บทที่ 7 อยากอยู่ใกล้
ยลลดาชะงักไปครู่ใหญ่ ดวงตาเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ
"คะ ? ย้าย... ย้ายเข้ามาข้างในนี้เหรอคะ ?"
"ใช่ ผมสั่งให้พนักงานเอาโต๊ะเสริมมาตั้งไว้ตรงมุมด้านซ้ายนั่น ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไปคุณต้องทำงานข้างในนี้" เขาชี้นิ้วไปที่มุมห้องที่เป็นกระจกใสเห็นวิวเมือง
"แต่ปกติเลขาฯ ต้องนั่งหน้าห้องเพื่อกรองแขกและประสานงานนะคะท่านประธาน แยมคิดว่าแบบเดิมสะดวกกว่า" ยลลดาพยายามหาเหตุผลมาคัดค้าน หัวใจของเธอเต้นระรัวด้วยความกังวล การอยู่ห่างเขายังยากที่จะปกปิดความลับ แล้วถ้าต้องมาอยู่ร่วมห้องเดียวกันวันละแปดเก้าชั่วโมง เธอจะทำอย่างไร
"ผมเน้นความสะดวกของผม ไม่ใช่ความสะดวกของคนอื่น" เพลิงกัลป์ลุกขึ้นยืน ก้าวเดินอ้อมโต๊ะทำงานมาหยุดยืนต่อหน้าเธอ
"ช่วงนี้โพรเจกต์ใหม่มีรายละเอียดเยอะ ผมไม่อยากเสียเวลาเรียกคุณเข้า ๆ ออก ๆ การที่คุณอยู่ตรงนี้จะทำให้การประสานงานรวดเร็วขึ้น"
"แต่แยมสามารถ..."
"นี่คือคำสั่ง ยลลดา" เสียงของเขาเข้มขึ้น สายตาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอราวกับจะค้นหาความจริงบางอย่าง
"หรือว่าคุณมีปัญหาอะไร... ถึงไม่อยากอยู่ใกล้ผม ?"
ยลลดาเม้มริมฝีปากแน่น ความกดดันจากสายตาคู่นั้นทำให้เธอหายใจลำบาก
"เปล่าค่ะ แยมไม่ได้มีปัญหาอะไร"
"ดี งั้นพรุ่งนี้จัดการย้ายเข้ามาให้เรียบร้อย ผมหวังว่าประสิทธิภาพงานของผมจะกลับมาเป็นปกติเมื่อมีคุณอยู่ใกล้ ๆ"
เพลิงกัลป์พูดประโยคสุดท้ายด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงจนเกือบจะเป็นเสียงกระซิบ ขณะที่เลขานุการสาวได้แต่ก้มหน้ารับชะตากรรม เธอรู้ดีว่านี่คือจุดเริ่มต้นของการถูกรุกรานพื้นที่ส่วนตัว และความลับที่เธอพยายามซ่อนไว้กำลังสั่นคลอนอย่างรุนแรง
เช้าวันต่อมา ยลลดาต้องย้ายเข้ามานั่งทำงานภายในห้องกว้างที่ดูเหมือนกรงทองของประธานเพลิงกัลป์ ทุกการขยับตัวของเธอตกอยู่ในสายตาของเขาเสมอ และนั่นทำให้ความเครียดของเธอพุ่งสูงขึ้น จนส่งผลต่อร่างกายที่กำลังเปลี่ยนแปลง
ยลลดารู้สึกพะอืดพะอมอย่างรุนแรงตั้งแต่ตื่นนอน กลิ่นกาแฟดำที่เพลิงกัลป์ดื่มเป็นประจำ ซึ่งปกติเธอจะรู้สึกหอม กลับกลายเป็นกลิ่นที่ชวนคลื่นไส้จนเธอต้องแอบพกยาพิมเสนและลูกอมรสเปรี้ยวจี๊ดติดตัวไว้ตลอดเวลา
"อุ๊ก..." หญิงสาวเผลอเอามือปิดปากเมื่อกลิ่นกาแฟจากโต๊ะของเพลิงกัลป์ลอยมาแตะจมูก เธอรีบหยิบลูกอมรสเปรี้ยวเข้าปากและสูดดมพิมเสนหลอดเล็ก ๆ อย่างรวดเร็ว
"คุณเป็นอะไรหรือเปล่า ยลลดา ?" เสียงเข้มทักขึ้น เพลิงกัลป์ที่ลุกเดินมาใกล้ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ยืนขมวดคิ้วมองเธออยู่
ยลลดาสะดุ้ง รีบซ่อนพิมเสนไว้ใต้โต๊ะ
"ปะ... เปล่าค่ะท่านประธาน แยมแค่เวียนหัวนิดหน่อยค่ะ"
"เวียนหัว ? หน้าคุณซีดมากนะ" เพลิงกัลป์ก้มลงมองใบหน้าของเลขานุการสาวอย่างพิจารณา
"พักนี้คุณดูป่วยบ่อย หรือว่างานที่ผมย้ายคุณเข้ามามันหนักเกินไป ?"
"ไม่ใช่ค่ะ คงเป็นเพราะแยมพักผ่อนน้อยเฉย ๆ ค่ะ ทานลูกอมเปรี้ยว ๆ แล้วก็ดีขึ้นค่ะ" เธอพยายามส่งยิ้มบาง ๆ ให้ แต่เหงื่อกาฬที่ซึมตามไรผมไม่ได้ทำให้เขาเชื่อใจเลยสักนิด
"คุณทานแต่ลูกอมพวกนี้มาทั้งเช้าแล้วนะ" เขาคว้าซองลูกอมรสเปรี้ยวจัดบนโต๊ะเธอขึ้นมาดู
"ของพวกนี้มันช่วยอะไรได้ นอกจากกัดกระเพาะ คุณไม่สบายตรงไหนกันแน่ บอกผมมาตามตรง"
"แยมไม่ได้เป็นอะไรจริง ๆ ค่ะท่านประธาน ขอบคุณที่เป็นห่วงนะคะ" แยมรีบตัดบทและก้มหน้าทำงานต่อเพื่อเลี่ยงการสบตา
เพลิงกัลป์นิ่งไปชั่วครู่ ลางสังหรณ์บางอย่างสะกิดใจเขา อาการคลื่นไส้ เกลียดกลิ่นกาแฟ และชอบทานของเปรี้ยว... ภาพเลือนรางของความทรงจำคืนนั้นแวบเข้ามาในหัว แต่เขาก็รีบสลัดมันทิ้งไป พลางปลอบตัวเองว่าคงคิดมากเกินไป แต่อีกใจหนึ่งเขากลับรู้สึกเป็นห่วงเธออย่างบอกไม่ถูก ความรู้สึกปกป้องที่เขาไม่เคยมีให้ใครเริ่มก่อตัวขึ้นช้าๆ
ช่วงบ่ายที่เงียบสงบภายในห้องทำงาน ยลลดากำลังก้มหน้าก้มตาตรวจสอบรายละเอียดในสัญญาว่าจ้างจำนวนหลายสิบหน้า เธอมีสมาธิจดจ่ออยู่กับตัวอักษรจนไม่ได้สังเกตเห็นเงาตะคุ่มที่เดินมาหยุดอยู่ข้างหลัง
"ตรงข้อ 5.2 คุณแก้ตามที่ผมบอกหรือยัง ?"
เสียงทุ้มที่ดังขึ้นชิดใบหูทำให้แยมสะดุ้งโหยงจนเกือบตกเก้าอี้ เพลิงกัลป์ไม่ได้แค่ยืนถามเฉย ๆ แต่เขาโน้มตัวลงมาซ้อนหลังเธอ มือข้างหนึ่งวางบนพนักเก้าอี้ อีกข้างหนึ่งเท้าโต๊ะไว้ ทำให้เธอตกอยู่ในอ้อมแขนของเขาโดยปริยาย
ใบหน้าของเขาอยู่ห่างจากซอกคอขาวเนียนของเธอเพียงไม่กี่นิ้ว จมูกโด่งรั้นของประธานหนุ่มสัมผัสได้ถึงไออุ่นและความหอมที่อบอวลออกมาจากกายสาว เขาเผลอหลับตาลงและสูดดมกลิ่นดอกไม้ป่าที่แสนสดชื่นนั้นเข้าปอดเต็มแรง
"อึก..." ขณะที่ยลลดาตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาป หัวใจเต้นแรงจนแทบจะกระดอนออกมานอกอก ความร้อนผ่าวจากร่างกายของเขาแผ่ซ่านมาถึงตัวเธอ
เพลิงกัลป์รู้สึกเหมือนร่างกายที่เคยเครียดขึงมาตลอดวันได้รับสารอาหารที่ถูกต้อง เขารู้สึกผ่อนคลายและสงบลงอย่างประหลาด ความโหยหาในส่วนลึกของหัวใจได้รับการเติมเต็มเพียงแค่ได้สูดกลิ่นกายของเธอใกล้ๆ แบบนี้
"หอม..." เขาพึมพำแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน
