บทที่ 3 อดีต
“ไม่ให้ปืนพูดตอนนี้ แล้วจะให้ปืนไปพูดตอนไหน”เขาจับมือของเธอที่สั่น ๆ เอาไว้ พร้อมกับลูบไล้เบา ๆ
นิกกี้พยายามชักมือกลับเพราะเห็นพนักงานบนเครื่องเดินผ่าน แต่เขากับรั้ง แล้วจับเอาไว้แน่นยิ่งกว่าเดิม
“นิกกี้ไม่อยากเป็นแฟนปืนใช่ไหม”
“เปล่าสักหน่อย แต่...” นิกกี้ทำแก้มแดงจัดจนเห็นชัด ปืนยิ้มปากกว้าง
“แปลว่าตัวเองตกลงเป็นแฟนเขานะ”
“ปืนรักนิกกี้หรือ” เธอเปิดปากถามตามที่หัวใจอยากรู้ด้วยท่าทีเอียงอาย
“อื้อ...” ปืนตอบหน้าตายและแววตาเอาจริง เขาก้มหน้าลงมาใกล้ ๆ อีกครั้ง
“งั้นขอจุ๊บอีกทีได้ไหม”
“ปืนไม่เอา” เธอยกมือขึ้นไปยันหน้าอกของเขาเอาไว้
“นิ้กกี้ก็หลับตาสิ ไม่มีใครเห็นหรอก” เขาอมยิ้ม
เธอจึงยกมือขึ้นดึงปลายจมูกรั้น ๆ ของเขานิด ๆ
“ไปถึงโรงแรมก่อนสิ จะให้จุ๊บ”
‘เธอพูดแบบนี้ก็ไม่ได้หมายความว่าปฏิเสธนะสิ’ เขามีอาการลิงโลด
“จริง ๆ นะ”
“จ้ะ” สองคนคุยกันเสียงเบา ๆ เพราะรู้ตัวว่า เธอก็รักเขาเช่นเดียวกัน โลกทั้งโลกของทั้งสองคนเป็นสีชมพู และทั้งคู่ได้รู้ว่า หัวใจเต้นแรงกับคนที่ใช่มันเป็นแบบนี้นี่เอง
ติ้ง... ติ้ง... มีเสียงเตือนว่ามีข้อความเข้ามาในมือถือ
นิกกี้รีบหยิบแล้วเปิดอ่านทันที แค่เห็นชื่อคนส่งก็ตกใจจะแย่แล้ว
(นิกกี้ทำไมไม่กลับบ้าน ไหนรับปากกับยายแล้ว)
หญิงสาวนึกไปถึงใบหน้าของคนที่ส่งมาได้ทันที ก่อนจะพิมพ์ตอบกลับไป
(นิกกี้กราบขอโทษคุณยายนะคะ จริง ๆ ว่าจะกลับวันนี้แหละค่ะ พอดีเกิดเรื่องกับมิกิเสียก่อน)
(ไม่ต้องมาแก้ตัว) คุณยายพิมพ์ข้อความสวนกลับมาทันที
“อุ้ย... อะไรจะพิมพ์ได้เร็วขนาดนี้” เธอเผลอปากออกมา นึกขึ้นได้ต้องเป็นฝีมือของเลขานุการสาวที่ไม่ได้สาวของคุณยายแน่ ๆ
“อ๋อ...สงสัยคุณรำไพพิมพ์ให้ เอ... แต่วันนี้วันเสาร์นี่” เธอคิดว่าไม่ใช่แล้ว เพราะเป็นวันหยุด ต้องเป็นคนที่บ้าน
(สรุปจะเอายังไง)
“หุ...” เธอกำลังคิดหาหนทางหลีกเลี่ยง
ติ้ง... รูปถ่ายของคุณยาย คุณพ่อ คุณแม่ และพี่สาวของเธอก็เด้งขึ้นมา
(“ฮัลโหล....”) ข้อความเป็นเสียงส่งมาต่อจากนั้นทันที
นิกกี้กดวิดีโอกลับไปหาคุณยายทันทีเช่นเดียวกัน
“ทุกคนใจร้าย” เธอต่อว่าทุกคนที่เห็นอยู่พร้อมหน้าพร้อมตา
(“ใจร้ายอะไรกันยะ”) พี่สาวสวนกลับออกไปเช่นกัน
นิกกี้โบกมือให้กับพ่อแม่ของตน
“ไม่เห็นบอกว่าจะมากันนี่คะ”
(“หึ...”) เสียงคุณยายเล็ดลอดเข้ามาดังกว่าเดิม
“แหม...คุณยายขาถ้าบอกว่าพ่อแม่และพี่หน่อยจะมา ป่านนี้นิกกี้อยู่ที่บ้านของคุณยายแล้วค่ะ”
(“เหรอ...ยายนิก ดู๊ดู แม่นิดลูกของหล่อน...”) คุณยายทำหน้าเหนื่อยหน่าย และหันไปฟ้องคุณนิจรี
(“มาสิ ออกมาเร็ว ๆ มีทั้งปลาหมึก ลูกเกด อินทผาลัม และก็ของโปรดเธอ”)พี่สาวชูน้ำบูดูในขวดให้ดู และสตอฝักใหญ่ ๆ
“ฮู้...” เธออุทานและทำปากห่อส่งเสียงดัง น้ำลายพานจะไหล
“ไปเลยค่ะ จะรีบไปเลยค่ะ พี่หน่อยทำข้าวยำเลยนะ”
(“แหงะ...อยู่แล้ว พี่เอาเครื่องมาครบ ดอกดาหลาก็เอามาด้วย”) พี่สาวรับคำ และยกดอกดาหลาทั้งดอกใหญ่ให้น้องสาวดู นิกกี้กลืนน้ำลายแทบไม่ทัน
(“เห็นแก่กิน”) คุณยายว่าให้หลานสาวคนเล็กอีกครั้ง แต่เธอไม่สนใจ
“จะอาบน้ำ แล้วไปอย่างรวดเร็ว พี่หน่อยพอนิกไปถึงนะ นิกต้องได้กินข้าวยำ”
(“โอเค”) พี่สาวยกนิ้วรับปากรับคำอย่างดี
นิกกี้กดวางสาย แล้วตรงดิ่งพาตัวเองเข้าห้องน้ำ จัดการอาบน้ำอาบท่าอย่างรวดเร็ว เพื่ออาหารอร่อย ๆ ฝีมือของพี่สาวที่รักของเธอคนเดียว
ณ บ้านของคุณยาย
“แม่ไม่เข้าใจเลย ยายนิกจะเรียนอะไรมากมาย บอกตรง ๆ นะ แม่นิจก็ไม่เอาโรงเรียนนี้ ยายหน่อยก็ไม่เอา แล้วถ้านิกกี้ไม่เอาเสียอีกคน แม่จะขายทิ้ง” คุณโอบบุญพูดออกมาด้วยความน้อยอกน้อยใจ
“โธ่...แม่คะ” นิจรีนั่งลงใกล้ ๆ คุณโอบ
“ก็....” นางถึงกลับพูดไม่ออก
“แม่เข้าใจ สัตยาก็มีตำแหน่งใหญ่โตที่ทางใต้ นิจก็ต้องไปอยู่ดูแล ผัวเมียจะแยกกันก็ลำบาก แล้วหน่อยก็มีครอบครัวแล้ว เป็นไงบ้าง เหลน ๆ ของยายทวด”
“คุณยายขากำลังซนเลยค่ะ ปวดหัวเปล่า ๆ ถ้าหน่อยพามาด้วย พอดีแม่ของพี่ชาก็ไม่อยากให้เด็ก ๆ เดินทางด้วย อีกอย่างหนูจะได้อยู่กับคุณยายได้นานอีกนิด” หน่อยพูดถึงสามีและลูก พูดจบก็เดินเข้าไปในครัว มีเด็กรับใช้หิ้วของต่าง ๆ ตามเข้าไปช่วยอีกแรง
“สุดท้ายก็ต้องกลับไปเหมือนเดิม” ท่านมีท่าทีสลดลง
“อะไรกันคะคุณแม่ ทำไมเริ่มงอแง”
“คุณนิจ คุณแม่ไม่ใช่เด็ก ๆ นะ จะได้ว่าคุณแม่งอแง” คุณสัตยาติงภรรยา
“ใช่สิ ปีนี้แม่เจ็ดสิบสี่ปีแล้วนะ แม่จะขายทิ้งจริง ๆ ถ้าไม่มีคนมาสานต่อโรงเรียนนี่” สามีภรรยามองหน้ากันเลิ่กลั่ก
“คุณแม่คะ ปีหน้าคุณพี่ก็จะเกษียณแล้วค่ะ ยังไงนิจจะกลับมาดูแลโรงเรียนให้คุณแม่นะคะ อย่าคิดมาก”
“ครับ ผมก็คิดเอาไว้แบบนั้น ตั้งใจจะสานต่อโรงเรียนของคุณแม่ให้นะครับ”
สัตยาสนับสนุนคำพูดของภรรยา เพราะทุกคนรู้อยู่แก่ใจว่า คุณโอบบุญรักโรงเรียนของนางมากแค่ไหน ทุกเวลาทุกนาทีตลอดทั้งชีวิตท่านก็อุทิศให้กับการศึกษาของเด็ก ๆ นักเรียนของท่าน
“ต้องให้ยายนิกนั่นแหละคอยดูแล ยายนิกก็จริง ๆ เลย...” นิจรีหันไปคุยกับสามี ท่าทีหนักใจ
“ผมจัดการพูดกับยายนิกเองครับ” สัตยาจ้องหน้ากับภรรยา พร้อมหันไปรับปากกับแม่ยาย
“เอาอย่างนี้ไหมครับ” สัตยาขยับเข้าไปนั่งใกล้ ๆ ภรรยาและคุณโอบบุญ แล้วแผนการต่าง ๆ ก็พรั่งพรูออกมาจากปากของเขา
ทุกคนต่างพยักหน้าและยิ้มกว้าง เมื่อหาทางออกได้แล้ว
