บทนำ
บท 1
สิรินทร์หญิงสาวผู้โชคร้ายที่พ่อแม่ของเธอเสียชีวิตเพราะอุบัติเหตุ ตอนนี้อายุเธอก็ยี่สิบเท่านั้น การเสียชีวิตที่ไม่ใช่แค่อุบัติเหตุธรรมดาทั่วไป คนที่ได้ใกล้ชิดครอบครัวนี้จะรู้ดีว่า พ่อของเธอเป็นนักสะสมของโบราณทั้งถูกและผิดกฎหมาย ดังนั้นหากจะบอกว่าสิ่งลี้ลับตามพรากชีวิตก็คงไม่แปลก
หลังจากที่สิ้นพ่อและแม่บ้านหลังใหญ่ก็ถูกขายทอดตลาดใช้หนี้ที่พ่อกับแม่เธอสร้างไว้ ส่วนตัวของเธอได้ย้ายเข้าไปอยู่กับป้า ซึ่งเป็นญาติห่างๆฝั่งแม่ของเธอ การเข้าไปอยู่ใช่ว่าจะสบายเหมือนก่อน สิรินทร์ไม่ได้รับการส่งเสียให้เรียนต่อในระดับมหาลัย หญิงสาวช่วยกิจการของผู้มีพระคุณเพื่อแรกกับที่อยู่อาศัย แต่อย่างว่า หน้าตาที่สะสวยมันเหมือนภัยใกล้ตัว ลุงที่เป็นผัวป้าเหมือนจะชีกออยู่บ้าง ทุกวันจึงอยู่ด้วยความระแวง เพราะเธอไม่อยากจะเล่าเรื่องที่ลุงชอบฉวยโอกาสเธอบ่อยๆให้ป้าฟัง
“สิรินทร์ คิดอยากจะไปทำงานที่กรุงเทพไหม”
“หนูอยากไปค่ะ แต่ไม่รู้ว่าจะไปอยู่กับใคร อีกอย่างหนูไม่มีญาติเลยสักคน”
ละเมียดเอ่ยถามเด็กสาวที่น่ารักจิ้มลิ้ม หล่อนรู้ดีว่าสามีเป็นคนยังไงขืนให้สิรินทร์อยู่ที่นี่นาน มีหวังเด็กคนนี้ต้องชอกช้ำระกำใจเป็นแน่
“ตอนนี้ยังฝันเรื่องประหลาดนั้นอยู่หรือเปล่า”
ละเมียดเอ่ยถามอีกครั้ง เรื่องประหลาดที่ว่าเหมือนเงาตามตัวของสิรินทร์ตั้งแต่ที่พ่อแม่เสียไป เธอฝันเห็นชายฉกรรจ์รูปร่างใหญ่จะมาเอาชีวิตตลอด ทุกครั้งที่ฝันเธอจะทำบุญกรวดน้ำไปให้ในตอนเช้าแต่เหมือนจะไม่ได้ผล ฝันนั้นยังคงหลอกหลอนเธออยู่เรื่อย
“หนูชินแล้วค่ะ ถ้าหากว่าหนูจะตายตามพ่อแม่ หนูก็ยอม”
เธอเล่าพร้อมสีหน้าที่บ่งบอกได้ว่าเศร้าที่สุดในชีวิต คนที่ไร้ญาติขาดมิตรอย่างเธอหากจะตายวันตายพรุ่งคงไม่มีอะไรน่าห่วงนัก อีกทั้งสมบัติและทรัพย์สินก็ไม่มีเหลือดังนั้นหากจะตายคงไม่เสียดายชีวิต
“สิรินทร์เอ๊ย ป้าละสงสารแก พ่อกับแม่แกไม่น่าด่วนจากไปเลย ป้าเห็นแกมาตั้งแต่เล็กๆ เอางี้ไหม อีกสองวันคุณนายพรเขาจะให้อาจารย์ที่กรุงเทพมาเสริมบารมี เข้าบอกว่าอาจารย์ท่านนี้มีเมตตามากนะ ป้าจะไปขอให้คุณนายเขาช่วยให้อาจารย์ทำพิธีขับไล่สิ่งชั่วร้ายให้แก แกจะได้ไม่ต้องหวาดระแวง ส่วนเรื่องที่จะเข้ากรุงเทพเดี๋ยวป้าถามญาติๆ ให้เผื่อมีโรงงานรับแกเข้าทำงาน แกจบมอหกคงหางานได้บ้าง”
สิ้นเสียงของหญิงวัยกลางคน สิรินทร์ก็พยักหน้ารับไม่ว่าป้าละเมียดจะพูดอะไรเธอก็พร้อมที่จะเชื่อฟัง อย่างน้อยๆ ป้าแกก็เป็นผู้มีพระคุณกับเธอไม่น้อย
สองวันผ่านไป
ตามที่ป้าละเมียดได้บอกไว้ก่อนหน้าแล้วว่า คุณนายพรเจ้าของตลาดจะเชิญอาจารย์มาทำพิธีเสริมดวง ปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย ทุกคนที่อยู่ละแวกนั้นต่างพากันมากราบไหว้เพราะรู้กันดีในโลกโซเชียล ว่าความขลังความศักดิ์สิทธิ์ของพ่อครูนั้นมากขนาดไหน
ละเมียดเดินจูงมือเด็กสาวเข้ามาร่วมพิธีครั้งนี้ สิรินทร์ชะเง้อคอยาวมองจากทางด้านหลัง เนื่องจากมีผู้คนมามุงกันอย่างเนืองแน่น ละเมียดพยายามขอทางผู้คนแหวกตัวเข้าไปใกล้ เพราะคุณนายพรเจ้าของตลาดที่ละเมียดขายของอยู่นั้น ก็รู้จักสิรินทร์เป็นอย่างดี
“ขอทางหน่อยจ้ะ”
หญิงสูงวัยใช้เสียงบ่งบอก คนที่ยืนมุงต่างหลบทางให้ จนกระทั่งมาหยุดที่หน้าภากรณ์อาจารย์ไสยเวทย์หมอหล่อวัยเพียงสามสิบแปดปีเท่านั้น
“นั่งลงสิยายละเมียด”
เสียงของคุณนายพรเอ่ยบอก ก่อนที่ละเมียดจะดึงแขนสิรินทร์ให้นั่ง หมอเวทย์หนุ่มมองมายังเด็กสาวด้วยอาการหน้านิ่ง คุณนายพรที่นั่งพับเพียบต่อหน้าเลยเป็นคนแนะนำ
“ท่านอาจารย์เด็กคนนี้ละจ้ะที่ดิฉันเล่าให้ฟัง พ่อแม่เด็กเสียแล้ว แต่เรื่องน่าประหลาดก็ยังมี เลยอยากให้อาจารย์ช่วยเด็กให้เอาบุญหน่อยจ้ะ”
“ไม่ต้องมากพิธีหรอกครับ ผมเองก็แค่คนธรรมดา”
เมื่อเห็นว่าคนที่อายุเยอะกว่าจะอ่อนน้อมใส่ ภากรณ์ที่อายุน้อยเลยรีบบอกปัด แล้วหันมามองที่ใบหน้าสาวน้อยที่นั่งหน้าแฉล้ม สิรินทร์เธอไม่ได้เงยขึ้นมาสบตาคนที่อายุเยอะกว่า เมื่อภากรณ์มองดูแล้วเขาก็เอ่ยทัก
“เธอมีดวงวิญญาณตามอยู่นะ ถ้าจะให้ฉันทายคงเป็นเพราะกรรมที่มีร่วมกับคนที่ตายไปแล้ว ทำให้เธอมีวิบากกรรมแบบนี้”
ภากรณ์ดูนิ่งสมกับเป็นอาจารย์ไสยเวทย์ที่ผู้คนนับถือ เขาไม่ได้ยิ้มหรือแสดงอาการใดร่วม เมื่อพูดจบก็นั่งเงียบตามเดิม ส่วนสิรินทร์ เธอเงยหน้าขึ้นมามองที่ใบหน้าหล่อคม หากจะว่าไปเธอเองก็ไม่ได้เชื่อเต็มร้อยเพราะกลัวว่าป้าละเมียดจะเล่าทุกอย่างให้คุณนายฟัง ส่วนคุณนายก็คงจะเล่าต่อเป็นแน่ สิ่งที่คิดอยู่ในหัวเหมือนคนตรงหน้าจะรับรู้ อยู่ๆ ภากรณ์ก็พูดขึ้น
“หากเธอไม่เชื่อสิ่งที่ฉันพูดไปก่อนหน้าก็ไม่เป็นไร แล้วแต่ความเชื่อส่วนบุคคล”
สิรินทร์ที่ได้ยินที่ชายหนุ่มตรงหน้าพูดเธอก็เหมือนจะตกใจไม่น้อย ไม่คิดว่าเขาจะล่วงรู้ความคิดของเธอได้
“หนูไม่ได้คิดแบบนั้นนะคะ”
ชายหนุ่มเหมือนจะยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เมื่อเห็นสีหน้าวิตกของเด็กสาวแรกรุ่น สิรินทร์เธอก็เหมือนเด็กสาวทั่วไปเพียงแต่ครอบครัวไม่ค่อยได้พาไปไหนอีกอย่างเธอเองก็ไม่ใช่เด็กชอบเที่ยว การพบปะพูดคุยคำพูดจาเลยไม่คล่องตัวเท่าไหร่นัก
“ท่านอาจารย์แบบนี้ สิรินทร์จะมีทางแก้ไขยังไงบ้างละจ๊ะ”
คนที่ถามคือป้าละเมียด เพราะรู้สึกเป็นห่วงกับเด็กสาวที่กำพร้าพ่อแม่ อีกทั้งไม่มีญาติที่ไหนให้พักพิงอีกด้วย
“มี มันก็มี แต่ว่าพิธีกรรมเหมือนจะหลายอย่าง อีกทั้งวันนี้ผมเองไม่ได้เอาอะไรมาด้วย ถ้ายายอยากให้ผมแก้ไขให้หลานสาวต้องพาเจ้าตัวเขาตามขึ้นไปที่กรุงเทพ”
ป้าละเมียดเหมือนจะคิดอยู่ชั่วครู่ การไปแบบนั้นแน่นอนว่ามันก็ต้องมีค่าใช้จ่าย อีกทั้งสภาวะการเงินตอนนี้เหมือนจะไม่เป็นใจเท่าไหร่นัก สีหน้าของป้าเหมือนจะบ่งบอกได้ดี ไม่นาน เสียงของคุณนายพรก็ถามขึ้น
“แกจะเอายังไงยายละเมียด หรือว่าจะให้นางหนูคนนี้ไปพร้อมกับอาจารย์เลยไหม”
ไม่เพียงแค่ ป้าละเมียดเท่านั้นที่หันไปมอง สิรินทร์เองก็พลอยตกใจไปด้วย เธอไม่รู้จักมักจี่กับคุณหมอไสยเวทย์ภากรณ์สักนิดเหตุไหนจะให้เธอไปพร้อมเขา
“ป้า”
เธอหันมาเรียกป้าละเมียดกลัวว่าป้าจะยอมตกลงส่งเธอไปกับคนแปลกหน้า แต่ดูเหมือนภากรณ์จะล่วงรู้อีกตามเคย
“เธอเองก็อยากจะเข้าไปทำงานที่กรุงเทพไม่ใช่หรือไงกัน”
ประโยคเพียงเท่านั้นทำให้เธอและป้าละเมียดหันมาสบตากันเพราะไม่คิดว่าหมอจะรู้เพราะป้าเองก็ไม่ได้เล่าให้คุณนายฟัง ทั้งสองชะงักไปชั่วครู่ไม่มีใครได้พูดอะไร จนกระทั่งคุณนายต้องเป็นคุณพูดบ้าง
“เอาละเรื่องของยายละเมียดกับหลานพักไว้ก่อนได้ไหม อาจารย์ตอนนี้คนทั้งตลาดอยากได้ของปลุกเสกที่อาจารย์จะเอามาแจกจ้ะ”
คุณนายพรเจ้าของตลาดพูดจบ ภากรณ์ก็หันไปทางชาวบ้านพร้อมสั่งลูกน้องให้นำของที่ปลุกเสกมา เดินแจกเป็นวัตถุมงคล ชาวบ้านต่างพากันดีใจใหญ่ เวลาผ่านไปสักพัก เหมือนว่าพิธีกรรมหรือการแจกวัตถุมงคลจะจบลง ชาวบ้านต่างทยอยกลับ ส่วนป้าละเมียดพร้อมด้วยสิรินทร์ยังคงนั่งอยู่ คุณนายพรเห็นว่าตอนนี้ก็บ่ายแก่ๆ สมควรที่ท่านอาจารย์หนุ่มต้องกลับ แม้ว่าปากช่องจะไม่ได้ไกลจากกรุงเทพมากแต่การเดินทางก็หลายชั่วโมงอยู่
“สรุปแกจะเอายังไงยายละเมียด อาจารย์จะกลับแล้ว”
ละเมียดเหมือนจะลังเล อีกใจก็อยากจะส่งสิรินทร์ให้ไปหางานทำ อีกใจก็นึกสงสาร สายตาที่มองเด็กสาวเต็มไปด้วยความเอ็นดู ส่วนภากรณ์ก็เหมือนจะรู้ว่าทั้งคู่คิดอะไร ชายหนุ่มจึงพูดตัดบทให้ทั้งสองได้คิดตาม
“ที่บ้านของฉันมีลูกน้องทั้งชายและหญิง ที่บ้านมีป้าแม่บ้านที่คอยดูแลความเรียบร้อย ถ้าหากยายอยากให้หลานสาวไป ฉันจะนำเด็กคนนี้ไปฝากไว้กับป้าแม่บ้าน ส่วนเธอหากทำพิธีปลดปล่อยเจ้ากรรมนายเวรแล้วเธออยากจะออกจากบ้านฉันเพื่อไปหางานทำฉันก็ไม่ได้ห้าม ว่าแต่ทางนั้นพอมีญาติอยู่ไหมให้เขามาที่บ้านฉันก็ได้”
ละเมียดนั่งฟังก็พอใจชื้นขึ้นบ้าง
“มีหลานจ้ะ”
เธอตอบเสียงเรียบ แล้วหันมามองที่สิรินทร์พร้อมกับคำพูด
“สิรินทร์ แกไม่โกรธป้าใช่ไหมที่จะให้แกเข้ากรุงเทพพร้อมพ่อครูเขา ป้าอยากให้แกไม่ต้องวิตกกังวลในชีวิต ถ้าหากแกเลิกฝันร้ายแกก็จะใช้ชีวิตปกติไม่ต้องพะวงอะไร แกเข้าใจที่ป้าพูดใช่ไหม”
สิรินทร์ก้มหน้าลงเพียงเล็กน้อย เธอรู้ดีว่าชีวิตของคนเรามันต้องพึ่งพาตัวเอง เวลาหกเดือนที่เธออาศัยอยู่ร่วมชายคากับป้าละเมียดคงจะจบลงแล้ว นับจากนี้เธอต้องพึ่งพาตัวเอง
“หนูเข้าใจค่ะป้า”
เพียงเท่านั้นเหมือนกับว่า ชายหนุ่มที่นั่งฟังจะเผยรอยยิ้มขึ้นมาบ้าง ภากรณ์ถึงแม้จะไม่ได้พูดอะไรมากแต่แววตาก็เหมือนแผงอะไรไว้บางอย่างที่คนทั่วไปไม่อาจเข้าถึงได้
หลังจากที่ตกลงที่จะเข้ากรุงเทพ ละเมียดก็พาสิรินทร์มาเก็บข้าวของที่บ้าน เธอบอกเด็กสาวว่าจะโทรหาญาติทางกรุงเทพให้ไปรับถ้าหากว่าภากรณ์ทำพิธีให้ ส่วนค่าครูเธอยังไม่ได้ถาม ทั้งสองกลับมาที่รถตู้ที่จอดอยู่ที่บ้านคุณนายพร โดยมีเจ้าของรถพร้อมด้วยลูกน้องทั้งสองนั่งรออยู่แล้ว
“พ่อครูยายฝากเด็กมันด้วยนะ”
“ไม่เป็นไรครับ หากถึงกรุงเทพแล้วจะให้ญาติทางนั้นมาดูที่บ้านผมก็ได้”
“แล้วค่าครูละจ้ะ พ่อครูจะคิดยังไง”
“ผมไม่รับครับ ถือซะว่าผมช่วยเด็กเอาบุญ”
ละเมียดหันไปสั่งลาเด็กที่เคยมาร่วมอาศัย ส่วนสิรินทร์เธอก็ยกมือไหว้บอกลา กลัวว่าเจ้าของรถหน้าหล่อที่นั่งรออยู่ด้านในจะรำคาญเอาได้
“หนูไปก่อนนะป้า”
“พระคุ้มครอง ยังไงก็โทรมาหาป้าด้วยละ”
“จ้ะ”
บทล่าสุด
#31 บทที่ 31 บทที่32
อัปเดตล่าสุด: 8/17/2026#30 บทที่ 30 บทที่31
อัปเดตล่าสุด: 8/17/2026#29 บทที่ 29 บทที่30
อัปเดตล่าสุด: 8/17/2026#28 บทที่ 28 บทที่29
อัปเดตล่าสุด: 8/17/2026#27 บทที่ 27 บทที่28/1
อัปเดตล่าสุด: 8/17/2026#26 บทที่ 26 บทที่26
อัปเดตล่าสุด: 8/17/2026#25 บทที่ 25 บทที่25
อัปเดตล่าสุด: 8/17/2026#24 บทที่ 24 บทที่24
อัปเดตล่าสุด: 8/17/2026#23 บทที่ 23 บทที่23
อัปเดตล่าสุด: 8/15/2026#22 บทที่ 22 บทที่22
อัปเดตล่าสุด: 8/8/2026
คุณอาจชอบ 😍
องค์หญิงเข็มพิษ กับท่านอ๋องไร้หัวใจ
"ทำไมข้าต้องแต่งเพื่อเชื่อมสัมพันธ์กับเขา เพียงเพื่อระงับสงครามงั้นหรือ เขาที่เรียกว่าปิศาจไร้หัวใจคนนั้น" จ้าวซีเฟย
"ทำไมข้าต้องแต่งกับนาง สตรีไร้มารยาท หลงตัวเอง เย่อหยิ่งแบบนี้ นั่นไม่ใช่สตรีที่ข้าต้องการ" ถังมู่เหริน
............."ส่งตัวเข้าหอ".............
"ข้าจะแยกห้องกับเจ้า"
"ข้าดีใจที่ได้ยินเช่นนั้น"
"งั้นก็ตกลงตามนี้ เราสองคน ต่างคน ต่างอยู่"
"ย่อมได้ รับพระบัญชาเพคะ"
......................................................
"นี่ ไม่ใช่นางนี่ คนที่ข้าพบครั้งก่อน ข้าแต่งกับใครกันแน่"
นางไม่ได้สวย ดูสง่างาม และดูสงบนิ่งแบบนี้ หรือข้าจะแต่งพระชายามาผิดคน หรือว่าข้าเองที่เข้าใจผิด
"ไหนบอกว่าเขาเป็นราชาปิศาจไร้หัวใจไง แต่ทำไม เป็นบุรุษหนุ่มหน้าตาคมคาย รูปงามเช่นนี้ล่ะ"
หรือว่าข่าวที่ได้ยินมาจะผิด เขาดูเป็นหนุ่มเจ้าสำอาง มากกว่าจะเป็นคนที่โหดเหี้ยมนั่นได้
""นี่มันอะไรกัน""
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
เมื่อฉันทะลุมาเป็นบอดี้การ์ดสาวของนายมาเฟียจอมโหด!
..................................................................
พระเอก: ราฟาเอล มิลเลอร์
มาเฟียหน้าหล่อ แต่นิสัยโหด ไม่เคยได้รับบาดแผลใจอะไรในวัยเด็ก แต่กลับมีนิสัยบิดเบี้ยวอันน่ากลัว เพราะความทะนงตัวทำให้อยากได้อะไรก็ต้องได้ ชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้ ใครกล้าขัดใจมีอันต้องอันตรธานหายไปจากสายตา สุขุม ซ่อนความใจร้อนไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบนิ่ง แค่เพียงปรายตามองก็ทำเอาคนหายใจแทบไม่ออก
นางเอก: เกรซ โคปา (สีน้ำ)
บอดี้การ์ดสาวสวยฝีมือดี ถูกลักพาตัวมาฝึกเป็นทหารตั้งแต่เด็ก ถูกสอนให้ใช้อาวุธ เรียนศิลปะป้องกันตัว เรียนรู้การอารักขา และลอบฆ่า
นิสัย (เดิม) เงียบขรึม จริงจัง ทะเยอทะยาน
..................................................................
เรื่องย่อ
สีน้ำทะลุมิติเข้ามาในนิยายที่อ่านอย่างเอาเป็นเอาตายหลังจากสอบเข้ามหาลัยเสร็จหมาด ๆ นิยายเรื่องที่เธออ่านก็คือ 'กรงขังของนายมาเฟีย' นิยายอีโรติกสิบแปดบวกที่พระเอกเป็นมาเฟียจอมยึดติด ราฟาเอล มิลเลอร์ มาเฟียจอมโหดเขาหลงรักนางเอกที่เป็นคนธรรมดา เขาถูกใจในหน้าตาสะสวยของนางเอกของเรื่องอย่าง นาตาลี ตั้งแต่แรกเห็น เขาตกหลุมรักนางเอกในเรื่องอย่างนาตาลีแบบหัวปักหัวปำ แต่เลือกที่จะเข้าหาอีกฝ่ายด้วยวิธีผิด ๆ ซึ่งตัวละครที่สีน้ำทะลุเข้ามาสวมร่างไม่ใช่นางเอก แต่ทว่ากลับเป็นนางร้าย!
เมียเด็กของท่านประธานร้ายรัก
เธอเป็นเพียงนักศึกษาฝึกงานธรรมดา ส่วนเขาคือท่านประธานผู้สูงส่ง เย็นชา และอันตรายเกินกว่าที่หัวใจดวงเล็ก ๆ ของเธอจะรับมือไหว
น้ำขิงไม่เคยคิดเลยว่า การเข้ามาฝึกงานในบริษัทวัฒนากร กรุ๊ป จะเปลี่ยนชีวิตของเธอไปตลอดกาลเพราะเพียงคืนเดียว...เธอกลายเป็นผู้หญิงของเขา
ภูริช วัฒนากร คือผู้ชายที่ใคร ๆ ก็เกรงกลัว
เขาร้าย เขาเย็นชา เขาไม่เคยอ่อนข้อให้ใคร แต่กับเด็กฝึกงานตัวเล็ก ๆ อย่างเธอ เขากลับทั้งหวง ทั้งหึง ทั้งร้ายกาจ และไม่ยอมปล่อยมือ
“เธอเป็นของฉัน น้ำขิง จำไว้ให้ดี”คำพูดของเขาเหมือนโซ่ตรวนผูกเธอไว้กับความรักที่ทั้งหวาน ทั้งเจ็บ และหนีไม่พ้น
ทว่าเมื่อความลับและคำกล่าวหาร้ายแรงถาโถมเข้ามาผู้ชายที่เคยกอดเธอแน่น กลับเป็นคนเดียวกันที่ทำให้เธอเจ็บจนแทบขาดใจ เธอไม่ได้ต้องการเงินของเขาไม่ได้ต้องการตำแหน่งเมีย ท่านประธาน เธอต้องการเพียงความเชื่อใจจากผู้ชายที่เธอรักสุดหัวใจแต่เมื่อเขาไม่ฟัง...เธอจึงเลือกจากไป
พร้อมหัวใจที่แตกสลาย และอีกหนึ่งชีวิตน้อย ๆ ที่เขายังไม่รู้ว่ามีอยู่จริง
(เซ็ท Three Flags) อาณัติร้ายนายวิศวะ
เมื่อค่ำคืนที่แสนธรรมดา กลับกลายเป็นตราบาปที่ไม่อาจลบเลือน
'น้ำพิง' หญิงสาวสู้ชีวิตที่ดิ้นรนหาเช้ากินค่ำ ตื่นขึ้นมาในสภาพเปลือยเปล่าบนเตียงเดียวกับ 'เรด' ทายาทเจ้าพ่อคาสิโนผู้ทรงอิทธิพล โดยที่ทั้งคู่ต่างถูกวางยา!
แต่โชคชะตากลับต้อนเธอให้จนมุม เมื่อรูปถ่ายหลุดว่อน และเรดปักใจเชื่อว่าเธอคือผู้หญิงหิวเงินที่จัดฉากเพื่อจับเขาหวังรวยทางลัด
เพื่อปกปิดข่าวฉาว ผู้ใหญ่จึงยื่นคำขาดให้ทั้งคู่ต้องรับบทแฟนกำมะลอ
สำหรับน้ำพิง... มันคือทางออกเพื่อเอาชีวิตรอด
แต่สำหรับเรด... มันคือจุดเริ่มต้นของการจองจำและเอาคืน
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
รักระรินใจ
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
สัญญารักประธานร้าย
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"













