บทที่ 6 ตอนที่ 5 นิดา
สามวันต่อมา ขณะที่อรอนงค์กลับเข้าบ้าน เธอเห็นกระเป๋าใบใหญ่วางอยู่กลางห้องโถงของบ้าน
“ลูกจะรีบไปไหน” อรอนงค์เอ่ยถามลูกชายที่กำลังเดินลงบันไดมาพอดี
“ผมจะกลับอังกฤษแล้วครับ” เขาตอบเสียงเรียบก่อนจะเดินมาหยุดอยู่ที่กระเป๋าเดินทางที่ถูกยกลงมาวางอยู่ก่อนแล้ว
“เกิดอะไรขึ้น”
“ผมไม่อยากทำ เพราะยังไงบริษัทหรือแม้แต่มรดกทุกอย่างก็เป็นของผมอยู่แล้ว แต่อยู่ ๆ พ่อก็มาตั้งเงื่อนไขบ้า ๆ นั่น”
“เงื่อนไขอะไร”
“พ่อบอกว่าให้ผมเข้ามาลองนั่งเก้าอี้ผู้บริหาร 1 ปี หากผมทำกำไรให้บริษัทได้มากกว่าที่บริษัทเคยได้ พ่อถึงจะยกบริษัทให้ผม”
อรอนงค์จำได้ว่าวันนั้นวรวิทย์พูดถึงเงื่อนไขการยกบริษัทให้ลูกชาย แต่เธอไม่ได้ถามถึงรายละเอียดของเงื่อนไขนั้น พอวันนี้เธอได้ยินจากปากของลูกชายก็ทำให้เธอรู้สึกไม่ค่อยพอใจอยู่เหมือนกัน
“ทำไมต้องทำถึงขนาดนั้น” เธอไม่เข้าใจ
“บางทีพ่ออาจจะคิดว่าผมไม่ใช่ลูกแล้วก็ได้ครับ”
“ไม่หรอก พ่อของลูกไม่มีทางคิดแบบนั้น”
ข้อนี้อรอนงค์รู้ดีว่าวรวิทย์รักและหวงลูกชายมากแค่ไหน หลังจากเลิกกันเขามักยื่นข้อเสนอต่าง ๆ มากมายเพื่อขอให้วชิรวิชญ์ไปอยู่กับเขาแต่เธอกลับไม่สนใจ และวชิรวิชญ์ก็แสดงออกชัดเจนว่าไม่อยากไปอยู่กับพ่อของเขา แต่ทั้งคู่ก็ไม่ได้ขาดการติดต่อซึ่งเธอก็ไม่เคยขัดขวาง
“ช่างเถอะ ผมไม่เอาแล้วก็ได้ครับบริษัทนั้น”
“ไม่ได้นะ!”
“ทำไมครับ”
“อย่าลืมนะว่าพ่อของลูกยังมีนังเมียใหม่กับลูกติดของมันอีก”
“แล้วไงครับ พวกนั้นก็แค่กาฝาก” เขาไม่สนเพราะไม่ว่ายังไงก็เปลี่ยนความจริงที่ว่าเขาคือลูกในไส้คนเดียวไม่ได้
“ถ้าเกิดพ่อของลูกโกรธลูกขึ้นมา แล้วหน้ามืดยกมรดกทั้งหมดให้สองแม่ลูกนั่น ลูกจะทำไง”
“พ่อไม่ทำแบบนั้นหรอก” ทั้งที่พูดออกไปแบบนั้นแต่ในใจลึก ๆ ก็แอบกังวล เพราะถ้าเป็นแบบที่เขาคิดทั้งหมดพ่อของเขาคงไม่ตั้งเงื่อนไขบ้า ๆ หรอก
“หึ ลูกไม่รู้อะไร”
“...”
“พ่อของลูกน่ะเอ็นดูเด็กคนนั้นมากเลยรู้มั้ย ใคร ๆ ก็พูดว่า ทั้งหล่อ เรียนเก่งทำงานดี พ่อของลูกเลยชอบพาออกงานจนคนอื่น ๆ คิดว่าเป็นลูกแท้ ๆ เหลือแต่เปลี่ยนมาใช้นามสกุลของลูก”
“ผมไม่ยอมให้เกิดเรื่องแบบนั้นหรอกครับ”
อรอนงค์ไม่ใช่คนแรกที่พูดแบบนี้ เพื่อนของเขาก็เตือนเขาเรื่องนี้เช่นกัน
“อย่างลูกจะทำอะไรได้ถ้ายังเลือกที่จะหนีอยู่แบบนี้”
แม้เธอจะพูดออกไปแบบนั้น แต่ลูกชายก็ยังตัดสินใจเดินทางไปต่างประเทศ เธอเองก็หมดหนทางไม่รู้จะหว่านล้อมลูกชายยังไงดี
หลายวันต่อมาอรอนงค์เดินทางไปบ้านเกิดที่ต่างจังหวัด เธอเป็นหญิงหม้ายที่สามีนอกใจไปมีผู้หญิงคนอื่น เธอมีธุรกิจเล็ก ๆ ที่ชาตินี้เธอกินใช้เท่าไหร่ก็ไม่หมด ถึงอดีตสามีของเธอจะเลิกรากับเธอไปหลายปี แต่เขาก็ยังมีน้ำใจส่งเงินให้เธอใช้ไม่ขาด
พออายุเยอะ เธอก็เริ่มคิดถึงบ้านที่เธออาศัยตั้งแต่เล็ก หลายครั้งที่เธอกลับมาดูแลบ้าน จ้างช่างซ่อมแซมในส่วนที่ผุพัง เผื่อว่าบั้นปลายชีวิตเธอจะทิ้งทุกอย่างให้ลูกชายแล้วกลับมาอยู่เงียบ ๆ ที่บ้าน
“มาตั้งแต่เมื่อไหร่” ปรางทิพย์ชะเง้อหน้ามองคนที่อยู่ในบ้านหลังข้าง ๆ กัน
“เพิ่งมาถึงเมื่อกี้นี่เอง”
“ทานอะไรมาหรือยัง ฉันเพิ่งทำของหวานเสร็จเดี๋ยวเอาไปให้ชิมนะ”
“ไม่ต้อง ๆ ฉันขอเก็บบ้านแป๊บนึง เดี๋ยวไปหา”
“ได้ ๆ รีบมานะ”
“อืม”
ทั้งอรอนงค์และปรางทิพย์ เป็นเพื่อนกันตั้งแต่ปรางทิพย์ย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้กับสามีเมื่อ 30 ปีก่อน ทั้งคู่จึงสนิทสนมกัน
“นั่นใช่ลูกสาวของเธอหรือเปล่า” อรอนงค์ที่กำลังชิมลูกตาลลอยแก้วเอ่ยถามขึ้น
“ใช่”
“สวยเชียว” อรอนงค์มองเด็กสาวด้วยความชื่นชม แต่ก็รู้สึกแปลกใจกับการแต่งตัวของคนที่เธอถามถึง
“เข้าสวนจนตัวมอมแมมหมดแล้ว” ปรางทิพย์ส่ายหัวเบา ๆ เมื่อนึกถึงความซุกซนของลูกสาวคนเล็ก
“ไม่ได้ทำงานประจำเหรอ”
“ไม่ได้ทำ จบมาเมื่อต้นปีที่แล้วก็เอาเงินเก็บทั้งหมดมาซื้อที่ดินของลุงสุขข้าง ๆ เนี่ย 5 ไร่ แล้วปลูกอะไรก็ไม่รู้เต็มไปหมด ใครห้ามเท่าไหร่ก็ไม่ฟัง ฉันละปวดหัวกับลูกสาวคนนี้”
“จบอะไรมาล่ะ”
“เพิ่งจบปริญญาโท บริหารธุรกิจระหว่างประเทศมาเมื่อต้นปีที่แล้ว”
“เหมาะสม” อรอนงค์พยักหน้าเบา ๆ
“อะไร?”
“ฉันหมายถึงว่าลูกสาวคนเล็กของเธอเหมาะจะเป็นเลขาให้ลูกชายของฉัน”
“โอ๊ย!! นิมันไม่ทำหรอก พ่อเค้าไล่ให้ไปสมัครงานเป็นร้อยครั้งแล้ว ดื้อไม่ยอมไป บอกจะมีสวน 100 ไร่เป็นของตัวเองให้ได้”
“ขอฉันคุยด้วยหน่อย”
“นิลูก”
เสียงเรียกจากผู้เป็นแม่ทำให้หญิงสาวที่ก้ม ๆ เงย ๆ อยู่ตรงสวนหลังบ้านเงี่ยหูฟัง ว่าใช่เสียงที่กำลังเรียกเธอหรือเปล่า
“นิ”
นิดา หรือทรัพย์ธนิดา หญิงสาววัย 26 ปี เจ้าของส่วนสูง 165 เซนติเมตร ที่มีใบหน้าเก๋ไม่เหมือนใคร เพราะเธอชอบทำสวนจึงทำให้ผิวที่เคยขาวออร่ากลับหมองคล้ำลง แต่ใช่ว่าเธอจะสนใจเพราะเธอกำลังทำในสิ่งที่รัก เธอเพิ่งเรียนจบปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยชื่อดังด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง เพราะไม่ใช่สายงานที่รักแต่เพราะครอบครัวขอให้เรียนเธอจึงเลือกเรียนตามใจพวกเขา แต่พอจบออกมาหัวใจชาวสวนมันก็เรียกร้อง เธอเลยแข็งข้อกับที่บ้านแล้วผันตัวเองมาเป็นชาวสวน
