บทที่ 11 11

“พี่ว่าเธอควรเลิกยุ่งกับคุณดลเถอะ ถึงยังไงคุณดลเขาก็ไม่หันมาสนใจเธอหรอก เชื่อพี่” เพชรลดาเตือนนางแบบสาวในสังกัดด้วยความหวังดี

“ไม่ค่ะ! ดลเขายังไม่แต่งงาน ริชชี่ก็ยังมีสิทธิ์” วิชุนีมั่นใจในความสวยและเสน่ห์ของตน ว่าจะพิชิตใจนักธุรกิจหนุ่มได้

“ก็ตามใจ พี่เตือนเธอแล้ว ถ้าจะให้ไปส่ง ก็ตามมา”

“ริชชี่ขับรถกลับเองได้” นางแบบสาวกล่าวจบ ก็เชิดหน้าเดินออกไป จนเพชรลดาอ้าปากค้าง พลางส่ายหน้าตามหลังออกไปอย่างเหนื่อยใจ

หลังจากออกจากห้องฝึกซ้อม ธราดลก็ชักชวนอินทุอรแวะรับประทานอาหารที่ห้องอาหารของโรงแรมก่อนกลับ ซึ่งหญิงสาวก็ไม่ได้ปฏิเสธ เพราะเธอเองก็ไม่ได้ทานอะไรมาตั้งแต่เช้า มัวแต่คิดถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นในคืนวันนั้นที่ยังเป็นปริศนาให้ตามหาคำตอบ

“เป็นไงอิน พอเดินได้มั้ย” ธราดลเอ่ยถาม ขณะตักอาหารใส่จานของเพื่อนสาวคนสนิท

“พอได้มั้ง ดลก็เห็น อินเกือบตกเวทีอยู่หลายรอบ” อินทุอรกล่าวยิ้มๆ

“ดลรู้ เห็นทีคงต้องตักเตือนกันบ้าง หากขืนทำอีก คงตัดชื่อออก และหาคนอื่นมาแทน” ชายหนุ่มรู้เห็นทุกอย่างเพียงแต่ไม่พูดเท่านั้นเอง

“คิดว่าดลไม่เห็นเสียอีก แต่ไม่ต้องคัดออกหรอก แค่นี้อินจัดการเองได้ เชื่อฝีมืออินสิ” หญิงสาวเลิกคิ้วอย่างเจ้าเล่ห์

“ดลเชื่อว่าอินจัดการได้” ชายหนุ่มเอ่ยพลางเอื้อมมือมากุมมือเรียว จนเธอเหลือบสายตาขึ้นมอง

“เพราะอินนั่นแหละ”

“หา...เพราะอิน” อินทุอรทำหน้าฉงนใจ ที่จู่ๆ ก็ถูกธราดลกล่าวโทษ

“ใช่สิ ก็อินไม่ยอมใจอ่อนแต่งงานกับดลสักที ทำให้ริชชี่พยายามตามตื้อดลไม่เลิก” ชายหนุ่มฉวยโอกาสกดดันอีกฝ่าย

“ดล อินเคยบอกแล้ว ว่าเรื่องของเราไม่มีทางเป็นไปได้” อินทุอรกล่าวปฏิเสธ พลางถอนหายใจดังเฮือก แล้วเบือนหน้าหนีสายตาอันเว้าวอนของอีกฝ่าย ในขณะกวาดสายตามองไปรอบๆ ห้องอาหาร ก็พลันไปสะดุดกับนัยน์ตาคมแข็งกร้าว ที่กำลังจับจ้องมองมายังโต๊ะของตน จึงรีบชักมือกลับมา แต่ธราดลกลับยกขึ้นมาจุมพิตเบาๆ อย่างถือวิสาสะ

“ดล” หญิงสาวอุทานเสียงหลง ตกใจในการกระทำของชายหนุ่ม

“จะให้ดลทำยังไง อินถึงจะใจอ่อนยอมรับรักดลสักที หรือว่าเราหมั้นกันไว้ก่อนสักสามปี ถ้าอินยังไม่รักดล ถึงเวลานั้น ดลจะปล่อยอินไปเอง” ธราดลยื่นข้อเสนอ เพื่อไม่ให้ใครมาแย่งผู้หญิงที่เขาเฝ้าทะนุถนอมไปได้

“โธ่! ดล” อินทุอรครางเสียงในลำคอเบาๆ เธอเคยลองทำใจให้รักธราดลมาหลายครั้ง แต่ก็ล้มเหลวทุกครั้ง เพราะมีแต่ใบหน้านายหัวปัณณธรคอยรบกวนหัวใจตลอดเวลา

“นะอินนะ” ชายหนุ่มยังเซ้าซี้ไม่เลิก

“ขอเวลาอินหน่อยนะ แต่ตอนนี้อินขอตัวเข้าห้องน้ำแป๊บหนึ่ง” หญิงสาวทนความอึดอัดใจไม่ไหว ต้องขอตัวออกไป โดยไม่รู้ว่า มีใครบางคนกำลังตามหลังตนไป

หญิงสาวเข้ามาทำใจในห้องน้ำของโรงแรมพักใหญ่ ก่อนเดินออกมาอย่างเลื่อนลอย ไม่ทันได้ระวังตัว จู่ๆ ก็ถูกกระชากร่างเข้าไปยังห้องเก็บของข้างห้องน้ำ เมื่อภัยเข้ามาถึงตัว อินทุอรจึงพยายามดิ้นรนสุดฤทธิ์ ตอนนี้ทำได้เพียงร้องอึกอักในลำคอ แต่ด้วยขนาดตัวที่ต่างกัน ทำให้เธอแทบสู้แรงไม่ไหว

“เงียบ!” เสียงทรงอำนาจที่คุ้นหูดังขึ้น ทำให้หญิงสาวแทบหยุดชะงัก ก่อนอีกฝ่ายจะปล่อยร่าง เท่านั้นหญิงสาวหันขวับมามอง

“ทำบ้า! อะไรของคุณ ฉันตกใจ แทบหัวใจจะวาย” อินทุอรถลาร่างเข้าไปทุบตีร่างใหญ่ ที่สูงเกือบสองร้อยเซนติเมตร แต่อีกฝ่ายกลับรวบข้อมือเล็ก ดันร่างชิดกำแพง เท่านั้นแหละดวงตากลมโตเบิกกว้าง ด้วยอารามตกใจสุดขีด

“พาชู้มาพลอดรักกลางห้องอาหาร ไม่คิดจะเกรงใจผัวตัวเองบ้างหรือไงหนูอิน” น้ำเสียงยียวนดังขึ้นเหนือศีรษะ จนหญิงสาวแทบอยากเอาเล็บข่วนหน้า

“หยาบคาย ใครสามีฉัน” อินทุอรเชิดหน้าขึ้นตอบอย่างอวดดี

“ก็ฉันไง จำไม่ได้หรือไง เอ...หรือจะดูคลิปเตือนความจำกันหน่อย” นายหัวหนุ่มไม่รู้ตัวเองเหมือนกัน ว่าทำไมถึงไม่พอใจ ที่เห็นอินทุอรสนิทกับแฟนของเธอ จนเขาต้องตามมารังควาน

“คุณไม่มีคลิป ฉันรู้ และคืนนั้นฉันไม่มีอะไรกับคุณด้วย ปล่อย ฉันจะกลับไปหาดล เขารอฉันอยู่” ข้อมือเล็กพยายามบิดออกจากพันธนาการเกาะกุมของมือใหญ่ แต่ไม่สำเร็จ

“หึๆๆ ฉลาดขึ้นมาแล้วสิ แต่คราวหน้าเธอไม่รอดเหมือนวันนั้นแน่อินทุอร” นัยน์ตาคมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวย ต้องการบอกว่าเขาพูดจริงทำจริง

“ไม่มีวันนั้นแน่ แม้แต่ขาอ่อนฉัน คุณก็ไม่มีสิทธิ์ได้เห็นอีก” หญิงสาวโต้กลับทันควัน เท่านั้นแหละนัยน์ตาคมกริบถึงกับวาวโรจน์ รู้สึกราวกับถูกหยามน้ำหน้า

“ไม่มีวันงั้นเหรอ อินทุอร” เสียงกร้าวแฝงดุดัน พร้อมเลื่อนมือมาที่ต้นขาอ่อนของหญิงสาว จนเจ้าของเรียวขางามถึงกับกรีดเสียงร้องออกมา แต่เสียงนั้นก็หายเข้าไปในลำคอแกร่ง ดวงตากลมโตเบิกโพลงด้วยอาการตกใจ ดิ้นสุดแรง แต่ไม่สามารถต้านทานแรงของคนตัวโตได้ เพียงไม่นานคนที่มีประสบการณ์ชั้นเชิงดีกว่าหลายขุม ก็หลอกล่อหญิงสาวจนเคลิบเคลิ้มตาม แต่แล้วทุกอย่างต้องชะงักกลางอากาศ เมื่อประตูห้องเก็บของถูกผลักเข้ามา โดยร่างท้วมของแม่บ้านทำความสะอาดห้องน้ำ

“ตาเถร อกอีแป้นจะแตก” มืออวบๆ ยกขึ้นทาบอกด้วยความตกใจ อินทุอรจึงใช้โอกาสนี้ กระทืบเท้าพร้อมจิกลงไปกับเท้าใหญ่ด้วยอารมณ์โกรธจัดผสมกับความอับอาย แล้วรีบวิ่งออกไป จนนายหัวหนุ่มรั้งไว้ไม่ทัน ทำได้แต่เพียงกระตุกยิ้มตาม ก่อนหันมาสั่งกำชับกับแม่บ้าน ให้ปิดปากเงียบ มิเช่นนั้น จะถูกไล่ออก หลังจากนั้นก็เดินกลับไปที่โต๊ะอาหารอย่างอารมณ์ดี

บทก่อนหน้า
บทถัดไป