บทที่ 7 คนสาระเลว

สายตาของเภสัชกรชายภายในร้าน เมื่อได้ยินในสิ่งที่เธอพูด เขามองผ่านแว่นกันแดดที่เธอสวมใส่ แต่ก็ทำให้ดอกไม้ใจเต้นแรงด้วยความอาย หน้าแดงด้วยความโกรธ นึกเคืองไปถึงตรินัยน์ ที่ทำให้เธอขายหน้าเป็นครั้งที่สอง

‘อย่าได้เจอะได้เจอกันอีกเลยชาตินี้ ฉันขอสาปส่งคุณ’ เธอกำยาในมือแน่น ก่อนจะรีบกินมันลงไปทันที ที่มายืนห่างจากร้านขายยามากพอสมควร ดอกไม้นึกแค้นเคืองเขาอยู่ในใจ

“เห็นผู้หญิงคนหนึ่งไหม” ตรินัยน์เอ่ยถามสองแม่บ้าน ทันทีที่เห็นหน้าเขาก็ยกมือไหว้

“ออกไปแล้วค่ะ ประมาณหนึ่งชั่วโมงที่แล้ว” แม่บ้านคนหนึ่งบอก เขาไม่พูดอะไร รีบเดินออกไปยังประตูด้านหลัง เพื่อขับรถไปทำงานที่ชลบุรี

“ปกติไม่เคยมาถามหาใครนะ” เสียงแม่บ้านคนหนึ่งเอ่ยขึ้นก่อน

“ดูคนนี้สวยมากนะพี่ หนูว่าสวยกว่าทุกคนที่คุณตรินัยน์เคยพามา หน้าเหมือนดาราเลย” น้องอีกคนพูดขึ้น

“สู่รู้เรื่องเจ้านาย ทำงาน ๆ” คนที่มีอายุมากกว่าพูด ก่อนจะไล่ให้อีกคนไปทำงานต่อ

“บรื้น” เสียงเร่งเครื่องยนต์กระหึ่มอยู่ในสนาม

“คุณเทมป์ วันนี้ไม่พนันกับพวกผมหรือครับ” ชายหนุ่มคนหนึ่งเอ่ยขึ้น ส่งสายตามาท้าทาย

“วันนี้ของรางวัลเป็นอะไรล่ะ” เขาถามด้วยความอยากรู้

ผู้ชายคนนั้นบุ้ยใบ้ไปยังสองสาวที่นุ่งเสื้อสายเดี่ยวเสียวหลุดสีดำแนบลู่ไปกับลำตัว ใส่กางเกงยีนขาสั้นเสมอหู เขาแกล้งทำเป็นกลืนน้ำลายและยกนิ้วให้

“แซนด์วิชนะครับ ไม่สนเหรอ” ชายคนเดิมพูดขึ้นมาอีก

ตรินัยน์นึกไปถึงบทรักร้อนแรง และความสุขสำราญที่เขาได้จากเรือนร่างของอุมาริการ์เมื่อคืน ทำให้เขายิ้มออกมาอย่างพอใจ รีบส่ายหน้า

Rrrr… เสียงโทรศัพท์ในกระเป๋าเสื้อของเขาสั่น ตรินัยน์รีบยกมันขึ้นมาดู ก่อนจะรีบพูดขึ้น

“เชิญพวกคุณตามสบายดีกว่า แต่ว่าวันนี้ถ้าใครชนะ ผมมีแชมเปญให้เพื่อฉลองนะครับ” เขายกมือให้ ก่อนจะหมุนตัวไปรับสาย

“ว่าไง” คำพูดแรกที่เอ่ยทักทายไป

(“อยู่ไหนวะ เทมป์”) ดรูว์ถามขึ้น

“สนามแข่งพัทยา” ตรินัยน์ตอบไป

(“ทำไมไม่รู้จักปลุกกันมั่งวะ”) ดรูว์บ่น

“อ้าว... แล้วแม่สาวทับทิมล่ะ อุตส่าห์ยกห้องให้นะโว้ย” ตรินัยน์แซว

(“ชูว์”) เขาพ่นลมออกมาเบา ๆ

(“อาบน้ำอยู่”) ดรูว์พูดเหมือนกระซิบ

“อย่าบอกนะว่า มึงยังไม่ได้แอ้มเธอ” ตรินัยน์ถามหยั่งเชิง

(“เมาปลิ้นเลยเมื่อคืน ยังไม่ได้จึก ๆ”) ดรูว์รีบสารภาพ และหัวเราะออกมาเบา ๆ

(“แล้วแก ว่าไง แม่ดอกไม้ หวานสมกับหน้าตาไหมวะ”) ดรูว์เอ่ยแซวขึ้นมาบ้าง

“เออ... มันเรื่องของกู ว่าแต่มึงช่วยขอที่อยู่คุณดอกไม้จากแม่ทับทิมของนายให้ฉันหน่อยสิ” เทมป์เอ่ยปากเป็นครั้งแรก

(“อัยย่ะ... ของเขาดีจริง ๆ เดี๋ยวส่งไลน์ไปบอกให้ รอทับทิมออกมาก่อน”) ดรูว์รีบบอก

(“เฮ้ย... แค่นี้ก่อนนะโว้ย มาแล้ว”) เขารีบทำเสียงเล็กเสียงน้อย ก่อนจะวางสายไป

“เอ่อ... ให้มันได้อย่างนี้สิ เห็นผู้หญิงแล้วลืมเพื่อน” เทมป์ว่าดรูว์ไปกับมือถือ ที่ปลายสายรีบวางไปแล้ว

สักไม่ถึงห้านาที ดรูว์ก็ส่งที่อยู่พร้อมเบอร์ห้องของดอกไม้มาให้กับเทมป์

‘ผมเสร็จงานแล้ว เดี๋ยวเราเจอกัน’ รอยยิ้มระบายอยู่เต็มหน้าของเขา เทมป์ยังรู้สึกแปลกใจในตัวเอง ปกติเขาไม่เคยควงผู้หญิงคนไหนซ้ำ แต่สำหรับอุมาริการ์เขารู้ว่ามันพิเศษ

“ก๊อก ก๊อก ก๊อก”

เสียงเคาะประตูดังมาจากด้านนอก ดอกไม้กำลังทำข้าวผัดจากข้าวที่เหลือจากที่กินจากมื้อก่อน และเธอเก็บเอาไว้ในตู้ หญิงสาวละงานที่ทำอยู่ตรงหน้า ก่อนจะปิดเตาแล้วเดินตรงไปเปิดประตูให้

“ลืมกุญแจอีกแล้วหรือแก จริง ๆ เลย” ปากเธอบ่นพูดพร่ำไป และก็เปิดประตูให้กับผู้มาเยือนที่เธอคิดว่าเป็นทับทิม

เพียงเงยหน้าขึ้นมอง เธอก็เห็นคนที่เธอไม่อยากเห็น ตรินัยน์ยืนยิ้มทำหน้าเข้มอยู่ตรงนั้น

มือเธอไวเท่าความคิด รีบดันประตูปิดลงทันที เทมป์ดันด้วยสองฝ่ามือหนาไว้ด้วยแรงของผู้ชายที่เหนือกว่า แล้วเขาก็ดันประตูให้อ้าออก ก่อนจะก้าวเข้ามาในห้องอย่างเต็มตัว

ดอกไม้รีบปล่อยมือจากบานประตู หมุนตัวหันหลังหนีเขาไปทันที ตรินัยน์คว้าท่อนแขนของเธอได้ ก่อนที่เธอจะออกตัววิ่งไปข้างหน้า ดึงกระชากร่างเล็ก ๆ ให้เข้ามาหาตน ดอกไม้แทบปลิว ร่างของเธอไปปะทะเข้ากับลำตัวและแผงหน้าอกแน่น ๆ ของเขา

“กลับมาไม่บอกไม่กล่าว” เขาเอ่ยต่อว่า จ้องมองหน้าของเธอที่ตอนนี้กำลังเบี่ยงหน้าหลบสายตาของเขา

เธอพยายามสะบัดตัวออกจากการเกาะกุมของเขา ตรินัยน์กอดกระชับเธอแน่นเข้าไปอีก

“ผมยังไม่อิ่มเลย” เขาพูดเห็นแก่ตัว นึกอยากแกล้งแม่ดอกไม้ขึ้นมาเสียแล้ว ยิ่งเห็นสีหน้าและท่าทางของเธอด้วย เขายิ่งอยากจะเอาชนะ

ชายหนุ่มโน้มใบหน้าของมาใกล้ ๆ สูดและพ่นลมหายใจรดรินข้างใบหู และพวงแก้มงาม เธอรีบยกมือขึ้นปัดป้อง

“นี่มันห้องของฉันนะ คุณจะมาทำแบบนี้ไม่ได้ ฉันจะเรียก รปภ.” เธอพูดขู่เขา

“ให้หลุดไปจากอ้อมกอดของผมก่อนนะที่รัก ค่อยทำเก่ง” ตรินัยน์พูด ก่อนจะฉกริมฝีปากเข้าหาริมฝีปากสีสวย ๆ ประทับรอยจุมพิตแบบดูดดื่มโหยหาลงมาทันที ปลายลิ้นที่สอดแทรกเข้าไปทะลวงไปทุกซอกมุมในปากนุ่มนิ่มของหญิงสาว เธอครางอืออาประท้วงเขายกใหญ่ ดันทั้งแขนไปกับหน้าอกแกร่ง แต่ก็สู้แรงของเขาไม่ได้ เธอเผลอเขย่งปลายเท้า ตอนที่เขารวบจับขย้ำที่เนื้อสะโพกและเคล้นคลึง

ตัวเธอที่ทำท่าเหมือนหายใจไม่ออก ทำตัวเหมือนกำลังสำลักน้ำ ด้วยท่าทีที่แข็งขืน เขาจึงคลายอ้อมแขน และผละริมฝีปากออก

“เพี้ยะ” เสียงดังของฝ่ามือน้อย ๆ กระทบใบหน้าคมของตรินัยน์ เขาถึงกับหน้าหันสะท้านไหว

บทก่อนหน้า
บทถัดไป