บทที่ 6 กลิ่นของคุณ

กลิ่นดอกไม้ป่าอ่อน ๆ ที่แสนสะอาดสะอ้าน มันเป็นกลิ่นเดียวกับที่ติดอยู่บนหมอนของเขาเมื่อเช้านี้ไม่มีผิดเพี้ยน !

เขานิ่งไป สายตาจับจ้องที่ซอกคอขาวเนียนของเลขานุการสาวที่ตอนนี้มีเหงื่อซึมออกมาเล็กน้อย ความรู้สึกคุ้นเคยอย่างรุนแรงจู่โจมหัวใจของเขา จนเขาเผลอจ้องเธออยู่นานเกินความเป็นเจ้านายและลูกน้อง

“ท่าน... ท่านประธานคะ ?” ยลลดาเรียกด้วยเสียงสั่นเครือเมื่อเห็นเขาเงียบไปนานผิดปกติ

เพลิงกัลป์ได้สติ เขาขยับถอยออกมาเล็กน้อยแต่สายตายังไม่ละไปจากใบหน้าของเธอ

“กลิ่นน้ำหอมคุณ... ยี่ห้ออะไร”

ยลลดาใจหายวูบ พยายามคุมเสียงให้ราบเรียบที่สุด

“แยมไม่ได้ใช้น้ำหอมค่ะ คงจะเป็นกลิ่นโลชั่นเด็กที่แยมใช้ประจำ...”

“งั้นเหรอ...” เขาพึมพำ สายตายังคงเต็มไปด้วยความสงสัย

“กลิ่นมัน... เหมือนคนที่อยู่กับผมเมื่อคืน”

ยลลดาแทบจะหยุดหายใจกับประโยคนั้น เธอรีบก้มหน้าลงงุด

“แยมว่าท่านประธานคงจะพักผ่อนไม่พอจริง ๆ ค่ะ โลชั่นกลิ่นนี้มีขายทั่วไป ใคร ๆ ก็มีได้ ถ้ายังไงแยมขอเอาเอกสารไปแก้ก่อนนะคะ”

เธอรีบคว้าเอกสารแล้วเดินกึ่งวิ่งออกไปจากห้อง ทิ้งให้เพลิงกัลป์ยืนขมวดคิ้วอยู่คนเดียว กลิ่นที่ยังอบอวลอยู่ในอากาศทำให้เขาเริ่มมั่นใจมากขึ้นทุกทีว่า คืนที่แสนว่างเปล่าของเขา... อาจจะไม่ได้ว่างเปล่าอย่างที่เขาคิด

ยลลดาพุ่งตัวเข้าห้องน้ำหญิงที่อยู่ไกลที่สุดของชั้น เธอล็อกกลอนประตูแล้วทรุดตัวลงนั่งบนฝาทิชชู่ มือทั้งสองข้างปิดหน้าเพื่อกั้นเสียงสะอื้นไม่ให้ลอดออกไป

คำพูดของเพลิงกัลป์เมื่อครู่นี้เหมือนมีดที่กรีดลงบนแผลสด เขาเริ่มสงสัยแล้ว เขากำลังจะจำได้ และถ้าเขารู้ความจริงว่าเลขานุการที่เขามองว่าเป็นเพียงหุ่นยนต์ทำงาน คือคนที่ยอมให้เขาตระกองกอดและรังแกตลอดทั้งคืนอย่างง่ายดาย... ชีวิตการทำงานที่เธอสร้างมาด้วยความลำบากคงต้องจบลงทันที

“ทำไม... ทำไมต้องเป็นแบบนี้”

เสียงสั่นพร่ากระซิบถามโชคชะตาด้วยความเจ็บปวด เธอแอบรักเขามาตั้งแต่วันที่เขาช่วยเธอจากสายฝนที่มหาวิทยาลัย แต่เธอไม่เคยคิดจะครอบครองเขาในทางที่ผิดพลาดแบบนี้ เธออยากเป็นเพียงรุ่นน้องหรือลูกน้องที่เขาให้ความไว้วางใจ ไม่ใช่ผู้หญิงที่มีความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนแล้วโดนเขาลืมเลือน

ยลลดาลุกขึ้นไปที่อ่างล้างหน้า วักน้ำเย็น ๆ ขึ้นลูบหน้าเพื่อลบเลือนร่องรอยการร้องไห้ เธอจ้องมองเงาตัวเองในกระจก ดวงตาที่บวมช้ำถูกกลบด้วยเครื่องสำอางอย่างประณีตอีกครั้ง

“เธอต้องเข้มแข็งยลลดา...” เธอบอกตัวเอง

“เป็นเลขาฯ ที่แสนดี เป็นคนเดิมที่เขาจำไม่ได้... แค่นั้นก็พอแล้ว”

เธอสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ปรับสีหน้าให้กลับมาเฉยชาและมืออาชีพที่สุด ก่อนจะก้าวออกจากห้องน้ำเพื่อกลับไปทำหน้าที่ข้างกายเขาต่อไป... แม้ใจจะสลายไปแล้วครึ่งหนึ่งก็ตาม

.....

เวลาล่วงเลยผ่านไปสามสัปดาห์หลังจากค่ำคืนที่แปรเปลี่ยนทุกอย่าง บรรยากาศภายในห้องทำงานชั้นบนสุดของตึกพงศ์พิพัฒน์กรุ๊ปดูเหมือนจะทวีความตึงเครียดขึ้นอย่างไม่มีสาเหตุ โดยเฉพาะกับเจ้าของห้องอย่างเพลิงกัลป์

ชายหนุ่มนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานไม้โอ๊คตัวใหญ่ เบื้องหน้าคือรายงานผลประกอบการไตรมาสล่าสุดที่ปกติเขาจะใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วโมงในการทำความเข้าใจและวิเคราะห์จุดโหว่ ทว่าวันนี้... เขาจ้องหน้าเดิมมาเกือบหนึ่งชั่วโมงแล้ว และยังไม่สามารถผ่านบรรทัดที่ห้าไปได้

เขารู้สึกเหมือนคนกำลังขาดอากาศหายใจ ทั้งที่ระบบปรับอากาศภายในตึกก็ทำงานได้อย่างยอดเยี่ยม แต่ความหงุดหงิดพลุ่งพล่านกลับสุมอยู่ในอกจนเขาต้องปลดกระดุมเม็ดบนของเสื้อเชิ้ตออก

"บ้าชะมัด..." เขาสบถเบา ๆ พลางขยี้ผมจนเสียทรง

ชายหนุ่มรู้ตัวดีว่าอาการผิดปกตินี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อไหร่ มันเริ่มตั้งแต่เช้าวันที่เขาตื่นมาในห้องที่ว่างเปล่า ความทรงจำขาดวิ่นเหมือนจิ๊กซอว์ที่หายไป แต่ร่างกายกลับจำสัมผัสบางอย่างได้แม่นยำ และที่ร้ายกาจที่สุดคือ 'กลิ่น'

ทุกครั้งที่ยลลดาเดินเข้ามาส่งเอกสารเพียงไม่กี่นาที ความหงุดหงิดในใจของเขาจะสงบลงอย่างน่าประหลาด กลิ่นดอกไม้ป่าอ่อน ๆ ที่สะอาดสะอ้านนั้นเหมือนน้ำทิพย์ที่ชโลมใจที่ร้อนรุ่ม แต่ทันทีที่เธอก้าวพ้นประตูห้องออกไป ความกระวนกระวายใจจะกลับมาเล่นงานเขาจนแทบคลั่ง เขาเริ่มไม่มีสมาธิหากไม่ได้ยินเสียงพิมพ์ดีดแว่ว ๆ จากหน้าห้อง หรือไม่ได้กลิ่นจาง ๆ ที่ติดมากับกระดาษเอกสารที่เธอจับ

เพลิงกัลป์พยายามหลอกตัวเองว่าเป็นเพราะความเครียดจากการทำงาน แต่ความจริงที่เขารู้แก่ใจคือ เขาเริ่มมีอาการ 'อยาก' อยู่ใกล้เลขานุการของตัวเองตลอดเวลา ยิ่งเธอพยายามเว้นระยะห่าง เขาก็ยิ่งรู้สึกเหมือนถูกตัดขาดจากแหล่งพลังงานสำคัญ

เขาต้องการเธอ... ไม่ใช่แค่เรื่องงาน แต่เขาต้องการกลิ่นนั้น กลิ่นที่เขาโหยหาทุกค่ำคืนจนนอนไม่หลับมาตลอดสองสัปดาห์

"ยลลดา เข้ามาหาผมหน่อย" ในที่สุดเพลิงกัลป์ก็ตัดสินใจกดปุ่มอินเตอร์คอมเรียกด้วยน้ำเสียงขรึมจัด ไม่กี่อึดใจ ยลลดาก็เปิดประตูเข้ามาในห้องด้วยท่าทางระแวดระวัง ใบหน้าเนียนที่เคยดูสดใสบัดนี้ดูซูบเซียวลงเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยมักจะหลบต่ำไม่ยอมสบตาเขาตรง ๆ เหมือนเช่นเคย

"ท่านประธานมีอะไรจะสั่งเพิ่มหรือเปล่าคะ ?"

"ผมต้องการให้คุณย้ายโต๊ะเข้ามาทำงานในห้องนี้" เพลิงกัลป์โพล่งออกไปโดยไม่มีการเกริ่นนำ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป