บทที่ 1 อดีตที่ไม่เคยลืม
ท้องฟ้าเหนือมหานครกรุงเทพฯ ในเช้ามืดวันนี้ถูกย้อมด้วยสีเทาหม่นของกลุ่มเมฆฝนที่ตั้งเค้ามาแต่ไกล ลมพัดแรงปะทะกระจกนิรภัยของอาคารสำนักงานระฟ้าใจกลางย่านสุขุมวิท เสียงหวีดหวิวของลมที่ลอดผ่านซอกตึกทำหน้าที่เป็นนาฬิกาปลุกธรรมชาติให้แก่ ยลลดา หญิงสาวผู้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการส่วนตัวของประธานบริหารบริษัทข้ามชาติยักษ์ใหญ่ เธอมาถึงออฟฟิศก่อนเวลาเริ่มงานเกือบหนึ่งชั่วโมงเสมอจนเป็นกิจวัตรที่พนักงานรักษาความปลอดภัยจดจำได้ดี
ภายในห้องทำงานชั้นบนสุดที่กว้างขวางปูด้วยพรมทอหนานุ่มสีเทาควันบุหรี่ ยลลดาขยับตัวอย่างคล่องแคล่วท่ามกลางความเงียบสงบ แสงไฟวอร์มไวท์จากโคมไฟตั้งโต๊ะดิไซน์หรูส่องสว่างเพียงจุดเดียวบนโต๊ะทำงานไม้โอ๊คสีเข้มที่สั่งทำพิเศษ เธอเริ่มกิจกรรมยามเช้าด้วยการจัดเตรียมกาแฟดำ กลิ่นหอมกรุ่นเข้มข้นของเมล็ดกาแฟสายพันธุ์พิเศษจากเอธิโอเปียเริ่มอบอวลไปทั่วบริเวณ
ยลลดาประคองแก้วพอร์ซเลนเนื้อดีวางลงบนแผ่นรองหนังอย่างบรรจง เธอรู้ดีว่า เพลิงกัลป์ เจ้านายของเธอนั้นเป็นพวกนิยมความสมบูรณ์แบบ (Perfectionist) ขนาดไหน กาแฟต้องไม่ใส่น้ำตาลแม้แต่เกล็ดเดียว อุณหภูมิขณะเสิร์ฟต้องอยู่ที่ 65 องศาเซลเซียสเพื่อรสสัมผัสที่ดีที่สุด เธอจัดวางปากกาหมึกซึมยี่ห้อ Montblanc ไว้ที่มุมบนขวาของแฟ้มเอกสารเร่งด่วน ทำมุมเอียง 45 องศาพอดีเป๊ะกับขอบโต๊ะ เพราะเขามักจะหยิบมันขึ้นมาเซ็นเป็นสิ่งแรกหลังจากจิบกาแฟอึกแรก
"เรียบร้อย..." เธอพึมพำเบาๆ กับตัวเองพลางจัดขอบเอกสารให้ตรงเป๊ะชนิดที่ไม้บรรทัดยังต้องอาย
ก่อนจะถอยออกมาสำรวจความเรียบร้อยรอบสุดท้าย ใบหน้าสวยหวานที่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางโทนสุภาพดูนิ่งสงบ ทว่าดวงตากลับฉายแวววูบไหวเมื่อมองไปยังเก้าอี้หนังตัวใหญ่ที่ว่างเปล่า เธอไม่ใช่แค่เลขานุการที่ทำงานตามหน้าที่ แต่เธอคือเลขานุการที่อุทิศทั้งหัวใจให้กับเจ้าของเก้าอี้ตัวนั้น
เสียงลิฟต์ส่วนตัวดัง "ติ๊ง" บอกสัญญาณการมาถึงของใครบางคน ยลลดาขยับสูทสีเบจของเธอให้เข้าที่ ยืนตัวตรงในท่าทางสง่างาม ประตูห้องทำงานถูกผลักออกพร้อมกับร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีกรมท่าเข้มที่ตัดเย็บอย่างประณีต เพลิงกัลป์ก้าวเข้ามาด้วยฝีเท้าที่หนักแน่นสม่ำเสมอ กลิ่นน้ำหอมแนว Woody แฝงความเย็นชาของโชยมาปะทะจมูกยลลดาในทันที
"อรุณสวัสดิ์ค่ะท่านประธาน" เธอเอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้มจาง ๆ ตามมารยาท
เพลิงกัลป์ไม่แม้แต่จะพยักหน้าตอบรับ เขาเดินตรงไปยังโต๊ะทำงาน วางกระเป๋าเอกสารลงแล้วนั่งลงบนเก้าอี้หนังอย่างมั่นคง สายตาคมกริบจ้องมองตรงไปที่กองเอกสารทันทีเหมือนมองผ่านร่างของเธอไป
"ตารางงานวันนี้มีอะไรบ้าง ยลลดา" เสียงทุ้มต่ำและทรงอำนาจถามขึ้นขณะที่มือหนาหยิบแก้วกาแฟขึ้นจิบ
"เช้านี้ท่านประธานมีประชุมสรุปงบประมาณไตรมาสที่สองตอนสิบโมงค่ะ ช่วงบ่ายโมงมีนัดทานข้าวกับตัวแทนจากสิงคโปร์ที่ห้องอาหารโรงแรมฝั่งตรงข้าม และตอนสี่โมงเย็นมีตรวจเยี่ยมไซต์งานก่อสร้างที่นนทบุรีค่ะ" ยลลดารายงานอย่างคล่องแคล่วโดยไม่ต้องดูสมุดจด
"นัดกับตัวแทนจากสิงคโปร์เลื่อนไปเป็นพรุ่งนี้ ผมต้องการเวลาดูรายงานไซต์งานนนทบุรีมากกว่านี้" เขาสั่งการเสียงเข้มในลำคอพลางวางแก้วกาแฟลง
"แล้วทำไมปากกาไม่อยู่ที่เดิม ผมบอกแล้วว่าต้องวางแนวราบ..."
ยลลดาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะมองเห็นว่าปากกาที่เธออุตส่าห์จัดวางอย่างดีถูกลมจากเครื่องปรับอากาศพัดจนเคลื่อนตำแหน่งไปเพียงไม่กี่มิลลิเมตร
"ขออภัยค่ะ ดิฉันจะระวังให้มากกว่านี้" เธอก้าวเข้าไปจัดปากกาให้ตรงตามความต้องการของเขาอย่างรวดเร็ว ในจังหวะที่มือของเธออยู่ใกล้กับมือหนาของเขา ยลลดาแทบจะหยุดหายใจ ความร้อนจากผิวสัมผัสที่ไม่ได้ถูกต้องกันจริง ๆ แต่กลับทำให้ใจเธอเต้นรัวจนแทบจะหลุดออกมานอกอก
"ไปทำงานของคุณได้แล้ว" เขาตัดบทโดยไม่มองหน้าเธอเลยสักนิด
ยลลดาพยักหน้าและถอยฉากออกมาอย่างเงียบเชียบ แต่เมื่อถึงประตูห้อง เธอหยุดกะทันหัน ลอบมองเงาสะท้อนของเพลิงกัลป์ในกระจกใสที่กรุผนังด้านหนึ่ง ในเงานั้นเขาดูโดดเดี่ยวแต่ทรงพลัง แผ่นหลังที่ตั้งตรงของเขาดูแบกรับทุกอย่างเอาไว้ ยลลดาจ้องมองเงานั้นด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรักและความอาวรณ์ที่ปิดบังไว้ไม่มิด... สายตาที่เธอรู้ดีว่าเขาจะไม่มีวันมองย้อนกลับมาเห็น
ความเฉยชาของเพลิงกัลป์เปรียบเสมือนกำแพงหนาที่กั้นกลางระหว่างเขากับเธอ ทว่าสำหรับยลลดา กำแพงนี้มีรอยร้าวที่เธอใช้เป็นช่องทางมองกลับไปสู่อดีต...
อดีตที่เขาจำไม่ได้ แต่เธอไม่เคยลืม
เมื่อเจ็ดปีก่อน ในรั้วมหาวิทยาลัยอันกว้างขวาง บ่ายวันหนึ่งที่พายุฝนฤดูร้อนกระหน่ำลงมาอย่างบ้าคลั่ง ยลลดาในชุดนิสิตปีหนึ่งที่ตัวเล็กและดูบอบบาง ยืนตัวสั่นเทาอยู่ใต้ตึกคณะที่เริ่มมืดมัวเพราะแสงอาทิตย์ถูกเมฆบังจนหมด เธอเพิ่งทำแฟ้มเอกสารสำคัญสำหรับขอทุนการศึกษาหล่นลงในร่องระบายน้ำ น้ำตาแห่งความตกใจและสิ้นหวังเอ่อล้นออกมาคลอหน่วยตา
"ร้องไห้ไปมันก็ไม่ช่วยให้เอกสารแห้งหรอกนะ" เสียงทุ้มที่ฟังดูอบอุ่นอย่างประหลาดดังขึ้นเหนือหัว
ยลลดาเงยหน้าขึ้นมองผ่านม่านน้ำตา เห็นชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดนักศึกษาปีสุดท้ายที่ดูสะอาดสะอ้านและภูมิฐานกว่าใครเพื่อน เขาคือ 'เพลิงกัลป์' รุ่นพี่ปีสี่ที่เป็นประธานสโมสรนักศึกษาที่ใคร ๆ ต่างก็ยำเกรง
