บทที่ 3 3
“กรี๊ดดด! ไม่นะ อย่าทำอะไรฉัน ฉันจะรีบกลับบ้าน” ดวงตากลมโตฉายแววถึงความหวาดหวั่นใจ
“สายไปเสียแล้ว ฉันไล่เธอกลับตั้งสองครั้ง แต่ก็ยังดื้อด้านไม่ยอมกลับเอง ช่วยไม่ได้” ชายหนุ่มพูด พร้อมกับโยนร่างเล็กลงบนเตียงใหญ่ จนทำให้คนถูกโยนจุกจนแทบพูดอะไรไม่ออก
“เธอคิดเหรอ ว่าฉันจะยอมปล่อยเธอกลับออกไปง่ายๆ น่ะ และฉันก็ไม่ใช่เพื่อนเล่นของเธอด้วยอินทุอร” คนตัวโตขยับร่างขึ้นมานั่งบนเตียงนอน ขณะที่ใบหน้าแดงก่ำด้วยฤทธิ์บรั่นดีที่ดื่มเข้าไป
“ฉัน...ฉันขอโทษ ฉันไม่ได้ตั้งใจ ตอนนั้นฉันโกรธมากไปหน่อย” ร่างเล็กค่อยๆ ขยับร่างถอยหนีไปมุมสุดของเตียงนอน มองนายหัวหนุ่มด้วยสายตาหวาดหวั่น
“มันสายไปแล้วอินทุอร ทุกอย่างมันสายไปแล้ว”
“ฉันขอโทษนายหัว จะให้ฉันตบปากตัวเองก็ได้” หญิงสาวกล่าวจบ ก็ยกมือตบไปที่ปากตัวเอง แต่ชายหนุ่มยังขยับร่างตามมาเรื่อยๆ อย่างจงใจ
“แค่นี้มันยังน้อยไป กับความปากดี อวดเก่งของเธอ”
“ก็ฉันพูดเรื่องจริงนี่ นายหัวคิดบ้างสิ ว่าลูกผู้ชายคนไหน เขาทำแบบนี้กับเพศที่อ่อนแอกว่าบ้าง ส่วนเรื่องพี่ขวัญ ฉันไม่ได้ตั้งใจ ฉันแค่ต้องการพูดให้คุณเจ็บใจบ้างเท่านั้น” อินทุอรพยายามพูดให้เข้าใจ
“มันสมควรแล้วเหรอ ที่จะเอาความรู้สึกของคนอื่นมาเหยียบย่ำแบบนี้ ใช่ ขวัญเลือกพี่ชายเธอ แต่สักวันฉันจะแย่งเขากลับมาเป็นของฉันให้ได้ คอยดู”
“ทุเรศ ระวังเถอะ ตายไปจะได้ปีนต้นงิ้ว คนเขามีลูกมีสามี ยังจ้องจะแย่งให้ได้ หน้าด้านที่สุด ฉันนี่แหละจะขวางให้ถึงที่สุดคอยดูสิ” จากความกลัวเมื่อครู่ที่ผ่านมา ถูกทำลายลงเพราะความโมโหสุดขีด แหม! คิดจะแย่งพี่สะใภ้งั้นเหรอ ข้ามศพเธอไปก่อนเถอะ
“ก่อนที่จะเป็นศพ เรามาสนุกกันก่อนอีกสักรอบดีมั้ย” นายหัวหนุ่มกระตุกยิ้ม ขยับร่างเข้าไปคว้าตัวคนปากดีมากอดรัดไว้
“ไม่มีทาง ปล่อยฉันนะ อีตาบ้า อีตาแก่ กรี๊ดดด” อินทุอรดิ้นสุดแรง กรีดร้องดังลั่น
“แต่ตาแก่คนนี้ก็เป็นผัวของเธอ จำไม่ได้เหรอ” เสียงทุ้มพึมพำที่ซอกคอขาว ราวกับพวกหื่นกาม ทำเอาอีกฝ่ายดิ้นสุดแรง
“ไม่นะ ปล่อยฉัน ฉันจะกลับบ้าน ป่านนี้ทุกคนคงรอแย่” สองมือเรียวพยายามทุบอกแกร่งรัวเร็ว
“แล้วไม่อยากรู้เหรอ ว่าเมื่อคืน มันเกิดอะไรขึ้นบ้าง ฉันสัมผัสเธอตรงไหน เธอน่ะสัมผัสฉันตรงไหนบ้าง” นายหัวหนุ่มแกล้งยั่วอารมณ์คุณหนูตัวแสบ
“ไม่! ฉันไม่อยากรู้อะไรทั้งนั้น”
“หึ…แน่ใจนะ ไม่อยากรู้เหรอ ว่าคุณหนูตระกูลดังเร่าร้อนขนาดไหน นางเอกหนังโป๊ยังสู้เธอไม่ได้เลยนะอินทุอร”
“คุณไม่เป็นสุภาพบุรุษ เสียแรงที่ฉัน...” หญิงสาวพูดเพียงเท่านั้น ก็หยุดชะงักลงฉับพลัน จนชายหนุ่มเลิกคิ้วขึ้นเชิงถาม
“เสียแรงอะไรอินทุอร” เสียงเข้มย้อนถามกลับไป
“ไม่มีอะไรทั้งนั้น ปล่อย ฉันจะกลับบ้าน” อินทุอรกล่าวจบก็ผลักร่างนายหัวหนุ่มสุดแรง แต่มีหรือที่คนอย่างเขาจะยอมปล่อย หากหญิงสาวไม่พูดให้กระจ่างใจ
“ไม่ปล่อย จนกว่าเธอจะยอมบอกว่าเสียแรงอะไร”
“อยากรู้ก็หาทางเอาเอง ถึงตายฉันก็ไม่ยอมบอกคุณหรอก ปล่อย” เสียงหวานขู่ฟ่อๆ
“แน่ใจ” นายหัวหนุ่มหรี่ตาถามย้ำ
“แน่ใจ!” ดวงหน้าหวานเชิดขึ้นตอบไม่หวั่นเกรง เธอไม่มีทางบอกให้เขารู้แน่ ความลับในใจที่แอบซุกซ่อนไว้มาสามปีเต็ม
“ฉันมีวิธีง้างปากคนปากแข็งอย่างเธอ” ชายหนุ่มกล่าวขณะโน้มใบหน้าลงมาใกล้ๆ จนหญิงสาวต้องเบือนหน้าหนีไปอีกทางหนึ่ง
“คุณจะมาสนใจอะไรกับคำพูดของฉัน ปกติคุณไม่เคยสนใจอะไรเกี่ยวกับตัวฉันไม่ใช่เหรอ” ทุกครั้งที่เขาแวะเวียนมาเยี่ยมหลานสาวของตนที่บ้าน ก็ไม่เคยเอ่ยทักทาย แม้ว่าเธอจะส่งยิ้มให้ ความสนใจพุ่งตรงที่พี่สะใภ้เธอคนเดียวเท่านั้น คิดเพียงแค่นี้ พานทำให้น้ำตารื้นขึ้นมาที่ขอบตาเอาดื้อๆ
“ใช่ ฉันก็ไม่อยากจะสนใจนักหรอก แต่เมื่อเธอเอ่ยถึงฉันอยู่ ฉันก็ต้องรู้ให้ได้”
“ไม่มีอะไรน่าสนใจหรอก ปล่อย ฉันจะกลับบ้าน ป่านนี้ที่บ้านคงห่วงแย่” คนแอบน้อยใจกล่าวเสียงสั่นเครือ
“แต่ฉันอยากรู้นี่” น้ำเสียงของนายหัวหนุ่มดูอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเห็นหญิงสาวเหมือนกำลังจะร้องไห้
“อย่ารู้เลยค่ะ เรื่องระหว่างเราขอให้จบลงแค่นี้ ฉันสัญญาว่าจะไม่บอกเรื่องนี้กับพี่ขวัญ จะไม่เซ้าซี้ให้คุณรำคาญใจอีก” ดวงตาคู่สวยช้อนสายตาขึ้นมอง แววตาบ่งบอกถึงความน้อยใจ จนนายหัวหนุ่มรู้สึกโหวงเหวงในใจอย่างบอกไม่ถูก
“เอ่อ...” ชายหนุ่มอ้ำๆ อึ้งๆ พูดไม่ออก จังหวะนั้นเสียงโทรศัพท์มือถือของเขาก็ดังขึ้นที่โซฟามุมห้องนอน ทำให้เขาต้องละความสนใจ ผละร่างเดินไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมารับสาย
