บทที่ 2 ฮีโร่ไร้หน้า

"มึงคิดว่ากูโง่หรือไง! ถ้ากูปล่อยมัน พวกมึงก็ยิงกูสิวะ!"

"ผมรักษาคำพูดเสมอ" นัยน์ตาคมดุจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของคนร้าย "แต่ถ้าคุณยังดื้อดึง ผมก็รับประกันไม่ได้ว่ากระสุนของหน่วยซุ่มยิงที่เล็งหัวคุณอยู่ตอนนี้ จะเจาะเข้ากลางแสกหน้าคุณเมื่อไหร่"

การต่อรองที่เล่นกับความตายทำให้คนร้ายเริ่มล่อกแล่ก มันหันรีหันขวาง สายตาลุกลี้ลุกลนมองหาทางรอด ในเสี้ยววินาทีที่ความสนใจของมันถูกดึงไปที่หน้าต่างด้านหลัง ชายชุดดำก็เบนสายตากลับมาหาขวัญใจ

"มองผม" เขาพูดกับเธอ

ขวัญใจชะงัก

"มองผมไว้ ไม่ต้องมองอย่างอื่น" น้ำเสียงนั้นหนักแน่น ราวกับเป็นคำสั่งที่ไม่มีวันผิดพลาด

"หายใจช้าๆ"

เด็กสาวพยายามทำตาม แม้แขนของคนร้ายจะยังรัดอยู่ที่ลำคอจนแทบขาดอากาศ

"ดีมาก" เขาขยับเท้าอีกครั้ง "อีกเดี๋ยวทุกอย่างจะจบ"

ในจังหวะที่คนร้ายหันกลับมาและเตรียมจะอ้าปากด่า ชายชุดดำก็พุ่งทะยานเข้ามา

ทุกอย่างรวดเร็วจนขวัญใจมองไม่ทัน เสียงปืนดังลั่นขึ้นที่ข้างหู

ปัง!

หูของขวัญใจอื้ออึงจนไม่ได้ยินเสียงใดนอกจากเสียงวิ้งยาวนาน โลกทั้งใบหมุนคว้าง ร่างของเธอถูกกระชากออกจากวงแขนของคนร้ายอย่างแรง ก่อนจะถูกโอบกดลงกับพื้นแข็งกระด้าง ชายชุดดำใช้ร่างของตัวเองทาบทับกำบังเธอไว้เต็มตัว

กระสุนนัดหนึ่งพุ่งแหวกอากาศเฉียดผ่านหัวไหล่ของเขาไปอย่างฉิวเฉียด

ขวัญใจได้ยินเสียงครางต่ำอยู่ในลำคอของคนเหนือร่าง กลิ่นสนิมเหล็กเข้มข้นลอยเตะจมูกพร้อมกับความอบอุ่นเหนอะหนะที่หยดแหมะลงบนแขนเสื้อของเธอ

"คุณถูกยิง!"

"ผมไม่เป็นไร" เขาตอบกลับทันควัน น้ำเสียงยังคงราบเรียบไม่บ่งบอกถึงความเจ็บปวด

เมื่อลูกทีมเข้าควบคุมสถานการณ์และกดร่างคนร้ายลงกับพื้นได้สำเร็จ ชายตรงหน้าก็ยังไม่ยอมลุกไปไหน เขาก้มมองใบหน้าซีดเผือดของเด็กสาวในอ้อมแขน นัยน์ตาดุดันคู่นั้นกวาดสำรวจรอยแดงช้ำบนลำคอของเธอ

"เจ็บตรงไหนไหม"

ขวัญใจส่ายหน้ารัว น้ำตาพรั่งพรูออกมาอย่างสุดจะกลั้น

"แน่ใจ"

พอเธอพยักหน้ายืนยัน เขาจึงขยับตัวลุกขึ้นและดึงแขนเธอให้ลุกตาม ฝ่ามือใหญ่ที่สวมถุงมือยุทธวิธีนั้นหยาบกระด้าง แต่มั่นคงจนขวัญใจเผลอยึดท่อนแขนเขาไว้แน่นราวกับเป็นที่พึ่งสุดท้าย

รอบกายคือฝันร้ายที่กลายเป็นจริง ผู้บาดเจ็บนอนเกลื่อน กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้ง วิทยากรแพทย์ที่ถูกทำร้ายนอนแน่นิ่งจมกองเลือดอยู่ไม่ไกล

"ทีมแพทย์เข้าพื้นที่!"

สิ้นเสียงตะโกน แพทย์สนามก็พุ่งตัวเข้ามาพร้อมอุปกรณ์ช่วยชีวิต พวกเขาทรุดตัวลงข้างร่างของวิทยากรท่านนั้นและเริ่มทำการกดหน้าอกอย่างเอาเป็นเอาตาย

"เขาจะรอดไหมคะ" เธอละล่ำละลักถามเสียงสั่น จ้องมองหยดเลือดที่เปรอะเปื้อนเสื้อกาวน์สีขาว

ชายชุดดำปรายตามอง "ทีมแพทย์กำลังช่วยเขา"

"แต่เขาไม่หายใจ"

"พวกเขาจะทำทุกอย่างที่ทำได้"

มันไม่ใช่คำปลอบโยนโลกสวย ไม่ใช่คำสัญญาจอมปลอม แต่น้ำเสียงนิ่งลึกนั้นกลับทำให้พายุความกลัวในใจเด็กสาวค่อยๆ สงบลง เธอจ้องมองสองมือของแพทย์ที่กำลังยื้อชีวิตคนตรงหน้าอย่างไม่ลดละ

ในเสี้ยวนาทีนั้น ความรู้สึกบางอย่างสว่างวาบขึ้นมาแทนที่ความหวาดกลัว เธออยากเป็นคนที่ยืนอยู่ตรงนั้น อยากเป็นคนที่มีสองมือไว้ช่วยชีวิตคนอื่น ไม่ใช่เด็กสาวที่ทำได้แค่นั่งรอความตายอยู่ใต้โต๊ะ

"มีชีพจรแล้ว!"

เสียงตะโกนนั้นทำให้ขวัญใจหลุดเสียงสะอื้นออกมาอีกระลอก หากแต่ครั้งนี้มันคือหยาดน้ำตาแห่งความโล่งใจ

"เห็นไหม" ชายชุดดำถอนหายใจยาว "เขายังไม่ยอมแพ้"

ประโยคนั้นสลักลึกลงในความทรงจำ ก่อนที่เจ้าหน้าที่อีกคนจะเข้ามาพยุงเธอเพื่อพาออกไปยังจุดคัดกรอง ขวัญใจเดินไปได้เพียงไม่กี่ก้าวก็ชะงัก เธอหันขวับกลับไปมองชายชุดดำคนเดิม เขายืนเอามือกดบาดแผลที่หัวไหล่ เลือดสีเข้มซึมทะลุเนื้อผ้าออกมาจนชุ่ม

"เดี๋ยวก่อนค่ะ!"

ร่างสูงหันกลับมามอง ขวัญใจล้วงมือที่ยังสั่นเทาเข้าไปในกระเป๋านักเรียน ปลายนิ้วสัมผัสเข้ากับตุ๊กตาหมีถักไหมพรมตัวจิ๋วที่แม่เพิ่งทำให้เมื่อคืนเพื่อฉลองที่เธอสอบติดแพทย์รอบแรก

เด็กสาวก้าวเข้าไปหา ก่อนจะยื่นมันให้เขา

"ให้คุณค่ะ"

ชายหนุ่มเลิกคิ้วมองของในมือเล็ก "อะไร"

"ตุ๊กตาหมีค่ะ"

"ผมเห็นแล้ว" คำตอบห้วนจัดทำเอาเธอเกือบหลุดขำทั้งน้ำตา

"หนูให้คุณ"

"ให้ทำไม"

ขวัญใจก้มมองตุ๊กตาในมือ หยดเลือดจากหัวไหล่กว้างหยดแหมะลงบนหูของมันพอดี ซึมลึกเป็นรอยด่างสีแดงบนไหมพรมสีครีม

"เพราะคุณช่วยชีวิตหนู"

ชายชุดดำนิ่งงันไปชั่วอึดใจ "เก็บไว้เถอะ"

"แม่หนูถักตุ๊กตาได้อีกค่ะ" เธอช้อนตาขึ้นสบกับนัยน์ตาดุดันคู่นั้น "แต่ชีวิตหนู มีชีวิตเดียว"

ความเงียบทอดตัวลงตรงกลางระหว่างคนทั้งสอง ท้ายที่สุด มือใหญ่ที่สวมถุงมือสีดำก็เอื้อมมารับมันไปถือไว้อย่างระมัดระวัง

"ขอบคุณค่ะ"

"ผมต่างหากที่ต้องขอบคุณ"

"คุณชื่ออะไรคะ"

คำถามนั้นทำให้เขาชะงัก ทว่ายังไม่ทันได้ตอบ เสียงวิทยุสื่อสารตรงหัวไหล่ก็ดังแทรกขึ้น ตามด้วยเสียงตะโกนเรียกของลูกทีม

"หมวดราม! ผู้ต้องสงสัยอีกคนหนีไปทางอาคารวิทยาศาสตร์ครับ!"

เขาหันขวับไปตามเสียง ขวัญใจจับใจความได้เพียงคำว่า 'ราม'

"ออกไปกับเจ้าหน้าที่ อย่าแยกจากกลุ่ม" เขาสั่งทิ้งท้ายแล้วหันหลังเตรียมวิ่งออกไป

"คุณราม!" ขวัญใจป้องปากตะโกนเรียก "อย่าลืมทำแผลนะคะ!"

แผ่นหลังกว้างชะงักงันไปนิดหนึ่ง เขายกมือข้างที่กำตุ๊กตาหมีขึ้นระดับบ่าคล้ายเป็นการตอบรับ ก่อนจะพุ่งตัวหายเข้าไปในม่านควันที่ยังลอยอวลอยู่ตรงโถงทางเดิน

เธอไม่เคยเห็นใบหน้าของเขา ไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร สังกัดหน่วยไหน สิ่งที่ประทับแน่นอยู่ในใจมีเพียงแววตาดุดันและอ้อมแขนที่โถมเข้ามากำบังกระสุนให้เธออย่างไม่กลัวตาย

หกปีต่อมา

ขวัญใจไม่ได้ลืมเหตุการณ์ในวันนั้น เธอยังจดจำเสียงปืนได้ฝังใจ จำกลิ่นควันดินปืนผสมกลิ่นคาวเลือด จำความรู้สึกเย็นเยียบของปลายกระบอกปืนที่กดแนบขมับ จำภาพแพทย์ที่ก้มลงปั๊มหัวใจผู้บาดเจ็บอย่างเอาเป็นเอาตาย และจำดวงตาคมดุของผู้ชายในหน้ากากไหมพรมสีดำคนนั้นได้อย่างชัดเจน

เพียงแต่เธอ ไม่เคยเลือกที่จะกลับไปนั่งรื้อฟื้น หรือขุดคุ้ยเศษเสี้ยวนาทีของขุมนรกวันนั้นขึ้นมาทบทวนให้ตัวเองต้องเจ็บปวดอีก

บางรายละเอียดที่เกิดขึ้นก่อนหน้าวินาทีเฉียดตาย มันจึงถูกปิดไว้ในลิ้นชักความทรงจำ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป