บทที่ 5 เรื่องเมื่อคืน
08:00 น. ณ ออฟฟิศสุดหรูบนตึกสูงเสียดฟ้า
เพลิงกัลป์ก้าวลงจากรถยนต์คันหรูด้วยท่าทางนิ่งสงบอย่างที่เคยเป็น ชุดสูทสีเข้มที่ตัดเย็บอย่างประณีตส่งเสริมให้เขามีภาพลักษณ์ของนักธุรกิจหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลและเย็นชา จมูกโด่งรั้นและแววตาดุดันทำให้ไม่มีใครกล้าสบตาตรงๆ
เขามุ่งหน้าไปยังหน้าห้องทำงานของตนเอง และที่นั่น... เขาเห็นยลลดานั่งประจำที่อยู่ก่อนแล้ว
เธอยังคงเหมือนเดิมทุกประการ ชุดยูนิฟอร์มเลขานุการที่เรียบร้อยสะอาดตา ผมที่รวบตึงเป็นมวยสวยงาม และกองเอกสารที่ถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบตามความชอบของเขา เธอเงยหน้าขึ้นเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าหนัก ๆ ของเจ้านาย
“อรุณสวัสดิ์ค่ะท่านประธาน กาแฟดำไม่ใส่น้ำตาลเตรียมไว้บนโต๊ะแล้วนะคะ ส่วนสรุปรายงานประชุมช่วงเช้า แยมวางไว้ข้างซ้ายมือค่ะ”
น้ำเสียงของเธอราบเรียบเป็นปกติ ไม่มีวี่แววสั่นไหว แต่เพลิงกัลป์สังเกตเห็นบางอย่าง... เธอไม่สบตาเขา เอาแต่ก้มมองแท็บเล็ตในมือราวกับว่ามันมีข้อมูลที่สำคัญที่สุดในโลกอยู่ตรงนั้น ทั้งที่ปกติเธอจะเป็นคนคอยสบตาเพื่อรับคำสั่งอย่างคล่องแคล่ว
เพลิงกัลป์หยุดยืนอยู่ตรงหน้าโต๊ะทำงานของเธอ สายตาคมจ้องมองใบหน้าเนียนใสที่วันนี้ดูซีดเซียวกว่าปกติเล็กน้อย
“เมื่อคืน... คุณกลับยังไง” เขาถามด้วยเสียงต่ำลึก
ยลลดาชะงักไปครู่หนึ่ง นิ้วเรียวที่กำลังสไลด์หน้าจอหยุดนิ่ง ก่อนจะตอบโดยไม่เงยหน้าขึ้นมา
“แยมเรียกแท็กซี่กลับค่ะ หลังจากส่งท่านประธานเรียบร้อยแล้ว”
“ส่งผมเรียบร้อยงั้นเหรอ ?” เพลิงกัลป์ทวนคำพลางขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกก้าวหนึ่ง จนแยมเผลอถดตัวไปข้างหลังเล็กน้อย
“คุณส่งผมถึงไหน ยลลดา”
“ถึงหน้าคอนโดฯ ค่ะ” เธอตอบสั้นๆ และชัดเจนราวกับเตรียมคำตอบนี้มาอย่างดี
“พอเห็นว่าท่านประธานเข้าตึกไปได้ แยมก็ขอตัวกลับเลยค่ะ เพราะเห็นว่าดึกมากแล้ว”
เพลิงกัลป์ขมวดคิ้ว ความรู้สึกขัดแย้งเกิดขึ้นในใจ ถ้าเธอส่งเขาแค่หน้าคอนโดมิเนียม แล้วใครล่ะที่อยู่บนเตียงกับเขา หรือว่าระบบรักษาความปลอดภัยของคอนโดมิเนียมนี้จะบกพร่องจนใครก็เดินเข้าไปได้
“ขอบคุณที่ดูแลผม” เขาพูดทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก่อนจะเดินเข้าห้องทำงานไป ทิ้งให้เลขานุการสาวลอบผ่อนลมหายใจออกมาอย่างสั่นเทา มือที่กุมแท็บเล็ตอยู่ชื้นไปด้วยเหงื่อ
เพลิงกัลป์นั่งลงบนเก้าอี้ทำงานราคาแพง กาแฟดำรสเข้มข้นไม่ได้ช่วยให้เขาหายสงสัย ความรู้สึกวูบไหวในช่องท้องและความหอมที่ยังติดจมูกทำให้เขาไม่อาจเริ่มงานได้
เขาตัดสินใจกดอินเตอร์คอมเรียกเลขานุการสาวเข้ามาอีกครั้ง
ไม่กี่วินาทีต่อมา แยมเดินเข้ามาในห้องด้วยท่าทางสำรวม เธอหยุดยืนห่างจากโต๊ะทำงานของเขาในระยะที่ปลอดภัย
“ท่านประธานมีอะไรเพิ่มเติมหรือเปล่าคะ ?”
เพลิงกัลป์เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ประสานมือไว้ที่อก จ้องมองเธออย่างพิจารณา
“เมื่อคืนผมเมามาก แต่ผมก็จำได้ว่ามีคนพาผมขึ้นไปบนห้อง”
ยลลดาหัวใจหล่นวูบ แต่ยังคงรักษาหน้ากากนิ่งเฉยไว้ได้
“อาจจะเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยของคอนโดฯ หรือเปล่าคะ แยมเห็นเขามารับท่านประธานตอนลงจากรถแท็กซี่พอดีค่ะ”
“พนักงานรักษาความปลอดภัยงั้นเหรอ ?” เขาเลิกคิ้ว
“แล้วทำไมผมถึงรู้สึกเหมือนมีใครบางคน... อยู่กับผมทั้งคืน”
เขาสังเกตเห็นไหล่บางของเลขานุการส่วนตัวสั่นน้อย ๆ เพียงชั่วพริบตาเดียว ก่อนที่เธอจะรีบปรับท่าทาง
“แยมคิดว่าท่านประธานคงจะแฮงก์น่ะค่ะ อาการเมาค้างบางครั้งก็ทำให้เราจินตนาการไปเองได้ แยมแนะนำให้ทานซุปอุ่น ๆ ช่วงเที่ยงนะคะ เผื่อจะช่วยให้สมองแจ่มใสขึ้น”
เพลิงกัลป์หรี่ตาลง เขาเป็นนักธุรกิจที่มองคนออกเกือบทุกคน แต่กับเลขานุการหน้าหวานคนนี้ที่ทำงานด้วยกันมาสองปี เขากลับรู้สึกเหมือนมีกำแพงบาง ๆ กั้นอยู่เสมอ เธอสามารถตอบคำถามเขาได้อย่างไหลลื่น ไม่มีพิรุธแม้แต่น้อย
“งั้นเหรอ... สงสัยผมคงจะคิดไปเองจริง ๆ”
“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว แยมขอตัวไปเคลียร์ตารางงานอาทิตย์หน้านะคะ”
เธอรีบเดินออกไปทันทีที่เขาพยักหน้าอนุญาต ประธานหนีมมองตามหลังเธอไป ความติดใจยังคงอยู่ เขาจำได้ราง ๆ ว่าสัมผัสเมื่อคืนมันช่างอ่อนโยนและคุ้นเคยอย่างประหลาด... คุ้นเหมือนกลิ่นดอกไม้ป่าที่เขามักจะได้กลิ่นจาง ๆ เวลายลลดาเดินเข้ามาใกล้
ช่วงพักเที่ยง ยลลดาไม่ได้ไปทานข้าวกับเพื่อนร่วมงานเหมือนปกติ เธอกดลิฟต์ลงไปยังชั้นจอดรถและขับรถส่วนตัวออกไปอย่างรวดเร็ว จิตใจของเธอไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนวนเวียนซ้ำร้ายราวกับภาพหลอน
สัมผัสของเขา รอยจูบที่ร้อนแรง และคำกระซิบที่เขาเรียกชื่อเธอ... แม้มันจะเกิดขึ้นเพราะความเมา แต่มันคือความจริงที่เธอกลัวที่สุด
เธอขับรถออกไปไกลจากย่านออฟฟิศเกือบสามกิโลเมตร เพื่อหาร้านขายยาที่ไม่ใช่ทางผ่านประจำของพนักงานในบริษัท ยลลดาจอดรถทิ้งไว้ริมทางและเดินก้มหน้าสวมหน้ากากอนามัยมิดชิดเข้าไปในร้านขายยาขนาดเล็ก
“รับอะไรดีคะ ?” เภสัชกรสาวถาม
ยลลดากลืนน้ำลายเหนียวหนึบลงคอ เสียงของเธอกลายเป็นเสียงกระซิบที่แทบไม่ได้ยิน
“ยา... ยาคุมฉุกเฉินค่ะ”
มือของเธอสั่นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อต้องยื่นเงินออกไป เธอรู้สึกเหมือนสายตาของคนในร้านกำลังจับจ้องและตราหน้าในความผิดพลาดที่เธอไม่ได้เป็นคนก่อเพียงลำพัง ทุกวินาทีที่รอคอยช่างยาวนานเหมือนชั่วนิรันดร์
เมื่อได้รับกล่องยามา เธอรีบซุกมันไว้ในกระเป๋าสะพายและกึ่งเดินกึ่งวิ่งกลับไปที่รถ ทันทีที่ประตูปิดลง ใบหน้าเล็กก็ซบลงกับพวงมาลัยและปล่อยโฮออกมาโดยไร้เสียง น้ำตาที่อั้นมาตั้งแต่เช้าไหลรินออกมาไม่ขาดสาย
เธอกลัว... กลัวเหลือเกินว่าเรื่องนี้จะถูกเปิดเผย กลัวว่าเขาจะจำได้ แล้วจะพาลเกลียดที่เธอปล่อยให้เกิดเรื่องเลยเถิดมาขนาดนี้ เมื่อตั้งสติได้ เธอก็รีบแกะยาเม็ดนั้นออกมากินโดยไม่รอ ราวกับว่ามันคือเครื่องมือเดียวที่จะช่วยดับไฟในใจและรักษาความลับนี้ไว้ได้
ช่วงบ่ายของวันเดียวกัน บรรยากาศในห้องทำงานของเพลิงกัลป์ยังคงเคร่งเครียด ชายหนุ่มนั่งตรวจเอกสารสัญญาร่วมทุนด้วยความหงุดหงิด อาการปวดหัวทุเลาลงแล้ว แต่ความกระวนกระวายกลับเพิ่มขึ้น
เขากดเรียกเลขานุการหน้าห้องให้เข้ามาเซ็นรับรองเอกสาร
เมื่อยลลดาเดินเข้ามา เธอจงใจยืนห่างจากโต๊ะของเขามากกว่าเดิม แต่เพลิงกัลป์กลับลุกขึ้นยืนแล้วเดินอ้อมโต๊ะมาหาเธอเสียเอง เขาแกล้งทำเป็นจะชี้จุดที่ต้องแก้ไขในเอกสาร แต่ความจริงคือเขาอยากจะพิสูจน์บางอย่าง
“ตรงนี้... ทำไมตัวเลขไม่ตรงกับสรุปหน้าแรก”
เขาโน้มตัวเข้าไปใกล้เธอจนเกือบจะชิด ยลลดาตัวแข็งทื่อ ลมหายใจของเธอสะดุดไปชั่วขณะ และในวินาทีนั้นเอง... เพลิงกัลป์ก็ได้กลิ่นนั้นอีกครั้ง
