บทที่ 2 เลขาฯ ที่ดีที่สุด

"หือ... เปียกหมดเลยนี่นา" เขาบ่นพึมพำขณะก้มลงเก็บแฟ้มที่จมเลนขึ้นมา ก่อนจะหันมามองเด็กสาวตรงหน้าแล้วถอนหายใจ

"เดี๋ยวพี่ไปส่งที่หอพักก่อน ส่วนเอกสารนี่... เดี๋ยวจะลองเอาไปให้เจ้าหน้าที่ที่ตึกอำนวยการช่วยดูให้ว่ายังใช้ได้ไหม"

เขากางร่มคันใหญ่สีดำสนิทครอบคลุมร่างของเธอไว้ทั้งหมด ยอมให้ไหล่ด้านซ้ายของตัวเองเปียกโชกเพื่อให้เธอไม่โดนละอองฝน ยลลดาจำได้ถึงความรู้สึกปลอดภัยที่แผ่ซ่านออกมาจากคนตัวโตข้าง ๆ กลิ่นสบู่อ่อน ๆ จากตัวเขาผสมกับกลิ่นไอฝนกลายเป็นกลิ่นที่เธอตกหลุมรักตั้งแต่วินาทีนั้น

"ขอบคุณค่ะ พี่เพลิง" เธอกระซิบด้วยเสียงสั่น ๆ

เขาเพียงแต่ยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่อ่อนโยนและใจดีที่สุดเท่าที่เธอเคยเห็น ก่อนจะส่งผ้าเช็ดหน้าสีเทาปักลายกราฟิกเรียบ ๆ ให้เธอ

"เช็ดหน้าซะ เดี๋ยวจะไม่สบาย"

จนถึงวันนี้ผ้าเช็ดหน้าผืนนั้น ยลลดายังคงเก็บมันไว้ในลิ้นชักที่ล็อกกุญแจอย่างดีที่บ้าน มันคือหลักฐานเดียวที่ยืนยันว่าเขาเคยใจดีกับเธอขนาดไหน ก่อนที่โลกธุรกิจจะหล่อหลอมให้เขากลายเป็นภูเขาน้ำแข็งอย่างในปัจจุบัน

"ผมไม่เข้าใจ ทำไมตัวเลขต้นทุนในหน้า 12 ถึงไม่ตรงกับประมาณการที่ผมสั่งไว้ !"

เสียงตวาดของเพลิงกัลป์ดังก้องไปทั่วห้องประชุมบอร์ดบริหาร พนักงานระดับหัวหน้าแผนกต่างนั่งก้มหน้ากันสลอน เหงื่อกาฬไหลซึมตามไรผม บรรยากาศอึดอัดจนแทบจะขาดใจ เพลิงกัลป์กวาดสายตาคมกริบมองรอบห้องเหมือนพญาอินทรีที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อ

"เอ่อ... คือว่า... ทางฝ่ายผลิตเพิ่งแจ้งเปลี่ยนซัปพลายเออร์ครับท่านประธาน" หัวหน้าฝ่ายการตลาดตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

"แจ้งเปลี่ยน ? แล้วทำไมรายงานนี้ถึงยังเป็นข้อมูลเก่า ? พวกคุณทำงานกันยังไง !" เขาเขวี้ยงแฟ้มลงบนโต๊ะจนเกิดเสียงดังปัง

ยลลดาที่นั่งจดบันทึกการประชุมอยู่ข้าง ๆ คล้ายสังเกตเห็นเส้นเลือดที่ขมับของเพลิงกัลป์เต้นตุบ ๆ มือหนาของเขากำแน่นจนนิ้วขาวซีด เธอรู้ดีว่านี่คือขีดสุดของความอดทนแล้ว ยลลดาตัดสินใจขยับตัวอย่างใจเย็น พลางหยิบไอแพดของตัวเองขึ้นมาเปิดไฟล์ที่เตรียมสำรองไว้ล่วงหน้า แล้วเลื่อนมันไปวางตรงหน้าเพลิงกัลป์อย่างแผ่วเบา

"ท่านประธานคะ นี่คือข้อมูลอัปเดตล่าสุดที่ดิฉันดึงมาจากระบบคลังสินค้าเมื่อเช้านี้ค่ะ" เธอใช้เสียงที่นุ่มนวลแต่มีพลังมั่นคงช่วยลดอุณหภูมิในห้อง

"ดิฉันเปรียบเทียบส่วนต่างต้นทุนที่เพิ่มขึ้นกับกำไรสุทธิที่จะได้รับจากซัปพลายเออร์รายใหม่มาให้แล้วค่ะ พบว่าในระยะยาวเราจะประหยัดงบได้มากกว่าเดิม 15% ค่ะ"

เพลิงกัลป์ชะงักไป ดวงตาที่เคยลุกเป็นไฟค่อย ๆ สงบลงขณะกวาดมองข้อมูลที่ยลลดาเตรียมมาอย่างละเอียดทุกบรรทัด เขาใช้เวลาเงียบไปอึดใจใหญ่ที่ดูนานเหมือนชั่วนิรันดร์สำหรับคนในห้อง

เขาหยิบแก้วน้ำเย็นที่มีมะนาวฝานซึ่งยลลดาเป็นคนเตรียมไว้ให้ตั้งแต่เริ่มประชุมขึ้นมาจิบ ความสดชื่นทำให้เขาผ่อนคลายไหล่ที่ตั้งชันลง

"ดี... ข้อมูลนี้ค่อยคุยกันรู้เรื่องหน่อย" เขาพึมพำออกมา ก่อนจะปรายตามองเลขาฯ สาวครู่หนึ่ง

"คุณนี่รู้ใจผมจริง ๆ ยลลดา เตรียมสรุปเรื่องนี้ส่งให้ผมหลังเลิกประชุมด้วย"

คำชมสั้น ๆ นั้นมาพร้อมกับสรรพนาม "ยลลดา" ที่ถูกเว้นวรรคอย่างชัดเจน มันเป็นคำชมที่ดูเหมือนรางวัล แต่มันกลับกรีดลึกในใจคนฟัง เพราะเขายังคงเรียกเธอด้วยชื่อจริงอย่างเป็นทางการเสมอมา ไม่มีการเรียกขานชื่อเล่น 'แยม' ของเธออย่างที่เธอเคยฝันใฝ่ เขาเห็นเธอเป็นเครื่องจักรทำงานที่สมบูรณ์แบบ ไม่ใช่ผู้หญิงที่มีความรู้สึก

เวลาล่วงเลยไปจนถึงช่วงค่ำ แสงไฟจากตึกรามบ้านช่องในกรุงเทพฯ เริ่มสว่างไสวราวกับดวงดาวบนดิน ยลลดากำลังจัดเอกสารชุดสุดท้ายใส่ซองขณะที่เพลิงกัลป์ยังคงนั่งอยู่ในห้องทำงานโดยเปิดประตูแง้มไว้

จู่ ๆ เสียงโทรศัพท์ส่วนตัวของเขาดังกขึ้น ยลลดาชะงักมือที่กำลังเก็บของ เธอพยายามไม่ฟังแต่มันหลีกเลี่ยงไม่ได้ในความเงียบสงัดของออฟฟิศยามค่ำคืน

"ว่าไงรส..." น้ำเสียงของเพลิงกัลป์เปลี่ยนไป มันไม่ใช่เสียงที่ใช้คุยกับลูกน้อง แต่เป็นน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่ดูอ่อนโยนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

"ผมกำลังจะออกไป"

'มธุรส' คู่หมั้นสาวสวยที่เป็นบุตรสาวของนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ระดับประเทศ ชื่อนี้เหมือนมีดกรีดลงบนใจของยลลดาซ้ำแล้วซ้ำเล่า มธุรสเป็นคนเดียวที่ได้รับสิทธิ์ให้เข้าไปอยู่ใน "พื้นที่ส่วนตัว" ของเขา พื้นที่ที่ยลลดาทำได้เพียงมองดูจากที่ไกล ๆ

เธอก้มหน้าลง พยายามกลั้นน้ำตาที่ร้อนผ่าวไว้ไม่ให้ร่วงหล่น ยลลดาเร่งมือเก็บของกระเป๋าแล้วเดินออกจากโต๊ะหน้าห้องทำงานโดยไม่รอให้เขาออกมาสั่งงานเพิ่ม เพราะเธอรู้ดีว่าถ้าเธอยังยืนอยู่ตรงนั้น เธออาจจะแสดงความอ่อนแอออกมาให้เขาเห็น

ยลลดาเดินกลับมาถึงห้องพักขนาดกะทัดรัดในคอนโดมิเนียมย่านชานเมือง ห้องของเธอตกแต่งด้วยโทนสีพาสเทล ดูแตกต่างจากโลกสีเทาเข้มในออฟฟิศอย่างสิ้นเชิง เธอทิ้งตัวลงบนเตียงกว้าง กอดหมอนนิ่งอยู่นานหลายนาที ก่อนจะขยับตัวลุกขึ้นไปที่โต๊ะเขียนหนังสือขนาดเล็กมุมห้อง

บนโต๊ะนั้นมีบอร์ดไม้ก๊อกขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยรูปภาพและโพสต์อิทรูปถ่ายของเธอในวันรับปริญญา โดยมีเงาของเพลิงกัลป์อยู่ในพื้นหลังภาพอย่างจงใจ รูปที่แอบถ่ายเขาตอนขึ้นบรรยายพิเศษที่มหาวิทยาลัย รวมถึงเศษกระดาษโน้ตที่เขาเคยเขียนสั่งงานเธอสมัยเธอเข้ามาฝึกงานใหม่ ๆ ว่า "ทำดีมาก"

หญิงสาวหยิบกล่องไม้บุผ้ากำมะหยี่ออกมาจากลิ้นชักที่ล็อกไว้ ภายในมีผ้าเช็ดหน้าสีเทาผืนเก่าที่ซักสะอาดและรีดจนเรียบกริบ เธอหยิบมันขึ้นมาแนบแก้ม กลิ่นน้ำหอม Woody จาง ๆ ที่เธอแอบฉีดใส่ไว้เพื่อเตือนความจำถึงกลิ่นของเขาลอยมาแตะจมูก

"พี่คงลืมไปหมดแล้วจริง ๆ..." เธอเปรยกับอากาศในห้องที่เงียบเหงา

"พี่จำไม่ได้แม้แต่ชื่อเล่นของฉัน จำไม่ได้ว่าเราเคยเจอกันในวันฝนตกวันนั้น"

สายตาของเธอจ้องมองไปที่กระดาษโน้ตบนโต๊ะที่เธอเขียนไว้เตือนตัวเองทุกวัน

'เป็นเลขาฯ ที่ดีที่สุดของเขา แล้วเขาจะขาดคุณไม่ได้'

เธอยิ้มสมเพชตัวเองเบา ๆ น้ำตาหยดหนึ่งร่วงเผาะลงบนผ้าเช็ดหน้าผืนนั้น

"เมื่อไหร่พี่จะมองเห็นฉันในฐานะคนคนหนึ่ง ไม่ใช่แค่ในฐานะยลลดาที่เป็นเลขาฯ ของพี่"

เธอนั่งอยู่ตรงนั้นท่ามกลางความมืดมิดของค่ำคืน มีเพียงแสงไฟจากตึกข้างนอกที่ส่องเข้ามาวูบวาบ ยลลดารู้ดีว่าพรุ่งนี้เช้าเธอต้องตื่นขึ้นมา สวมหน้ากากเลขาฯ ผู้สมบูรณ์แบบ แล้วกลับไปยืนอยู่ข้าง ๆ เขาในระยะที่ใกล้เพียงเอื้อมมือ แต่กลับดูเหมือนอยู่คนละโลกกันอย่างสิ้นเชิง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป