บทที่ 7 7

 “รู้ตัวมั้ย ว่าทำให้ทุกคนต้องเป็นห่วง พี่ขวัญก็ไม่ได้นอนทั้งคืน เพราะเป็นห่วงเรา กลัวจะเกิดอันตรายต่างๆ นานา” อัคคีตอกย้ำความผิด ขณะสายตาจับจ้องมองไปยังดวงหน้าหวานปนซีด

“อินขอโทษค่ะพี่คีย์ เอ่อ...เมื่อคืน อินเมาหนักไปหน่อย จนดลต้องหามไปนอนที่คอนโดฯ ไม่กล้าพากลับมาที่บ้าน” อินทุอรจำต้องพูดปดแบบขอไปที เพราะเธอเองก็ไม่รู้เหมือนกัน ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตนบ้าง มีคนที่จะให้คำตอบเธอได้ คือนายหัวปัณณธรกับพินทอง ซึ่งตอนนี้เธอติดต่อเพื่อนสนิทคนนี้ไม่ได้ ไม่รู้ว่าหายตัวไปไหน

“อิน เราเป็นผู้หญิงนะ ทำไมถึงได้ดื่มเมามายแบบนั้น แถมยังไปนอนค้างที่คอนโดฯ ผู้ชายอีก แล้วไปถึงขั้นไหนกันแล้ว กับนายดลน่ะ” อัคคีรู้สึกเป็นกังวล ไม่อยากให้น้องสาวที่เขารักและทะนุถนอมต้องชิงสุกก่อนห่าม ก่อนที่จะถึงวันแต่งงาน

“ไม่มีอะไรถึงขั้นไหนทั้งนั้น อินยังเป็นยัยอินคนเดิม พี่คีย์สบายใจได้ และอินก็จะไม่ทำให้ทุกคนต้องผิดหวัง” ถึงอินทุอรจะค่อนข้างหัวสมัยใหม่ แต่เธอก็รักนวลสงวนตัวมาโดยตลอด

“จะพาไปเที่ยวไหนตามลำพังพี่ไม่ว่า แต่ไปค้างอ้างแรม พี่ไม่สนับสนุน เพราะอินเองนั่นแหละที่จะเสียหาย” อัคคีกล่าวเตือนด้วยความหวังดี ใจจริงแล้ว เขาเองก็แอบหวงน้องสาว ไม่อยากจะให้คบหากับใครเลย อินทุอรยังเด็กนัก แต่ขัดผู้เป็นมารดาไม่ได้

“ค่ะพี่คีย์ อินให้สัญญา”

“ดีมากอิน งั้นขึ้นไปอาบน้ำเถอะ แล้วค่อยลงมาทานอาหารเที่ยงกัน ไม่รู้วันนี้ พี่ขวัญเราจะลงครัวทำอาหารใต้ให้นายหัวทานหรือเปล่า” อัคคีเอ่ยพร้อมกับลุกขึ้นจากเก้าอี้ทำงาน ขณะเดียวกันคิ้วเรียวสวยขมวดมุ่น สงสัยว่าพี่ชายตนไปญาติดีกับนายหัวนั่น ตั้งแต่เมื่อไหร่

“เอ...พี่คีย์ดีกับนายหัวนั่นแล้วเหรอคะ” อินทุอรเอียงคอถาม ในจังหวะที่เดินคู่กับพี่ชายตนออกจากห้องทำงาน

“ก็ไม่มีอะไรต้องให้ทะเลาะกันนี่ นายหัวก็มาเยี่ยมขวัญในฐานะพี่ชายเท่านั้น” อัคคีรู้สึกสบายใจขึ้น หลังจากได้พูดเปิดใจ

“แต่ว่าเขา...” หญิงสาวกำลังจะบอกว่านายหัวหนุ่มได้ป่าวประกาศ ว่าจะแย่งขวัญชนกไปจากอัคคี แต่ก็หยุดคำพูดลงฉับพลัน เพราะไม่อยากให้พี่ชายต้องคิดมาก หากนายหัวหนุ่มทำจริง เธอนี่แหละ ที่จะกีดกันจนถึงที่สุด

“เขาทำไมงั้นเหรอ” ชายหนุ่มก้มลงถาม พลางขมวดคิ้วมุ่น

“เอ่อ...เขาเคยหลงรักพี่ขวัญไงคะ”

“ไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอก ตอนนี้นายหัวเขาคิดกับขวัญแค่น้องสาวเท่านั้น ถึงหวาดระแวงไป ก็ไม่มีความสุข ขวัญเองก็รักพี่ พี่ไม่อยากให้เขาไม่สบายใจ”

“ก็จริงค่ะ พี่ขวัญรักพี่คีย์มาก อีตานั่นไม่มีทางแย่งพี่ขวัญไปจากพี่คีย์ได้หรอก เดี๋ยวอินขึ้นไปอาบน้ำก่อนนะคะ ฝากบอกดลอย่าเพิ่งกลับนะคะ”

“ได้ เดี๋ยวพี่บอกให้...รีบๆ ลงมาล่ะ อย่าลืมว่ามีแขกรอทานข้าวอยู่” อัคคีสั่งกำชับ ก่อนแยกตัวกลับไปยังห้องนั่งเล่น กลับพบว่ามีเพียงธราดลนั่งอยู่เพียงลำพังคนเดียว

“พี่ขวัญกับนายหัวไปไหนล่ะดล” อัคคีเอ่ยถามหนุ่มรุ่นน้อง ที่รู้จักคุ้นเคยกันมานาน

“พี่ขวัญเข้าไปดูเด็กในห้องครัวครับ ส่วนนายหัวปัณณธรขอตัวกลับไปเมื่อครู่นี่เองครับ” ธราดลหันมาตอบเสียงเรียบ ไม่ค่อยอยากจะเอ่ยถึงชื่อศัตรูหัวใจสักเท่าไหร่ แม้ว่านายหัวหนุ่มไม่มีท่าทีที่จะสนใจอินทุอรก็ตาม

“อืม...จริงสิ ได้ข่าวว่าที่บริษัทกำลังมีงานใหญ่นี่ดล”

“ใช่ครับ พูดถึงเรื่องงาน ผมอยากจะขอให้อินไปช่วยเดินชุดฟินาเล่เครื่องเพชรให้หน่อยครับ”

“พี่ว่าดลไปถามกับเจ้าตัวเขาดีกว่านะ” อัคคีกล่าวยิ้มๆ

“ถามแล้วครับ แต่อินเขาบอกว่าต้องขออนุญาตพี่คีย์ก่อน”

“เอาสิ พี่ไม่มีปัญหาอะไรอยู่แล้ว” อัคคีพยักหน้าตอบรับ เพราะเห็นว่าไม่มีอะไรเสียหาย หากน้องสาวเขาจะไปช่วยงานที่บริษัทของธราดล ทั้งสองหนุ่มคุยกันเรื่องงานต่อได้ไม่นาน ร่างอรชรคุณหนูของบ้านก็เดินลงมา สายตาดั่งลูกกวางน้อย สอดส่องสายตาไปทั่วบ้าน

“มองหาใครยัยอิน” เสียงเสียงนั้นทำให้อินทุอรถึงกับสะดุดความคิด ก่อนซอยเท้าเดินเข้ามาทรุดร่างลงนั่งเคียงข้างพี่ชายเธอ

“เอ่อ...อินมองหาหนูพลอยค่ะ” หญิงสาวแก้ตัวไปส่งเดช และจำต้องนำชื่อหลานสาวสุดที่รักมาแอบอ้าง ขณะคนที่ถูกเอ่ยชื่อ กำลังเดินตามหลังคุณแม่คนสวยเข้ามา

“น้องพลอยอยู่นี่ค่า อาอินขา” เสียงเจื้อยแจ้วของหนูน้อยดังขึ้น ก่อนเจ้าตัวจะเดินมาถึง ซึ่งในอ้อมแขนอันอวบๆ มีตุ๊กตาบาร์บี้ตัวโปรดที่คุณลุงสุดหล่อเพิ่งซื้อมาให้หมาดๆ

“ตุ๊กตาตัวใหม่เสียด้วย ขออาเล่นหน่อยได้มั้ยคะ” อินทุอรทำตาโตราวกับตื่นเต้น พร้อมยื่นมือออกไปรับ แต่หนูน้อยรีบซ่อนตุ๊กตาไว้ด้านหลังทันทีอย่างหวงแหน ทำเอาผู้เป็นอาอดขำไม่ได้

“หวงด้วยแฮะ อาขอเล่นนิดเดียวเท่านั้นเอง” อินทุอรยื่นมือออกไปอีกครั้ง แต่ดวงหน้าเล็กจิ้มลิ้ม กลับส่ายหน้าปฏิเสธ

“ไม่ค่ะ คุณลุงปัณณ์ซื้อให้น้องพลอยเล่นคนเดียว” เมื่อรู้ว่าใครเป็นคนซื้อให้หลานสาว อินทุอรถึงกับยิ้มไม่ออก

“อาอินไม่เล่นก็ได้ และทีหลัง ไม่ต้องขอให้อาอินซื้ออะไรให้อีกแล้วนะ” คำขู่นั้น ทำเอาหลานสาวตัวดีถึงกับเบะปากราวกำลังจะร้องไห้

“น้องพลอยให้อาอินเล่นแป๊บเดียวก็ได้ค่ะ” หนูน้อยจำใจยื่นตุ๊กตาบาร์บี้ไปให้คุณอาคนสวย เพราะกลัวไม่ได้ของเล่นชิ้นใหม่

“ไม่เอา อาไม่อยากเล่นแล้ว” คำปฏิเสธนั้น เล่นเอาเจ้าตัวเล็กร้องจ้าลั่นห้องนั่งเล่น

“อินเล่นอะไร หลานร้องแล้วเห็นมั้ย” ธราดลตำหนิเพื่อนสาวคนสนิท และรีบเข้ามาปลอบหนูน้อย ใช้เวลาพักใหญ่กว่าจะสงบลงได้ และมิวายออดอ้อนขอของเล่นชิ้นใหม่อีกต่างหาก

“พอแล้วหนูพลอย ของเล่นที่มี ก็แทบจะล้นห้องอยู่แล้ว” ขวัญชนกกล่าวปรามบุตรสาวเสียงเข้ม

บทก่อนหน้า
บทถัดไป