บทที่ 9 เส้นขนานที่เริ่มสานเข้าหากัน

เพราะร่างสูงใหญ่ของสารวัตรหน้าดุคนนั้น กำลังยืนกอดอกพิงผนัง จ้องมองมาที่เธออยู่เงียบๆ จากระยะไม่ไกลนัก

แววตาของเขา ไม่ได้ดุดัน เกรี้ยวกราด หรือเร่งร้อนเหมือนเมื่อครู่นี้แล้ว สีหน้าของเขาแทบจะไม่เปลี่ยนแปลง แต่มีเพียงเสี้ยวความรู้สึกบางอย่างที่พาดผ่านดวงตาคมกริบคู่นั้น ที่ทำให้ขวัญใจจับสังเกตได้

ราวกับว่า ประโยคเรียกสติคนไข้ที่เธอเพิ่งจะพูดไปเมื่อกี้ มันมีความหมายสลักสำคัญบางอย่างกับความรู้สึกของเขา

"มีอะไรหรือเปล่าคะ สารวัตร" เธอเอ่ยถามตรงๆ

"ไม่มีอะไร" คำตอบนั้นสวนกลับมาสั้นห้วน เป็นฉบับมาสเตอร์พีซของเขา

ขวัญใจหรี่ตามองอย่างจับผิด ผู้ชายคนนี้ปากแข็งและทำตัวลึกลับ แปลกประหลาดจริงๆ

ทางด้านราม เขายืนนิ่ง ทอดสายตามองใบหน้าจิ้มลิ้มของขวัญใจอยู่ครู่หนึ่ง

มองมาทางหมอนะคะ หายใจช้าๆ

หกปีเต็มแล้ว ผู้หญิงคนนี้ยังคงจดจำประโยคนั้นได้ฝังใจ

เขาไม่รู้หรอกว่า สมองของเธอจะสามารถปะติดปะต่อ หรือจดจำรายละเอียดได้มากแค่ไหนว่าใครเป็นคนเอ่ยประโยคเหล่านั้นกับเธอ แต่สิ่งที่เขามั่นใจและประจักษ์ชัดแจ้งแก่สายตาก็คือ เด็กผู้หญิงขี้แยที่เอาแต่ร้องไห้ตัวสั่นในวันนั้น ได้นำเอาคำพูดที่เคยช่วยฉุดรั้งสติของเธอ มาใช้ปลอบประโลมและต่อลมหายใจให้กับคนไข้ของเธอในวันนี้

ความรู้สึกบางอย่างที่อธิบายเป็นคำพูดไม่ได้ มันตีตื้นขึ้นมา ทำให้อกซ้ายของเขาปวดหนึบและอุ่นซ่านไปพร้อมๆ กัน

เขาควรจะหมุนตัวเดินจากไป ควรจะกลับไปตั้งหน้าตั้งตาทำงาน สนใจไล่ล่าตามสืบคดีของไอ้เดชต่อ แต่ทว่า ก่อนที่สมองจะทันได้สั่งการให้ขยับขา เสียงของผู้กองภาคินก็ดังแทรกขึ้นมาเสียก่อน

"นายครับ"

รามหันขวับไปมองลูกน้อง

"ว่าไง ได้เรื่องไหม"

"ทีมพิสูจน์หลักฐาน เจอโทรศัพท์มือถือซุกซ่อนอยู่ในรถของไอ้เดชแล้วครับนาย ตอนนี้กำลังส่งให้ทีมไซเบอร์เจาะข้อมูลตรวจเช็กอยู่ครับ"

"แล้วไอ้คนที่หนีรอดไปได้ล่ะ ได้เบาะแสอะไรเพิ่มไหม"

"สายสืบกำลังกระจายกำลัง ตามประกบแกะรอยมันอยู่ครับ"

"สั่งกำชับพวกมันด้วยนะ ว่าอย่าให้ชุดไล่ล่าบุ่มบ่ามเข้าไปเสี่ยงปะทะ ถ้าไม่มีความจำเป็น และถ้าเกิดว่ามันมีตัวประกันอยู่กับตัวจริงๆ ก็ต้องให้ชัวร์ก่อน ค่อยวางแผนชาร์จ"

"รับทราบครับผม"

รามพยักหน้ารับ กำลังจะหมุนตัวเดินออกไปจากห้องฉุกเฉิน ทว่า ขวัญใจกลับตาไว สังเกตเห็นสิ่งผิดปกติบางอย่างเข้าเสียก่อน

"เดี๋ยวค่ะ สารวัตร"

เขาหยุดชะงัก หันกลับมามอง

"มีอะไรอีก"

เธอหลุบสายตามองไปที่ท่อนแขนข้างซ้ายของเขา มีเลือดสีแดงสด กำลังซึมทะลุผ่านแขนเสื้อเชิ้ตสีดำ หยดแหมะลงมาเป็นทางยาว

"แขนของคุณ ไปโดนอะไรมาคะ"

รามก้มมองแขนตัวเองด้วยความเคยชิน

"ไม่มีอะไรหรอก"

"เลือดออกซึมจนหยดลงพื้นขนาดนี้แล้วนะคะ"

"มันก็แค่แผลถลอกนิดเดียว"

ขวัญใจจ้องหน้าเขาเขม็ง คิ้วเรียวขมวดมุ่น

"คำว่านิดเดียว ในพจนานุกรมของคุณเนี่ย มันใช้อะไรเป็นเกณฑ์วัดคะ"

รามเลิกคิ้วสูง ทำหน้าไม่สบอารมณ์

"อะไรของคุณ"

"ถ้าเลือดมันไหลโชก จนหยดลงพื้นโรงพยาบาลได้ ในทางการแพทย์ เขาไม่เรียกว่าแผลถลอกนิดเดียวหรอกนะคะ"

เขาก้มมองแขนเสื้อตัวเองอีกครั้ง เหมือนเพิ่งจะรู้สึกตัวว่ามันมีเลือดออก

"คงจะโดนเศษกระจก หรือของมีคมเฉี่ยวเอา ตอนที่วิ่งเข้าชาร์จจับกุมพวกมันน่ะ"

"งั้นก็ไปให้ทีมพยาบาล ประเมินล้างแผลดูก่อนค่ะ"

"ผมต้องรีบไปทำงานต่อ"

"ก็ให้หมอทำแผลให้ก่อนสิคะ แป๊บเดียวเอง"

"ไม่จำเป็น ผมเช็ดเองได้"

ขวัญใจถอนหายใจยาวๆ กอดอกฉับ

"นี่คุณตำรวจคะ"

"ครับ"

"ถ้าแผลมันตื้นแค่นิดเดียวอย่างที่คุณอวดเก่งจริงๆ หมอก็ใช้เวลาล้างแผล ปิดก๊อซ ไม่ถึงสองนาทีหรอกค่ะ แต่ถ้าเกิดแผลมันลึก คุณก็ยิ่งควรจะต้องได้รับการรักษาเย็บแผลนะคะ ปล่อยทิ้งไว้เดี๋ยวก็ติดเชื้อในกระแสเลือดตายพอดี"

รามกำลังจะอ้าปากเถียงหัวชนฝา แต่แพทย์หญิงธารา ที่เดินถือชาร์ตผ่านมา ได้ยินบทสนทนาเข้าพอดี ก็รีบช่วยลูกศิษย์ทันที

"คุณตำรวจคะ เชิญเดินเข้ามาทางห้องทำแผลเล็กตรงนี้เลยค่ะ"

ชายหนุ่มหันขวับไปมอง

"แต่ผมต้องรีบ"

"ใช้เวลาไม่เกินห้านาทีค่ะ รับรอง" ธาราพูดตัดบทเด็ดขาด ก่อนจะหันไปสั่งการนักศึกษาแพทย์ในทีม "หมอขวัญ ช่วยพี่มุกเตรียมเซ็ตทำแผลสเตอไรล์ให้หน่อยนะ เดี๋ยวพี่ขอตัวไปดูเคสคุณลุงแป๊บนึง แล้วพี่จะกลับมาประเมินแผลให้คุณตำรวจเขาเอง"

"รับทราบค่ะพี่ธารา"

รามกวาดสายตามองผู้หญิงในชุดกาวน์สองคนตรงหน้า ท้ายที่สุด พยัคฆ์ร้ายแห่งกองปราบ ก็จำยอมต้องเดินคอตก ลากขาตามคุณหมอฝึกหัดเข้าไปในห้องทำแผลอย่างเสียไม่ได้

ขวัญใจหันไปเห็นผู้กองภาคิน ที่ยืนทำเป็นมองนกมองไม้ กลั้นยิ้มอยู่ด้านหลัง

"ผู้กอง จะเข้ามาดูเจ้านายทำแผลด้วยไหมคะ"

ภาคินรีบส่ายหน้าพรืด ปฏิเสธเสียงหลง

"โอ๊ยย ไม่เป็นไรครับหมอ ผมเชื่อมั่นว่าเจ้านายผม ปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์ในมือหมอครับ"

รามหันขวับไปตวัดสายตาพิฆาตใส่ลูกน้องทันที

"ไอ้ภาคิน"

"ครับนาย ผมขอตัวไปเร่งรัดผลตรวจโทรศัพท์ของไอ้เดชก่อนนะครับ ขอให้สนุกกับการทำแผลนะครับนาย"

พูดจบ ผู้กองตัวแสบก็สับเท้าวิ่งหนี หายวับไปจากรัศมีทำการทันที

ขวัญใจต้องก้มหน้ามุด ซ่อนรอยยิ้มขำของลูกน้องและเจ้านายคู่นี้

เมื่อรูดม่านปิดห้องทำแผลมิดชิด รามก็ยอมถอดเสื้อเกราะยุทธวิธีออก วางพาดไว้บนเก้าอี้ข้างๆ เผยให้เห็นบาดแผลฉกรรจ์ บริเวณต้นแขนซ้าย มันไม่ได้ถึงขั้นสาหัส ปางตาย แต่มันก็ลึกยาว และมีเลือดออกมากพอ ที่จะไม่เรียกว่ารอยถลอกอย่างที่เจ้าตัวอวดอ้างแน่นอน

แพทย์หญิงธาราเดินรูดม่านกลับเข้ามา ตรวจดูบาดแผลอย่างรวดเร็ว

"แผลลึกพอสมควรเลยนะคะคุณตำรวจ แต่โชคดีที่บาดแผลไม่ได้ไปโดนเส้นเลือดใหญ่ เลือดเลยไม่ได้ออกพุ่งปรี๊ด แล้วการขยับกล้ามเนื้อปลายแขนก็ยังทำงานได้ปกติค่ะ เดี๋ยวหมอขอให้ล้างแผลด้วยน้ำเกลือให้สะอาด ประเมินเนื้อเยื่อรอบๆ เพิ่มเติม แล้วค่อยจัดการฉีดยาชาเย็บแผลนะคะ"

รามพยักหน้ารับ

"หมอช่วยเร่งมือ เย็บเร็วๆ หน่อยได้ไหมครับ ผมรีบ"

ธาราหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ

"แหม คุณตำรวจคะ คนไข้ในห้องฉุกเฉินทุกคน ก็อยากจะให้หมอเสกมนตร์รักษาให้เสร็จเร็วๆ กันทั้งนั้นแหละค่ะ"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป