บทที่ 3 ตอนที่ 2 กินกันไม่ขาด

“เลทไปเยอะเลย”

“เครื่องดีเลย์น่ะ”

“มาเหนื่อย ๆ ไปหาน้ำดื่มแก้กระหายดีกว่าเว้ย”

“ยังไม่ทิ้งนิสัยเอาแต่สังสรรค์อีกเหรอ” วชิรวิชญ์เหลือบมองแขนที่พาดอยู่บนไหล่ของเขา

“นิสงนิสัยอะไร ก็แค่การแก้เครียด” ชายหนุ่มยักไหล่ข้างหนึ่ง

“เครียดอะไรนักหนาวะ ได้ข่าวว่าเพื่อนหนีหมดแล้ว” แม้จะไม่ได้กลับมาเป็นเวลานาน แต่เขาก็ยังได้ยินเรื่องราวต่าง ๆ เกี่ยวกับเพื่อนของเขาอยู่บ้าง

“หนีอะไร ยังอยู่ครบ แค่พวกมันไม่ว่าง”

“เออ ๆ ว่าแต่เครียดเรื่องอะไรวะ”

“ก็พ่อกูดิ จะให้กูกลับไปรับมรดก”

“อ้าว ก็รีบกลับไปสิ”

“มึงก็รู้ว่าบ้านกูทำอาชีพอะไร ถ้ากลับไปกูก็ต้องสานต่อ”

“เถ้าแก่บ่อกุ้งเหรอ”

“เออนั่นแหละ กูยังอยากสนุก ยังอยากอยู่ที่นี่”

“ระวังพ่อมึงจะยกให้คนอื่น”

“กูลูกชายคนเดียว” ชายหนุ่มเอามือทาบอก

“แต่มึงมีพี่สาวน้องสาว” วชิรวิชญ์ย้ำ “ผู้หญิงสมัยนี้เก่งกว่าผู้ชายอีก”

“ทำมาสอนกู แล้วมึงล่ะ”

“กูทำไม”

“พ่อมึงป่วยจนมึงต้องกลับมา คิดว่าไงล่ะ”

“เฮ้ย พ่อกูยังแข็งแรง ไม่ตายง่าย ๆ หรอก ยังอยู่ให้แม่กูแช่งอีกนาน”

“ว่าแต่รอบนี้กลับยาวเลยมั้ย”

“ไม่อ่ะ”

“อ้าว ไม่ได้กลับมารับมรดกหรอกเหรอ”

“กูก็บอกอยู่ว่าพ่อกูไม่ตายง่าย ๆ หรอก”

“ระวังไอ้นั้นมันจะชุบมือเปิบนะ”

“ไม่มีทาง”

ความหล่อและความสูงที่กินกันไม่ขาดของทั้งสองทำให้ผู้คนที่ทั้งคู่เดินผ่านต่างพากันหันมองและให้ความสนใจ

ค่ำคืนที่เงียบสงบในบาร์หรูกลางเมือง แสงไฟสีอบอุ่นตกกระทบบนโต๊ะไม้สักเก่า ๆ ที่วางขวดเหล้าราคาแพงสามขวด ทั้งสามหนุ่มนั่งล้อมรอบโต๊ะ ด้วยบรรยากาศที่เป็นกันเองมีเสียงหัวเราะดังขึ้นเล็กน้อย แต่ก็ยังไม่ลืมความเย็นของเครื่องดื่มในมือ

“ไอ้ฝุ่น คืนนี้มึงไม่ต้องรีบกลับเหรอ”

ไต้ฝุ่น หรือตันติวิชญ์ หนุ่มหล่ออีกหนึ่งคนในกลุ่มที่เป็นเพื่อนสนิทของวชิรวิชญ์ เขามีนิสัยนิ่งขรึม แต่แอบอารมณ์ร้อนเวลาโกรธ ชอบการแข่งรถเป็นชีวิตจิตใจเขาเคยเป็นแชมป์ MOTO GP ประเทศไทยมาแล้วหลายสมัย และในค่ำคืนนี้เขาสวมเสื้อแจ็คเก็ตหนังดำที่ดูสมาร์ตและคมคาย เขายกแก้วเหล้าขึ้นมาชนแก้วกับเพื่อนๆ สายตาของเขามีความมั่นใจ แต่ก็แฝงไปด้วยความนิ่งสงบเหมือนเขาคุ้นเคยกับการดื่มเหล้าระดับนี้มาตลอดชีวิต

“ไม่อ่ะ พอดียูฟ่าตามพี่ชายไปแข่งรถ” ตันติวิชญ์ตอบพลางยกแก้วเหล้าขึ้นมาจิบ เขารู้สึกไม่ชอบใจเท่าไหร่ ที่แฟนสาวไปไหนมาไหนกับพี่ชายจนไม่มีเวลาอยู่กับเขา

“แบบนี้ก็แย่เลยดิ มีแฟนทั้งทีแต่ก็ไม่ค่อยได้อยู่ด้วยกัน” ชายหนุ่มเอ่ยแซว “ว่าทำไมมึงไม่กลับไปแข่งรถแล้ววะ”

“ไม่อ่ะ กูเบื่อแล้ว” น้ำเสียงของเขาฟังดูสบาย ๆ ไม่ได้ใส่ใจมากนัก

“ถ้ามึงกลับไปแข่งรถแฟนมึงก็อาจจะหันมาตามติดมึงเหมือนตามติดพี่ชายก็ได้นะโว้ย”

“จะเลิกกับกูสิไม่ว่า”

“อ๋อ ที่แท้ก็เลิกแข่งรถเพราะกลัวแฟนขอเลิก”

ตันติวิชญ์ไม่ได้แก้ตัว สาเหตุที่เขาเลิกแข่งรถเป็นเพราะแฟนสาวจริง ๆ ครั้งสุดท้ายที่ลงแข่งแล้วเขาประสบอุบัติเหตุ เขาจำสีหน้าของเธอตอนตกใจได้ดี และเขาก็ไม่อยากเห็นสีหน้าแบบนั้นอีก

“สนใจแต่เรื่องของกู แล้วมึงอ่ะไอ้ปอ วันนี้ไม่เห็นหอบผู้หญิงมาด้วย”

ปอร์เช่ หรือชนาธิป ชายหนุ่มที่มีรอยยิ้มกว้างเสมอ เขามักจะเฟรนลี่กับทุกคน โดยเฉพาะกับผู้หญิงสวย ๆ ค่ำคืนนี้เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีดำและกางเกงยีนเรียบ เขาพูดคุยกับเพื่อนอย่างสนุกสนาน มือของเขาถือแก้วไวน์ที่มีสีแดงเข้ม ขณะที่ตาทั้งสองข้างมองไปที่เพื่อน ๆ อย่างสนิทสนม เขาพูดจาอย่างไม่เคอะเขิน ใช้มือข้างหนึ่งลูบที่แก้มก่อนที่จะโยนคำพูดตลก ๆ เข้าไปในวงสนทนา

“ช่วงนี้เบื่อ ๆ มันไม่ค่อยสนุก หรือเพราะอายุเพิ่มขึ้น ว่าแต่กูเสื่อมสมรรถนะทางเพศหรือเปล่านะ”

“ไม่แน่นะ เพราะมึงใช้งานบ่อย” ตันติวิชญ์สวนกลับทันควัน

และชายหนุ่มคนสุดท้าย วชิรวิชญ์ เขาใส่เสื้อเชิ้ตแขนยาวที่เข้ารูปกับร่างกาย เพราะกำลังคิดถึงเรื่องบางอย่างอยู่เขาจึงนั่งนิ่ง ๆ ไม่พูดอะไรมาก แต่มองไปที่เพื่อน ๆ ด้วยสายตาที่เป็นมิตรและยิ้มบาง ๆ ทุกครั้งที่ใครคนใดคนหนึ่งพูด เขายกแก้วเหล้าขึ้นอย่างช้า ๆ ก่อนจะดื่มจนหมดในคราวเดียว ซึ่งเป็นการบ่งบอกถึงความรู้สึกที่เก็บไว้ภายในแต่กลับไม่ต้องการแสดงออกมากมาย

“เป็นไรวะ เงียบแปลก ๆ” ชนาธิปถามขึ้น

“กูกำลังคิดว่ากูจะบอกแม่ว่ายังไงดี”

“เรื่องอะไรวะ” ตันติวิชญ์สงสัย

“อย่าบอกนะว่ามึงทำแฟนมึงท้อง” ชนาธิปโพล่งขึ้น

“ท้องกับพ่อมึงสิ กูเลิกไปเกือบปีแล้ว”

“อ้าวเลิกแล้วเหรอ ทำไมกูไม่เห็นรู้เรื่องเลย” ชนาธิป พูดก่อนจะหันไปทางตันติวิชญ์ “มึงรู้ป่าวไอ้ฝุ่น”

“อืม”

“มึงก็รู้เหรอ แล้วทำไมไม่บอกกู”

“กูคิดว่ามึงรู้แล้ว”

“กูก็คิดว่ากูบอกมึงแล้ว” วิชรวิชญ์พูดเสริม เขาจำได้ว่าเคยบอกใครสักคนในกลุ่มไปแล้ว แต่ก็ได้รู้วันนี้ว่าคนในกลุ่มคนนั้นคือตันติวิชญ์ ไม่ใช่ชนาธิป

“ทำไมถึงเลิกกันวะ”

“ไม่รู้”

“เฮ้ย! อะไรวะ ไม่รู้ได้ไง”

“ก็เขามาขอเลิก เลยตกลงเลิกกันแค่นั้น แล้วกูต้องรู้อะไร”

“ก็สาเหตุไง มึงไม่ถามเหรอว่าทำไมถึงมาขอเลิก มีคนใหม่หรือเปล่า มึงทำผิดอะไร หมดรักกันแล้วใช่มั้ย อะไรทำนองนิอ่ะ มึงไม่ถามเหรอ”

“ไม่ได้ถาม” วชิรวิชญ์ตอบสั้น ๆ

“สุดยอดจริงเพื่อนกู” ชนาธิปประชด “งั้นมาดื่ม ดื่มย้อนหลังให้กับความโสดของว่าที่ท่านประธาน”

เสียงแก้วกระทบกันเบา ๆ ทั้งสามหนุ่มต่างเพลิดเพลินกับค่ำคืนที่ไม่ต้องเร่งรีบ พร้อมรอยยิ้มและเสียงหัวเราะที่เติมเต็มความสัมพันธ์ระหว่างกัน แม้จะไม่พูดอะไรมากแต่ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานี้กลับเป็นการสื่อสารที่ลึกซึ้งในตัวมันเอง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป