บทที่ 7 Ep.7
ขณะที่ใบบุญเกิดอาการคันจมูกฟุตฟิต จามติดต่อกันหลายครั้งจนต้องขยี้จมูกบ่อยๆ เป็นเหตุให้ถูกเพื่อนรักที่ลงสีภาพฝาผนังอยู่เงยหน้าขึ้นมองด้วยความสงสัยและวางมือจากงานเอ่ยถามขึ้นอย่างเป็นห่วง
“แกไม่สบายเหรอใบบุญ” มนัสยาถามเพื่อน
“เปล่า แต่เหมือนมีใครนินทาไม่รู้สิ”
“ประสาทใครจะนินทาแก”
“อาจเป็นพ่อกับแม่บ่นถึงอยู่ก็ได้นี่น่า”
“เออ อย่างนั้นพรุ่งนี้เรากลับบ้านกันดีกว่า พรุ่งนี้หยุดกันสักวันเนอะ”
“อืมดีเหมือนกัน” ใบบุญเห็นด้วย
มนัสยากับใบบุญต้องเดินทางไปมาระหว่างกรุงเทพฯ กับพระนครศรีอยุธยาเป็นปกติและวันนี้รถยนต์คันเล็กของมนัสยาแล่นออกจากบ้านพักในจังหวัดอยุธยาตั้งแต่ยังไม่เจ็ดนาฬิกา เพราะพวกเธอเกิดคิดถึงบ้านกันขึ้นมาจึงพร้อมใจกันตื่นแต่เช้า ซึ่งปกติแล้วเป็นเรื่องธรรมดามากสำหรับใบบุญที่ต้องตื่นตั้งแต่ตีห้าเพื่อออกไปวิ่งรอบเกาะเมืองทุกวัน ต่างจากมนัสยาที่มักจะนอนจนนาทีสุดท้ายอย่างคุ้มค่า เพราะถ้าใบบุญไม่ปลุก มนัสยาไม่มีทางลุก
ใช้เวลาเพียงชั่วโมงเศษทั้งสองสาวก็นำรถจอดหน้าบ้านหลังเล็กของใบบุญ โดยมีบุหงา มารดาของใบบุญเปิดประตูรั้วให้ด้วยรอยยิ้ม ใบบุญลงจากรถของเพื่อนสาวได้ก็ตรงเข้ากอดเอวมารดาพร้อมหอมแก้มทั้งสองข้างแรงๆ และบอกรักเสียงใส
“คิดถึงแม่ที่สุดเลยค่ะ หนูรักแม่นะคะ”
“แม่ก็คิดถึงลูกและรักลูกจ้ะ” บุหงาตอบ
“แหมอิจฉาใบบุญอะค่ะแม่ มีตางค์อยู่ไกลมี้ด้วย”
มนัสยาแกล้งทำท่าออดอ้อนสร้างความหมั่นไส้ให้เพื่อนรัก พลางเดินเข้าไปกอดบุหงาบ้าง พร้อมแกล้งดันเพื่อนรักให้ออกห่างบุหงา ใบบุญจึงทำปากยื่นใส่เพร้อมชี้หน้าเพื่อนอย่างไม่จริงจังนัก
“ไรเนี่ย นี่มันแม่ฉันนะไอ้มีตางค์ ไม่ใช่มี้”
“รู้น่า ยืมหน่อยเดียว”
มนัสยายักคิ้วหลิ่วตากับเพื่อนรักก่อนจะหันมายิ้มให้บุหงาที่หัวเราะขำท่าทีของเธอสองคน แล้วพากันเดินเข้าไปยังตัวบ้านซึ่งนพคุณนั่งรออยู่แล้วที่โต๊ะอาหาร เมื่อทั้งสามสาวเดินมาถึงนพคุณจึงวางหนังสือพิมพ์ลง แล้วโอบบุตรสาวที่ตรงเข้ามาหอมแก้มสากพร้อมทักทาย
“พ่อหล่อขึ้นหรือเปล่าคะนี่ หนูไม่เจอไม่กี่วัน ดูพ่อหล่อขึ้นยังไงไม่รู้”
“ปากหวานจริงลูกคนนี้” นพคุณขยี้ผมบุตรสาว
“มีตางค์เห็นด้วยกับใบบุญค่ะพ่อ ทำไมเจอกันทีไรดูพ่อหนุ่มขึ้นทุกทีเลย”
“เราสองคนนี่ถ้ามีแฟน แฟนรักตายเลย ปากหวานจริง” นพคุณหัวเราะร่วน
“แหม สวยเลือกได้อย่างพวกเรายังไม่รีบมีหรอกค่ะแฟนน่ะ อยู่เป็นโสดให้หนุ่มๆ มองเล่นดีกว่าเน้อมีตางค์เนอะ”
“เหอะ ถ้าเป็นหนูมีตางค์พ่อไม่เถียง แต่เรานะหนุ่มที่ไหนจะมามอง” นพคุณยิ้มเอ็นดูแกมหมั่นไส้บุตรสาว
“แหมๆ ดูถูกลูกสาว” ใบบุญยิ้มตาปิดพร้อมหอมแก้มบิดาอีกที
หลังจากที่รับประทานอาหารเช้าและพูดคุยกันอยู่พักใหญ่ เสียงรถที่คล้ายว่าจะดังอยู่หน้าบ้านก็ทำให้สองสาวมองหน้ากันด้วยความรู้สึกแปลกใจ พร้อมลุกขึ้นชะโงกหน้าออกไปดูอย่างอดไม่ได้ ก่อนจะหันกลับมา ใบบุญไม่คิดว่าจะมีใครมาหาบิดาแม่ในวันหยุดเช่นนี้ และไม่คิดว่าบิดาจะรู้จักใครที่ขับรถหรูขนาดนี้ ในเมื่อตั้งแต่เล็กจนโตเธอไม่เคยเห็นบิดารู้จักหรือสนิทกับคนรวยที่ไหนเลย
“ใครมาคะพ่อ ขับรถหรูเชียว” ใบบุญหันมาถามนพคุณ
“คงเป็นคุณภพมั้ง” นพคุณบอกบุตรสาวพร้อมรอยยิ้ม
“ไม่มีใครหรอกนอกจากคุณภพ เมื่อวานบอกจะเอากล้วยไม้มาให้พ่อเรานี่นะ” บุหงาก็ยิ้มให้บุตรสาว
“ใครค่ะคุณภพนี่ ทำไมหนูไม่เคยรู้จักมาก่อนเลย” ใบบุญทำหน้าแปลกใจพร้อมหันมองบิดาทีมารดาที
“เราเพิ่งรู้จักกันไม่นานหรอกใบบุญ”
นพคุณหัวเราะ ก่อนที่เขาจะตอบอะไรต่อ คนที่เป็นที่กล่าวขวัญถึงก็เดินหิ้วกระถางกล้วยไม้ป่าหายากเข้ามาด้วยรอยยิ้มเต็มใบหน้า เพราะเพียงเห็นรถญี่ปุ่นคันเล็กที่จอดอยู่หน้าบ้า นเขาก็รู้ได้ทันทีว่าหญิงสาวที่เขาติดตามมาจนถึงที่นี่ได้กลับมาแล้ว
“นาย นาย...นายมาบ้านฉันได้ไง” ใบบุญพยายามหาคำถามที่คิดว่าเข้าท่าที่สุดถามคนตรงหน้า
“อะไรกัน นี่หนูรู้จักคุณภพหรือจ๊ะ” บุหงาหันมาถามบุตรสาว
“ก็นายนี่...”ใบบุญกำลังจะอ้าปากแต่...
“คือผมกับคุณใบบุญเคยบังเอิญเจอกันที่อยุธยาครับ แต่ผมเพิ่มรู้ว่าคุณใบบุญเป็นลูกคุณอาทั้งสองคน” รติภพทำเนียน หันมาคุยกับนพคุณพร้อมยิ้มให้บุหงา
“อย่างนั้นเหรอคะ คุณไม่สังเกตเห็นรูปใบบุญที่มีอยู่เต็มบ้านบ้างหรือคะ ถึงเพิ่งรู้ว่าใบบุญเป็นลูกพ่อนพ” มนัสยาหรี่ตามองชายหนุ่มพร้อมเอ่ยถามอย่างจับผิด
“ผมไม่แน่ใจครับ ก็เราเคยเจอกันแค่ครั้งเดียวเองนี่ครับ”
“นั่นซินะ คุณภพคงจำหนูไม่ได้น่ะลูก” บุหงาไม่ติดใจสงสัยอะไร
“นายรู้แล้วว่านี่เป็นบ้านฉัน ก็ออกไปจากบ้านฉันเลย” ใบบุญไล่อย่างไม่ไว้หน้า
“อะไรกันยายหนู ทำไมไร้มารยาทกับแขกของพ่อกับแม่อย่างนี้ล่ะ” บุหงาตีแขนบุตรสาว
“ก็หมอนี่เขา เขา...”
มนัสยามองท่าทางอึกอักของใบบุญด้วยความรู้สึกเห็นใจ
“อะไรยายหนู คุณภพทำอะไรให้หนูไม่พอใจหรือเปล่า”
