บทที่ 6 พ่อคาสโนว่า

‘ยายทับทิม แกทิ้งฉันได้ลงคอนะ’ เธอต่อว่าเพื่อนอยู่ในใจ รีบเดินออกจากห้องทำงานของตรินัยน์ มุ่งตรงไปยังด้านล่าง เธอพบเพียงพนักงานหญิงที่แต่งตัวเป็นแม่บ้านสองคน ที่กำลังเก็บกวาดทำความสะอาดบริเวณในผับอยู่ แม่บ้านทั้งสองมองตรงมายังเธอ ที่เดินลิ่ว ๆ เข้ามาหา

ทุกคนเห็นจนชินตา ผู้หญิงของคุณตรินัยน์ หรือไม่ก็คงเป็นผู้หญิงของคุณดรูว์ ที่มักจะค้างกันที่นี่แทบจะทุกคืน และงานอดิเรกกลางคืนของเจ้านาย คือการสำเร็จโทษสาว ๆ ที่เขาหมายปอง หรือไม่ก็ผู้หญิงที่วิ่งหาความสำราญรักสนุกแต่ไม่ผูกพัน บางคนก็ทำเพื่อแลกเงิน

แม่บ้านสองคนมองหน้ากัน ก่อนที่จะยิ้มที่มุมปาก ไม่พูดไม่จา แต่ยกนิ้วชี้ไปทางช่องทางเดินเล็ก และมีประตูด้านหลังร้านที่เปิดอ้าค้างไว้อยู่ สายตาที่สองแม่บ้านมองมายังดอกไม้ เธอถึงกับหน้าร้อนด้วยความไม่พอใจ และรู้สึกกระดากอาย

‘คงจะพาสาว ๆ มานอนทุกคืนซินะ ฉันไม่ได้เป็นเหมือนผู้หญิงพวกนั้นนะ ไอ้บ้าเทมป์’ เธอได้แค่คิด แต่ทำอะไรไม่ได้ รีบเดินออกไปจากตรงนี้ให้เร็วที่สุด

ดอกไม้รีบโบกแท็กซี่ก่อนจะบอกให้คนขับมุ่งตรงไปยังที่พักของเธอ

ตรินัยน์ตื่นแล้วแต่ยังไม่ได้ลืมตา ใช้มือควานหาร่างของดอกไม้ แต่ก็พบแต่ความว่างเปล่า เขายกมือขึ้นขยี้ตา ก่อนจะลืมตามองส่ายหาร่างของเธอ

“ดอกไม้ คุณ... คุณดอกไม้” เขาเรียกชื่อเธอออกไปสองสามครั้ง แต่ก็เงียบไม่มีเสียงตอบ

เขารีบลุกออกจากที่นอนทั้ง ๆ ที่ร่างกายเปลือยเปล่าเดินโทง ๆ ออกมาหาหญิงสาวไปทั่วทั้งห้อง แต่ก็ไม่เห็นแม้แต่เงา พบเพียงกระดาษโน้ตที่ติดอยู่ตรงหน้ากระจกในห้องน้ำ

(‘คนเลว’) ข้อความสั้น ๆ แต่กินความหมายได้ลึกซึ้งจริง ๆ

เทมป์หยิบมันออกมาจากกระจก เห็นหน้าตัวเองที่เด่นชัดอยู่ในกระจกตรงหน้า ก็หัวเราะออกมาแบบขำ ๆ นึกไปถึงหน้าตาของแม่หญิงงามนามว่าดอกไม้ ก็ยิ้มละไม

ร่างบางที่ร้องไห้กระซิก ๆ ทุบหน้าอกของเขาเบา ๆ ตอนที่เขาเสร็จกิจครั้งสุดท้าย ทำให้ตรินัยน์ ยิ่งกอดรัดเธอเอาไว้แน่น

“อย่าร้องนะ เดี๋ยวตาบวมนะ” คำพูดปลอบใจที่ไม่ได้เรื่องเอาเสียเลย เขายิ้มอย่างมีความสุข พอใจมากมายกับเกมรักที่สนุกในค่ำคืนนี้ แต่เธอคงไม่ได้สนุกด้วยอย่างที่เขาเป็น เขาก็รู้ว่าเธอไม่ได้ยินยอม แต่ขัดขืนเขาไม่ได้นั่นเอง และนี่ก็เป็นครั้งแรกของเขาเหมือนกันที่ฝืนใจคู่นอนของตัวเอง

เทมป์เดินหยิบมือถือของตัวเอง ก่อนจะรีบกดเข้าไปหาหญิงสาว(“ไม่มีสัญญาณตอบรับจากหมายเลขที่ท่านเรียก”) นี่เป็นคำตอบจากปลายสาย

เขาถอนหายใจออกมาเบา ๆ นึกพะวงไปถึงใบหน้านวลป่านนี้ไม่ร้องไห้ขี้มูกโป่งไปแล้วหรือ

อีกห้อง วีไอพี สีชมพู ฮาเร็มร้อนรักของมิสเตอร์ดรูว์

หนุ่มสาวสองคนที่นอนก่ายกอดกันอยู่บนเตียงทั้งเสื้อผ้า สรุปทั้งดรูว์และทับทิมต่างเมามายมากทั้งคู่ จนไม่ได้ทำอะไร ๆ เหมือนที่ดรูว์ตั้งใจ เขาเมาปลิ้นเลยก็ว่าได้ สนุกเหมือนได้เพื่อนที่รู้ใจ สองคนกอดคอกันร้องเพลงของพี่ตูน  บอดี้สแลมได้เกือบทุกเพลง ทั้งกระโดดเหยง ๆ ไปตามจังหวะเสียงเพลงด้วยความสนุก

“โครม...โป๊ก” เสียงของที่มีน้ำหนักมากหล่นลงไปจากเตียง และเสียงเหมือนของแข็งที่กระแทกไปกับบางสิ่ง

“โอ๊ย” ตามมาด้วยเสียงร้องที่บอกว่าเจ็บของผู้ชายที่หล่นลงไปกระแทกกับพื้นห้อง และหัวที่กระแทกกับข้างฝาเสียงดัง

ฝ่าเท้าน้อย ๆ ที่ยันเข้าไปอย่างตั้งใจ ตอนเธอตื่นขึ้นมา แล้วมีลมหายใจปนแอลกอฮอล์เหม็นคลุ้งอยู่ใกล้ ๆ กลิ่นแอลกอฮอล์ในตัวเธอก็พอทำเนาแล้ว ยังมาผสมกับกลิ่นที่มาจากชายหนุ่มอีก ทำให้เธอแทบอ้วก

“ทำอะไรน่ะ อะไรของคุณ” เสียงดรูว์พูดขึ้นน้ำเสียงยังอ้อแอ้ พยายามยันตัวเองที่ยังโคลงเคลงเต็มที่ ขึ้นมาอยู่บนเตียง

“คุณไม่ได้ทำอะไรฉันใช่ไหมเมื่อคืนนี้” คำถามที่เธอถามออกไป พร้อมกับยกมือขึ้นมากุมหน้าอก และลูบเปะปะเพื่อสำรวจว่าเสื้อผ้าของตัวเองยังอยู่ไหม และสายตาที่จ้องมองเขาสำรวจด้วยว่า เขาได้ถอดเสื้อผ้าออกไปบ้างหรือเปล่า

ดรูว์ไม่สนใจตอบ แต่กลับนอนคว่ำหน้าไปกับที่นอนนิ่ง สักพักก็ส่งเสียงกรนออกมา

ทับทิมนั่งนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืน ก่อนจะลำดับเหตุการณ์ได้ เธอลืมเพื่อนสาวคนสนิทไปได้อย่างไร

เธอสองคนกับดรูว์เดินเข้าไปเอาของในห้องทำงานของตรินัยน์ และดรูว์ก็ชวนเธอมานอนห้องนี้ แล้วทั้งสองก็ล้มลงไปนอนบนที่นอนทันทีที่ไปถึง

“เวรแล้วฉัน แล้วดอกไม้ล่ะ” เธอเพิ่งนึกถึงเพื่อนได้ รีบลุกขึ้นไปหากระเป๋าของตัวเอง และหยิบโทรศัพท์มาโทรหาเพื่อนทันที

(“ไม่มีสัญญาณตอบรับจากหมายเลขที่ท่านเรียก”) ข้อความที่ตอบกลับมาทำให้เธอรู้ว่าดอกไม้ปิดเครื่อง ทับทิมทรุดตัวลงไปนั่งบนที่นอนทันที ก่อนจะเอนกายลงไปนอนคู่กับดรูว์เหมือนเดิม เพราะหัวสมองยังวิ้ง ๆ มึนกะทือ

ตอนนี้ต้องนอนเก็บเอาแรงอีกสักหน่อย สักพักเธอก็ส่งเสียงกรนตามคนใกล้ตัวไปอีกคน

สิ่งแรกที่ดอกไม้ทำหลังจากมาถึงที่ห้อง ไร้เงาของแม่เพื่อนตัวดี ที่ทิ้งเธอไว้จนเกิดเรื่อง

‘คงไม่ได้ไปกับไอ้ฝรั่งลูกครึ่งนั่นนะ’ เธอนึกค่อนขอดเพื่อนอยู่ในใจ

ตอนนี้ทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงนอนอย่างหมดแรง ถอนหายใจออกมาเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่เธอก็ไม่เคยคิดว่าตัวเองต้องมาประสบพบเจอ

‘คนเลว’ เธอยังด่าเขาอยู่ในใจ แค่คิดถึงหน้าและรอยยิ้มของเขาแล้ว ยิ่งเกลียด อุมาริการ์ทิ้งตัวลงไปนอนขดตัวน้ำตาซึม

“ท้อง” เธอตะโกนขึ้นมาเสียงดัง ก่อนจะกระเด้งตัวลุกขึ้น ตรงดิ่งไปหยิบกระเป๋าตังค์ ก่อนจะลงลิฟต์ไปเดินกึ่งวิ่งพาร่างที่บอบช้ำอยู่พอสมควร ไปยังร้านขายยาที่อยู่ไม่ไกลจากคอนโด เพื่อซื้อยาคมฉุกเฉิน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป