บทที่ 6 คุณหมอขวัญใจ

ในค่ำคืนนี้ ไม่มีหน้ากากไหมพรมสีดำสนิทมาบดบังใบหน้าของเขาอีกต่อไปแล้ว ไม่มีม่านควันไฟสีขาวขุ่น ไม่มีห้องประชุมกว้างใหญ่ที่เต็มไปด้วยเสียงปืนและคาวเลือด

เวลาล่วงเลยผ่านไปถึงหกปีเต็ม แต่ดวงตาคมกริบดุดันคู่นั้น แววตาที่หนักแน่นและแฝงไปด้วยพลังอำนาจที่ทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยอย่างประหลาด แววตาเดียวกับผู้ชายที่โถมตัวเข้ามากอดกำบังวิถีกระสุนให้เธออย่างไม่กลัวตาย เธอจำมันได้ ดวงตาคู่นี้ คือดวงตาของฮีโร่ไร้หน้า ที่เธอไม่มีวันลืมเลือน

ผู้ชายตรงหน้าเองก็ชะงักงันและหยุดฝีเท้าลงอย่างกะทันหันเช่นเดียวกัน รามจดจำใบหน้าของเธอได้แทบจะในเสี้ยววินาทีแรกที่สบตา ไม่ใช่เพราะเขามีสายตาเหยี่ยวที่เหลือบไปเห็นป้ายชื่อบนหน้าอกเสื้อกาวน์ของเธอ แต่เป็นเพราะดวงตากลมโตคู่นั้น มันคือดวงตาคู่เดียวกันกับที่เคยจ้องมองเขาผ่านม่านน้ำตาและความหวาดกลัวสุดขีดเมื่อหกปีก่อน

ภาพของเด็กผู้หญิงมัธยมปลายชั้นปีที่หก ในชุดนักเรียนเสื้อคอซองและกระโปรงสีกรมท่าที่เปรอะเปื้อนไปด้วยฝุ่นและคราบเลือด ร่างเล็กๆ ที่นั่งกอดเข่าสั่นเทาอยู่ใต้โต๊ะไม้พับ ก่อนจะยื่นตุ๊กตาหมีถักเปื้อนเลือดใส่มือเขาพร้อมกับน้ำตานองหน้า ซ้อนทับเข้ากับภาพของผู้หญิงตรงหน้าอย่างสมบูรณ์แบบ

ในวันนี้ เธอเติบโตเป็นผู้ใหญ่ สวมเสื้อกาวน์สีขาวบริสุทธิ์ ยืนหยัดอย่างสง่างาม และกำลังจ้องมองเขาด้วยแววตาที่สั่นไหวระคนตกตะลึง

ริมฝีปากของขวัญใจขยับเผยอเล็กน้อย คล้ายอยากจะเอื้อนเอ่ยคำพูดบางอย่าง หรือแม้แต่เรียกชื่อเขา ทว่าเสียงของเธอกลับจุกอยู่ที่ลำคอ

"หมอขวัญ"

เสียงตะโกนเรียกของแพทย์หญิงธาราดึงกระชากสติของขวัญใจให้หลุดออกจากภวังค์แห่งอดีต

"มาค่ะพี่ธารา"

ขวัญใจสะดุ้งสุดตัว รีบสะบัดศีรษะขับไล่ความตระหนกตกใจทิ้งไปจนหมดสิ้น เธอสูดลมหายใจเข้าลึก ปรับเปลี่ยนแววตาสั่นไหวเมื่อครู่ให้กลายเป็นความเด็ดเดี่ยว

"รีบเข้ามาช่วยประเมินคนไข้ด่วนเลยขวัญ"

"รับทราบค่ะอาจารย์"

เธอละสายตาจากนายตำรวจร่างยักษ์ หันหลังขวับ แล้วพุ่งตัววิ่งทะยานกลับเข้าไปปักหลักประจำที่อยู่ข้างเตียงคนไข้ในห้องกู้ชีพทันที หน้าที่ ความเป็นความตาย และจรรยาบรรณวิชาชีพ ต้องมาก่อนความสงสัยและความรู้สึกส่วนตัวทุกอย่างบนโลกใบนี้

บานประตูกระจกอัตโนมัติของห้องกู้ชีพค่อยๆ เลื่อนปิดทับเข้าหากันจนสนิท ทิ้งให้สารวัตรรามต้องยืนถูกปิดกั้นอยู่ทางด้านนอก

สายตาคมกริบของพยัคฆ์หนุ่มยังคงจับจ้องทะลุผ่านช่องกระจกใสบานเล็กบนประตูบานนั้นไม่กะพริบตา ผู้กองภาคินที่วิ่งหอบแฮกๆ ตามหลังมาจนทัน สังเกตเห็นเจ้านายยืนนิ่งเป็นหินก็รีบเดินเข้ามาประกบข้าง

"นายครับ สารวัตรเป็นอะไรหรือเปล่าครับ บาดเจ็บตรงไหนไหม"

รามไม่ได้หันหน้ากลับมาตอบลูกน้องในทันที นัยน์ตาสีเข้มของเขายังคงทอดมองจดจ่ออยู่แต่กับภาพเหตุการณ์ภายในห้องกระจกบานนั้น ภาพของขวัญใจที่กำลังสวมถุงมือยางเปื้อนเลือด ลงมือทำหัตถการกู้ชีพช่วยเหลือทีมแพทย์อย่างคล่องแคล่วและเด็ดเดี่ยว ท่าทางของเธอมั่นคง ไม่มีเค้าโครงของเด็กสาวขี้ปอดแหกคนเดิมอีกต่อไป

เด็กสาวขี้กลัว ที่ครั้งหนึ่งเคยทำได้เพียงแค่นั่งตัวสั่นเทาซุกซ่อนตัวอยู่ใต้โต๊ะไม้ รอคอยปาฏิหาริย์ให้คนอื่นเข้ามาช่วยยื้อชีวิตอยู่ในห้องประชุมที่ลุกเป็นไฟ ในวันนี้ เธอกำลังยืนหยัดสู้รบตบมือกับพญามัจจุราช เพื่อยื้อแย่งลมหายใจและชีวิตของผู้อื่นเสียเอง หัวใจแกร่งกระด้างของนายตำรวจหนุ่มกระตุกวาบด้วยความรู้สึกบางอย่างที่อธิบายไม่ถูก

ผู้กองภาคินลอบมองตามสายตาของเจ้านายเข้าไปในห้องกู้ชีพ ก่อนจะเลิกคิ้วถามด้วยความแปลกใจ "เอ่อ สารวัตร รู้จักกับคุณหมอคนสวยคนนั้นเป็นการส่วนตัวด้วยเหรอครับ"

รามเงียบกริบไปอึดใจใหญ่ ก่อนที่ริมฝีปากหยักลึกจะขยับเอื้อนเอ่ยตอบลูกน้องด้วยน้ำเสียงทุ้มแผ่วเบา

"เคยเจอกัน"

"เคยเจอกันเหรอครับ นานแค่ไหนแล้วล่ะครับนาย ผมไม่เห็นเคยรู้เรื่องเลย"

ดวงตาคมดุของเขายังคงไม่ยอมละทิ้งไปจากใบหน้าจริงจังของหญิงสาวที่กำลังดิ้นรนสู้ตายอยู่หลังบานประตูกระจก

"หกปี"

ภาคินเบิกตาโต เลิกคิ้วสูงด้วยความประหลาดใจ แต่สารวัตรรามก็เลือกที่จะปิดปากเงียบสนิท ไม่ยอมปริปากอธิบายหรือขยายความเรื่องราวในอดีตให้ลูกน้องฟังเพิ่มเติมอีกเลย

บนโลกใบนี้ ไม่มีใครล่วงรู้ความลับหรอกว่า ในช่องลิ้นชักเก็บของที่ถูกคล้องแม่กุญแจล็อกอย่างแน่นหนาภายในรถยนต์ส่วนตัวของสารวัตรหน้าดุคนนี้ มันมีตุ๊กตาหมีถักไหมพรมตัวเล็กๆ ถูกเก็บซ่อนและรักษาเอาไว้อย่างทะนุถนอมมายาวนานเท่ากับระยะเวลาหกปีเต็ม

และก็คงจะไม่มีใครในโรงพยาบาลแห่งนี้ล่วงรู้ความจริงอีกเช่นเดียวกันว่า การที่พวกเขาโคจรกลับมาพบเจอกันโดยบังเอิญในค่ำคืนนี้ มันไม่ได้เกิดขึ้นเพราะพรหมลิขิตหรือความโรแมนติกที่สวรรค์จงใจจัดสรรให้เพียงอย่างเดียว

เพราะผู้ชายที่นอนจมกองเลือดหายใจรวยรินอยู่บนเตียงฉุกเฉินต่อหน้าต่อตาของหมอขวัญใจในตอนนี้นั้น เขาคือหนึ่งในหมากตัวสำคัญ ผู้ต้องสงสัยระดับบิ๊กจากเครือข่ายแก๊งค้ายาเสพติดข้ามชาติ ที่สารวัตรรามกำลังตามล่าล้างบางกัดไม่ปล่อยอยู่ ซึ่งมันเป็นเครือข่ายแก๊งเดนตายยิ่งกว่าองค์กรชุดดำ แก๊งเดียวกันกับที่เคยก่อเหตุโศกนาฏกรรมนองเลือดจับตัวประกันในโรงเรียนมัธยมเมื่อหกปีก่อน

เพียงแต่ในวินาทีนี้ ยังไม่มีใครในโรงพยาบาลธารารักษ์ล่วงรู้ถึงข้อเท็จจริงอันแสนอันตรายและดำมืดข้อนั้นเลย รวมถึงตัวของนักศึกษาแพทย์สาวที่ชื่อขวัญใจด้วยเช่นกัน

"ผู้ป่วยชายไทยอายุประมาณสามสิบต้นๆ มีแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนบริเวณหน้าท้อง ความดันตก ชีพจรเต้นเร็วมาก ระดับความรู้สึกตัวลดลงครับ!"

เสียงเจ้าหน้าที่กู้ชีพตะเบ็งรายงานข้อมูลแข่งกับเสียงฝีเท้า ขณะที่เปลผู้บาดเจ็บถูกเข็นกระแทกบานประตูห้องฉุกเฉินเข้ามาอย่างรวดเร็ว

แพทย์หญิงธารารีบสับเท้าเดินประกบข้างเตียงทันที

"หมอขวัญ มากับพี่"

"ค่ะพี่ธารา"

ขวัญใจวิ่งตามเข้าไปประจำที่ในห้องกู้ชีพทันที เมื่อครู่นี้ เธอยังยืนตัวแข็งทื่อเพราะเผลอไปสบเข้ากับดวงตาคมกริบของนายตำรวจร่างยักษ์หน้าประตู แต่ทันทีที่ก้าวมาหยุดอยู่ข้างเตียงคนไข้ สัญชาตญาณความรับผิดชอบทุกอย่างก็ถูกงัดขึ้นมาใช้ เรื่องว้าวุ่นใจถูกพับเก็บเข้าลิ้นชักไปโดยอัตโนมัติ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป