บทนำ
บท 1
สิรินทร์หญิงสาวผู้โชคร้ายที่พ่อแม่ของเธอเสียชีวิตเพราะอุบัติเหตุ ตอนนี้อายุเธอก็ยี่สิบเท่านั้น การเสียชีวิตที่ไม่ใช่แค่อุบัติเหตุธรรมดาทั่วไป คนที่ได้ใกล้ชิดครอบครัวนี้จะรู้ดีว่า พ่อของเธอเป็นนักสะสมของโบราณทั้งถูกและผิดกฎหมาย ดังนั้นหากจะบอกว่าสิ่งลี้ลับตามพรากชีวิตก็คงไม่แปลก
หลังจากที่สิ้นพ่อและแม่บ้านหลังใหญ่ก็ถูกขายทอดตลาดใช้หนี้ที่พ่อกับแม่เธอสร้างไว้ ส่วนตัวของเธอได้ย้ายเข้าไปอยู่กับป้า ซึ่งเป็นญาติห่างๆฝั่งแม่ของเธอ การเข้าไปอยู่ใช่ว่าจะสบายเหมือนก่อน สิรินทร์ไม่ได้รับการส่งเสียให้เรียนต่อในระดับมหาลัย หญิงสาวช่วยกิจการของผู้มีพระคุณเพื่อแรกกับที่อยู่อาศัย แต่อย่างว่า หน้าตาที่สะสวยมันเหมือนภัยใกล้ตัว ลุงที่เป็นผัวป้าเหมือนจะชีกออยู่บ้าง ทุกวันจึงอยู่ด้วยความระแวง เพราะเธอไม่อยากจะเล่าเรื่องที่ลุงชอบฉวยโอกาสเธอบ่อยๆให้ป้าฟัง
“สิรินทร์ คิดอยากจะไปทำงานที่กรุงเทพไหม”
“หนูอยากไปค่ะ แต่ไม่รู้ว่าจะไปอยู่กับใคร อีกอย่างหนูไม่มีญาติเลยสักคน”
ละเมียดเอ่ยถามเด็กสาวที่น่ารักจิ้มลิ้ม หล่อนรู้ดีว่าสามีเป็นคนยังไงขืนให้สิรินทร์อยู่ที่นี่นาน มีหวังเด็กคนนี้ต้องชอกช้ำระกำใจเป็นแน่
“ตอนนี้ยังฝันเรื่องประหลาดนั้นอยู่หรือเปล่า”
ละเมียดเอ่ยถามอีกครั้ง เรื่องประหลาดที่ว่าเหมือนเงาตามตัวของสิรินทร์ตั้งแต่ที่พ่อแม่เสียไป เธอฝันเห็นชายฉกรรจ์รูปร่างใหญ่จะมาเอาชีวิตตลอด ทุกครั้งที่ฝันเธอจะทำบุญกรวดน้ำไปให้ในตอนเช้าแต่เหมือนจะไม่ได้ผล ฝันนั้นยังคงหลอกหลอนเธออยู่เรื่อย
“หนูชินแล้วค่ะ ถ้าหากว่าหนูจะตายตามพ่อแม่ หนูก็ยอม”
เธอเล่าพร้อมสีหน้าที่บ่งบอกได้ว่าเศร้าที่สุดในชีวิต คนที่ไร้ญาติขาดมิตรอย่างเธอหากจะตายวันตายพรุ่งคงไม่มีอะไรน่าห่วงนัก อีกทั้งสมบัติและทรัพย์สินก็ไม่มีเหลือดังนั้นหากจะตายคงไม่เสียดายชีวิต
“สิรินทร์เอ๊ย ป้าละสงสารแก พ่อกับแม่แกไม่น่าด่วนจากไปเลย ป้าเห็นแกมาตั้งแต่เล็กๆ เอางี้ไหม อีกสองวันคุณนายพรเขาจะให้อาจารย์ที่กรุงเทพมาเสริมบารมี เข้าบอกว่าอาจารย์ท่านนี้มีเมตตามากนะ ป้าจะไปขอให้คุณนายเขาช่วยให้อาจารย์ทำพิธีขับไล่สิ่งชั่วร้ายให้แก แกจะได้ไม่ต้องหวาดระแวง ส่วนเรื่องที่จะเข้ากรุงเทพเดี๋ยวป้าถามญาติๆ ให้เผื่อมีโรงงานรับแกเข้าทำงาน แกจบมอหกคงหางานได้บ้าง”
สิ้นเสียงของหญิงวัยกลางคน สิรินทร์ก็พยักหน้ารับไม่ว่าป้าละเมียดจะพูดอะไรเธอก็พร้อมที่จะเชื่อฟัง อย่างน้อยๆ ป้าแกก็เป็นผู้มีพระคุณกับเธอไม่น้อย
สองวันผ่านไป
ตามที่ป้าละเมียดได้บอกไว้ก่อนหน้าแล้วว่า คุณนายพรเจ้าของตลาดจะเชิญอาจารย์มาทำพิธีเสริมดวง ปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย ทุกคนที่อยู่ละแวกนั้นต่างพากันมากราบไหว้เพราะรู้กันดีในโลกโซเชียล ว่าความขลังความศักดิ์สิทธิ์ของพ่อครูนั้นมากขนาดไหน
ละเมียดเดินจูงมือเด็กสาวเข้ามาร่วมพิธีครั้งนี้ สิรินทร์ชะเง้อคอยาวมองจากทางด้านหลัง เนื่องจากมีผู้คนมามุงกันอย่างเนืองแน่น ละเมียดพยายามขอทางผู้คนแหวกตัวเข้าไปใกล้ เพราะคุณนายพรเจ้าของตลาดที่ละเมียดขายของอยู่นั้น ก็รู้จักสิรินทร์เป็นอย่างดี
“ขอทางหน่อยจ้ะ”
หญิงสูงวัยใช้เสียงบ่งบอก คนที่ยืนมุงต่างหลบทางให้ จนกระทั่งมาหยุดที่หน้าภากรณ์อาจารย์ไสยเวทย์หมอหล่อวัยเพียงสามสิบแปดปีเท่านั้น
“นั่งลงสิยายละเมียด”
เสียงของคุณนายพรเอ่ยบอก ก่อนที่ละเมียดจะดึงแขนสิรินทร์ให้นั่ง หมอเวทย์หนุ่มมองมายังเด็กสาวด้วยอาการหน้านิ่ง คุณนายพรที่นั่งพับเพียบต่อหน้าเลยเป็นคนแนะนำ
“ท่านอาจารย์เด็กคนนี้ละจ้ะที่ดิฉันเล่าให้ฟัง พ่อแม่เด็กเสียแล้ว แต่เรื่องน่าประหลาดก็ยังมี เลยอยากให้อาจารย์ช่วยเด็กให้เอาบุญหน่อยจ้ะ”
“ไม่ต้องมากพิธีหรอกครับ ผมเองก็แค่คนธรรมดา”
เมื่อเห็นว่าคนที่อายุเยอะกว่าจะอ่อนน้อมใส่ ภากรณ์ที่อายุน้อยเลยรีบบอกปัด แล้วหันมามองที่ใบหน้าสาวน้อยที่นั่งหน้าแฉล้ม สิรินทร์เธอไม่ได้เงยขึ้นมาสบตาคนที่อายุเยอะกว่า เมื่อภากรณ์มองดูแล้วเขาก็เอ่ยทัก
“เธอมีดวงวิญญาณตามอยู่นะ ถ้าจะให้ฉันทายคงเป็นเพราะกรรมที่มีร่วมกับคนที่ตายไปแล้ว ทำให้เธอมีวิบากกรรมแบบนี้”
ภากรณ์ดูนิ่งสมกับเป็นอาจารย์ไสยเวทย์ที่ผู้คนนับถือ เขาไม่ได้ยิ้มหรือแสดงอาการใดร่วม เมื่อพูดจบก็นั่งเงียบตามเดิม ส่วนสิรินทร์ เธอเงยหน้าขึ้นมามองที่ใบหน้าหล่อคม หากจะว่าไปเธอเองก็ไม่ได้เชื่อเต็มร้อยเพราะกลัวว่าป้าละเมียดจะเล่าทุกอย่างให้คุณนายฟัง ส่วนคุณนายก็คงจะเล่าต่อเป็นแน่ สิ่งที่คิดอยู่ในหัวเหมือนคนตรงหน้าจะรับรู้ อยู่ๆ ภากรณ์ก็พูดขึ้น
“หากเธอไม่เชื่อสิ่งที่ฉันพูดไปก่อนหน้าก็ไม่เป็นไร แล้วแต่ความเชื่อส่วนบุคคล”
สิรินทร์ที่ได้ยินที่ชายหนุ่มตรงหน้าพูดเธอก็เหมือนจะตกใจไม่น้อย ไม่คิดว่าเขาจะล่วงรู้ความคิดของเธอได้
“หนูไม่ได้คิดแบบนั้นนะคะ”
ชายหนุ่มเหมือนจะยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เมื่อเห็นสีหน้าวิตกของเด็กสาวแรกรุ่น สิรินทร์เธอก็เหมือนเด็กสาวทั่วไปเพียงแต่ครอบครัวไม่ค่อยได้พาไปไหนอีกอย่างเธอเองก็ไม่ใช่เด็กชอบเที่ยว การพบปะพูดคุยคำพูดจาเลยไม่คล่องตัวเท่าไหร่นัก
“ท่านอาจารย์แบบนี้ สิรินทร์จะมีทางแก้ไขยังไงบ้างละจ๊ะ”
คนที่ถามคือป้าละเมียด เพราะรู้สึกเป็นห่วงกับเด็กสาวที่กำพร้าพ่อแม่ อีกทั้งไม่มีญาติที่ไหนให้พักพิงอีกด้วย
“มี มันก็มี แต่ว่าพิธีกรรมเหมือนจะหลายอย่าง อีกทั้งวันนี้ผมเองไม่ได้เอาอะไรมาด้วย ถ้ายายอยากให้ผมแก้ไขให้หลานสาวต้องพาเจ้าตัวเขาตามขึ้นไปที่กรุงเทพ”
ป้าละเมียดเหมือนจะคิดอยู่ชั่วครู่ การไปแบบนั้นแน่นอนว่ามันก็ต้องมีค่าใช้จ่าย อีกทั้งสภาวะการเงินตอนนี้เหมือนจะไม่เป็นใจเท่าไหร่นัก สีหน้าของป้าเหมือนจะบ่งบอกได้ดี ไม่นาน เสียงของคุณนายพรก็ถามขึ้น
“แกจะเอายังไงยายละเมียด หรือว่าจะให้นางหนูคนนี้ไปพร้อมกับอาจารย์เลยไหม”
ไม่เพียงแค่ ป้าละเมียดเท่านั้นที่หันไปมอง สิรินทร์เองก็พลอยตกใจไปด้วย เธอไม่รู้จักมักจี่กับคุณหมอไสยเวทย์ภากรณ์สักนิดเหตุไหนจะให้เธอไปพร้อมเขา
“ป้า”
เธอหันมาเรียกป้าละเมียดกลัวว่าป้าจะยอมตกลงส่งเธอไปกับคนแปลกหน้า แต่ดูเหมือนภากรณ์จะล่วงรู้อีกตามเคย
“เธอเองก็อยากจะเข้าไปทำงานที่กรุงเทพไม่ใช่หรือไงกัน”
ประโยคเพียงเท่านั้นทำให้เธอและป้าละเมียดหันมาสบตากันเพราะไม่คิดว่าหมอจะรู้เพราะป้าเองก็ไม่ได้เล่าให้คุณนายฟัง ทั้งสองชะงักไปชั่วครู่ไม่มีใครได้พูดอะไร จนกระทั่งคุณนายต้องเป็นคุณพูดบ้าง
“เอาละเรื่องของยายละเมียดกับหลานพักไว้ก่อนได้ไหม อาจารย์ตอนนี้คนทั้งตลาดอยากได้ของปลุกเสกที่อาจารย์จะเอามาแจกจ้ะ”
คุณนายพรเจ้าของตลาดพูดจบ ภากรณ์ก็หันไปทางชาวบ้านพร้อมสั่งลูกน้องให้นำของที่ปลุกเสกมา เดินแจกเป็นวัตถุมงคล ชาวบ้านต่างพากันดีใจใหญ่ เวลาผ่านไปสักพัก เหมือนว่าพิธีกรรมหรือการแจกวัตถุมงคลจะจบลง ชาวบ้านต่างทยอยกลับ ส่วนป้าละเมียดพร้อมด้วยสิรินทร์ยังคงนั่งอยู่ คุณนายพรเห็นว่าตอนนี้ก็บ่ายแก่ๆ สมควรที่ท่านอาจารย์หนุ่มต้องกลับ แม้ว่าปากช่องจะไม่ได้ไกลจากกรุงเทพมากแต่การเดินทางก็หลายชั่วโมงอยู่
“สรุปแกจะเอายังไงยายละเมียด อาจารย์จะกลับแล้ว”
ละเมียดเหมือนจะลังเล อีกใจก็อยากจะส่งสิรินทร์ให้ไปหางานทำ อีกใจก็นึกสงสาร สายตาที่มองเด็กสาวเต็มไปด้วยความเอ็นดู ส่วนภากรณ์ก็เหมือนจะรู้ว่าทั้งคู่คิดอะไร ชายหนุ่มจึงพูดตัดบทให้ทั้งสองได้คิดตาม
“ที่บ้านของฉันมีลูกน้องทั้งชายและหญิง ที่บ้านมีป้าแม่บ้านที่คอยดูแลความเรียบร้อย ถ้าหากยายอยากให้หลานสาวไป ฉันจะนำเด็กคนนี้ไปฝากไว้กับป้าแม่บ้าน ส่วนเธอหากทำพิธีปลดปล่อยเจ้ากรรมนายเวรแล้วเธออยากจะออกจากบ้านฉันเพื่อไปหางานทำฉันก็ไม่ได้ห้าม ว่าแต่ทางนั้นพอมีญาติอยู่ไหมให้เขามาที่บ้านฉันก็ได้”
ละเมียดนั่งฟังก็พอใจชื้นขึ้นบ้าง
“มีหลานจ้ะ”
เธอตอบเสียงเรียบ แล้วหันมามองที่สิรินทร์พร้อมกับคำพูด
“สิรินทร์ แกไม่โกรธป้าใช่ไหมที่จะให้แกเข้ากรุงเทพพร้อมพ่อครูเขา ป้าอยากให้แกไม่ต้องวิตกกังวลในชีวิต ถ้าหากแกเลิกฝันร้ายแกก็จะใช้ชีวิตปกติไม่ต้องพะวงอะไร แกเข้าใจที่ป้าพูดใช่ไหม”
สิรินทร์ก้มหน้าลงเพียงเล็กน้อย เธอรู้ดีว่าชีวิตของคนเรามันต้องพึ่งพาตัวเอง เวลาหกเดือนที่เธออาศัยอยู่ร่วมชายคากับป้าละเมียดคงจะจบลงแล้ว นับจากนี้เธอต้องพึ่งพาตัวเอง
“หนูเข้าใจค่ะป้า”
เพียงเท่านั้นเหมือนกับว่า ชายหนุ่มที่นั่งฟังจะเผยรอยยิ้มขึ้นมาบ้าง ภากรณ์ถึงแม้จะไม่ได้พูดอะไรมากแต่แววตาก็เหมือนแผงอะไรไว้บางอย่างที่คนทั่วไปไม่อาจเข้าถึงได้
หลังจากที่ตกลงที่จะเข้ากรุงเทพ ละเมียดก็พาสิรินทร์มาเก็บข้าวของที่บ้าน เธอบอกเด็กสาวว่าจะโทรหาญาติทางกรุงเทพให้ไปรับถ้าหากว่าภากรณ์ทำพิธีให้ ส่วนค่าครูเธอยังไม่ได้ถาม ทั้งสองกลับมาที่รถตู้ที่จอดอยู่ที่บ้านคุณนายพร โดยมีเจ้าของรถพร้อมด้วยลูกน้องทั้งสองนั่งรออยู่แล้ว
“พ่อครูยายฝากเด็กมันด้วยนะ”
“ไม่เป็นไรครับ หากถึงกรุงเทพแล้วจะให้ญาติทางนั้นมาดูที่บ้านผมก็ได้”
“แล้วค่าครูละจ้ะ พ่อครูจะคิดยังไง”
“ผมไม่รับครับ ถือซะว่าผมช่วยเด็กเอาบุญ”
ละเมียดหันไปสั่งลาเด็กที่เคยมาร่วมอาศัย ส่วนสิรินทร์เธอก็ยกมือไหว้บอกลา กลัวว่าเจ้าของรถหน้าหล่อที่นั่งรออยู่ด้านในจะรำคาญเอาได้
“หนูไปก่อนนะป้า”
“พระคุ้มครอง ยังไงก็โทรมาหาป้าด้วยละ”
“จ้ะ”
บทล่าสุด
#70 บทที่ 70 พิเศษ23
อัปเดตล่าสุด: 9/1/2026#69 บทที่ 69 พิเศษ 22
อัปเดตล่าสุด: 9/1/2026#68 บทที่ 68 พิเศษ21
อัปเดตล่าสุด: 9/1/2026#67 บทที่ 67 พิเศษ20
อัปเดตล่าสุด: 8/31/2026#66 บทที่ 66 พิเศษ19
อัปเดตล่าสุด: 8/31/2026#65 บทที่ 65 พิเศษ18
อัปเดตล่าสุด: 8/31/2026#64 บทที่ 64 พิเศษ17
อัปเดตล่าสุด: 8/31/2026#63 บทที่ 63 พิเศษ16
อัปเดตล่าสุด: 8/31/2026#62 บทที่ 62 พิเศษ15
อัปเดตล่าสุด: 8/31/2026#61 บทที่ 61 พิเศษ14
อัปเดตล่าสุด: 8/31/2026
คุณอาจชอบ 😍
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
บ่วงรักบ่วงเสน่หา
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
คลั่งรักลูกหนี้
กลางวันเธอจึงต้องทำงานในไร่
ส่วนกลางคืน
เธอต้องทำงานบนเตียง
จนกว่าเจ้าของเงินกู้ก้อนใหญ่อย่างเขา
‘จะพอใจ’
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
My Husband คุณสามีเมื่อไหร่จะหย่า?
ว่าที่เจ้าบ่าวรู้เรื่องก็กับรีบเอ่ยปากตั้งเงื่อนไขการหย่าตั้งแต่ยังไม่ทันได้แต่งงาน
แล้วแบบนี้เธอจะใช้ชีวิตหลังแต่งงานกับเขาได้ยังไงกัน?
เมื่อเขาปากร้าย ส่วนเธอไม่ชอบพูด
แต่เมื่อเธอเลือกพูด สิ่งที่พูดออกไปคือ “กลับมาแล้วเราไปหย่ากัน! ไม่ต้องรอแล้ว หย่ากันเลย!!” เพียงประโยคเดียวสั้น ๆ
ทำให้ชายหนุ่มที่อยู่ไกลเริ่มร้อนลน ทั้งเคยพูดเรื่องหย่าอยู่บ่อยครั้ง ได้ยินคำจริงจังนั่นถึงกับรีบแจ้นกลับมา
แล้วตกลงคุณสามี ตกลงอยากหย่า หรือ ไม่อยากหย่านะ?
หยุดเสือ
จนต้องมาเจอกับผู้หญิงที่ไม่สนใจเขาอย่างเธอ ความอยากเอาชนะจึงเริ่มต้นขึ้น ทำให้เขาและเธอต้องเข้าไปพัวพันกันในเกมส์หยุดเสือนี้
เจ้าสาวนอกปรารถนา
จู่ ๆ วันหนึ่งเขาเดินเข้ามาบอกด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่า ‘ทำผู้หญิงคนอื่นท้อง’ พร้อมยื่นคำขาดว่า… หากรับไม่ได้ก็เซ็นใบหย่าแล้วไสหัวไป แต่ถ้าอยากรักษาตำแหน่งภรรยาแต่งเอาไว้ ก็จงยอมรับสภาพการใช้ชีวิตแบบ ‘สามคนผัวเมีย’ ในบ้านหลังนี้ซะ!
วันนี้หญิงสาวจึงต้องตัดสินใจ เธอจะยอมก้มหน้ารับความอดสู หรือจะลุกขึ้นสู้เพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรีและเดินออกจากกรงขังไร้รักแห่งนี้ด้วยตัวเอง
โซ่ปรารถนา คุณหมอศัลย์
'อังคณา' พยาบาลสาวจบใหม่ประชดรักหักหลังด้วยการปล่อยตัวปล่อยใจไปกับค่ำคืนวันไนท์สแตนท์ เธอคิดว่ามันจะเป็นแค่ความทรงจำตื่นสายที่แยกย้ายแล้วจบกัน แต่ใครจะคิดว่า 'กระสุนนัดเดียว' ของชายแปลกหน้าในคืนนั้นจะแม่นยำจนทำให้เธอตั้งครรภ์!
และที่ช็อกยิ่งกว่า... คือพ่อของลูกดันเป็นถึง 'นายแพทย์ภาคินทร์' ศัลยแพทย์หนุ่มสุดเนี้ยบ ทายาทตระกูลมหาเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของประเทศ แถมเขายังเป็นหมอในโรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่ด้วย!
การแต่งงานสายฟ้าแลบเกิดขึ้นตามคำสั่งของประมุขตระกูล ภาคินทร์ยอมรับผิดชอบทุกอย่าง ทว่าเขากลับสวมหน้ากากเฉยชาและบอกว่าทั้งหมดคือ ‘หน้าที่’ ทำให้อังคณาต้องเจียมตัว รักษาระยะห่างเพื่อไม่ให้เขาอึดอัด
โดยที่เธอไม่เคยรู้เลยว่า... ภายใต้แววตานิ่งสนิทคู่นั้น หมอหนุ่มแทบจะบ้าตายทุกครั้งที่มีชายอื่นเข้าใกล้เธอ!
เมื่อความลับใต้พรมเริ่มปะทุ และวิกฤตร้ายแรงในครรภ์เข้าขั้นวิกฤต คุณหมอผู้ไร้ความรู้สึกจะทำอย่างไร เมื่อรู้ว่า ‘หน้าที่’ นี้... แท้จริงแล้วมันคือ ‘ความปรารถนา’ ที่เขาอยากครอบครองเธอมาตั้งแต่แรกพบ
เล่ห์รักซ่อนชู้
“ทำไมจะไม่เกี่ยว ธิชารู้เห็นเรื่องที่ไหมเขามีชู้ แล้วธิชาก็ปิดบังพี่เรื่องนี้…ทำให้พี่เป็นไอ้โง่ถูกไหมเขาสวมเขาให้ แล้วไหนจะลูกของไอ้ชู้นั่นที่ไหมเอามายัดเหยียดให้เป็นลูกของพี่อีก…เพราะฉะนั้นธิชาก็ลองมาปิดบังไหมเขาเรื่องที่เราเป็นชู้กันให้มิดละกัน…ไม่งั้นไหมเขาคงจะเสียใจน่าดู ถ้ารู้ว่าน้องสาวมาเป็นชู้กับผัวตัวเองแบบอย่างนี้..”
“พี่มันเลว…พี่มันชั่ว…ปล่อยนะคะ ธิชาไม่อยากจะให้คนเลวๆอย่างพี่มาแตะเนื้อต้องตัวธิชาอีก…”
“ด่าผัวตัวเองอย่างนี้น่ารักเลยนะ…สงสัยต้องทำโทษสักหน่อยแล้ว…แต่พวกเขาจะสงสัยไหมว่าทำไมเราสองคนถึงได้ออกมานานแบบนี้…”
“พี่ไม่มีวันได้….อื้อ….อือ….อื้อ….ปึก เพี๊ยะ….อย่าทำแบบนี้กับธิชาอีกนะคะ ไม่งั้นอย่าหาว่าธิชาไม่เตือน”
“หึๆ…ชอบแบบตบจูบก็ไม่บอก งั้นเดี๋ยวพี่จัดให้ อยากตบพี่นักใช่ไหมหึ…จุ๊บ….อื้อ….อืม…อือ…”













