บทนำ
เขาตื่นมาพร้อมความว่างเปล่า... จำอะไรไม่ได้แม้แต่หน้าผู้หญิงที่นอนด้วย
ส่วนเธอตื่นมาพร้อมความทรงจำที่ฝังใจ... และ 'หนึ่งชีวิต' ที่กำลังก่อตัวขึ้นในครรภ์
เมื่อความลับเริ่มปิดไม่มิด ยลลดาจึงตัดสินใจหนีไปพร้อมโซ่ทองคล้องใจ ทิ้งไว้เพียงกลิ่นกายหอมกรุ่นที่ทำให้เพลิงกัลป์แทบคลั่ง ทว่าสามปีต่อมา... โชคชะตากลับเหวี่ยง 'เครื่องจักรทำงาน' คนเดิมให้มาอยู่ตรงหน้า พร้อมเด็กหญิงตัวจิ๋วที่มีดวงตาคมกริบเหมือนเขาราวกับพิมพ์เดียว
บท 1
ท้องฟ้าเหนือมหานครกรุงเทพฯ ในเช้ามืดวันนี้ถูกย้อมด้วยสีเทาหม่นของกลุ่มเมฆฝนที่ตั้งเค้ามาแต่ไกล ลมพัดแรงปะทะกระจกนิรภัยของอาคารสำนักงานระฟ้าใจกลางย่านสุขุมวิท เสียงหวีดหวิวของลมที่ลอดผ่านซอกตึกทำหน้าที่เป็นนาฬิกาปลุกธรรมชาติให้แก่ ยลลดา หญิงสาวผู้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการส่วนตัวของประธานบริหารบริษัทข้ามชาติยักษ์ใหญ่ เธอมาถึงออฟฟิศก่อนเวลาเริ่มงานเกือบหนึ่งชั่วโมงเสมอจนเป็นกิจวัตรที่พนักงานรักษาความปลอดภัยจดจำได้ดี
ภายในห้องทำงานชั้นบนสุดที่กว้างขวางปูด้วยพรมทอหนานุ่มสีเทาควันบุหรี่ ยลลดาขยับตัวอย่างคล่องแคล่วท่ามกลางความเงียบสงบ แสงไฟวอร์มไวท์จากโคมไฟตั้งโต๊ะดิไซน์หรูส่องสว่างเพียงจุดเดียวบนโต๊ะทำงานไม้โอ๊คสีเข้มที่สั่งทำพิเศษ เธอเริ่มกิจกรรมยามเช้าด้วยการจัดเตรียมกาแฟดำ กลิ่นหอมกรุ่นเข้มข้นของเมล็ดกาแฟสายพันธุ์พิเศษจากเอธิโอเปียเริ่มอบอวลไปทั่วบริเวณ
ยลลดาประคองแก้วพอร์ซเลนเนื้อดีวางลงบนแผ่นรองหนังอย่างบรรจง เธอรู้ดีว่า เพลิงกัลป์ เจ้านายของเธอนั้นเป็นพวกนิยมความสมบูรณ์แบบ (Perfectionist) ขนาดไหน กาแฟต้องไม่ใส่น้ำตาลแม้แต่เกล็ดเดียว อุณหภูมิขณะเสิร์ฟต้องอยู่ที่ 65 องศาเซลเซียสเพื่อรสสัมผัสที่ดีที่สุด เธอจัดวางปากกาหมึกซึมยี่ห้อ Montblanc ไว้ที่มุมบนขวาของแฟ้มเอกสารเร่งด่วน ทำมุมเอียง 45 องศาพอดีเป๊ะกับขอบโต๊ะ เพราะเขามักจะหยิบมันขึ้นมาเซ็นเป็นสิ่งแรกหลังจากจิบกาแฟอึกแรก
"เรียบร้อย..." เธอพึมพำเบาๆ กับตัวเองพลางจัดขอบเอกสารให้ตรงเป๊ะชนิดที่ไม้บรรทัดยังต้องอาย
ก่อนจะถอยออกมาสำรวจความเรียบร้อยรอบสุดท้าย ใบหน้าสวยหวานที่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางโทนสุภาพดูนิ่งสงบ ทว่าดวงตากลับฉายแวววูบไหวเมื่อมองไปยังเก้าอี้หนังตัวใหญ่ที่ว่างเปล่า เธอไม่ใช่แค่เลขานุการที่ทำงานตามหน้าที่ แต่เธอคือเลขานุการที่อุทิศทั้งหัวใจให้กับเจ้าของเก้าอี้ตัวนั้น
เสียงลิฟต์ส่วนตัวดัง "ติ๊ง" บอกสัญญาณการมาถึงของใครบางคน ยลลดาขยับสูทสีเบจของเธอให้เข้าที่ ยืนตัวตรงในท่าทางสง่างาม ประตูห้องทำงานถูกผลักออกพร้อมกับร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีกรมท่าเข้มที่ตัดเย็บอย่างประณีต เพลิงกัลป์ก้าวเข้ามาด้วยฝีเท้าที่หนักแน่นสม่ำเสมอ กลิ่นน้ำหอมแนว Woody แฝงความเย็นชาของโชยมาปะทะจมูกยลลดาในทันที
"อรุณสวัสดิ์ค่ะท่านประธาน" เธอเอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้มจาง ๆ ตามมารยาท
เพลิงกัลป์ไม่แม้แต่จะพยักหน้าตอบรับ เขาเดินตรงไปยังโต๊ะทำงาน วางกระเป๋าเอกสารลงแล้วนั่งลงบนเก้าอี้หนังอย่างมั่นคง สายตาคมกริบจ้องมองตรงไปที่กองเอกสารทันทีเหมือนมองผ่านร่างของเธอไป
"ตารางงานวันนี้มีอะไรบ้าง ยลลดา" เสียงทุ้มต่ำและทรงอำนาจถามขึ้นขณะที่มือหนาหยิบแก้วกาแฟขึ้นจิบ
"เช้านี้ท่านประธานมีประชุมสรุปงบประมาณไตรมาสที่สองตอนสิบโมงค่ะ ช่วงบ่ายโมงมีนัดทานข้าวกับตัวแทนจากสิงคโปร์ที่ห้องอาหารโรงแรมฝั่งตรงข้าม และตอนสี่โมงเย็นมีตรวจเยี่ยมไซต์งานก่อสร้างที่นนทบุรีค่ะ" ยลลดารายงานอย่างคล่องแคล่วโดยไม่ต้องดูสมุดจด
"นัดกับตัวแทนจากสิงคโปร์เลื่อนไปเป็นพรุ่งนี้ ผมต้องการเวลาดูรายงานไซต์งานนนทบุรีมากกว่านี้" เขาสั่งการเสียงเข้มในลำคอพลางวางแก้วกาแฟลง
"แล้วทำไมปากกาไม่อยู่ที่เดิม ผมบอกแล้วว่าต้องวางแนวราบ..."
ยลลดาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะมองเห็นว่าปากกาที่เธออุตส่าห์จัดวางอย่างดีถูกลมจากเครื่องปรับอากาศพัดจนเคลื่อนตำแหน่งไปเพียงไม่กี่มิลลิเมตร
"ขออภัยค่ะ ดิฉันจะระวังให้มากกว่านี้" เธอก้าวเข้าไปจัดปากกาให้ตรงตามความต้องการของเขาอย่างรวดเร็ว ในจังหวะที่มือของเธออยู่ใกล้กับมือหนาของเขา ยลลดาแทบจะหยุดหายใจ ความร้อนจากผิวสัมผัสที่ไม่ได้ถูกต้องกันจริง ๆ แต่กลับทำให้ใจเธอเต้นรัวจนแทบจะหลุดออกมานอกอก
"ไปทำงานของคุณได้แล้ว" เขาตัดบทโดยไม่มองหน้าเธอเลยสักนิด
ยลลดาพยักหน้าและถอยฉากออกมาอย่างเงียบเชียบ แต่เมื่อถึงประตูห้อง เธอหยุดกะทันหัน ลอบมองเงาสะท้อนของเพลิงกัลป์ในกระจกใสที่กรุผนังด้านหนึ่ง ในเงานั้นเขาดูโดดเดี่ยวแต่ทรงพลัง แผ่นหลังที่ตั้งตรงของเขาดูแบกรับทุกอย่างเอาไว้ ยลลดาจ้องมองเงานั้นด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรักและความอาวรณ์ที่ปิดบังไว้ไม่มิด... สายตาที่เธอรู้ดีว่าเขาจะไม่มีวันมองย้อนกลับมาเห็น
ความเฉยชาของเพลิงกัลป์เปรียบเสมือนกำแพงหนาที่กั้นกลางระหว่างเขากับเธอ ทว่าสำหรับยลลดา กำแพงนี้มีรอยร้าวที่เธอใช้เป็นช่องทางมองกลับไปสู่อดีต...
อดีตที่เขาจำไม่ได้ แต่เธอไม่เคยลืม
เมื่อเจ็ดปีก่อน ในรั้วมหาวิทยาลัยอันกว้างขวาง บ่ายวันหนึ่งที่พายุฝนฤดูร้อนกระหน่ำลงมาอย่างบ้าคลั่ง ยลลดาในชุดนิสิตปีหนึ่งที่ตัวเล็กและดูบอบบาง ยืนตัวสั่นเทาอยู่ใต้ตึกคณะที่เริ่มมืดมัวเพราะแสงอาทิตย์ถูกเมฆบังจนหมด เธอเพิ่งทำแฟ้มเอกสารสำคัญสำหรับขอทุนการศึกษาหล่นลงในร่องระบายน้ำ น้ำตาแห่งความตกใจและสิ้นหวังเอ่อล้นออกมาคลอหน่วยตา
"ร้องไห้ไปมันก็ไม่ช่วยให้เอกสารแห้งหรอกนะ" เสียงทุ้มที่ฟังดูอบอุ่นอย่างประหลาดดังขึ้นเหนือหัว
ยลลดาเงยหน้าขึ้นมองผ่านม่านน้ำตา เห็นชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดนักศึกษาปีสุดท้ายที่ดูสะอาดสะอ้านและภูมิฐานกว่าใครเพื่อน เขาคือ 'เพลิงกัลป์' รุ่นพี่ปีสี่ที่เป็นประธานสโมสรนักศึกษาที่ใคร ๆ ต่างก็ยำเกรง
บทล่าสุด
#77 บทที่ 77 -
อัปเดตล่าสุด: 9/29/2026#76 บทที่ 76 -
อัปเดตล่าสุด: 9/28/2026#75 บทที่ 75 -
อัปเดตล่าสุด: 9/25/2026#74 บทที่ 74 -
อัปเดตล่าสุด: 9/24/2026#73 บทที่ 73 -
อัปเดตล่าสุด: 9/23/2026#72 บทที่ 72 -
อัปเดตล่าสุด: 9/21/2026#71 บทที่ 71 -
อัปเดตล่าสุด: 9/20/2026#70 บทที่ 70 -
อัปเดตล่าสุด: 9/19/2026#69 บทที่ 69 -
อัปเดตล่าสุด: 9/17/2026#68 บทที่ 68 -
อัปเดตล่าสุด: 9/16/2026
คุณอาจชอบ 😍
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
มลทินรักภรรยาไร้ค่า
เธอถูกส่งมาแทนที่พี่สาวในคืนแต่งงานพร้อมคำดูถูกว่าเป็นเพียง ภรรยาไร้ค่า
เขาแต่งงานเพื่อรักษาหน้าไม่เคยคิดจะรัก ไม่เคยคิดจะผูกพัน แต่เด็กในท้องของเธอ…
กลับกลายเป็นสายใยที่เขาตัดไม่ขาด
จากผู้ชายที่เย็นชาไร้หัวใจสู่พ่อที่กลัวแม้แต่จับลูกแรงเกินไปจากผู้หญิงที่ไม่เคยมีสิทธิ์เลือก
สู่คนที่ทั้งบ้านยอมรับว่าขาดไม่ได้
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
สูตรรักศาสตราจารย์
ในวันที่คุณหมอออกเวรตอนเช้า แล้วเพิ่งจะคล้อยหลับไปไม่ทันได้หนึ่งชั่วโมง เสียง ปัก ปัก จากข้างห้องดังจนหัวเตียงเธอแทบจะคลอนตาม ด้วยความโมโห หมอปรางถึงขั้นเอากระดาษที่เขียนด้วยลายมือหมอ ไปแปะไว้ที่หน้าห้องข้างๆ
"ตำน้ำพริก กรุณารองครกด้วยค่ะ"
พร้อมคำสาบแช่งเล็กๆ น้อยๆ
"สาธุ ขอให้มันอักเสบ หรือไม่ก็ให้เตียงมันหักไปซะจะได้ไม่ต้องเสียงดัง"
️️️️~~~~~~~\~~~~~~~
"คุณไตรวิทย์ บริรักษ์ไพศาล เชิญห้องตรวจหนึ่งค่ะ"
"ตุ่มคล้ายสิวหรือหนองขึ้นที่โคนอวัยวะเพศใช่ไหมคะ"
️️️️~~~~~~~\~~~~~~~
"ฉิบหายแล้วแกนังปราง มีเรื่องกับใครไม่มี นั่นน่ะหรือตาบ้าข้างห้องแกอ่ะ"
"อื้อ แกรู้จักหรือ"
"เรียกว่าทั้งมหาวิทยาลัยใครบ้างไม่รู้จักเขาดีกว่า"
"ตอนนั้นฉันอยู่ไม่เห็นรู้จัก"
"ก็แก มันสนใจอะไรรอบตัวบ้าง นั่นน่ะ อาจารย์วิทย์ รองศาสตราจารย์ไตรวิทย์ บริรักษ์ไพศาล กำลังจะได้เป็นศาสตราจารย์อยู่รอมร่อ จนเขาว่ากันว่าจะเป็นศาตราจารย์ที่หนุ่มและหล่อที่สุด ที่สำคัญเขาเป็นอาจารย์อยู่คณะนิติศาสตร์ ฉิบหายไหมคราวนี้"
"ฉิบหายล่ะ"
️️️️~~~~~~~\~~~~~~~
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
เกิดใหม่เป็นเมียของตัวร้าย...พลิกฐานะให้ร่ำรวยด้วยมิติวิเศษในยุค80
หลินเฟยเฟยตื่นขึ้นมาในร่างของเด็กสาวอาภัพที่ถูกทิ้งเพราะคำทำนายลวงโลก ปล่อยให้แฝดพี่สวมรอยเป็นหงส์ฟ้าเสวยสุขในบ้านเศรษฐี ส่วนเธอต้องทนลำบากแถมยังถูกใส่ร้ายจนตาย!
แต่ขอโทษที หลินเฟยเฟยคนใหม่นี้ไม่หมูเหมือนคนเก่า ในมือมีระบบแลกเปลี่ยนมิติสุดล้ำ สมองมีแผนธุรกิจระดับร้อยล้าน เธอจะพลิกโฉมสมุนไพรบ้านนอกให้กลายเป็นอาณาจักรเครื่องสำอางระดับชาติ ตอกหน้าแฝดพี่ดอกบัวขาวและอดีตคู่หมั้นเฮงซวยให้หงายหลัง!
แถมยังมีเซี่ยจินเหิง พญามารคุมตลาดมืดที่ใครๆต่างหวาดกลัว มาคอยตามป้วนเปี้ยนขอสมัครเป็นบอดี้การ์ดพ่วงตำแหน่งสามี... หึ ดาวไม้กวาดงั้นเหรอ คอยดูเถอะ ฉันจะกวาดเงินกวาดทองให้เกลี้ยงประเทศเลย!
เมียเด็กของผู้พันสายดุ
การสูญเสียพ่อผู้เป็นดั่งโลกทั้งใบในภารกิจลับ ทำให้ชีวิตของ ‘ม่านมุก’ เด็กสาววัยยี่สิบปีต้องพลิกผัน เธอถูกโยนเข้ามาอยู่ในความดูแลของ ‘พันเอก รุจิภาส วงศ์เดชา’ ผู้บังคับการกองพันทหารราบสายดุ ผู้ชายที่พ่อเธอเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องเขาไว้!
เขาคือเสือร้ายแห่งกองทัพ เย่อหยิ่ง บ้าอำนาจ และไร้ซึ่งความอ่อนโยน
เขาต้อนรับเธอด้วย 'กฎเหล็ก 5 ข้อ' ที่ขีดเส้นแบ่งสถานะระหว่าง 'ผู้ปกครอง' และ 'เด็กในความดูแล' อย่างชัดเจน
ทว่า... ภายใต้ใบหน้าที่ถมึงทึงและคำพูดที่เย็นชา กลับซ่อนความรู้สึกหวงแหนที่ลึกล้ำจนน่ากลัว
ยิ่งเธอพยศ เขาก็ยิ่งอยากปราบให้อยู่หมัด
ยิ่งเธอหนี เขาก็ยิ่งอยากกักขังเธอไว้ในกรงทองของเขาตลอดกาล!
แต่เมื่อความจริงในอดีตถูกเปิดเผย พร้อมกับความลับที่ถูกซ่อนไว้ใต้รอยแผลเป็น
สมรภูมิแห่งความรักครั้งนี้... ผู้พันสายดุจะยอมคุกเข่าเพื่อสยบหัวใจเด็กพยศได้อย่างไร?
“จำไว้นะม่านมุก... ใครกล้าแตะต้องเธอ... มันต้องตาย!”
กลรักเมียแต่ง
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...
ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี
รักร้าย ลูกชายมาเฟีย 《อาชิ..My Hero》
เพราะ ‘อาชิ’ เคยช่วยเหลือเด็กสาวอย่าง ‘ชะเอม’ ที่โดนเพื่อนรังแกตั้งแต่ตอนเด็กๆ เธอเลยติดเขาแจมาตั้งแต่ตอนนั้น เขาไปไหนเธอไปด้วย จนกลายเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกันทั้งที่เธอเป็นเด็กสาวคนเดียวในแก๊ง แม้ในตอนแรกอาชิสุดแสนจะรำคาญชะเอม แต่ไม่รู้ทำไมไปๆ มาๆ พอมีคนมายุ่งวุ่นวายกับเธอก็ออกอาการหวงก้างซะงั้น แถมยังแสดงมุมอ่อนโยนออกมาให้เห็นอีกต่างหาก













