บทที่ 7 ตอนที่ 7

เขาเป็นอะไรไป?

นั่นสิ... เดนนิส โอซิล ผู้ที่เคยแต่เขี่ยผู้หญิงทิ้ง ทำไมถึงได้รู้สึกลึกซึ้งกับผู้หญิงที่พึ่งได้แค่เพียงจูบอย่างแองเจลล่า โรเจอริโอ ผู้หญิงต้องห้ามที่เขาห้ามหลงใหลอย่างเด็ดขาดคนนั้นด้วย ทำไมเจ้าความรู้สึกอยากกินแม่คุณเข้าไปทั้งตัวถึงได้มีอำนาจมากมายเพียงนี้นะ

ก็ดูนั่นสิ...

ดวงตาคมกริบลดต่ำลงไปมองที่หน้าขาของตัวเอง หลักฐานความปรารถนาอัดแน่นอยู่ภายในเป้ากางเกง ซิปแทบระเบิดกับความรู้สึกที่มันอัดแน่นอยู่ในเรือนกาย เขาแทบจะทนรอให้ถึงหกโมงเย็นไม่ได้เลยให้ตายสิ บ้าชะมัด... ชายหนุ่มสบถออกมาอย่างหัวเสีย เมื่อรู้สึกว่าวันนี้เข็มนาฬิกามันเดินช้ากว่าทุกวันมากมายนัก...

ระยำ! ทำไมต้องรู้สึกแทบบ้าแบบนี้ด้วยนะ ทำไม?

ร้องถามตัวเองแต่ก็ไม่ได้คำตอบอยู่ดี เดนนิสจึงได้แต่นั่งหน้าบูดหน้าบึ้งอยู่หลังโต๊ะทำงานใหญ่ของตัวเองบนตึกสูงระฟ้าโอซิล กรุ๊ปต่อไปอย่างไม่มีทางเลือก ทั้งๆ ที่หัวใจล่องลอยไปหาแม่นางฟ้าคนงามเรียบร้อยแล้ว

ชุดสีขาวเกาะอกแบบพอดียาวกรอมข้อเท้าแต่กระนั้นมันก็แหวกข้างขึ้นมาถึงต้นขา โชว์ความสมบูรณ์แบบของต้นขากลมกลึงของผู้สวมใส่ได้อย่างชัดเจนทีเดียว ถูกสวมใส่ลงบนเรือนร่างสลักเสลางดงามของนาริกาโดยที่เจ้าตัวมิมีทางเลือก นอกจากยอมให้สาวใช้ทั้งหลายแต่งเนื้อแต่งตัวให้ราวกับตนเป็นตุ๊กตาไร้ชีวิตอย่างนั้น ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วหล่อนมีเลือดเนื้อ มีความรู้สึกและก็มีหัวใจเหมือนๆ กับมนุษย์ทุกคน

ดวงตากลมโตสีน้ำตาลไหม้ที่อยู่ในกรอบแพขนตาดกดำปรือมองภาพของตัวเองในกระจกเงาซ้ำอีกครั้ง แล้วก็อดหน้าแดงก่ำด้วยความอับอายไม่ได้ เมื่อเนินอกอวบอิ่มแทบจะล้นทะลักออกมาจากขอบเสื้อ ขณะที่เนื้อผ้านั้นช่างเน้นส่วนเว้า ส่วนโค้งของเรือนกายสาวสะพรั่งของหล่อนให้เจิดจรัสเกินความจำเป็นยิ่งนัก

“ชุดนี้สวยมากยามที่มันอยู่บนตัวของคุณแองจี้...” เสียงวาเลนเอ่ยชมด้วยความจริงใจอยู่ด้านหลัง

นาริกาได้แต่ยิ้มตอบขณะจ้องมองตัวเองในกระจกเงาบานใหญ่ตรงหน้าไม่วางตา และก็ได้เห็นเส้นผมสีน้ำตาลไหม้ถูกเกล้าขึ้นไว้กลางศีรษะตรึงเอาไว้ด้วยปิ่นที่ทำจากทองคำแท้อันเล็ก พวงผมปอยเล็กๆ ที่ช่างทำผมจงใจปล่อยเคล้าเคลียกับไหล่เปลือยขาวเนียน เดนนิสจะรู้สึกยังไงนะถ้าได้เห็นหล่อนในค่ำคืนนี้

บ้าชะมัด... ทำไมต้องไปอยากรู้ด้วยนะว่าผู้ชายคนนั้นจะมองตัวเองว่ายังไง หน้าที่ของหล่อนก็คือทำตามแผนเพื่อให้เดนนิส โอซิลกำความพ่ายแพ้เอาไว้ในมือ

หล่อนจะต้องทำ... ใช่จะต้องทำมันให้ได้ เพื่อตอบแทนบุญคุณของคนตระกูลโรเจอริโอที่ช่วยโอบอุ้มหล่อนเอาไว้ตั้งแต่วัยเยาว์ พวกเขาช่วยต่อลมหายใจให้กับเด็กกำพร้าที่พ่อแม่ไม่ต้องการอย่างหล่อนมายาวนานมาถึงยี่สิบปี ถึงแม้จะมีฐานะแค่คนรับใช้ของลูกสาวคนเล็กของตระกูลก็ตาม

“หวังว่าคืนนี้คุณแองจี้จะทำตามแผนการของนายท่านจนสำเร็จนะคะ... พวกเราจะได้กลับบราซิลเสียที”

วาเลนเอ่ยขึ้นเมื่อนาริกาลุกขึ้นและเดินกลับไปนั่งที่เตียงนอนขนาดใหญ่ ดวงตากลมโตมองจ้องไปที่นาฬิกาแขวนผนังเรือนทอง แล้วก็อดใจสั่นไม่ได้เมื่อเห็นเข็มนาฬิกามันเดินเข้าใกล้เวลานัดหมายเข้าไปทุกขณะ

“เราควรจะเผื่อใจเอาไว้บ้าง... นายท่านก็บอกเรามาไม่ใช่หรือว่าเดนนิส โอซิลฉลาดเป็นกรด”

“ต่อให้ฉลาดแค่ไหน แต่ผู้ชายก็ตายเพราะผู้หญิงสวยๆ อยู่ดี และจากภาพที่เห็นเมื่อเช้านี้ในสวนดอกไม้...” วาเลนหรี่ตามองคู่สนทนานิ่ง ก่อนจะเอ่ยออกมาให้คนฟังแก้มแดงจัดมากขึ้นอีกหลายเท่า

“ฉันมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นเลยว่า เดนนิส โอซิลศัตรูของนายท่านพอใจคุณแองจี้...”

แม้ว่าวาเลนจะรู้ดีว่าสตรีตรงหน้าคือนาริกา ไม่ใช่แองเจลล่านายสาวตัวจริง แต่เพื่อกันงานผิดพลาด วาเลนและสาวใช้คนอื่นๆ ที่ติดตามมาเมืองไทยก็เลือกที่จะเรียกนาริกาว่าแองจี้ทุกคำ

“แต่... เอ่อ...”

“แค่คุณแองจี้ทำตามแบบที่ฉันบอก... แค่นั้น...”

สายตาของวาเลนมองต่ำมาที่หน้าอกของนาริกา และนั่นก็ทำให้สาวน้อยในชุดราตรีหรูหราถึงกับร้อนผ่าวไปทั้งหน้า สมองหวนนึกย้อนกลับไปเมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้วอีกครั้ง

“เข้ามาทำไมหรือวาเลน...” ตอนนั้นทั้งเนื้อทั้งตัวของหล่อนมีแค่ผ้าขนหนูเพียงผืนเดียว

“มีบางอย่างที่คุณแองจี้จะต้องทราบ และทำตาม...”

เสียงของวาเลนราบเรียบ ขณะเดินมาหยุดตรงหน้าหล่อน และก็ไม่ทันได้ตั้งตัว ผ้าขนหนูที่ห่อกายสาวอยู่ก็ถูกกระชากจนร่วงไปกองกับพื้น

“จะทำอะไรเหรอวาเลน...”

“ไม่ต้องกลัวหรอกค่ะ ฉันแค่ทำตามแผนเท่านั้น...”

ความอับอายทำให้หล่อนปกป้องตัวเองไม่ได้เลย ร่างของหล่อนถูกผลักให้นั่งลงบนเตียงนุ่ม จากนั้นวาเลนก็ตามเข้ามาหยุดตรงหน้า มือของวาเลนมีขวดสีน้ำตาลเล็กๆ อยู่ และเพียงไม่นานขวดนั้นก็ถูกเปิดออก น้ำยาเย็นๆ ถูกวาเลนนำมาป้ายที่ยอดถันสีเดียวกับกลีบปากของนาริกาอย่างรวดเร็วทั้งสองข้าง

“มันจะทำให้คุณแองจี้ทำงานสำเร็จ...”

“ทำคืออะไรวาเลน ทำไมต้อง...” วาเลนถอยออกไปแล้วเมื่อนาริการ้องถาม

วาเลนหันมายิ้มกว้าง “ยานอนหลับ นายเดนนิสจะหลับคาอกของคุณแองจี้ทันที เมื่อหมอนั่นดูดอมหัวนมของคุณแองจี้”

หลังจากจบประโยคน่าตกใจนั่นร่างของวาเลนก็หายไปกับบานประตูไม้ที่ถูกปิดลงแผ่วเบาทันที นาริกาหน้าแดงก่ำ แต่ไม่ใช่แค่หน้าหรอกที่แดงระเรื่อ แต่ผิวกายทั้งตัวก็แดงจัดไม่แพ้กัน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป