บทที่ 8 8

“ไม่เป็นไรครับพี่ขวัญ แค่นี้เอง”

“ไม่ได้หรอกค่ะ ต้องห้ามปรามบ้าง ขอของเล่นจนเคยตัว” พอถูกมารดาตำหนิ คนเจ้าน้ำตาก็โผเข้ากอดบิดา

“อย่าร้องนะครับคนดี คุณแม่แค่สอนเท่านั้น หนูพลอยมีของเล่นเยอะแยะ จนไม่มีที่เก็บแล้วเห็นมั้ยลูก”

“เก็บไว้ที่ห้องคุณพ่อคุณแม่ก็ได้นี่คะ” หนูน้อยสวนกลับมา จนบิดาพูดไม่ออก

“เอ่อ...งั้นเอาแบบนี้นะครับ ถ้าหนูพลอยเบื่อของเล่นชิ้นไหนแล้ว บอกพ่อนะ พ่อจะนำไปบริจาค ให้เพื่อนๆ ที่เขาไม่มีของเล่น หลังจากนั้นพ่อกับแม่ถึงจะอนุญาตให้ซื้อของเล่นชิ้นใหม่มาทดแทน”

“บริจาค หมายความว่าไงคะ” หนูน้อยเจ้าปัญหาเอียงคอถามด้วยท่าทางที่แสนน่ารักน่าเอ็นดู อัคคีจึงยกหน้าที่นี้ให้ภรรยาสาวเป็นคนอธิบาย กว่าจะเข้าใจในแบบฉบับเด็กๆ ก็เล่นเอาเหนื่อยไปตามๆ กัน ขณะนั้นสาวใช้ก็เดินเข้ามาบอก ว่าจัดโต๊ะอาหารเที่ยงเสร็จเรียบร้อย ทุกคนจึงลุกขึ้น ย้ายไปที่ห้องอาหาร

เกือบบ่ายหลังรับประทานอาหารเสร็จ ธราดลก็เอ่ยขอตัวกลับ เพราะเขามีนัดคุยงานสำคัญกับครีเอทีฟ เพื่อคุยเรื่องการจัดงาน

“พรุ่งนี้บ่ายๆ อินว่างหรือเปล่า” ชายหนุ่มเอ่ยขึ้น เมื่อเดินมาหยุดที่รถคันหรูคู่ใจของตน

“ช่วงบ่าย มีอะไรงั้นเหรอดล”

“ก็จะมีนัดซ้อมใหญ่น่ะสิ ดลอยากให้อินไปร่วมซ้อมด้วย”

“เอ่อ...แต่ว่าอินยังไม่ได้คุยกับพี่คีย์ เรื่องนี้เลยนะ”

“ไม่ต้องห่วง ดลคุยกับพี่คีย์เรียบร้อยแล้ว และพี่คีย์ก็อนุญาตแล้วด้วย”

“พี่คีย์นี่นะอนุญาต” ดวงตากลมโตขยายกว้าง อุตส่าห์โบ้ยหน้าที่นี้ให้พี่ชายเป็นคนปฏิเสธ แต่น่าแปลกใจ ที่อัคคียอมอนุญาตง่ายๆ

“ใช่ อินเตรียมตัวไว้ด้วยล่ะ” ธราดลกล่าวยิ้มๆ

“ดลแน่ใจนะ อินกลัวจะทำงานดลพังน่ะสิ” อินทุอรเกิดความไม่มั่นใจ กลัวจะไปทำให้งานแฟชั่นโชว์ระดับประเทศ ต้องล่มไม่เป็นท่า

“แน่ใจและมั่นใจ ว่าอินของดลต้องทำได้” ธราดลเอ่ยพลางโยกศีรษะเล็กไปมา

“ดลก็แบบนี้ตลอด อินซุ่มซ่ามดลก็น่าจะรู้ ทำของรักของหวงดลพังตั้งหลายชิ้นนะ” อินทุอรเอ่ยถึงความหลัง ครั้งนั้นเล่นเอาธราดลไม่ยอมพูดกับเธอเป็นอาทิตย์

“นั่นมันเมื่อก่อน อืม...เดี๋ยวดลไปก่อนดีกว่า ไม่อยากจะผิดนัด” ธราดลยกนาฬิกาเรือนหรูขึ้นดูเวลา พบว่าจวนที่จะถึงเวลานัดแล้ว

“จ้า ขับรถดีๆ ล่ะ” อินทุอรช่วยเปิดประตูรถให้ชายหนุ่มขึ้นไปนั่ง

“ครับผม ว่าแต่พรุ่งนี้ จะให้ขับรถไปรับที่บริษัทมั้ย”

“ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวอินขับรถไปเอง รีบไปเถอะเดี๋ยวสาย” หญิงสาวพูดพร้อมปิดประตูรถให้กับชายหนุ่ม และโบกมือลา จากนั้นไม่นาน ธราดลก็ขับเคลื่อนรถออกไปจากคฤหาสน์หลังใหญ่ อินทุอรจึงหมุนตัวเดินกลับเข้ามาในบ้าน เห็นพี่สะใภ้กำลังนั่งเล่นอยู่กับหลานสาวคนเก่งและพี่เลี้ยงที่ห้องนั่งเล่น

“พี่คีย์ไปไหนล่ะคะพี่ขวัญ” ร่างระหงทรุดตัวลงนั่งข้างๆ หลานสาวตัวจ้อย

“ขอตัวขึ้นไปนอนพักเมื่อกี้นี่เองค่ะ” คำตอบนั้น ทำให้    อินทุอรถึงกับหน้าเจื่อนๆ รู้สึกผิด

“อินขอโทษนะคะ ที่ทำให้ทุกคนต้องเป็นห่วง” อินทุอรยกมือขึ้นไหว้ขอโทษ ที่เมื่อคืนทำให้ทุกคนในบ้านพลอยวุ่นวายกันไปหมด จนไม่ได้หลับได้นอน

“น้องอินปลอดภัยกลับมาก็ดีแล้วค่ะ แต่ขอแค่ครั้งนี้ครั้งเดียวนะคะ พี่ใจคอไม่ดีเลย กลัวน้องอินจะเกิดอันตราย และไม่มีใครสามารถช่วยได้ทัน” เพราะเธอเคยประสบเหตุร้ายมาก่อน จนเกือบเอาตัวไม่รอด โชคดีที่นายหัวปัณณธรมาช่วยได้ทันท่วงที

“ค่ะพี่ขวัญ อินสัญญา ว่าจะไม่ให้มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก พี่ขวัญขึ้นไปนอนพักเถอะค่ะ เห็นพี่คีย์บอกว่าพี่ขวัญ ก็ไม่ได้นอนมาทั้งคืน ไม่ใช่เหรอคะ”

“ไม่เป็นไรค่ะ พี่ไม่ง่วง และต้องนั่งเป็นเพื่อนหนูพลอยด้วย” ขวัญชนกส่ายหน้าปฏิเสธกับน้องสามี แต่นัยน์ตากลับอิดโรยจนเห็นได้ชัดเจน

“ไม่ต้องเป็นห่วงทางนี้ เดี๋ยวอินดูแลให้เอง ไปสิคะ” อินทุอรลุกขึ้นดึงแขนพี่สะใภ้ให้ลุกขึ้นยืน

“แต่ว่า...” ขวัญชนกลังเลพลางเหลือบสายตามองบุตรสาว

“ไม่มีแต่ค่ะ ส่วนหนูพลอยอินจะนั่งดูไม่ให้คลาดสายตาเลยค่ะ ไปเถอะค่ะ” อินทุอรดันร่างพี่สะใภ้ ออกไปที่หน้าห้องนั่งเล่น ขวัญชนกถึงต้องยอมเดินขึ้นไปยังห้องนอน คล้อยหลังขวัญชนกไม่นาน อินทุอรก็หันมานั่งมองหลานสาวเล่นตุ๊กตาตัวใหม่ด้วยหัวใจหดหู่ เมื่อคิดถึงคนที่ซื้อมาฝาก ความรู้สึกหลากหลายถาโถมเข้าโจมตีหัวใจจนต้องถอนใจครั้งแล้วครั้งเล่า ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี หัวใจดวงนี้ ก็ยังเพรียกหาแต่นายหัวปัณณธรไม่เสื่อมคลาย แต่ทว่าความคิดที่ฟุ้งซ่านก็พลันสะดุดลง จากเสียงเจื้อยแจ้วของคนตัวเล็กข้างกาย ก่อนที่จะลุกขึ้นกรีดร้องด้วยความดีใจ ที่สามารถแต่งตัวตุ๊กตาตัวโปรดได้สำเร็จ จนผู้เป็นอาพลอยยิ้มตามด้วยความเอ็นดู

บทก่อนหน้า
บทถัดไป