บทที่ 4 ใคร
"ยลลดา..." เพลิงกัลป์พึมพำแผ่วเบา เสียงทุ้มพร่า
"คุณเพลิง ปล่อยแยมค่ะ คุณเมามากแล้วนะ" ยลลดาพยายามขัดขืน ดิ้นรนออกจากอ้อมกอดหนา แต่แรงของเพลิงกัลป์มหาศาลเกินกว่าที่เธอจะต้านทานได้
"อย่าไป... อยู่กับผมก่อน..." น้ำเสียงของเขาอ่อนโยนและเต็มไปด้วยความอ้อนวอน เป็นครั้งแรกที่เธอได้ยินน้ำเสียงแบบนี้จากเขา หัวใจของเธออ่อนวูบ ความรักที่มีต่อเขาทำให้เธอไม่อาจปฏิเสธความต้องการของเขาได้
เพลิงกัลป์ค่อย ๆ โน้มใบหน้าลงมา ริมฝีปากหนาทาบทับลงบนริมฝีปากบางอย่างรวดเร็วและรุนแรง สัมผัสแรกเต็มไปด้วยความเร่าร้อนจากฤทธิ์แอลกอฮอล์และความต้องการที่อัดอั้นมานาน ยลลดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ทว่าความรักและความโหยหาที่มีต่อชายตรงหน้าทำให้เธอเผลอใจตอบรับจูบของเขา ลิ้นร้อนแทรกซึมเข้าไปสำรวจความหวานภายในโพรงปาก หยอกล้อและเกี่ยวพันกันอย่างลึกซึ้ง ยลลดาครางแผ่วในลำคอ ร่างกายอ่อนระทวยไปกับสัมผัสที่เขาปรนเปรอ
มือหนาเริ่มซุกซน ลูบไล้ไปตามเส้นโค้งของร่างกายผ่านเนื้อผ้าบางเบา สร้างความสยิวและร้อนรุ่มไปทั่วสรรพางค์กาย คนเมาผละริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง ซุกไซ้ใบหน้าลงกับซอกคอขาวผ่อง สูดดมกลิ่นหอมกรุ่นที่ทำให้เขาคลั่งไคล้ ขบเม้มและฝากรอยรักสีกุหลาบไว้บนผิวเนียน
"คุณเพลิง... อื้อ..." ยลลดาครางชื่อเขาเสียงพร่า มือเรียวขยุ้มเส้นผมสีเข้มของเขาเพื่อระบายความเสียวซ่าน
เพลิงกัลป์ไม่รอช้า จัดการถอดชุดราตรีบางเบาออกจากร่างเพรียวระหงอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นเรือนร่างขาวผ่องราวกับสลักจากหินอ่อน สายตาคู่คมกวาดมองด้วยความหลงใหลและต้องการอย่างปิดไม่มิด เขาจัดการถอดเสื้อผ้าของตัวเองออกจนหมดสิ้น ทาบทับร่างหนาลงบนร่างบาง ความร้อนจากร่างกายของทั้งคู่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว
บทเพลงกามารมณ์ที่เต็มไปด้วยความร้อนแรงและความโหยหาเริ่มต้นขึ้น เพลิงกัลป์ครอบครองร่างกายของยลลดาด้วยความต้องการที่รุนแรง ทว่าสัมผัสของเขากลับนุ่มนวลและอ่อนหวานในเวลาเดียวกัน สร้างความสุขสมและเสียวซ่านจนยลลดาเคลิบเคลิ้มไปกับความสุขที่เขาปรนเปรอให้ เสียงครางระงมดังอื้ออึงไปทั่วห้องพัก ท่ามกลางแสงจันทร์ที่สอดส่องเข้ามาทางหน้าต่าง
ตลอดค่ำคืน เพลิงกัลป์พึมพำเรียกชื่อเธอกระซิบคำรักและคำอ้อนวอนข้างหู
"แยม... อย่าทิ้งผมไปนะ..." คำพูดเหล่านั้นทำให้ยลลดาแอบหวังว่าลึก ๆ ในใจของเขาอาจจะมีใจให้เธออยู่บ้าง ทว่าความจริงที่ว่าเขาเป็นคู่หมั้นของมธุรส ทำให้ความหวังนั้นเป็นเพียงความฝันที่เลื่อนลอย ความสุขทางกายที่เธอได้รับจึงแฝงไปด้วยความขมขื่นและความรู้สึกผิดที่กัดกินใจเธอไม่หยุดหย่อน พายุอารมณ์โหมกระหน่ำซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนกระทั่งทั้งคู่หมดแรงและหลับใหลไปในอ้อมกอดของกันและกัน
ยลลดาตื่นขึ้นมากลางดึกพร้อมกับความรู้สึกมึนงงเล็กน้อย ร่างกายปวดร้าวไปหมด แสงจันทร์ที่สอดส่องเข้ามาทางหน้าต่างทำให้เธอเห็นใบหน้าคมคายของเพลิงกัลป์ที่กำลังหลับสนิทอยู่ข้างกาย อ้อมกอดแข็งแกร่งยังคงรัดรั้งร่างเธอไว้แน่น ความทรงจำเกี่ยวกับเหตุการณ์เมื่อคืนหลั่งไหลเข้ามาในหัว ทำให้เธอรู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งใบหน้าและความรู้สึกผิดที่กัดกินใจเธอ
เธอมองดูชายที่เธอรักมาตลอดหลายปี ชายที่เธอเพิ่งมอบความบริสุทธิ์ให้ด้วยความยินยอม หัวใจของเธอบีบคั้นด้วยความเจ็บปวด เธอรู้ดีว่าความสัมพันธ์ทางกายที่เกิดขึ้นเป็นเพียงความผิดพลาดที่เกิดจากความเมาและอารมณ์ชั่ววูบ เพลิงกัลป์อาจจะจำไม่ได้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น หรือถ้าจำได้ เขาอาจจะรู้สึกผิดและพยายามตีตัวออกหากจากเธอ
"แยมขอโทษ..." เธอกระซิบออกมาพร้อมน้ำตาที่รินไหลเงียบ ๆ พยายามกลั้นเสียงสะอื้นไม่ให้เขาตื่น
เธอค่อย ๆ แกะมือหนาออกจากเอวบางของตัวเอง ลุกออกจากเตียงและสวมเสื้อผ้าที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้นด้วยมือที่สั่นเทา ทุกสัมผัสบนร่างกายตอกย้ำถึงความผิดพลาดที่เกิดขึ้น เธอไม่อยากอยู่เผชิญหน้ากับเขาเมื่อเขาสะดุ้งตื่น ไม่อยากเห็นสายตาที่เต็มไปด้วยความสับสนและความรู้สึกผิดของเขา เธอตัดสินใจหนีออกมาจากคอนโดมิเนียมพร้อมน้ำตาที่รินไหลไม่หยุด ท่ามกลางความมืดมิดของค่ำคืนที่พายุเพิ่งพัดผ่านไป ทิ้งไว้เพียงความทรงจำอันแสนหวานและขมขื่นในเวลาเดียวกัน
แสงแดดอ่อนยามเช้าที่ลอดผ่านผ้าม่านเนื้อดีราคาแพงเข้ามาในห้องนอนกว้างขวางของคอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมือง ไม่ได้ช่วยให้เจ้าของห้องรู้สึกสดชื่นเลยสักนิด ชายหนุ่มขยับเปลือกตาหนักอึ้งขึ้นอย่างยากลำบาก ความรู้สึกแรกที่จู่โจมคืออาการปวดหนึบที่ขมับทั้งสองข้าง ราวกับมีคนเอาค้อนมาทุบซ้ำ ๆ
เขาลุกขึ้นนั่งบนเตียงกว้าง ยกมือขึ้นกุมขมับ พลางพยายามนึกทบทวนเหตุการณ์เมื่อคืน แต่ทุกอย่างกลับพร่าเลือนเหมือนมองผ่านกระจกที่มีฝ้าหนา เขาจำได้ว่าไปงานเลี้ยงฉลองปิดโพรเจกต์ จำได้ว่าถูกลูกค้ามอมเหล้าหนักกว่าทุกครั้ง และจำได้ว่าเลขาฯ สาวอย่างยลลดาพยายามเข้ามากันเขาออกไป... หลังจากนั้น ภาพก็ตัดไปเป็นช่วง ๆ
เพลิงกัลป์ขมวดคิ้วแน่น เมื่อความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างแล่นผ่านผิวสัมผัส เขาก้มลงมองแผ่นอกเปลือยเปล่าของตนเอง กลิ่นกายหอมอ่อน ๆ ที่ไม่ใช่กลิ่นน้ำหอมฉุนกึกของตนเองยังคงอบอวลอยู่บนหมอนและผ้าห่ม มันเป็นกลิ่นหอมสะอาด คล้ายดอกไม้ป่าที่โดนน้ำค้างยามเช้า กลิ่นที่ทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายอย่างน่าประหลาด
“ใคร...”
เขาพึมพำออกมาคนเดียว สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องที่ว่างเปล่า ไม่มีร่องรอยของใครอีกคนเหลืออยู่ นอกจากความยับย่นของผ้าปูที่นอนที่ฟ้องชัดว่าเมื่อคืนนี้เขาไม่ได้นอนเพียงลำพัง หัวใจของเขาเต้นรัวขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ หรือจะเป็นผู้หญิงที่คุณแม่ส่งมา ?
ช่วงหลังมานี้ คุณหญิงมลฤดีพยายามจับคู่เขากับผู้หญิงมากหน้าหลายตา บางครั้งถึงขั้นวางแผนให้ผู้หญิงเหล่านั้นมาดักรอเขาที่ห้อง แต่ความรู้สึกครั้งนี้มันต่างไป กลิ่นนี้มันไม่ใช่กลิ่นที่ผู้หญิงพวกนั้นใช้... กลิ่นที่ทำให้หัวใจที่เคยเย็นชาของเขาสั่นไหวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
เขาลุกจากเตียง เดินตรงไปยังห้องน้ำ พยายามล้างหน้าเรียกสติ แต่ภาพร่างราง ๆ ของผู้หญิงคนหนึ่งในอ้อมกอดเขากลับแวบเข้ามาในหัว สัมผัสที่นุ่มนวลและเสียงสะอื้นไห้ที่แผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบ เธอคือใครกันแน่ ?
