บทที่ 4 ของขวัญที่ล้ำค่า

ขวัญใจตวัดสายตาเหลือบมองค่าสัญญาณชีพบนจอมอนิเตอร์ ก่อนจะหันไปถามภรรยาคนไข้

"คุณลุงมีโรคประจำตัวอะไรบ้างไหมคะ เบาหวาน ความดัน หรือไขมัน"

"มีเบาหวานกับความดันค่ะหมอ เมื่อก่อนแกสูบจัด แต่เพิ่งจะหักดิบเลิกได้ประมาณสองปี"

ขวัญใจพยักหน้ารับข้อมูลรวดเร็ว "พี่มุกคะ ขอทำอีเคจีด่วนเลยค่ะ แล้วพี่หมอธาราอยู่ไหนคะ"

เมื่อกระดาษกราฟคลื่นไฟฟ้าหัวใจถูกส่งมาถึงมือ ขวัญใจก้มลงอ่านค่าเส้นกราฟที่บิดเบี้ยวผิดรูป หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นมาทันที แพทย์หญิงธาราเดินก้าวยาวๆ เข้ามาถึงเตียงพอดี และเมื่อรับทราบข้อมูล ทุกสรรพสิ่งในบริเวณนั้นก็เกิดขึ้นรวดเร็วดุจพายุ ทีมพยาบาลรุมล้อมเข้ามาเจาะเปิดเส้นเลือดและเตรียมระบบช่องทางด่วนฉุกเฉิน

ชายบนเตียงหันหน้ามามองขวัญใจ ดวงตาของเขาเต็มเปี่ยมไปด้วยความหวาดกลัวความตาย

"หมอครับ ผมจะตายไหม"

ขวัญใจขยับก้าวเข้าไปยืนใกล้เตียง "ตอนนี้ทีมหมอเก่งๆ กำลังรีบทำการรักษาคุณลุงอยู่นะคะ มองหน้าหมอไว้นะคะ ค่อยๆ สูดหายใจเข้าออกช้าๆ"

ทันทีที่ประโยคนั้นหลุดออกจากริมฝีปาก เสียงทุ้มกังวานจากอดีตก็ลอยแวบฟุ้งกระจายขึ้นมาในหัวของเธอ

มองผมไว้

ม่านควันสีขาว เสียงปืนดังสนั่น และดวงตาคมดุของผู้ชายในหน้ากากไหมพรมสีดำสนิท

ขวัญใจนิ่งงันไปเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะรีบสะบัดศีรษะดึงสติกลับมา ที่นี่ไม่มีเสียงปืน ไม่มีคนร้ายจับตัวประกัน และในวันนี้ เธอไม่ได้เป็นเด็กสาวมัธยมปลายขี้กลัวที่เอาแต่นั่งรอคอยให้ใครเข้ามาช่วยชีวิตอีกต่อไปแล้ว

"ดีมากเลยค่ะ" เธอยิ้มละมุนให้คนไข้ "ทีมเรากำลังดูแลคุณลุงอย่างเต็มที่นะคะ ไม่ต้องกลัว"

หลังจากทีมแพทย์ศูนย์โรคหัวใจรับตัวคนไข้ไป ภรรยาของเขายังคงร้องไห้สะอึกสะอื้น ขวัญใจเดินเข้าไปจับมือปลอบโยนพร้อมอธิบายขั้นตอนการรักษาอย่างใจเย็น จนอีกฝ่ายเอ่ยปากชมว่าเธอพึ่งพาได้ไม่เหมือนแค่นักศึกษาแพทย์

พอสถานการณ์คลี่คลายและได้นั่งพักหายใจ ขวัญใจเดินกลับมาที่โต๊ะสแตนเลสตรงมุมห้องพัก มะปรางก็รีบเดินปรี่เข้ามายื่นนมกล่องกับแซนด์วิชทูน่าของโปรดยัดใส่มือเพื่อนรักทันที

"กินซะ ฉันแวะไปซื้อมาให้ตอนที่แกมัวแต่วุ่นอยู่หน้าเตียงเมื่อกี้"

ขวัญใจรับมาถือไว้อย่างว่าง่ายพลางส่งยิ้มกว้าง "รู้ใจที่สุด ขอบคุณนะปราง"

ที่ฝั่งตรงข้าม มีเพชรภูมิกับน้ำอิงนั่งพักเหนื่อยอยู่ เพชรภูมิเป็นนักศึกษาแพทย์หนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง สวมแว่นตากรอบบาง บุคลิกหน้าตายแต่ฝีปากร้ายกาจ ทว่าเขากลับเลื่อนสมุดจดบันทึกที่สรุปเคสย่อๆ มาตรงหน้าขวัญใจเงียบๆ แทนความห่วงใย

"เมื่อกี้ อาจารย์ศศิเอ่ยปากชมเคสแกด้วยนะขวัญ" เพชรพูดขึ้นมาลอยๆ โดยที่สายตายังไม่เงยขึ้นจากหน้าจอแท็บเล็ต

"จริงดิ อาจารย์ชมว่าไง"

"แกบอกว่าแกประเมินแม่นยำ แล้วก็รายงานข้อมูลได้กระชับตรงประเด็น"

มะปรางรีบแทรกเสริมทัพทันที "และที่สำคัญที่สุดก็คือ ระหว่างที่แกยืนดูคนไข้ ไม่มีอุปกรณ์การแพทย์ชิ้นไหนร่วงหล่นแตกพังลงพื้นเลย ถือว่าเป็นพัฒนาการที่ก้าวกระโดดน่ายกย่องมาก"

"นี่พวกแกจะตามล้อฉันเรื่องเตะเสาน้ำเกลือไปยันปีไหนฮะ"

น้ำอิงซึ่งนอนฟุบหน้าผึ่งแอร์อยู่ ผงกหัวขึ้นมาแล้วขยับเก้าอี้มาเอนซบไหล่ขวัญใจอย่างออดอ้อน ส่งเสียงอู้อี้ตอบกลับมา "ก็จะล้อไปจนถึงวันรับปริญญาบัตรนู่นแหละจ้ะเพื่อนรัก"

"นี่แกยังไม่ตื่นอีกเหรอยัยอิง"

"ร่างกายฉันหลับใหลไปแล้วจ้ะ แต่เรดาร์ความเผือกเรื่องเพื่อนมันทำงานไวกว่าห้าจีเสมอ"

เพชรภูมิปรับขยับแว่นตา พูดวิจารณ์เสียงเรียบ "ในทางการแพทย์ อาการของน้ำอิงน่าจะถูกจัดอยู่ในหมวดหมู่ของภาวะความผิดปกติทางจิตเภทชนิดหนึ่งนะ"

น้ำอิงยกมือขึ้นชูนิ้วกลางให้เพื่อนชายโดยที่ไม่ยอมเอาหัวออกจากไหล่ขวัญใจ "ขอบคุณสำหรับคำวินิจฉัยค่ะไอ้คุณหมอเพชร วิเคราะห์เก่งเป็นยอดนักสืบจิ๋วโคนันเลยนะยะ"

มะปรางเดินมาทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้อีกฝั่งของขวัญใจ "เอาจริงๆ นะขวัญ เมื่อกี้ตอนที่แกก้มหน้าคุยกับคนไข้ ฉันเห็นแกชะงักนิ่งอึ้งไปแป๊บนึง นึกถึงเรื่องวันนั้นอีกแล้วเหรอ"

ขวัญใจกัดแซนด์วิชเข้าปากไปหนึ่งคำ เคี้ยวช้าๆ "ก็แค่นึกถึงประโยคสั้นๆ ที่เขาเคยพูดกับฉันน่ะ"

น้ำอิงเด้งตัวลุกขึ้นมานั่งหลังตรงทันที อาการง่วงงุนหายเป็นปลิดทิ้ง "กำลังนึกถึงฮีโร่ใส่โม่งดำของแกอะดิ"

"บอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าเรียกเขาแบบนั้น มันดูเหมือนโจรโรคจิต"

เพชรภูมิละสายตาจากแท็บเล็ต เอ่ยถามขึ้นมาบ้าง "แกยังจำรายละเอียดเสียงของเขาได้อยู่อีกเหรอวะ"

"จำได้สิ" เธอยืนยันคำตอบหนักแน่น "ดวงตาของเขา ฉันก็ยังจำได้แม่นยำเลย"

มะปรางเท้าคาง มองหน้าเพื่อนด้วยแววตาสนเท่ห์ "แต่แกไม่เคยเห็นใบหน้าใต้หน้ากากของเขาเลยนะเว้ย จะให้จำหน้าจากรูขุมขนบนโหนกแก้มหรือไงล่ะ"

ขวัญใจพยักหน้าช้าๆ อธิบายว่าเธอเคยพยายามตามหาเขาในช่วงแรก แต่รู้เพียงแค่ชื่อ หมวดราม ก่อนจะปล่อยให้เวลาล่วงเลยมาถึงหกปี

น้ำอิงคลี่ยิ้มเจ้าเล่ห์ ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ "อาการฝังใจจำผู้ชายแม่นขนาดนี้ นี่มันคืออาการของรักแรกพบชัดๆ เลยปะเนี่ย"

"ไม่ใช่ความรักโว้ยยัยอิง"

"แหม ตอบปฏิเสธเร็วปานสายฟ้าแลบแบบนี้ มีพิรุธนะจ๊ะ"

"ก็มันไม่ใช่ความรักจริงๆ นี่นา ตอนนั้นฉันกลัวตายจนตัวสั่นงันงก ฉี่แทบราด ใครหน้าไหนมันจะมีอารมณ์สุนทรีย์มาฟินตกหลุมรักผู้ชายท่ามกลางดงกระสุนปืนล่ะฮะ นึกว่าถ่ายทำซีรีส์เกาหลีหรือไง"

เพชรภูมิขยับกรอบแว่นตาอีกครั้ง อธิบายด้วยหลักการแพทย์อย่างผู้เชี่ยวชาญ "ในทางสรีรวิทยา อาการตกหลุมรักปิ๊งใครสักคน กับภาวะที่ระบบประสาททำงานอย่างหนักเวลาเจอเรื่องตื่นเต้นตกใจ มันมีการหลั่งสารเคมีที่ทำให้เกิดอาการคล้ายคลึงกันมากเลยนะเว้ย หัวใจเต้นรัวเร็ว มือสั่น เหงื่อแตก ถ้าให้ประเมินแยกโรคจากคำให้การของแกตอนนี้ ถือว่าแยกยากมาก"

ขวัญใจยกกล่องนมขึ้นชี้หน้าเพื่อนชายทันที "ไอ้หมอเพชร แกหยุดวิเคราะห์อาการฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ"

เสียงหัวเราะครื้นเครงดังก้องไปทั่วห้องพักนักศึกษาแพทย์ ชีวิตของปีหกอาจจะเหนื่อยล้าสาหัส แต่ขวัญใจก็แอบบอกตัวเองเสมอว่าเธอยังโชคดี ที่ไม่ต้องเผชิญหน้ากับความเหนื่อยยากบนเส้นทางสายนี้เพียงลำพัง เธอมีครอบครัวที่สองเป็นแก๊งเพื่อนที่คอยประคับประคองกันไปในทุกๆ ก้าว

บทก่อนหน้า
บทถัดไป