักคิ้วหยอกอย่างไม่สำนึก
“งั้นฉันยกให้แกเลยละกัน!”
“ไม่เอาอ่ะ ฉันว่าหมอนั่นสนใจแกมากกว่าแน่ ๆ ขืนฉันเสนอหน้าเข้าไป มีหวังหน้าแตกกันพอดี!”
“แกจะเลิกพูดได้รึยังฮะ! พูดมากจริงเชียว” ใบบุญบ่นเสียงเบา
“เออ ๆ เลิกก็ได้ ว่าแต่...ไม่สนจริง ๆ เหรอ?”
“นังเพื่อนบ้า!” ใบบุญชี้หน้าเพื่อนที่หัวเราะคิกคักอย่างอารมณ์ดี
ในขณะนั้นเอง รติภพยังคงมองภาพสองสาวสลับกันอย่างเพลินตา ต่างจากเพื่อนหนุ่มของเขาที่ยังคงพูดคุยเรื่อยเปื่อยโดยไม่สนใจสิ่งรอบข้าง
เขายกแก้วเบียร์ขึ้นจิบอย่างนิ่ง ๆ ดวงตาคมวาวกวาดเก็บรายละเอียดหญิงสาวร่างเล็กหน้าตาจิ้มลิ้มทุกระยะ รอยยิ้มบางแตะที่มุมปากอย่างพึงพอใจ
แต่แล้ว...เมื่อเห็นเพื่อนสาวของเธอเรียกพนักงานมาคิดเงิน สัญชาตญาณของนักล่าก็แล่นวาบขึ้นทันทีในความคิดของเขา
เมื่อสองสาวอิ่มอาหารเป็นที่เรียบร้อย ทั้งคู่ก็เลิกให้ความสนใจกับชายหนุ่มโต๊ะเยื้อง ๆ ที่ยังคงนั่งสนทนาอย่างสบายใจ พวกเธอเรียกพนักงานมาเก็บเงิน และรีบออกจากร้านโดยไม่ได้เอะใจเลยว่า ตนเองกำลังตกอยู่ในสายตาของชายหนุ่มคนหนึ่งตลอดเวลา
ทันทีที่สองสาวลุกขึ้นและเดินออกจากร้าน รติภพก็รีบจ่ายค่าอาหารก่อนหันไปพูดกับเพื่อนอย่างรวดเร็ว
“จะทำอะไรของแกวะ ไอ้ภพ?” ปริตรเอ่ยถามเสียงต่ำ
“ก็ตามสาวไง ยังไงก็กลับกรุงเทพฯ เหมือนกันอยู่แล้ว” เขาตอบหน้าตาเฉย
“แล้วถ้าเธอไม่ได้กลับกรุงเทพฯ ล่ะ แกจะทำยังไง?”
“ไม่รู้โว้ย แต่ตอนนี้เธอต้องกลับแน่!”
ปริตรได้แต่ส่ายหัวอย่างระอา ราวกับกำลังดูหนุ่มวัยรุ่นเพิ่งหัดจีบหญิง ทั้งที่รู้กันดีว่า รติภพไม่ใช่คนแบบนั้น เขาไม่เคยเห็นเพื่อนของตนจะออกอาการตามติดผู้หญิงคนไหนขนาดนี้มาก่อน
โดยเฉพาะกับเด็กสาวที่ดูอายุน้อยกว่าน้องสาวของรติภพเสียอีก รริสา น้องสาวของเขาอายุห่างจากพวกเขาราวสามปี และหากจะให้เดา ใบบุญคนนั้นก็คงเด็กกว่ารริสาสักหนึ่งถึงสองปี ซึ่งหมายความว่า เธออาจเด็กกว่าพวกเขาราวสี่ถึงห้าปีเป็นอย่างน้อย
