บทที่ 9 Ep.9

หลังจากหายตกใจ ใบบุญก็ถูหลังมือข้างที่รติภพจูบกับกางเกงตัวเก่งของเธอก่อนจะรีบวิ่งเข้าไปในบ้านผ่านห้องรับแขกที่คุณนพคุณกับคุณบุหงายังคงนั่งมองอยู่อย่างแปลกใจเมื่อเห็นลูกสาวคนเดียววิ่งราวกับรีบไปไหนเข้าไปยังห้องน้ำพร้อมหยิบสบู่ถูไปมากับมือบางราวจะล้างให้คาบสกปรกหลุดออกให้หมดอย่างไรอย่างนั้น

            “ทำอะไรน่ะยัยหนู” คุณบุหงาถาม

            “ล้างมือค่ะแม่”

            “นั่นซิ ทำไมต้องล้างนานขนาดนั้นละ”

            “หนูแขยงมือนะแม่”

            “แล้วหนูไปโดนอะไรมาหละลูก” คุณบุหงายังคงส่ายหัวอย่างอ่อนใจกับท่าทางไม่ยอมหยุดถูมือง่าย ๆ ของลูกสาว

            “เชื้อโรคค่ะแม่ ขอหนูล้างให้สะอาดก่อนนะคะแม่” ใบบุญตอบมารดาทั้งที่ยังคงไม่หยุดมือพร้อมทำหน้าแขยงตามที่เธอบอก

            ส่วนตัวต้นเหตุกับฮัมเพลงอย่างสบายอารมณ์ เมื่อจอดรถหน้าบ้าน  กิติปกรณ์ที่ในวันนี้ไม่มีใครอยู่เลยนอกจากเขาเพราะน้องสาวคนเดียวของเขาออกไปกับดร.ธนภูมิ  เอกธนภัทร น้องเขย ซึ่งก็คงอยู่ที่บ้านเอกธนภัทรนั่นแหละเพราะคุณหญิงธันยามารดาของธนภูมิ รักและเอ็นดูน้องสาวของเขาราวกับเป็นลูกสาวของท่านเอง

            รติภพวิ่งขึ้นบันไดตรงไปยังห้องของเขาพร้อมลากกระเป๋าใบเก่งออกมาเปิดโยนเสื้อผ้าของตนใส่ลงไปอย่างไม่พิถีพิถันใด ๆ เลย สามสี่ชุดหลังจากนั้นก็ปิดเบาๆ พร้อมฮัมเพลงโปรดที่ยังคงดังต่อเนื่อกับรอยยิ้มนิด ๆเมื่อหันไปเห็นรูปใบบุญที่เขาแอบหยิบมาใส่กรอบตั้งไว้ที่หัวเตียง  ในรูปหญิงสาวกำลังส่งยิ้มตาพราวส่งมา

            “ผมบอกคุณไปแล้วนะตัวเล็กว่าผมต้องการอะไร เพราะฉะนั้นคุณต้องเป็นของผมเท่านั้น”

            รติภพลากกระเป๋าที่เขาเตรียมไว้ลงไปใส่ท้ายรถอีกคันพร้อมวางแผนการที่จะตามสองสาวไปดูที่อยู่ของพวกเธอที่อยุธยาเพราะเขาทราบว่างานของเธอทำให้เธอต้องอยู่ต่างจังหวัดแบบนั้นอีกหลายอาทิตย์ เขาอยากรู้ว่าพวกเธออยู่กันอย่างไรและปลอดภัยแค่ไหน ที่สำคัญมีใครคิดอะไรกับยัยตัวเล็กของเขาหรือเปล่า ซึ่งประเด็นสุดท้ายนี่แหละที่เขาต้องการรู้ที่สุด

พอถึงเวลาตามที่นัดหมายใบบุญไว้ มนัสยาก็ขนเสื้อผ้าชุดใหม่ใส่กระเป๋าเดินทางใบเก่า และรีบเดินทางไปรับเพื่อนสาวที่บ้าน เธอจอดรถญี่ปุ่นคันเล็กหน้ารั้วบ้าน ขณะที่เพื่อนกำลังเดินออกมาพร้อมบุหงากับนพคุณที่โอบเอวบุตรสาวพาเดินออกมาส่งที่รถและรับไหว้มนัสยากับใบบุญเมื่อสองสาวก้าวขึ้นรถคันเล็ก ในขณะที่รถยนต์ขับเคลื่อนสี่ล้อคันใหญ่ของรติภพจอดซุ่มอยู่ไม่ไกลจากบ้านของใบบุญค่อยๆ แล่นตามสองสาวไปห่างๆ จนเข้าเขตพระนครศรีอยุธยา เสียงโทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้นจนเขาต้องคว้ามันขึ้นกดรับสายพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยนเมื่อได้ยินเสียงจากปลายสาย

            “พี่ภพอยู่ไหนคะ” รริสาถามพี่ชาย

            “อยุธยาจ้ะ” รติภพตอบ

            “ไปทำไมคะ  แล้วไปตั้งแต่เมื่อไหร่ กลับกี่โมง นี่มันเย็นแล้วนะคะพี่ภพ”

            “เอ้า ยัยตัวเล็กพี่ตอบไม่ทันแล้ว พี่มาธุระนะ สองวันก็กลับแล้ว”

            “อยุธยาแค่นี้เองทำไมต้องไปค้างด้วยคะ”

            “แล้วกลับไปพี่จะเล่าให้ฟังแล้วกัน ช่วงนี้พี่ยังไม่ต้องเข้ารับตำแหน่ง พี่เลยต้องรีบจัดการธุระให้เรียบร้อยก่อน”

            “ธุระอะไร ทำไมบอกน้องตอนนี้ไม่ได้” รริสาถามเสียงสะบัด

            “ธุระเรื่องหัวใจนะซิยัยน้อง”

            “ว้าย พี่ภพนี่ลิเกที่สุดเลย  ใครนะเป็นผู้โชคร้ายคนนั้น”

            “หึ หึ แล้วกลับไปจะเล่าให้ฟัง”

            รติภพขำก่อนจะตัดสายน้องสาวเพียงคนเดียวเขาเอื้อมมือเปิดเพลงโปรดฟังขณะขับตามรถของสองสาวมาเกือบชั่วโมง รถคันเล็กก็เลี้ยวเข้าไปในบริเวณบ้านพัก  เขาคิดว่าน่าจะเป็นบ้านพักที่ทางกรมศิลป์จัดไว้ให้สำหรับพวกเธอ ตัวบ้านเป็นบ้านไม้สองชั้นกลางเก่ากลางใหม่ สีขาวปลูกติด ๆ กันอยู่สี่ห้าหลัง คาดว่าคงจะเป็นที่พักของข้าราชการกรมศิลป์

            รติภพขับรถเลยไปจอดไม่ไกลจากบ้านพักนักก่อนจะมองสองสาวที่จูงมือกันเข้าบ้านพักดูเหมือนพวกเธอจะพักที่บ้านหลังนั้นเพียงลำพัง แต่ไม่น่าเป็นห่วงนักเพราะรอบบ้านที่เธอพักอาศัยเต็มไปด้วยบรรดาข้าราชการที่อยู่กันมากมายทำให้เขาไม่ห่วงเธอนัก เขาจึงวางใจที่จะถอยรถออกไปหาที่พักบริเวณใกล้ ๆนี้

            เขาเตรียมออกสำรวนบริเวณรอบ ๆ ที่พักของใบบุญโดยวิธีการวิ่งออกกำลังในตอนเช้า ซึ่งโรงแรมที่รติภพพักเป็นโรงแรมเล็ก ๆ อยู่ไม่ห่างจากบ้านพักของใบบุญมากนัก ประกอบกับอยุธยาเป็นเมืองที่มีเกาะเมืองเล็ก ๆ ถนนทุกสายตัดกันเป็นวงกลม ไม่ว่าจะวนซ้ายวนขวาเพียงไม่นานก็สามารถกลับมาสู่ที่เดิมได้ มีซอยลัดตัดกันไปมาตลอดรอบเกาะเมือง อีกทั้งมีสถานที่ ๆ เป็นโบราณสถาน สวนสาธารณะหลายแห่ง ในตอนเช้าอากาศดีมาก ทำให้รติภพสามารถสำรวจความเป็นอยู่ของใบบุญได้อย่างปลอดโปร่งใจ

            ตีห้าของเช้าวันใหม่ในต่างจังหวัดยังดูไม่วุ่นวายเหมือนชีวิตในกรุงที่ต่างก็เร่งรีบออกไปทำมาหากิน ติดอยู่กับท้องถนนที่เต็มไปด้วยรถมากมาย แต่ในต่างจังหวัดนั้นต่างกัน ชีวิตยามเช้าของคนที่นี่ไม่ได้เร่งรีบอย่างในเมืองหลวง ผู้คนส่วนใหญ่ใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะ ยิ่งในตอนเช้าบรรยากาศของที่นี่เต็มไปด้วยกลิ่นไอของวัฒนธรรม มีคนออกกำลังกายด้วยการวิ่งบริเวณรอบเกาะอยู่พอสมควร บางคนก็เตรียมรอใส่บาตร รติภพเองก็ออกวิ่งจากหน้าโรงแรมที่เขาพักไปทางซ้ายมือ ผ่านหน้าโบราณสถานที่เมื่อมองในยามเช้ามืดแบบนี้ให้ความรู้สึกที่ดีแตกต่างจากที่เขาคิด  ผ่านไปยังสวนสาธารณะที่มีผู้คนหลายวัยวิ่งออกกำลังกายกันรอบบริเวณ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป