บทที่ 8 Ep.8
“นั่นซิครับ ผมทำอะไรให้คุณใบบุญไม่พอใจเหรอครับ ก็เราเจอกันแป๊บเดียวเองนะครับ”
“แต่นาย...” ใบบุญขัดใจพร้อมมองมนัสยาที่ขมุบขมิบปากไม่ให้เธอพูด
“อะไรลูก หนูไม่พอใจอะไรพี่เขาก็บอกพี่เขาซิ” บุหงาถาม
“ไม่มีค่ะ หนูคงเข้าใจเขาผิด” ใบบุญตัดบทด้วยใบหน้าหงิกงอ
“นั่นซิครับ ผมเอากล้วยไม้มาให้คุณอานพครับ ผมเพาะไว้ เห็นว่าหายาก”
รติภพสบตาใบบุญพร้อมยักคิ้วให้นิดหนึ่ง ก่อนจะทำเป็นหันมาคุยกับนพคุณเรื่องกล้วยไม้ที่ได้คุยด้วยกันไว้ตั้งแต่เมื่อวาน โดยคอยชำเลืองมองคนตัวเล็กซึ่งยืนหน้างอ ซุบซิบบางอย่างกับเพื่อนสาวที่เดินเข้ามาฉุดมือเธอออกไปคุย
ถึงแม้เขาจะคุยอยู่กับนพคุณ แต่เขายังคงแอบยักคิ้วหลิ่วตาส่งให้ใบบุญเป็นระยะเมื่อสบโอกาส สร้างความหมั่นไส้ให้แก่หญิงสาวที่ขมุบขมิบปากส่งมาเป็นระยะเช่นกัน ทำให้รอยขำในดวงตาของรติภพยังคงแวววาวอย่างชอบอกชอบใจ ยิ่งใบบุญหน้าบอกบุญไม่รับเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งเห็นว่าเธอน่ารักมากขึ้นเท่านั้น จนไม่แน่ใจแล้วว่าไอ้อาการของเขาตอนนี้เข้าข่ายโรคจิตอย่างที่หญิงสาวกล่าวหาหรือเปล่า
“แกว่ามันเป็นเรื่องบังเอิญอย่างนั้นเชียวเหรอใบบุญ”
“นั่นสิ อะไรจะบังเอิญขนาดนั้นอะ อยู่ดีๆ หมอนั่นก็มารถเสียที่ร้านเจ๊แป๋ว ได้รู้จักคุณแม่ เข้ามาคุยกับคุณพ่อจนรู้ว่าความจริงว่าหมอนั่นเป็นลูกเพื่อนเก่าของท่าน”
“นั่นดิ ไอ้ทฤษฎีโลกกลมฉันก็ได้ยินมาแต่เด็ก แต่ทำไมมันกลมกิ๊กขนาดนี้วะ”
“ฉันว่ามันไม่ธรรมดาแน่ไอ้มีตางค์ ฉันไม่เชื่อหรอกว่ามันเป็นเรื่องบังเอิญ”
ใบบุญหันกลับไปมองชายหนุ่มรูปร่างบึกบึนในเสื้อยืดพอดีตัวกับกางเกงยีนส์ยี่ห้อดังที่เธอพอจะทราบว่าราคาตัวหนึ่งขั้นต่ำก็หลักหมื่นทีเดียว กับใบหน้าคมสัน ดวงตาแวววาวขี้เล่นของเขานั่นแหละที่เธอเกลียดที่สุด เพราะตาคู่คมชอบส่งประกายระยิบระยับล้อเลียนมาทางเธอเสมอ ๆ อย่างไม่ไว้วางใจเลย เธอไม่เชื่อว่าเรื่องที่เกิดจะบังเอิญขนาดนี้
พอสบโอกาสใบบุญไม่รีรอที่จะดึงมือคนตัวโตที่ทำหน้าแปลกใจเมื่อเห็นมือบางที่เป็นฝ่ายตรงดิ่งเข้ามากระชากมือเขาให้ตามเธอออกไปจนถึงหลังบ้าน เมื่อมาถึงบริเวณสวนกล้วยไม้ที่คุณนพคุณเพิ่งนำกระถางกล้วยไม้ต้นใหม่มาแขวนก่อนที่จะกลับเข้าไปด่านในเมื่อสักครู่ มือบางที่จับกุมมือเขาก็สะบัดออกพร้อมกับทำหน้าบึ้ง เธอเงยหน้าขึ้นพร้อมคำถามที่เธอเตรียมไว้อย่างดี
“นายต้องการอะไร”
“ต้องการคุณ” รติภพยิ้มล้อเลียน
“บ้า หมายความว่าไง” ใบบุญหน้าแดงก่ำทั้งโกรธทั้งอาย
“ก็หมายความตามที่บอกนั่นหละ ผมต้องการคุณ”
รติภพก้มลงกระซิบข้างใบหูของใบบุญพร้อมชำเลืองทั่วบริเวณ เมื่อเห็นว่าไม่มีใครอยู่ในรัศมีที่เขายืนคุยอยู่กับหญิงสาว ทำให้รติภพอดที่จะฉกจมูกลงบนแก้มนวลแรง ๆ เสียงดังฟ๊อด ก่อนจะถอยหลังหลบไปยืนห่างรัศมีมือบางกว่าช่วงตัวพร้อมรอยยิ้มเต็มสีหน้ากับใบหน้าตกใจตากลมโตเบิกโพลง
“นาย นาย ...ไอ้บ้านายกล้าทำกับฉันแบบนี้ได้ไง” ใบบุญเกือบจะร้องลั่นถ้าไม่กลัวพ่อกับแม่เธอจะตกใจ
“อ๊ะ แก้มคุณหอมจัง แล้วผมก็พูดจริงนะว่าผมต้องการคุณ แล้วคุณก็หนีผมไม่พ้นหรอกใบบุญ”
รติภพหันมายักคิ้วให้ใบบุญที่กำลังกั้นเสียงกรีดร้องด้วยความขัดใจอย่างสุดความสามารถ เพราะปกติเธอไม่เคยทำกิริยาแบบนั้นจึงไม่รู้ว่าจะทำยังไง เลยได้แต่ฟึดฟัดอัดอั้นใจจนต้องใช้มือฟาดใบไม้ใกล้ ๆ เพื่อระบายอารมณ์ได้แต่มองตามหลังชายหนุ่มที่เดินหนีไป แถมยังไม่วายหันมาส่งจูบให้เธออย่างล้อเลียนอีกครั้ง ทำให้ใบบุญยิ่งโกรธ
“ไอ้คนบ้า ไอ้ทะลึ่งลามก” ใบบุญขมุบขมิบปากไล่หลังชายหนุ่มที่ยังส่งยิ้มให้เธออีกครั้งตรงหน้าบ้าน
หลังรับประทานอาหารกลางวันเรียบร้อย มนัสยาก็ขอตัวกลับบ้านก่อน และนัดแนะกับใบบุญว่าจะมารับกลับอยุธยาในตอนเย็น ปล่อยให้ใบบุญหาวิธีรับมือรติภพลำพัง
ส่วนรติภพเมื่อได้ทราบว่าสองสาวนัดกันกลับอยุธยาในตอนเย็นก็เลยขอตัวกลับอีกคนเพื่อเตรียมตัวตามติดสองสาว ทำให้ใบบุญต้องเดินออกมาส่งรติภพตามคำสั่งของคุณบุหงา
“ฉันไม่รู้ว่านายต้องการอะไร แต่อยากจะบอกว่านายไม่มีทางสมหวังแน่ ๆ”
“งั้นเหรอ”
“ใช่ ฉันจะกระชากหน้ากากของนายให้คุณพ่อคุณแม่เห็นให้ได้เลย”
“อืม ผมยอมให้คุณกระชากทุกอย่างออกหมดตัวเลยนะ แต่คุณจะกระชากจริงหรือเปล่าละใบบุญ”
รติภพกระซิบข้างหูก่อนจะยักคิ้วให้หญิงสาวที่ยืนหน้าแดงก่ำอยู่ข้างประตูรั้วบ้านตาเบิกโพลงด้วยความตกใจไม่คิดว่ารติภพจะกล้าพูดอะไรแบบที่เธอไม่เคยคิดว่าจะได้ฟังจากผู้ชายคนไหนแบบนี้ แถมคนพูดยังปากว่ามือถึงอีกต่างหากเพราะหลังจากพูดจบเขาก็จับมือบางของเธอขึ้นจูบก่อนจะก้าวขึ้นรถหรูของเขาและขยับมันออกไปทั้งที่เธอยังตกใจพูดไม่ออกอยู่กับทีอีกพักใหญ่
