บทที่ 10 ตอนที่ 9 เศรษฐีนี
“คือที่หนูพูดหนูไม่ได้จะยืมเงินคุณป้านะคะ หนูแค่อยากให้คุณป้าซื้อสวนนี้ไว้ก่อน ถ้าหนูมีเงินเมื่อไหร่หนูจะขอซื้อต่อจากคุณป้าค่ะ” เธอพูดแบบไม่หยุดหายใจ “ถ้าคุณป้าคิดว่าสิ่งที่หนูพูดมันฟังดูไร้สาระ หนูขอโทษด้วยนะคะ หนูแค่อยากได้สวนนั้นจริง ๆ ก็เท่านั้นค่ะ ขอโทษคุณป้าด้วยค่ะ”
หลังพูดจบเธอรู้สึกไม่ดีเอาซะเลย ไม่รู้อะไรดลใจให้พูดแบบนั้นออกไป ที่ดินร้อยกว่าไร่แน่นอนว่าต้องใช้เงินจำนวนมหาศาลซื้อมา ยิ่งเธอพูดว่าให้ซื้อไว้ก่อนแล้วเธอขอซื้อต่อยิ่งเป็นคำพูดที่ไม่น่ารัก ใครจะเอาเงินมาทิ้งทั้ง ๆ ที่ไม่รู้ว่าเธอจะมีปัญญาซื้อต่อเมื่อไหร่
‘ถ้าหนูยืนยันจะมาเป็นเลขาให้ลูกชายของป้า ป้าก็ยินดีทำตามที่หนูนิขอ’
“วะ...ว่าไงนะคะ”
‘ก็ตามที่หนูเสนอมานั่นแหละ’
“หนูจะเริ่มงานได้วันไหนคะ” น้ำเสียงของ ทรัพย์ธนิดายังคงตื่นเต้น นี่หรือเปล่าโอกาสที่ใครต่อใครพูดถึง ไม่คิดว่าทุกอย่างจะง่ายเพียงแค่เธอตัดสินใจ
‘เดี๋ยวเราค่อยคุยค่อยคุยรายละเอียดกันทีหลังนะ’ อรอนงค์ยิ้มเบาๆ ที่ปลายสาย ‘ตอนนี้ป้ายังไม่สะดวก พอดีว่าป้ายังอยู่โรงพยาบาล’
“ป้าอรเป็นอะไรหรือเปล่าคะ”
‘เปล่าหรอกจ่ะ ป้าแค่มาตรวจร่างกาย แล้วความดันขึ้นนิดหน่อยหมอเลยให้แอดมิท’
“โล่งอกไปที ขอให้ป้าอรหายไว้ ๆ นะคะ เดี๋ยวนิจะบอกแม่”
“อย่าบอกยัยปราง เดี๋ยวนางก็ถ่อสังขาลมาถึงกรุงเทพอีก ป้าไม่ได้เป็นอะไรมาก พรุ่งนี้หมอน่าจะให้กลับแล้ว”
“โอเคค่ะ ถ้ายังไงป้าอรโทรหานิเบอร์นี้ได้เลยนะคะ”
“จ้า”
ทรัพย์ธนิดาวางสายไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย ไม่รู้ว่าควรจะดีใจหรือเสียใจ แต่สิ่งหนึ่งที่เธอรู้คือ ตอนนี้เธอได้เลือกแล้ว และที่ 100 กว่าไร่ก็อยู่ใกล้แค่เอื้อม
หลังจากนั้นไม่กี่วันอรอนงค์ก็เดินทางมาอีกครั้งพร้อมด้วยเงินจำนวนมหาศาล เธอหอบเงินสดเพื่อมาซื้อที่ดินที่หลานสาวอยากได้ เด็กสาวอย่างทรัพย์ธนิดาตาลุก วาว เธอไม่เคยคิดว่าจะได้เห็นเงินสดจำนวนร้อยกว่าล้านแบบนี้
“ปะ...ป้าอรเป็นเศรษฐีนีเหรอคะแม่”
“อืม ก่อนเลิกกับสามีรวยกว่านี้อีก แต่ตอนนี้ก็ถือว่ารวยมากอยู่ เกิดมาอีกชาติก็ใช้เงินไม่หมดหรอก”
“เลิก?...”
“เรื่องมือที่สามน่ะ”
“น่าสงสารป้าอรจังค่ะ”
“อืม แม่ก็สงสาร แต่นางเป็นคนเก่งนะ หลังเลิกสามีนางก็เปิดบริษัทเสริมความงามเล็ก ๆ เป็นของตัวเอง ตอนนี้ก็มีคนรู้จัก และเป็นที่นิยม”
“ว้าว คุณป้าเนี่ยสุดยอดไปเลย” ทรัพย์ธนิดารู้สึกชื่นชมอรอนงค์
“ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อะไรจ๊ะ”
“แม่เล่าเรื่องป้าอรให้นิฟัง ป้าอรนี่เก่งจริง ๆ เลย”
“ป้าไม่ได้เก่งหรอก ป้าแค่มีทุนมีโอกาสป้าเลยทำอะไรหลาย ๆ อย่างได้และประสบความสำเร็จเร็วกว่าคนอื่น”
“...” ทรัพย์ธนิดาคิดตาม มันก็จริงอย่างที่อรอนงค์พูด เมื่อมีเงินมีโอกาสก็มักจะประสบความสำเร็จไวเสมอ
“ก็เหมือนตอนนี้ที่ป้าตัดสินใจซื้อที่ดินผืนนี้ โดยไม่สนว่าต้องเสียเงินไปเท่าไหร่ เพราะป้าอยากให้โอกาสหนูนิของป้า”
ในขณะที่ได้ฟังคำพูดของอรอนงค์ หัวใจของทรัพย์ธนิดากลับเต้นแรงขึ้นอย่างไม่อาจควบคุมได้ เสียงในใจเหมือนก้องกังวาน เริ่มรู้สึกถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านออกมาจากทุกสิ่งที่เธอเห็น น้ำตาเริ่มไหลรินอย่างไม่รู้ตัว พวกมันไหลออกมาเพราะความตื้นตันใจที่ไม่อาจเก็บซ่อนไว้ได้
หมั่บ!!
“หนูจะตอบแทนป้าอรค่ะ หนูจะทำหน้าที่เลขาให้ดีที่สุด ลูกชายของป้าอรจะเป็นที่ยอมรับของทุกคนในบริษัท” เธอพูดขณะที่กอดอรอนงค์ไว้แน่น
“ขอบใจมากนะ” เธอลูบผมของทรัพย์ธนิดาเบา ๆ อย่างเอ็นดู นึกเสียดายถ้าตอนนั้นเธอมีลูกสาวน่ารักแบบนี้สักคนก็คงดี ตอนนี้เธอคงไม่ต้องรู้สึกเหงาแบบนี้
“เป็นไงล่ะ โดนลูกอ้อนยัยนิเข้าไป เสียทั้งเงินเสียทั้งน้ำตาเลยละสิ” ปรางทิพย์เอ่ยแซวเมื่อเห็นเพื่อนเอามือปาดน้ำตา
แม้จะเลิกรากับเจ้าของบริษัทไปหลายปี แต่พนักงานเก่าแก่หลายคนในบริษัทยังนับหน้าถือตา อรอนงค์ไม่เคยเปลี่ยน และครั้งนี้เธอก็ได้ฝากฝัง ทรัพย์ธนิดา เข้าทำงานในตำแหน่งเลขาของลูกชายได้สำเร็จ
แล้ววันนี้ก็เป็นวันเริ่มงานวันแรกของเลขาสาวหัวใจชาวสวนอย่างทรัพย์ธนิดา เธอตั้งใจจะทำงานที่ได้รับมอบหมายให้เต็มที่ โดยไม่สนใจว่าทางข้างหน้าจะเป็นอย่างไร เพราะเป้าหมายเดียวของเธอคือเงินรางวัลก้อนโตที่อรอนงค์จะมอบให้เธอหลังจากที่ทำภารกิจสำเร็จ
“ไหนเจ้านายของฉันคะ”
“ยังไม่เข้าบริษัทเลยค่ะ” เธอพูดด้วยความเหนื่อยใจแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ “พอดีว่าเมื่อเช้าแม่บ้านที่คอนโดของคุณเลโอโทรมาแจ้งว่าคุณเลโอยังไม่ตื่นค่ะ”
“อะไรนะคะ?” หรือเธอฟังผิดไป
“เป็นแบบนี้มาหนึ่งสัปดาห์เต็มแล้วค่ะ” หญิงสาวที่เคยเป็นคนสนิทของอรอนงค์ทำหน้าเหนื่อยใจ เพราะระหว่างที่รอให้ทรัพย์ธนิดามารับหน้าที่เลขาต่อจากเธอ เธอก็ต้องรับหน้าที่ดูแลวชิรวิชญ์ก่อนหน้านั้น
“ไม่มีใครทำอะไรได้เลยเหรอคะ”
“ไม่มีใครกล้ามากกว่าค่ะ”
“จะให้ฉันร่วมงานกับคนแบบนี้เนี่ยนะ” ทรัพย์ธนิดากัดฟันพูด เธอพยายามข่มกลั้นอารมณ์ของตัวเองไว้
“ฉันว่าฉันพาคุณนิดาไปที่โต๊ะทำงานก่อนดีกว่า ระหว่างรอท่านประธานมาทำงาน”
“ไม่เป็นไรค่ะ” ทรัพย์ธนิดายกมือห้าม “ฉันขอรบกวนอะไรคุณหน่อยสิ”
“อะไรคะ”
“ขอเบอร์ติดต่อท่านประธานหน่อยค่ะ”
“ฉันโทรไปหลายครั้งแล้วค่ะ แต่ไม่มีคนรับสาย”
“ถ้าอย่างนั้นขอเป็นที่อยู่ของท่านประธานได้มั้ยคะ”
“จะดีเหรอคะ”
“ดีแน่นอนค่ะ พอดีป้าอร เอ้ย!...คุณอรอนงค์ฝากท่านประธานไว้กับฉันเรียบร้อยแล้วค่ะ” จากคำฝากฝังของอรอนงค์เธอรู้ว่าควรรับมือกับบอสของเธอยังไง
