บทที่ 4 บทที่4

สิ่งที่เขาพูดเธอไม่รู้ว่ามันจริงแค่ไหน อีกอย่างเธอเองก็ไม่ได้เต็มใจมา แต่เพราะป้าละเมียดอยากจะส่งเธอมากรุงเทพเธอเลยยอมจำนนเท่านั้น

“หนูไม่รู้หรอกว่าสวรรค์จะเล่นอะไรกับหนูหรือจะแกล้งอะไรหนูอีก แต่สิ่งที่หนูเจอมาในชีวิตไม่เคยมีเรื่องไหนดีสักครั้ง จากนี้ไปหนูขอเดินตามทางของตัวเองหนูจะไม่ให้ใครมารับผิดชอบหรือลำบากด้วย หากว่าหนูจะตายในวันหน้าหนูก็ไม่มีอะไรต้องห่วง”

“เก่งจัง”

ประโยคที่เธอพูดออกมายาวๆ มันทำให้ภากรณ์อดที่จะยิ้มไม่ได้ ไม่ใช่แค่ยิ้มเขายังพูดเชิงประชดอีกด้วย

สิรินทร์เห็นสีหน้าคนที่ยืนตรงหน้าเธอแล้ว เธอยิ่งอยากจะออกจากที่นี่เร็ว สองขาก้าวออกมาพร้อมที่จะออกจากห้อง แต่เหมือนจะไม่พ้น ภากรณ์รั้งเอวนั้นไว้แล้วเหวี่ยงเธอลงไปบนที่นอนนุ่ม

“ที่พูดไปเหมือนจะไม่ฟัง ฉันก็บอกเธออยู่นี่ไงว่าเธอมีแค่ฉันเท่านั้นที่ช่วยได้”

“หนูไม่ต้องการ!”

“ถ้าอยากเป็นเมียผีนัก ก็เป็นเมียคนก่อนแล้วกัน ค่อยตายไปเป็นเมียผี”

พูดจบร่างนั้นก็ถอดเสื้อที่ตัวเองสวมใส่ออก สิรินทร์ต้องเบิกตากว้างขึ้นอีกครั้งเพราะสิ่งที่เธอเห็นตรงหน้าไม่ใช่แค่รูปร่างกำยำมัดกล้ามเป็นมัดๆ เท่านั้น ยังมีรอยสักอักขระทั้งตัวที่ซ่อนอยู่ในร่มผ้า ใบหน้าที่หล่อเหลาของเขาดูอำมหิตขึ้นไม่น้อย สิรินทร์รีบยันตัวเองให้ถอยหนี แต่เหมือนจะไม่ทันการณ์ ภากรณ์คว้าข้อเท้าเธอไว้แล้วดึงมันลงมาที่ระดับเดิม

“คุณภากรณ์หนูกลัวแล้ว”

“เธอจะมากลัวอะไร เป็นเมียผีโหดกว่าคนอีกนะ”

พูดจบก็ยกยิ้มขึ้นประดับที่ใบหน้า แล้วล้มตัวทาบทับเรือนร่างของสิรินทร์ เด็กสาววัยเพียงยี่สิบหมาดๆ ยังไม่เคยผ่านมือชายไม่คิดเลยว่าจะมาเจอพ่อหมอจอมเจ้าเล่ห์

“ปล่อยหนู”

เธอเหมือนจะต่อสู้อยู่บ้างแต่อย่างว่าแรงชายก็มีมากกว่า ภากรณ์กดแขนเธอทั้งสองข้างลงกับฟูกที่นอนนุ่ม ตอนนี้ก็มีแค่สองสายตาเท่านั้นที่จ้องมองกันไม่ลดละ

“เธอถูกลิขิตให้มาเป็นของฉันแล้ว ไม่ว่าจะวันนี้หรือวันไหนเธอก็หนีมันไม่พ้น”

สิ้นคำพูดของเขา ปากร้อนก็ก้มลงไปจูบที่ปากของเธอ สิรินทร์พยายามดิ้นหนี เธอเหวี่ยงหน้าไปทางซ้ายทีขวาที แต่เหมือนจะไม่พ้นการไล่บี้ของอีกปาก

จ๊วบ

“อื้มม”

เสียงประท้วงดังขึ้นพร้อมหลับตาปี๋อยู่อย่างนั้น เธอไม่รู้ว่าฟ้าจะเล่นตลกอะไรกันแน่ จะแกล้งเธอไปถึงไหนป้าละเมียดส่งเธอมาเพราะอยากให้เธอหนีจากลุงหื่นกามแต่ดันมาเจอซาตานในคราบนักบุญ

จ๊วบจุ๊บ

เสียงดูดดุ้นที่กลีบปาก ภากรณ์เหมือนได้ของหวานอันโอชะเด็กสาวแรกแย้มที่หอมกรุ่นราวดอกไม่ผลิบาน นอนนิ่งอยู่ใต้ร่างกำยำของเขา ภากรณ์ถอนจูบออกจากเรียวปากอิ่มที่มันบวมเจ่ออยู่ตอนนี้ เขาสบตากับเธอเพียงชั่วครู่ก่อนที่จะก้มลงไปจูบสัมผัสแบบอ่อนโยน

จุ๊บ จุ๊บ จุ๊บ

เมื่อจูบจนหนำใจแล้วปากร้อนก็เลื่อนต่ำลงมาที่ซอกคอขาวๆ ของเธอ เมื่ออ้าปากงับไปที่เนื้ออ่อนเท่านั้น

“ฮื้อ”

ร่างกายของสิรินทร์เหมือนจะสั่นระริกขึ้น เธอไม่อยากแม้จะลืมตามาดูการกระทำอันแสนชั่วร้ายของเขา ทำเพียงนอนหลับตารับบทสวาทที่เขาจะมอบให้ก็เท่านั้น

“เธอชอบมันไหม เธอชอบแบบนี้หรือเปล่า”

เสียงกระเส่าแหบพร่ากระซิบถามมาที่ซอกหูของเธอ เธอไม่จำเป็นต้องตอบมันเพราะเธอไม่ได้ชอบที่ให้เขาทำแบบนี้สักนิด

“สิรินทร์เธอหอมหวานเหมือนน้ำผึ้งเดือนห้าเลยนะ เธอรู้ตัวหรือเปล่า”

สิรินทร์รู้สึกขยะแขยงผู้ชายคนนี้เต็มที ลิ้นที่เขาใช้สัมผัสบริเวณต้นคอเธอรู้สึกมันได้ดี แต่อย่างนั้นก็ไม่อยากจะเปล่งเสียงใดๆ ออกมา

“หนูเกลียด..”

จุ๊บ เธอยังพูดไม่จบเขาก็จูบเธอซะแล้ว

“ถ้าหากพูดว่าเกลียดผัวตัวเองอีกฉันจะจูบเธอเป็นร้อยครั้ง”

เขายกยิ้มให้กับคำพูดตัวเองแต่เธอกลับเม้มปากแน่น ใช่เพียงเนื้อตัวจะสั่นเทาเท่านั้น น้ำตาก็ยังคลอที่เบ้าตาของเธออีก

ภากรณ์ล้วงมือหนาเข้าไปสัมผัสที่ผิวกายอันนวลผ่องของสิรินทร์ เธอสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจเพราะไม่เคยมีใครสัมผัสมันมาก่อน มือซุกซนของภากรณ์เลื่อนขึ้นไปจับที่เนินนมสาว ภายใต้ชุดชั้นในยังมีเนื้ออันอวบอิ่มอยู่ เขาบีบขยำมันเต็มมือจนเธอต้องร้องขึ้นอีกครั้ง

อร้ายย

ภากรณ์ไม่ได้สนใจเสียงร้องหรือเสียงทักท้วงใดๆ เขากลับถลกเสื้อยืดผืนน้อยขึ้นพร้อมกับถอดมันออกจนพ้นตัวเธอ เนื้อตัวที่ขาวผ่องของสิรินทร์มันทำให้ชายหนุ่มถึงกับกลืนน้ำลายลงคอ พร้อมอาการยิ้มมุมปากเหมือนจะพอใจกับเหยื่อตรงหน้า

“หนูกลัว คุณภากรณ์ ได้โปรดปะ ปล่อยหนูไปเถอะ”

“เธอเดินเข้ามาในชีวิตฉันแล้ว ตั้งแต่วันนี้ไปเธอเป็นของฉันคนเดียว ไอ้ผีที่ไหนก็ไม่มีสิทธิ์มาเอาตัวเธอทั้งนั้น”

ตอนนี้ไม่ใช่แค่เสื้อที่หลุดออกจากร่างมันรวมไปทั้งกางเกง และชุดชั้นในของเด็กสาว สิรินทร์เหมือนจะหมดหนทางแล้วที่จะขอร้องชายหนุ่มตรงหน้า เธอได้แต่ร้องไห้ตัวสั่นเทาบนที่นอน มีเพียงร่างหนาที่ขึ้นมาทับที่ร่างของเธอ เขาถอดกางเกงออก ตอนนี้มีเพียงร่างเปลือยเปล่าของทั้งคู่ที่สัมผัสกันอย่างแนบแน่น

ภากรณ์จับเรียวขาของเด็กสาวแยกออก เผยให้เห็นกลีบกุหลาบสีสด ติ่งเกสรของมันแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัด เขายิ้มออกมาอีกครั้งเหมือนจะพอใจไม่น้อย แล้วแทรกตัวเข้าไปในระดับกึ่งกลาง

“มันสวยมาก เธอเป็นสาวบริสุทธิ์ที่งดงาม”

เขาพูดออกมาอย่างหน้าไม่อายสักนิด ภากรณ์ไม่รู้เลยว่าหญิงสาวที่นอนอยู่ใต้ร่างเขานั้นอับอายขนาดไหน สิรินทร์นอนสะอึกสะอื้นเมื่อคิดว่าโชคชะตาทำไมโหดร้ายกับเธอถึงขนาดนี้ ร่างสูงขยับร่างเข้ามาชิดใกล้พร้อมนิ้วยาวแตะไปที่ติ่งเกสร จนคนที่ถูกกระทำรู้สึกถึงความวาบหวิว

“อ๊ะ”

เธอร้องออกมาเพียงแผ่วเบาเท่านั้น หลังจากนั้นก็เม้มปากอิ่มแน่น ไม่รู้ว่าคนตรงหน้าจะกระทำยังไงต่อกับร่างกายของเธอ

ภากรณ์กัดปากมองส่วนอิ่มเอิบที่มีน้ำหวานไหลแฉะมาเล็กน้อย หญิงสาวที่บริสุทธิ์ตรงหน้ามันชวนให้ร่างกายตื่นตัวจนเห็นได้ชัด แก่นกายของชายหนุ่มแข็งขืนจนเส้นเอ็นโดยรอบปูดนูนขึ้น ฝ่ามือร้อนที่ลูบไล้ส่วนอิ่มเอิบอยู่นั้นก็เปลี่ยนเป็นแหวกทางเข้าช่องแคบ

“อร้าย หนูเจ็บ”

ยังไม่ทันที่ชายหนุ่มจะล้วงลึกเข้าไปด้วยซ้ำ สิรินทร์ก็ร้องจนเสียงหลง มันคงรู้สึกเจ็บอย่างที่เธอว่า ส่วนนี้ไม่เคยมีสิ่งแปลกปลอมเข้ามารุกล้ำ

“เธอเจ็บเหรอ งั้นฉันจะทำให้เธอหายเจ็บ เธอจะได้รู้สึกสบายตัว”

พูดจบ ใบหน้าหล่อจะก้มลงประชิดติดส่วนนั้นของเธอ พร้อมลิ้นชื้นของเขาที่แลบออกมาตวัดไปที่ติ่งเกสร

“อ๊ะ อื้อ อ๊ะ”

สรินทร์เด็กสาวที่ไม่ประสาร้องครางออกมาเป็นครั้งแรก ร่างกายที่ถูกเล้าโลมจุดอ่อนไหวของผู้หญิง มันทำให้เธอต้องบิดตัวร้อนเร่าไปมา

จ๊วบ จ๊วบ

เขาดูดดื่มน้ำหวานที่รินไหล พร้อมตวัดลิ้นหยอกล้อกับเกสรกุหลาบสีแดง อย่างช่ำชอง สองมือของเขาก็จับเรียวขาเธอแยกออกอยู่แบบนั้น

“พะ พอเถอะค่ะ อื้อ หนูไม่ไหวแล้ว”

ยิ่งพูดเหมือนยิ่งยุใช่ว่าภากรณ์จะหยุดเขากลับ ลงลิ้นเร็วขึ้น พร้อมดูดดื่มจนเสียงดัง ยิ่งทำให้สาวน้อยต้องร้องครางจนไม่เป็นภาษา

“อื้อ อื้ม อ๊ะอ๊ะอ๊ะ”

เสียงหวานครางออกมาอย่างเร่าร้อน พร้อมมือเล็กสอดเข้ากลุ่มเส้นผมดำขลับของเขามือเล็กจิกมันเบาๆ เพื่อระบายความซาบซ่าน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป