บทที่ 4 Ep.4
รติภพเคลื่อนรถขับตามรถของมนัสยาไปห่าง ๆ ทำให้สองสาวไม่ได้สังเกตอะไรนัก เพราะนึกไม่ถึงว่าจะมีใครติดตามพวกเธอด้วยนั่นเอง และภายในรถของสองสาวเรื่องของรติภพก็กำลังเป็นหัวข้อสนทนาของพวกเธออยู่เนื่องจากใบบุญยังไม่หายเจ็บใจเรื่องที่รติภพทำกิริยาหยาบคายใส่เธอ
บรรยากาศภายในรถกำลังครึกครื้นด้วยเรื่องราวของชายหนุ่มคนนั้น ซึ่งเธอนำมาเป็นหัวข้อสนทนา แต่ดูเหมือนใบบุญยังไม่หายเจ็บใจที่ถูกแสดงกิริยาหยาบคายใส่ จึงเอ่ยสาปส่งเขาด้วยความโมโห
“สาธุ ด้วยผลบุญที่ลูกได้สร้างไว้ โปรดเมตตาให้ลูกไม่ต้องพบไม่ต้องเจอกับคนร้ายกาจอย่างนายนั่นเลยด้วยเถิด”
มนัสยามองเพื่อนสาวที่ยกมือพนมพร้อมอธิฐานอย่างตั้งใจด้วยความรู้สึกขำ พลางเอ่ยปลอบใจเพื่อนที่ยังไม่คลายความหงุดหงิด แม้จะแยกกับพ่อหนุ่มล่ำนั่นมาแล้ว
“คงไม่ได้เจอกันหรอกแก คนผ่านมาเจอกันแบบนี้”
“นั่นแหละที่ฉันต้องการละ คนอะไรหน้าตาก็ดี แต่งตัวรึก็ดี แต่จิตใจไม่ปกติ โรคจิต ลามก”
“แต่ความจริง เขาหล่อดีนะ ทั้งสองคนเลยด้วย ถ้าบอกว่าเป็นนายแบบฉันยังเชื่อเลย”
“นายแบบหนังสือลามกน่ะซิ เจอกันแป๊บเดียว จับก้นกันเฉยเลย”
“แล้วแกทำไมไม่จับก้นเขาคืนล่ะ ฉันว่าก็น่านะ”
มนัสยาทำตาเคลิ้มฝันใส่เพื่อนรัก ใบบุญจึงเหน็บแขนเธอแรงๆ ด้วยความหมั่นไส้ แล้วยังมองค้อนเธออีกวงใหญ่ จนมนัสยาเผลอหัวเราะเบาๆ กับท่าทางเป็นจริงเป็นจังของเพื่อนสาว ใบบุญรู้ว่าเธอแค่ล้อเล่น ไม่ได้คิดอย่างที่พูด เพราะถ้าเป็นมนัสยาที่เจอเหมือนใบบุญ รับรองว่าต่อให้คนที่ทำจะหล่อแค่ไหน ก็ต้องโดนต่อยคว่ำแน่ เห็นหุ่นบอบบางเป็นดาวคณะอย่างนี้ แต่ก็เป็นนักมวยหญิงของมหาวิทยาลัยด้วยเช่นกัน แถมยังเรียนวิชาป้องกันตัวหลายแขนง แต่ถ้าเทียบรูปร่างระหว่างเธอกับสองหนุ่มนั่นแล้ว เธอก็ว่าควรอยู่ห่างๆ ไม่ควรมีเรื่องกับคนตัวโตอย่างนั้นจะปลอดภัยกว่า
“แล้วฉันจะคอยดูว่าถ้าเป็นแก แกจะจับก้นเขาคืนไหม”
“เขาไม่สนฉันหรอกใบบุญ เห็นหมอนั่นนั่งมองแต่แกตาปรอย”
“ประสาทไง คนสติเต็มเต็งที่ไหนจะสนใจฉันมากกว่าแก”
“พูดอย่างกับตัวเองขี้ริ้วขี้เหร่เสียเต็มประดาแหละ”
“แต่ก็สู้แกไม่ได้อยู่แล้ว”
“เดี๋ยวฉันก็ลอยไปพอดี เขาอาจอยากได้ตุ๊กตาอย่างแกไปกอดมากกว่านี่หว่า”
“ลองมากอดอีกซิ แม่จะด่าให้ยับเลย”
“ขืนด่าแล้วเขาจูบ แกจะทำไงล่ะ”
“จะกัดให้ลิ้นขาดเลยซิ ไม่เอาแล้ว พูดเรื่องอื่นดีกว่า เสียอารมณ์”
มนัสยาหัวเราะเบาๆ ด้วยความขบขันก่อนจะเปลี่ยนบทสนทนาตามที่ใบบุญต้องการ ไม่เอ่ยถึงชายหนุ่มที่พวกเธอไม่รู้จักแม้แต่ชื่อ เพราะไม่นึกว่าจะได้เจอกับสองหนุ่มนั่นอีก
แต่ดูเหมือนความคิดพวกเธอจะสวนทางกับสองหนุ่ม เพราะทั้งคู่ยังคงขับรถตามมาห่าง ๆ จนกระทั่งมนัสยาวนรถเข้ามาจอดหน้าบ้านหลังกะทัดรัดของใบบุญ ก่อนที่จะทำความเคารพมารดาของเพื่อนสาว
ขณะที่อีกฝั่งถนน รถยนต์คันใหญ่ที่แล่นตามรถญี่ปุ่นคันเล็กจากอยุธยากำลังชะลอตัว และจอดหลบมุมแอบมองสองสาวอย่างสนใจ ปริตรถอนหายใจยาวขณะถอนสายตาจากสองสาว เพื่อนของเขาอาการหนักใช่เล่น ทำตัวราวกับเป็นเด็กหนุ่มเพิ่งได้พบสาวถูกตาต้องใจ ขนาดขับรถตามสาวจากอยุธยามาแอบเฝ้ามองถึงหน้าบ้าน
“คราวนี้กลับได้หรือยังวะเพื่อน” ปริตรเอ่ยถามเพื่อนรักด้วยความระอา
“เออ” รติภพตอบก่อนจะหันไปมองสาวไซซ์มินิที่ขโมยหัวใจเขาไปอย่างไม่รู้ตัวด้วยสายตาอ่อนเชื่อม พร้อมกับเอ่ยเบาๆ ฝากสายลมไปบอกหญิงสาว “แล้วเจอกันใหม่นะตัวเล็ก”
ปริตรสั่นศีรษะระอากับคำตอบของเพื่อนที่กำลังมองสาวร่างเล็กมินิ ซึ่งกำลังคว้าสายยางเพื่อรดน้ำต้นไม้จำนวนมากหน้าบ้าน ใบหน้าสวยกระจ่างใส่กับรอยยิ้มมุมปากทำให้ปริตรต้องเงยหน้าขึ้นมองเพื่อนอย่างจับสังเกต ยิ้มมาดหมายของรติภพทำให้ปริตรค่อนข้างมั่นใจว่า เพื่อนกำลังตกหลุมรักสาวไซซ์มินิคนนั้นเข้าโครมใหญ่
“เป็นเอามากนะแกไอ้ภพ ฉันไม่เคยเห็นแกสนใครอย่างนี้นี่หว่า”
“ทีแกยังชอบน้องสาวฉันมาตั้งแต่ยายตัวเล็กยังเรียนม.ปลายเลยนี่หว่า”
“นั่นมันเพราะยายน้องน่ารัก แถมฉันยังมีโอกาสได้เจอยายน้องบ่อยๆ ไม่เหมือนแกนี่หว่าเจอปุ๊บชอบปั๊บอย่างกับเปิดสวิตช์”
“รักแรกพบโว้ย”
“หึ ระวังจะเจอตอแรกพบนะไอ้ภพ”
“ไม่กลัวโว้ย ฉันมันพวกชอบขุดรากถอนโคน ถ้าลองฉันชอบ ฉันตามไม่เลิกแน่”
“ฉันละกลัวแทนแม่ตุ๊กตานั่นจังเลยว่ะ”
“กลัวทำไมวะ ฉันนี่พระเอกของแท้นะโว้ย ไม่ใช่ผู้ร้าย”
“แกนี่โคตรยกหางตัวเองเลย แต่ฉันว่ายายตุ๊กตานั่นคงไม่คิดอย่างนั้นแน่”
ปริตรส่ายหัว ขำเพื่อนรักที่ทำราวกับว่าอยู่ในวัยสิบสี่ปีอีกครั้งอย่างเพลงดังเพลงหนึ่ง สายตามุ่งมั่นเพ้อฝันของเพื่อนหนุ่มทำให้ปริตรต้องส่ายหัว และหลุดขำเบาๆ ก็ใครจะคิดว่าหนุ่มที่สาวๆ หมายปองอย่างรติภพ จะลงทุนขับรถตามสาวมาจนเจอบ้านหล่อนอย่างที่เพื่อนเขาทำในวันนี้
