บทที่ 7 ตอนที่ 6 ถือว่าช่วยป้านะลูก

เธอเป็นลูกสาวคนเล็กที่ไม่ค่อยถูกตามใจสักเท่าไหร่ เพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการเธอเลยปรับบุคลิกของตัวเองให้เป็นเด็กสาวหน้ามึน เพื่อข้ามผ่านทุกคำบ่นของพ่อ แม่ และพี่สาว รวมไปถึงเด็กหนุ่มที่เคยสร้างปมในใจให้เธอในวัยเด็ก

“คะแม่”

“มานี่หน่อย”

หญิงสาวรีบวิ่งไปหาแม่ของเธอ พลางใช้แขนเสื้อเช็ดหงื่อ พร้อมทั้งถอดหมวกใบลานไปด้วย

“สวัสดีค่ะ” เธอยกมือไหว้อย่างนอบน้อม โดยที่แม่ของเธอยังไม่ได้แนะนำ

“จำป้าได้มั้ยลูก”

ทรัพย์ธนิดา สายหัวทันที เพิ่งรู้ว่าแม่ของเธอรู้จักคนรวยแบบนี้ด้วย

“ป้าอรไง ที่เคยอยู่ข้าง ๆ บ้านเราตอนที่นิยังเล็ก” ปรางทิพย์เตือนความจำให้ลูกสาว

“ก็ว่าทำไมนิคุ้นหน้า ถ้าเจอข้างนอกนิคงจำคุณป้าไม่ได้แน่ ๆ เลย เพราะคุณป้าสวยขึ้นหรือเปล่านะ”

“โอ๊ย ปากหวานจัง” เธอถูกอกถูกใจหลานสาวคนนี้จริง ๆ เธอดูคล่องแคล่ว ฉลาดและมีความเป็นตัวของตัวเองสูง ยิ่งเห็นแบบนี้เธอยิ่งทำให้ทรัพย์ธนิดายอมไปเป็นเลขาให้ลูกชายของเธอให้ได้

“แม่เรียกนิทำไมคะ นิกำลังเพาะต้นกล้าอยู่”

“จะปลูกอีกเหรอ” ถ้าจำไม่ผิดตอนนี้ในสวนของลูกสาวมีแต่ต้นไม้เต็มไปหมด

“เพาะเผื่อไว้ค่ะ เผื่อว่าบางต้นตายจะได้เอาไปปลูกซ่อม”

“เก่งเรื่องทำสวนนะเนี่ยเรา”

“ยังไม่เก่งเท่าไหร่หรอกค่ะ นิดูจากอินเทอร์เน็ตซะส่วนใหญ่ บางครั้งก็ซื้อหนังสือมาอ่าน”

“ไม่อยากทำงานประจำบ้างเหรอ”

“ไม่ค่ะ นิไม่ชอบความวุ่นวาย”

“ถ้าเงินเดือนสูง ๆ จะทำมั้ย”

“ไม่ค่ะ นิไม่มีความจำเป็นต้องใช้เงินมากมายอะไร”

“ยังเหลือเหรอเงินน่ะ” ปรางทิพย์หันไปถามลูกสาว จริง ๆ เธอถามแบบประชดนั่นแหละ “ทุบกระปุกซื้อที่หมดแล้วไม่ใช่เหรอ”

“แม่...”

“สนใจทำงานเป็นเลขาหรือเปล่า พอดีลูกชายป้ายังไม่มีเลขา ถ้าได้หนูไปช่วยงานต้องออกมาดีแน่นอน”

“ใช่คนที่ตอนเด็ก ๆ กัดแก้มหนูจนเป็นรอยฟันหรือเปล่า” เธอจำเรื่องราวในอดีตได้ดี

“...”

“หนูจำไม่ลืมเลยนะคะคุณป้า ลูกชายคุณป้าคนนั้นน่ะ”

“ขอโทษแทนเขาแล้วกัน” เธอก็ไม่รู้จะพูดยังไงเพราะเธอเองก็จำไม่ค่อยได้แล้วว่าตอนนั้นเกิดอะไรขึ้น

“ไม่ต้องขอโทษแทนเขาหรอกค่ะ ยังไงซะนิก็ไม่มีทางลืม วันนั้นเขากัดแก้มนิเสร็จเขาก็หัวเราะ”

“เรื่องมันผ่านมาตั้งนานแล้ว ลืม ๆ มันไปบ้างเถอะ” ปรางทิพย์ห้ามปรามลูกสาว

“นิความจำเป็นเลิศแม่ก็รู้”

“อ้อ ไหนว่าอยากมีสวนเป็นของตัวเองสัก 100 ไร่ล่ะ ถ้าไม่ทำงานจะเอาเงินจากไหนมาซื้อ”

“ก็ทำสวนแล้วเก็บเงินไปเรื่อย ๆ ไงคะ ตอนนี้ถึงนิจะมีเงินนิก็ซื้อไม่ได้อยู่ดี เพราะยังไม่เห็นที่แปลงไหนเขาประกาศขายเลย”

“แต่ป้าว่าทำงานเก็บเงินไปด้วยก็ดีนะ สวนก็ทำควบคู่ไปได้ ได้เงินสองทางมีเงินติดตัวไว้ก็อุ่นใจ เพราะถ้าหากพรุ่งนี้เขาประกาศขายจะได้มีเงินซื้อไว้ได้เลย”

“อืม ที่คุณป้าพูดก็มีเหตุผลนะคะ”

“ตกลงไปเป็นเลขาให้ตาเลโอนะ”

“ไม่ค่ะ” เธอพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

“ถือว่าช่วยป้านะลูก”

“ไม่ค่ะนิจะไม่ไปเจอเขาเด็ดขาด” เธอจำหน้าเขาไม่ได้แล้วด้วยซ้ำ

“นิ” เสียงผู้เป็นแม่เรียกเชิงตำหนิลูกสาว

“อย่าดุนิดาเลย”

“ไม่ดุไม่ได้เลยอร เธอยังไม่รู้จักลูกสาวของฉันคนนี้ดี”

“หนูผิดอะไรอ่ะ” หญิงสาวหันไปทำแก้มป่องใส่ผู้เป็นแม่

“คุณป้าเขามาขอร้องให้แกช่วย แต่แกก็ปฏิเสธแบบไม่คิด”

“หนูคิดแล้ว คุณป้าเองก็เข้าใจเหตุผลของหนู”

“แต่งานนี้มีหนูคนเดียวที่เหมาะสม”

“ลูกชายป้าอรก็ได้แกล้งหนูอีก”

“นิ!” ปรางทิพย์พูดด้วยน้ำเสียงตำหนิลูกสาว

“เอาเถอะ อย่าดุหนูนิเลย เรื่องนี้ปล่อยให้หนูนิได้มีเวลาคิดก่อนดีกว่า” และระหว่างที่รอคำตอบเธอก็จะพาลูกชายตัวดีกลับมาให้ได้

สองเดือนต่อมา อรอนงค์ล้มป่วยจนต้องเข้าแอดมิดในโรงพยาบาล เธอจึงจ้างพยาบาลส่วนตัวมาดูแลเพราะไม่อยากรบกวนญาติพี่น้อง 

“แม่”

“อ้าว มาตั้งแต่เมื่อไหร่” เธอหันไปเห็นลูกชายก็ทำทีเป็นแปลกใจ

“พอรู้ว่าแม่เข้าโรงพยาบาลผมก็ซื้อตั๋วเครื่องบินแล้วเดินทางทันทีเลยครับ”

“คราวนี้จะกลับมากี่วันล่ะ”

“จนกว่าแม่จะหายดีครับ”

“ความจริงไม่ต้องหรอก ถ้ามันทำให้ลูกลำบากใจ พอดีแม่จ้างพยาบาลดูแลแล้ว”

“ผมไม่ได้ลำบากใจเลยครับ” เขารู้ว่าแม่ของเขากำลังน้อยใจ

“ถ้าการอยู่ที่โน่นทำให้ลูกมีความสุข แม่ก็จะไม่ขัดขวาง”

“...” วชิรวิชญ์ถอนหายใจ คงถึงเวลาที่เขาต้องกลับมาอยู่ใกล้แม่ของเขาแล้ว เพราะมัวแต่เอาเรื่องของพ่อมาอ้าง ทำให้เขากลายเป็นลูกอกตัญญู

“แม่ไม่เป็นอะไรมากหรอก เดี๋ยวหมอก็ให้กลับบ้านแล้ว”

“หมอว่าเป็นอะไรครับ”

“ก็โรคคนแก่ไง ความดัน ไขมัน” หน้าของเธอเศร้าลง “ไม่นานก็คงได้ลาโลกนี้ไป”

“พูดอะไรแบบนั้นครับ  แม่แข็งแรงจะตาย”           วชิรวิชญ์จับมือแม่ของเขามากุมไว้ “พ่อยังไม่ตาย แล้วแม่จะยอมตายได้ไง”

“เกี่ยวไรกับพ่อแก”

“ก็เห็นแม่ชอบแช่งพ่อให้ตาย ถ้าแม่ตายก่อนพ่อก็หัวเราะสิ”

“ผู้ชายเฮ็งซวยคนนั้นไม่มีทางได้หัวเราะแม่หรอก”

“ใช่ครับ พ่อน่ะ ไม่มีวันได้หัวเราะเยาะแม่หรอก” เขาพูดเสริม

“แต่มีคนนึงที่รอหัวเราะแม่อยู่”

“ใครครับ”

“ลูกก็รู้ว่าแม่หมายถึงใคร” หน้าของเธอเศร้าลง “มันแย่งทุกอย่างไปจากแม่ได้ แต่แม่ไม่ยอมให้มันแย่งทุกอย่างไปจากลูกหรอก”

“แม่ยังกังวลเรื่องนั้นอยู่อีกเหรอ”

“...”

“จริง ๆ แล้ว” เขาเดินเข้าไปใกล้ผู้เป็นแม่ “กลับมาคราวนี้ผมตั้งใจมาอยู่กับแม่”

“จริงเหรอ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป