บทที่ 11 ตอนที่ 10 เลขาส่วนตัว

หลังได้ที่อยู่ของวชิรวิชญ์ ทรัพย์ธนิดาก็รีบออกจากบริษัท เธอนั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้างไปจนถึงคอนโดของชายหนุ่มที่เพิ่งมีบุญได้เป็นเจ้านายคนแรกของเธอ

ตี๊ดดดดดดดดดดดด! ตี๊ดดดดดดดดดด!

“ใครวะ!”

“...” ทรัพย์ธนิดาอ้าปากค้าง ชายหนุ่มเดินออกมาเปิดประตูทั้ง ๆ ที่เปลือยกายท่อนบน ส่วนด้านล่างก็นุ่งแค่ผ้าขนหนู

“คุณเป็นใคร?”

เขาหรี่ตามองหญิงสาวตั้งแต่หัวจรดเท้า คิ้วหนาสองข้างขมวดเข้าหากัน เธอสวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวสะอาดตากับกระโปรงทรงดินสอสีดำที่พอดีตัว ทำให้รูปร่างของเธอดูสง่างามและมีสัดส่วนที่สมส่วน กระเป๋าถือหนังสีสุภาพสะพายข้างที่ดูเรียบหรูและเหมาะกับการทำงาน

ใบหน้าของเธอสงบและมีความตั้งใจ ดวงตาที่คมกริบแสดงถึงความฉลาดและความสามารถในการจดจ่อกับสิ่งที่ต้องทำ ริมฝีปากของเธอทาลิปสติกสีอ่อน ๆ ซึ่งทำให้ดูเป็นธรรมชาติแต่ยังคงความมีระดับ ผมของเธอถูกเก็บเรียบร้อยในทรงหางม้า

“คุณอาบน้ำเสร็จแล้วใช่มั้ย” เธอสังเกตจากการแต่งกาย

“เปล่า”

“หรือคุณกำลังจะอาบ”

“เปล่า ฉันนอนอยู่” ว่าจบเขาก็เดินกลับเข้าห้องไป

“หยุดนะ” ทรัพย์ธนิดาวิ่งไปขวางหน้าไว้ “ห้ามกลับไปนอน คุณต้องอาบน้ำไปทำงาน”

“แล้วคุณมายุ่งอะไรด้วย” เขาตวัดสายตามองก่อนจะใช้มือผลักร่างบางออกไป “ถอยไปคนจะนอน”

“ฉันคือเลขาของคุณ วันนี้ฉันเริ่มทำงานวันแรก และหน้าที่ของฉันคือช่วยงานคุณจนสุดความสามารถ”

“เป็นเลขาก็กลับไปรอที่บริษัทสิ ตามมาถึงห้องนอนทำไม” เขาหรี่ตามองหญิงสาว บนใบหน้าปรากฎความเจ้าเล่ห์ “หรือว่า...”

“อะไร คุณจะทำอะไร” ทรัพย์ธนิดาก้าวเท้าถอยหลังเมื่อเจ้าของร่างกำยำกำลังเดินเข้ามาหาเธอ

“แล้วคุณมาถึงที่นี่...เพื่ออะไรล่ะ” เขาถามพลางโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ 

“เวลางาน ท่านประธานอยู่ไหนฉันก็ควรจะอยู่ตรงนั้น”

“งั้นก็นั่งเฝ้าฉันนอนไปเลย” เขากลับมายืนตัวตรงก่อนจะหมุนตัวแล้วเดินกลับไปยังที่นอน

“เอาสิ คุณนอนฉันก็นอน” ทรัพย์ธนิดารีบไปที่เตียงนอนก่อนที่วชิรวิชญ์จะเดินไปถึง เธอทิ้งตัวลงนอนแล้วดึงผ้าห่มขึ้นมาห่ม

“อะไรของคุณ”

“...!!” หญิงสาวรีบดีดตัวลุกขึ้นเมื่อชายหนุ่มดึงผ้าขนหนูออกแล้วแทรกตัวมาได้ผ้าห่ม

“เป็นอะไร”

“คะ...คุณ ปกติคุณแก้ผ้านอนเหรอ”

ปุบ! ปุบ!

“ทำไมล่ะ นอนลงมาสิ” เขาพูดพลางใช้มือตบลงไปบนที่นอน

“...” เธอไม่น่าทำเป็นอวดเก่งพูดออกไปแบบนั้นเลย แล้วจะให้เธอทำไง ในเมื่อตามเขามาถึงขนาดนี้ก็เป็นไงเป็นกัน ทรัพย์ธนิดาตัดสินใจนอนลงไปอีกครั้ง

"นี่...” กลับเป็นวชิรวิชญ์เองที่ลุกขึ้นนั่ง

“อะไรค?ะ”

“คุณเป็นผู้หญิงแบบไหนเนี่ย” อยู่ ๆ เขาก็รู้สึกว่าใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมา จนกระทั่งลามไปถึงตรงส่วนล่าง

“วันนี้เป็นการเริ่มต้นที่ดี ดิฉันดูฤกษ์ดูยามมาแล้ว ฉะนั้นอย่าให้เสียฤกษ์ คุณต้องอาบน้ำแต่งตัวให้เสร็จภายใน 20 นาที” ทรัพย์ธนิดาลุกขึ้นแล้วขยับไปนั่งข้าง ๆ เขา เธอพูดออกมาราวกับว่าตอนนี้เธอไม่ได้อยู่บนเตียงกับเขา

“นี่มันบ้าอะไรเนี่ย...” วชิรวิชญ์พ่นลมหายใจหนัก ๆ ออกมา เขาเอามือลูบหน้าตัวเองก่อนจะเสมองไปทางอื่น ในหัวมีคำถามเต็มไปหมดว่าผู้หญิงคนนี้ใช่คนที่จะมาเป็นเลขาของเขาจริง ๆ เหรอ

“ไม่บ้าหรอกค่ะ ตอนนี้ฉันกำลังทำหน้าที่ของฉันอย่างสุดความสามารถ” ทรัพย์ธนิดาขยับลงจากที่นอน เธอเดินไปหยุดอยู่หน้าห้องน้ำ

“อะไรของคุณ”

“เชิญค่ะ...บอส” ทรัพย์ธนิดาผายมือไปยังห้องน้ำ

“ไม่อาบน้ำให้ผมด้วยเลยล่ะ” เขาประชด

“ถ้าคุณอนุญาตดิฉันก็ยินดีค่ะบอส”

“...”

วชิรวิชญ์ขับรถไปตามถนนที่เงียบสงบในตอนสายแสงแดดที่เริ่มส่งแสงจ้าในเวลานั้นส่องผ่านกระจกหน้ารถส่องเข้ามาเป็นประกายละมุน เขามองไปข้างหน้า มือทั้งสองจับพวงมาลัยแน่นในขณะที่เสียงเพลงคลอเบา ๆ อยู่ภายในรถ

ทรัพย์ธนิดานั่งตรงเบาะข้างเขา ดวงตาคมมองออกไปข้างนอกรถด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง ไม่มีการแสดงอารมณ์ใด ๆ บนใบหน้าที่ขาวสะอาด ราวกับเธอกำลังคิดอะไรบางอย่าง 

‘เมื่อกี้ฉันทำอะไรลงไป’

เธอยังคงตกตะลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้น ยิ่งนึกถึงเธอก็ยิ่งขนลุกขึ้นมาอีกครั้ง 

“คุณยังไม่ทานอาหารเช้าใช่มั้ย” เมื่อจัดการกับอารมณ์ของตัวเองได้ เธอก็หันกลับมาหาเขา ทำราวกับว่าความเงียบก่อนหน้าไม่เคยเกิดขึ้น

“คุณก็เห็นว่ายัง”

“งั้นช่วยแวะร้านด้านหน้าให้หน่อยค่ะ”

“คุณจะซื้ออะไร”

“อาหารเช้าของคุณ”

“ผมไม่ชอบทานอาหารเช้า”

“อาหารเช้าเป็นสิ่งสำคัญกับคนวัยทำงานมาก เพราะเป็นมื้อแรกที่เริ่มต้นวันและให้พลังงานสำหรับการทำงานที่มีประสิทธิภาพ หากข้ามมื้อเช้าไปอาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ ส่งผลให้ร่างกายขาดพลังงาน ทำให้สมาธิไม่ดี เหนื่อยล้าง่าย และอาจเกิดอารมณ์หงุดหงิดได้ การทานอาหารเช้าที่ดีสามารถช่วยปรับสมดุลพลังงานในร่างกาย ให้สมองทำงานได้ดีขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน และช่วยรักษาสุขภาพระยะยาว เพราะการเลือกรับประทานอาหารเช้าที่มีสารอาหารครบถ้วนจะช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคต่าง ๆ ได้เช่นกัน”

“...” วชิรวิชญ์หันไปมองหญิงสาวตาค้าง นั่นมันเกินไปแล้ว เขาแค่บอกว่าไม่ชอบทานอาหารเช้า ซึ่งมันเป็นแค่ประโยคสั้น ๆ แต่เธอกลับตอบเป็นเรียงความกลับมาให้เขา

“อีกอย่าง การนอนดึกก็มีส่วนทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลงด้วยค่ะ”

“คุณจบอะไรมา”

“บริหารธุรกิจระหว่างประเทศค่ะ”

“คิดว่านักโภชนาการซะอีก”

“คุณก็เป็นคนตลกเหมือนกันนะคะ”

“...”

“ฉัน...” ทรัพย์ธนิดาเปลี่ยนท่าทางเป็นนั่งหลังตรง เธอเอามือวางทาบอกของตัวเองไว้ “ขอแนะนำตัวอย่างเป็นทางหารนะคะ”

“...” วชริวิชญ์ไม่ได้หันไปมอง เขาเพียงแค่เงี่ยหูฟังในสิ่งที่เธอกำลังจะพูด

“ฉันชื่อทรัพย์ธนิดา หรือเรียกสั้น ๆ ว่า นิดาก็ได้ค่ะ เรียนจบปริญญาโทเกียรตินิยมอันดับหนึ่งสาขาบริหารธุรกิจระหว่างประเทศ ประสบการณ์ทำงานไม่มีค่ะ”

“ฮะ!...” 

"ว้าย!!"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป