บทที่ 10 10

“ขอโทษครับคุณน้าคนสวย” คำพูดสุดท้าย เล่นเอาผู้ใหญ่อมยิ้มไปตามๆ กัน

“ครับผม ต่อไป เวลาเดินลงจากรถ ต้องรอคุณแม่ก่อนนะครับ” อินทุอรกล่าวพลางลูบไล้ศีรษะทุยเล็กด้วยความเอ็นดู ก่อนเบิกตาโพลง เมื่อนึกขึ้นได้ว่ามาที่โรงแรมแห่งนี้ทำไม

“ตายจริง! ลืมอีกแล้ว เดี๋ยวฉันขอตัวก่อนนะคะ ไว้เจอกันจ้าหนูน้อย เป็นเด็กดีของคุณแม่นะครับ” อินทุอรเอื้อมมือลงไปแตะที่แก้มยุ้ยเบาๆ พร้อมกล่าวขอตัว กลับไปที่รถของตนอีกครั้ง เพื่อนำรถเข้าไปจอด จังหวะที่กำลังปิดล็อกประตูรถ เสียงโทรศัพท์มือถือในมือก็ดังขึ้นเตือนสายเรียกเข้า ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าใครโทร.มา จนเจ้าของเครื่องต้องกลอกตาไปมา แล้วกดรับสายเสียไม่ได้

“จ้าๆ กำลังจะเดินเข้าไป ดลยืนรออินอยู่หน้าห้องจัดเลี้ยงแล้วกัน” ร่างระหงรีบซอยเท้าเดินเข้าไปภายในโรงแรม ยืนรอลิฟต์อยู่เพียงไม่นาน ประตูลิฟต์ก็ถูกเปิดออก หญิงสาวจึงเดินเข้าไปพร้อมๆ กับคนอื่น ที่มายืนรอใช้บริการ เสี้ยวนาทีจากที่ลิฟต์ตัวนั้นปิดลง ลิฟต์อีกตัวด้านข้าง ก็เปิดออกมาพร้อมร่างสูงใหญ่ของ   นายหัวปัณณธร ทันทีที่ทราบว่าหลานชายเกือบถูกรถชนที่ลานจอดรถ ชายหนุ่มรีบยุติการคุยงานชั่วคราว เพื่อขอตัวลงมาที่ลานจอดรถ

“น้องโดมเป็นยังไงบ้างครับคนเก่ง” นายหัวหนุ่มย่อตัวลง ดูแผลที่เข่าของเด็กชายตัวน้อย ที่นั่งอยู่เบาะข้างๆ คนขับ

“ไม่เป็นอะไรมากหรอก แค่ถลอกตรงที่หัวเข่าเท่านั้นเอง” แพทย์หญิงตอบแทนหลานชาย พลางยกมือขึ้นลูบศีรษะเล็กเบาๆ

“ไม่เป็นไรแล้วนะครับ อีกไม่กี่วันก็หาย” นายหัวหนุ่มกล่าวปลอบโยนหลานชายตัวจ้อย

“ครับ”

“ว่าแต่น้องโดมเดินไหวมั้ยครับ หรือว่าจะให้ลุงอุ้ม”

“ไม่ต้องถึงกับอุ้มหรอกปัณณ์ แค่เป็นแผลถลอก น้องโดมเดินไหวอยู่แล้ว ใช่มั้ยครับคนเก่ง” แพทย์หญิงสุมณทิพย์ก้มลงถามหลานชาย ที่เอาแต่ก้มหน้านิ่ง

“ครับ โดมเดินได้สบายมากครับลุงปัณณ์” เด็กชายตัวน้อยพยักหน้าตอบ เพราะกลัวคุณลุงจะไม่พาไปเล่นของเล่น ดังที่คุณแม่กล่าวข่มขู่ไว้

“เก่งมากครับ ลูกผู้ชายต้องแบบนี้ งั้นเราเข้าไปด้านในกันเถอะ เอ่อ...เดี๋ยวทิพย์กับตาโดมไปนั่งรอที่ห้องอาหารก่อนนะ เพราะปัณณ์ต้องขึ้นไปคุยงานต่อสักครู่”

“อ้าว แบบนี้ทิพย์กับลูกก็มารบกวนปัณณ์แย่สิ ทิพย์ว่าเราค่อยนัดกันใหม่วันหลังเถอะ”

“ได้ไง คุยไม่นานหรอก สัญญากับตาโดมไว้ด้วย ว่าจะเลี้ยงย้อนหลังให้เขา จะผิดสัญญาได้ยังไง” เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เป็นวันครบรอบคล้ายวันเกิดวัยห้าขวบของเด็กชายชัชวิน ซึ่งเขาไม่สามารถเดินทางมาร่วมงานได้ เพราะที่ฟาร์มมุกกำลังมีปัญหา ทำให้หลานชายเกิดความน้อยอกน้อยใจ ไม่ยอมพูดด้วยอยู่หลายวัน จนแพทย์หญิงสุมณทิพย์ต้องบังคับ ถึงยอมรับสาย นายหัวหนุ่มจึงพยายามขอโทษ และสัญญาว่าจะเลี้ยงวันเกิดย้อนหลังให้ แถมบอกว่าจะพาไปเล่นของเล่น แล้วแบบนี้ เขาจะทำลายความหวังของเด็กได้อย่างไร

“ก็ตามใจแล้วกัน” จากนั้นทั้งสองก็จูงมือเด็กชายตัวน้อยเข้าไปในโรงแรม เรียกความสนใจให้พนักงานในโรงแรมหันมามองกันยกใหญ่ ภาพนั้นประดุจหนึ่งว่าเป็นครอบครัวอันแสนสุข

ด้านห้องจัดเลี้ยง

อินทุอรนั่งมองเหล่านางแบบ เดินซักซ้อมกันแล้ว รู้สึกหวั่นๆ ใจ กลัวจะเดินพลาด คงได้ขายหน้าแย่ โดยเฉพาะคู่อริตัวร้ายเช่น   วิชุนีที่แสดงอาการไม่พอใจ ทันทีที่ทราบว่าเธอถูกเลือกให้เดินในชุดฟินาเล่

“อินกลัวเดินพลาดจังดล” อินทุอรก้มกระซิบกับเพื่อนชายคนสนิท

“มั่นใจหน่อยสิอิน ดลเชื่อว่าอินทำได้” ลำแขนแกร่งยกขึ้นโอบไหล่บางเบาๆ ซึ่งสร้างความอิจฉาริษยาในใจให้กับวิชุนีเป็นอย่างมาก ได้แต่ข่มความเจ็บใจไว้ เมื่อถึงคราวที่อินทุอรต้องขึ้นไปเดิน นางแบบสาวคู่อริ ก็หาโอกาสเล่นงานคุณหนูไฮโซ จนเกือบพลาดตกเวทีอยู่หลายครั้ง

“อะไรกันริชชี่ ทำไมเดินพลาดหลายรอบเลย” หัวหน้าที่ฝึกซ้อมกล่าวตำหนินางแบบในสังกัด กลัวจะทำให้เจ้าของบริษัทเกิดความไม่พอใจ

“ขอโทษค่ะ ริชชี่รู้สึกเหนื่อยๆ ขอโทษด้วยนะคะคุณอิน”      วิชุนีแสร้งเข้าไปขอโทษ

“ไม่เป็นไรค่ะ อินไม่ถือ” อินทุอรยิ้มหวาน ทั้งๆ ที่รู้อยู่เต็มอก ว่านางแบบสาวคนดังจงใจแกล้งตน แต่โวยวายไป คงไม่มีประโยชน์

“ผมว่าวันนี้ เราพอแค่นี้ก่อนดีกว่าครับคุณเพชร คนของคุณท่าทางจะไม่ไหว” ธราดลเอ่ยแทรกขึ้นมา เพื่อตัดปัญหา

“ก็ได้ค่ะ ไว้พรุ่งนี้มาซ้อมกันใหม่ แยกย้ายกันกลับได้” เพียงเท่านั้น เหล่านางแบบก็ต่างแยกย้ายกันไปเก็บของ มีเพียงวิชุนีคนเดียว ที่เดินเข้ามาหาเจ้าของงาน

“ดลขา ช่วยไปส่งริชชี่ที่คอนโดฯ หน่อยสิคะ ริชชี่ขับรถกลับไม่ไหว” นางแบบสาวถือโอกาสออดอ้อนนักธุรกิจหนุ่มเจ้าของงาน โดยไม่คิดจะเกรงใจสาวข้างๆ

“ขอโทษด้วยครับริชชี่ วันนี้ผมไม่ว่าง พอดีนัดกับอินไว้ งั้นเดี๋ยวผมหาคนขับไปส่งให้แล้วกัน” ชายหนุ่มยังมีแก่ใจ ช่วยหาคนขับไปส่งนางแบบสาวที่คอนโดฯ

“ไม่ต้องหรอกค่ะคุณดล เดี๋ยวเพชรขับรถไปส่งริชชี่ที่  คอนโดฯ เอง ไม่ต้องยุ่งยากหาคนขับรถหรอกค่ะ” แค่นั้นความหวังของวิชุนีก็สูญสิ้นลงพริบตา พลางส่งสายตามองคู่อริ ที่กำลังส่งรอยยิ้มเยาะเย้ยมาให้ จนอยากจะเข้าไปตบสั่งสอนให้หายแค้น แต่ตอนนี้ทำได้แค่เพียงส่งยิ้มหวานไปให้เท่านั้น ไม่อยากให้ธราดลเห็นธาตุแท้ของตน จนถอยหนีออกไป

“งั้นฝากด้วยนะครับคุณเพชร ผมกับอินต้องขอตัวก่อนนะครับ” ธราดลกล่าวล่ำลาจบ ก็หันมาจูงมือคนตัวเล็กพาเดินออกไป ท่ามกลางสายตาที่ริษยาของนางแบบสาว

บทก่อนหน้า
บทถัดไป