บทที่ 8 ตอนที่ 7 เล็กแต่จิ๋ว

“จริงเหรอ”

“ครับ”

“แล้วลูกจะทำตามข้อเสนอของพ่อด้วยหรือเปล่า”

“ครับ” เขากลับไปคิดทบทวนแล้ว ก็ได้คำตอบว่าเขาจะลองดูสักตั้ง

“แม่ดีใจ ที่อย่างน้อยลูกก็ลุกขึ้นมาปกป้องของที่สมควรเป็นของลูก” เธอดีใจมากจับมือลูกชายไม่ยอมปล่อย “ลูกจะไม่กลับไปที่นั่นอีกใช่มั้ย”

“ครับ ก่อนกลับมาผมทำเรื่องคืนห้องเช่าไปแล้ว” เขาบอกอรอนงค์ “ส่วนเสื้อผ้าที่เหลือผมก็ส่งล่วงหน้ามาก่อนตั้งแต่เมื่อสองวันก่อน ไม่กี่วันคงถึงมา”

“...” อรอนงค์ดีใจจนเก็บอาการไม่อยู่

“พรุ่งนี้ผมจะไปดูคอนโดใกล้ ๆ บริษัทครับ”

“ไหนว่าจะมาอยู่กับแม่”

“ก็บ้านแม่อยู่ไกลบริษัทของพ่อ เพื่อให้เดินทางไปกลับได้สะดวกผมก็จะซื้อคอนโดทิ้งไว้ นอนคอนโดบ้าง นอนที่บ้านแม่บ้าง”

“อ้อ แม่ลืมบอกไป วันก่อนพ่อของลูกกับแม่ เราสองคนเซ็นต์ยกที่ดินแปลงนั้นให้ลูกแล้วนะ”

“ทำไมเร็วจังครับ ไหนว่าจะให้ตอนผมแต่งงาน”

“แม่ไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับพ่อของลูกอีก”

“ทำไมครับ พ่อทำอะไรให้แม่ไม่พอใจหรือเปล่า”

“เปล่าหรอก แม่แค่อยากกลับไปใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านเกิด” เธอตั้งใจไว้แบบนั้นจริง ๆ

“อ้าว แล้วผมจะอยู่กับใคร”

“ไหนว่าลูกจะซื้อคอนโด”

“ก็ผมซื้อไว้เก็บเสื้อผ้า และนอนค้างเป็นบางคืนที่เลิกงานดึกเท่านั้น”

“บ้านหลังนั้นแม่ก็จะยกให้ลูก เผื่อวันนึงลูกแต่งงานจะได้พาครอบครัวเข้าไปอยู่”

“ระหว่างรอผมแต่งงาน แม่ก็อยู่ไปก่อนสิครับ”

“แม่จ้างช่างมาซ่อมบ้านเกิดของแม่เสร็จแล้ว เตรียมพร้อมกับการอยู่อย่างสงบในบั้นปลายชีวิต”

“พอผมกลับมาแม่ก็จะไปเลยเหรอ”

“แม่รอลูกมานานหลายปี จนสุดท้ายแม่ก็ถอดใจ เลยกลับไปซ่อมแซมบ้านที่แม่เคยอยู่ตอนเด็ก ๆ เพราะหวังว่าการอยู่ที่นั่นจะทำให้แม่สบายใจมากยิ่งขึ้น”

“ผมขอโทษครับ”

“เดินทางมาเหนื่อย ๆ วันนี้ลูกกลับไปพักเถอะแม่มีคนอยู่เป็นเพื่อนแล้ว”

“คืนนี้ผมจะนอนเป็นเพื่อนแม่ครับ”

“เอาอย่างนั้นเหรอ”

“ครับ”

สุดท้ายวชิรวิชญ์ก็นอนเฝ้าแม่ของเขาที่โรงพยาบาลอย่างที่พูดไว้ 

วันต่อมาใต้ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ หญิงสาวในชุดชาวสวนดูเรียบง่าย เธอสวมเสื้อผ้าฝ้ายสีซีด ๆ ที่ดูเก่าแก่ แต่ยังคงสะอาดและมีการดูแลรักษาอย่างดี กางเกงผ้าเนื้อหยาบที่เหมาะสำหรับการทำงานในสวนซึ่งมีร่องรอยของโคลนและฝุ่น ผมของเธอถูกมัดเป็นมวยสูงเรียบร้อยเพื่อไม่ให้มาบดบังการทำงาน เธอมีผิวที่คล้ำแดดเล็กน้อยจากการทำงานกลางแจ้ง ดูภาพรวมแล้วเธอก็ยังคงงดงามแม้จะอยู่ในชุดชาวสวนก็ตาม

มือของเธอมีรอยแผลเล็ก ๆ จากการจับใบไม้หนาม แม้ใบหน้าของเธอจะเต็มไปด้วยเหงื่อและรอยดิน แต่แววตาของเธอกลับมีความมุ่งมั่นและความสุขที่ได้ทำในสิ่งที่เธอรัก

หญิงสาวทอดสายตามองไปรอบ ๆ ด้วยความภูมิใจ สวนที่ได้มาด้วยเงินเก็บทั้งหมดที่มี และต้นไม้ต้นเล็ก ๆ ที่ปลูกด้วยมือของตัวเองกำลังแตกกิ่งผลิใบ แต่ทุกครั้งที่มองเนื้อที่กว่าร้อยไร่ที่อยู่ติดกับสวนของเธอก็มักจะทำให้เธอหดหู่ใจทุกครั้ง

“สวนฉันเล็กแต่จิ๋ว” เธอพูดให้กำลังใจตัวเองอยู่เสมอ

เมื่อแสงแดดขึ้นตรงอยู่กลางศีรษะ ทรัพย์ธนิดาก็เดินออกจากสวนผลไม้ของตัวเองอย่างช้า ๆ ท่ามกลางความเขียวขจีของต้นไม้ที่เธอเป็นคนปลูก เสียงใบไม้ขยับตามลมเบา ๆ ส่งกลิ่นหอมหวานของผลไม้และดินที่ชื้นจากการรดน้ำให้ความรู้สึกสงบและผ่อนคลาย ขณะที่เธอเดินผ่านพุ่มไม้ไปยังทางเดินเล็ก ๆ ที่เชื่อมกับสวนข้าง ๆ จู่ๆ เสียงของลุงดำก็ดังขึ้นจากด้านหลัง

“อ้าว...จะเที่ยงแล้วยังไม่กลับเหรอ?” ลุงดำยิ้มทักทายด้วยความเป็นมิตร เขาเห็นเด็กสาวเข้าสวนตั้งแต่เช้า

“ค่ะ ลุงดำ สวัสดีค่ะ” ทรัพย์ธนิดาหันไปยิ้มให้เขาก่อนจะเดินเข้าไปพูดคุย

ลุงดำยืนอยู่ใต้ต้นมะม่วงใหญ่ ดวงตาของเขามองไปยังสวนข้าง ๆ ที่มีขนาดใหญ่มาก ราวกับกำลังคิดอะไรบางอย่าง

“ลุงว่าถ้าเราได้ซื้อสวนข้าง ๆ มานี่ คงดีไม่น้อยนะ” ลุงดำพูดเบา ๆ

ทรัพย์ธนิดามองไปยังสวนที่ลุงดำพูดถึง สวนที่เต็มไปด้วยพื้นที่กว้างใหญ่กว่า 100 ไร่ มองดูแล้วเต็มไปด้วยศักยภาพและความสวยงาม แต่ก็รู้ดีว่าเป็นพื้นที่ที่มีราคาสูงมาก

“จริงค่ะ ถ้าเกิดเขาขายราคามันคงจะสูงมาก ๆ เลยนะคะลุงดำ คงไม่มีทางที่เราจะซื้อได้หรอก” เธอพูดด้วยน้ำเสียงเสียดาย

ลุงดำพยักหน้าหงึก ๆ ก่อนจะตอบกลับว่า “ราคามันสูงจริง แต่มันก็น่าสนใจนะ ถ้าเรามีเงินสักหน่อยก็คงจะดี”

“ถ้าวันหนึ่งเขาประกาศขายขึ้นมา หนูนี่แหละจะทำทุกทางเพื่อให้ได้เงินมาซื้อค่ะ”

“เขาก็ประกาศขายอยู่นะ”

“วะ...ว่าไงนะคะ” ทรัพย์ธนิดาไม่อยากจะเชื่อหู “ทำไมหนูไม่รู้เรื่องนี้”

“พอดีเมื่อวานลุงเจอเจ้าของที่น่ะ เขาบอกลุงว่าจะย้ายครอบครัวไปอยู่ต่างประเทศ แล้วไม่รู้ว่าจะให้ใครดูแลเลยจะประกาศขาย”

“จริงเหรอคะ เขาขายจริง ๆ ใช่มั้ย”

“อืม...ไม่รู้จะมีใครสนใจซื้อมั้ย”

“หนู...หนูสนใจมานานแล้ว” เธอดีใจจนเนื้อเต้น “ว่าแต่เขาขายเท่าไหร่ค่ะ”

“ไร่ละล้าน”

“ระ...ไร่ละล้าน” ทรัพย์ธนิดาตาลุกวาว “ร้อยกว่าไร่ก็ร้อยกว่าล้าน หนูไม่มีเงินมากขนาดนั้นหรอก”

“...”

ทรัพย์ธนิดาถอนหายใจเบา ๆ มองไปยังสวนที่เธอเสียดายแล้วก็พูดขึ้นมา “คงต้องปล่อยให้โอกาสนี้ผ่านไป ถ้ามีโอกาสหน้าคงต้องคิดให้ดี”

ลุงดำยิ้มอ่อน ๆ ก่อนที่จะพูดให้กำลังใจหญิงสาว 

“ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวคงมีโอกาสใหม่ ๆ สำหรับเราเสมอ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป