บทที่ 6 ไม่มีคำมั่นที่แท้จริง
“มาครั้งเดียวครับ ตั้งแต่คอปเตอร์อยู่ที่นี่”
“หื้อ... อยู่มาปีกว่า มาครั้งเดียว” เธออารมณ์พุ่งปรี๊ด ยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาให้กับเด็กชาย
“ไม่ต้องร้อง ต้องเข้มแข็ง”
“อ้าว...” คอปเตอร์ทำเสียง รู้สึกงง เมื่อกี้ครูเพิ่งบอกให้ร้องไห้ได้
นิกกี้ยกสองมือขึ้นแตะบ่าของเด็กชาย
“พรุ่งนี้วันหยุด ครูจะพาไปเที่ยว”
“เหรอครับ” เด็กชายรู้สึกดีใจ เห็นคนอื่น ๆ มีผู้ปกครองมารับกลับบ้านหรือออกไปเที่ยวในวันหยุด แต่สำหรับเขา คุณปู่ไม่ว่างติดงาน คุณยายไปต่างประเทศ คุณพ่อลงเรือสำราญ
“ไปนอนได้แล้วครับ แต่ครูนิกกี้จะบอกคอปเตอร์เรื่องหนึ่ง คอปเตอร์ห้ามดื่มน้ำก่อนนอน แล้วหากปวดฉี่ คืนนี้ไม่ต้องกลัว ลุกขึ้นไปฉี่เลย”
“แต่วันนี้ ผมนอนคนเดียว พี่รูมเมตกลับบ้าน”
“เวลาปวดฉี่กลางคืน ไม่กล้าลุกใช่ไหม”
เด็กน้อยรับโดยการพยักหน้า
“กลัวอะไร”
“ผี......” เด็กชายตอบเสียงเบา
“ผีไม่มีในโลกจ้ะ อีกอย่างถ้ามี ระหว่างคนกับผี อะไรน่ากลัวกว่ากัน”
“ทั้งคู่เลยครับ”
คำตอบของเด็กชายทำให้เธอหัวเราะ
“เอางี้เปิดไฟนอนสิ คืนนี้”
“ได้เหรอครับ” เขารู้สึกดีใจ
“ครูจะบอกคุณแม่ปรานีให้”
“ขอบคุณครับ” คอปเตอร์รีบยกมือไหว้
กริ๊ง.............. เสียงกริ่งดังสนั่น
“ได้เวลานอนแล้วครับ”
“ล้างหน้า แปรงฟันก่อนนอนด้วยนะ ไปได้แล้ว เดี๋ยวจะถูกเอ็ด” เธอยื่นหนังสือคืนให้กับเด็กน้อย
“ราตรีสวัสดิ์ครับ” คอปเตอร์เขย่งขึ้นหอมแก้ม
“ครูนิกกี้น่ารักที่สุดเลยครับ”
เธอเผลอยิ้มเมื่อเด็กชายชม โบกมือให้จนเขาลับตา
“เป็นยังไงบ้างคะ น้องคอปเตอร์”
“น่าสงสารนะคะ ครอบครัวไม่สนใจเลยหรือ”
“ค่ะ”
ไศลทิพย์ทำท่าครุ่นคิด
ในห้องพักครู
เธออ่านประวัติของคอปเตอร์ใหม่อีกครั้ง และอ่านผลการรักษาและรายงานโดยคุณหมอกวินวิทย์ ที่ดูแลเด็ก ๆ ของที่นี่ ซึ่งมีคลินิกอยู่ไม่ไกลจากโรงเรียน
‘เด็กปัสสาวะรดที่นอน สาเหตุมาจากอาการเครียดในการย้ายที่อยู่ และโรงเรียน อีกไม่นานคงหายไป’
‘วันที่ 22 เดือนพฤษภาคม พ.ศ........’
“อุ้ยตั้งเกือบปีแล้ว แสดงว่าไม่ดีขึ้น คอปเตอร์ยังเครียดอยู่เหรอ เด็กวัยนี้ควรอยู่ที่บ้านนี่นา” เธอรู้สึกสงสารเด็กน้อยจับใจ
“ต้องมีวิธีสิ”
เธอนึกได้ก็รีบไลน์หาหมอกวินวิทย์ทันที
ทั้งสองเป็นเพื่อนบ้านกันมาตั้งแต่เด็ก ๆ หมอโป้งแก่กว่านิกกี้สี่ห้าปี
(พี่โป้งค่ะ เรื่องเด็กที่ฉี่รดที่นอนประจำ ไม่รู้พี่จำได้ไหมคะ ตอนนี้ยังไม่หายเลย)
(โอ้โห...นิกกี้ เป็นเพื่อนในไลน์มาเป็นปี เพิ่งโผล่มาถามเรื่องฉี่รดที่นอนเนี่ยนะ จะเต็มสามสิบแล้วยังฉี่รดที่นอนอีกเหรอ)
(ยังขี้เล่นเหมือนเดิมนะคะพี่หมอ)
(จ้า คิดถึงจัง กินข้าวด้วยกันสิ พี่จะให้คำตอบ)
(เลี้ยงใช่ไหม)
(ผอ. คนใหม่ ต้องให้พี่หมอเลี้ยงด้วยหรือครับ)
(หมอรวยกว่า)
(ได้ ๆ ) คำตอบมาพร้อมสติกเกอร์หน้ายิ้ม
(พรุ่งนี้นะ)
(ได้ค่ะ ที่ไหนดีคะ)
(ร้านระเบียงทอง ตรงใกล้ ๆ นี่ดีไหม)
(ไม่ยอมเสียค่าน้ำมันเลย พี่หมอจะเก็บเงินไปทำไมมากมายคะ)
(เอาไว้แต่งเมีย)
(อุ้ย...สินสอดผู้หญิงคนไหนหนอ แพงขนาดนั้น)
(ต้องเป็นเจ้าของโรงเรียนแหละ)
(จีบเหรอ)
(555++)
(กลัวอกหัก)
เธอตอบเป็นสติกเกอร์ร้องไห้ขี้มูกโป่งไปแทน
(เจอกัน 11.30 น. นะคะ)
(โอเคจ้ะ)
เธอรีบเปิดหน้าโปรไฟล์ของพี่หมอดู
“โสดสนิทเหมือนเราเลยแฮะ”
เธอยิ้มเพราะเห็นแต่คุณหมอโพสต์กิจกรรมประจำวันต่าง ๆ แต่ไร้วี่แววผู้หญิงข้างกาย
ณ บ้านของคุณยาย
“คุณยายคะ พี่หมอยังไม่แต่งงานอีกเหรอคะ”
“เห็นว่ารอนิกกี้”
“โห...คุณยายพูดเล่นใช่ไหมเนี่ย”
คุณยายไม่ตอบแต่หัวเราะร่า
“ไม่มองใคร มองพี่หมอก็ดีนะ”
“อึ...เห็นมาตั้งแต่เล็ก ๆ”
“รอแก่ก่อนหรือ”
“คุณยายขา...อยู่คนเดียวดีที่สุด”
“ตอนที่ไม่สบายล่ะ”
“ก็มียายไงคะ”
“จริง ๆ พี่หมอโป้งเขาก็น่ารักดีนะ ยายชอบเขา”
“ฮา... ยายก็ขอพี่โป้งแต่งงานเองสิคะ”
เปรี๊ยะ... ฝ่ามือของคนแก่ตีมาที่แขนของเธอ
“ได้ ยายจะเอ่ยปากขอให้พี่เขามาแต่งกับแก ยายนิก...”
“อุ้ย...ไม่ได้ค่ะ ไม่รักกันชอบกัน แต่งไม่ได้”
“สรุปคือจะอยู่คานทองหรือ”
เธอไม่ตอบ แต่ชิงเดินหนีเข้าห้องนอนตัวเองไปก่อน
“ยายนิก” เสียงคุณยายเรียกตาม
เก้าปีที่แล้ว ณ ร้านอาหารริมทะเลของจังหวัดกระบี่
ปืนนั่งจ้องเธอไม่วางตา
“ปืนอะ...เล่นจ้องกันแบบนี้ก็ไม่ไหวนะ”
"ทำไม ก็นิกกี้น่ารัก"
"หือ...ทำมาปากหวาน เมื่อก่อนยังไม่เป็นแบบนี้เลย หวานไปไหม"
"เธอไม่สังเกตต่างหาก เราแอบส่งตาหวานให้ตั้งหลายครั้ง"
นิกกี้นั่งอมยิ้ม
ในกลุ่มเพื่อน ปืนเป็นคนเดียวที่คอยเป็นห่วงอยู่เสมอ และถามไถ่ในเรื่องราวเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น กินข้าวหรือยัง หิวไหม วันหยุดไปไหน ไปทำอะไรมาบ้าง และมักเป็นคนที่โทรหาเธอเสมอ
ทุกครั้งที่คุยกันเขาก็บอกตัวเองว่ามันเป็นอะไรที่ดี และรู้สึกพิเศษกว่าคนอื่น ๆ
"ปืนชอบนิกกี้มานานแล้วนะ"
"ตั้งแต่เมื่อไหร่"
"ไม่รู้เหมือนกัน แต่มารู้ตัวอีกที เธอก็มาวิ่งวนอยู่ในนี้" เขาชี้ไปที่หน้าอกข้างซ้าย
"มิน่า รู้สึกเหนื้อย เหนื่อย" หญิงสาวหัวเราะ
"หื้อ..."
"ก็ปืนไม่ให้เรานั่งพักเลยอะ ให้วิ่งวนอยู่ได้ นิกกี้ก็เหนื่อยอะสิ"
เขาหัวเราะขึ้นมาเบา ๆ ยกมือขึ้นหยิกแก้มที่แดงระเรื่อนั่น
"ขอเวลาปืนอีกห้าปีนะ กลับจากกลับจากเยอรมัน นิกกี้แต่งงานกับปืนนะ"
"บ้าบอมาขอแต่งงานอะไรตอนนี้ เพิ่งตกลงเป็นแฟนไม่ถึงชั่วโมง" เธออายแทบม้วนลงไปกองตรงนั้น
"ปืนพูดจริง ๆ ไม่ได้พูดเล่นนะ ปืนจริงจังนะ"
"เวลาอาจทำให้ปืนเปลี่ยนใจก็ได้ และอีกอย่างระยะทางระหว่างเรายังแสนไกล ขี้คร้านพอเจอคนใหม่ที่สวยกว่า ดีกว่า ปืนอาจเปลี่ยนใจ"
นิธานจ้องสบตาแน่วแน่
"ไม่มีวัน ความรู้สึกของปืนมันบอกตัวเองแบบนั้น นิกกี้เชื่อปืนได้ไหม"
"ได้...เราจะแกล้งเชื่อปืนได้ไหม"
"แกล้งเชื่อก็ได้" เขายิ้มกว้าง
อย่างน้อยมันก็เป็นคำมั่นสัญญาที่ลูกผู้ชายที่ชื่อนิธานได้ให้ไว้กับเธอ
