บทที่ 8 ผิดปกติ

"ท่ะ... ท่านประธานคะ เอกสาร... แยมแก้เสร็จแล้วค่ะ" แยมพูดด้วยเสียงสั่นเครือ พยายามขยับตัวหนีแต่ก็ไปไหนไม่ได้เพราะเขาขวางไว้ทุกทาง

เพลิงกัลป์ได้สติ เขาค่อย ๆ ลืมตาขึ้นแต่ยังไม่ถอยห่าง

"กลิ่นนี้... มันทำให้ผมรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก ยลลดา คุณแน่ใจนะว่าไม่ได้ใช้น้ำหอมยี่ห้อไหนจริง ๆ"

"คะ... ค่ะ แยมไม่ได้ใช้จริง ๆ ค่ะ" เลขานุการสาวรีบตอบพลางก้มหน้าหลบสายตาที่ร้อนแรงคู่นั้น

เพลิงกัลป์มองใบหูที่ขึ้นสีแดงระเรื่อของเธอแล้วรู้สึกอยากจะก้มลงไปสัมผัสมันด้วยริมฝีปาก แต่เขาก็ยั้งใจไว้ทัน เขาค่อย ๆ ถอยห่างออกมา แต่ความรู้สึกอบอุ่นยังคงติดตรึงอยู่ที่ปลายจมูก

"ทำงานต่อเถอะ ผมแค่มาเช็กความเรียบร้อย"

เขากลับไปนั่งที่โต๊ะของตัวเองด้วยหัวใจที่เต้นผิดจังหวะ ขณะที่ยลลดาแทบจะกลั้นหายใจตายตรงนั้น เธอรู้ดีว่าเขากำลังคุกคามเธอมากขึ้นเรื่อย ๆ และกำแพงที่เธอสร้างไว้กำลังจะทลายลง

"เที่ยงแล้ว ไปทานข้าวกัน"

เพลิงกัลป์ลุกขึ้นยืนพลางหยิบเสื้อสูทขึ้นมาพาดบ่า ยลลดาเงยหน้าขึ้นจากงานด้วยความงงงวย

"ท่านประธานไปทานเถอะค่ะ แยมว่าจะเคลียร์งานตรงนี้ให้เสร็จก่อน"

"ผมไม่ได้บอกว่าผมจะไปคนเดียว ผมบอกว่า 'ไปทานข้าวกัน' นั่นหมายถึงคุณต้องไปด้วย" เขาเดินมาหยุดที่โต๊ะเธอด้วยท่าทางเผด็จการ

"แต่... ปกติแยมจะทานง่าย ๆ ที่แคนทีนชั้นล่างนะคะ ท่านประธานไปกับลูกค้าหรือเปล่าคะ ?"

"วันนี้ผมไม่มีนัดลูกค้า และผมต้องการให้เลขาฯ ไปจดรายละเอียดโพรเจกต์ที่เราคุยกันค้างไว้ระหว่างทานข้าวด้วย" เขาอ้างเหตุผลเรื่องงานอย่างไหลลื่น ทั้งที่ความจริงเขาแค่ไม่อยากปล่อยให้เธอคลาดสายตา และอยากใช้เวลาอยู่ใกล้กลิ่นของเธอให้นานที่สุด

"แต่แยม..."

"ไม่มีแต่ ยลลดา หรือคุณจะให้ผมสั่งงานผ่านฝ่ายบุคคล ?"

ในที่สุดเธอก็ถอนหายใจออกมาอย่างจำนน หยิบกระเป๋าสะพายและเดินตามเขาออกไปอย่างเลี่ยงไม่ได้

ที่ร้านอาหารหรูเงียบสงบ เพลิงกัลป์สั่งอาหารรสอ่อน ๆ มาหลายอย่าง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นของที่ดูบำรุงสุขภาพ เขาคอยสังเกตว่าแยมทานอะไรได้บ้าง และเมื่อเห็นเธอเริ่มมีอาการพะอืดพะอมเมื่อพนักงานยกจานปลาทอดกลิ่นแรงมาเสิร์ฟ เขาก็รีบสั่งให้พนักงานยกออกไปทันที

"ผมไม่ชอบกลิ่นปลา คุณทานอันนี้แทนสิ ผัดผักนี่อร่อยนะ" เขาตักอาหารวางบนจานเธออย่างเอาใจใส่ จนแยมรู้สึกแปลกใจ

"ขอบคุณค่ะท่านประธาน"

ค่ำคืนนั้น ยลลดากลับถึงห้องพักด้วยความรู้สึกที่หนักอึ้งราวกับแบกภูเขาไว้ทั้งลูก อาการผิดปกติของร่างกายเริ่มชัดเจนขึ้นจนเธอไม่อาจเพิกเฉยได้อีกต่อไป ประจำเดือนที่ควรจะมาเมื่อสัปดาห์ก่อนก็ยังเงียบหาย

เธอมองดูถุงกระดาษจากร้านขายยาที่ซ่อนอยู่ในลิ้นชักโต๊ะแป้ง มือเรียวสั่นระริกขณะหยิบกล่องชุดตรวจครรภ์ออกมา

"ไม่หรอก... เรากินยาคุมฉุกเฉินแล้วนี่นา มันต้องไม่เกิดขึ้นสิ" เธอกระซิบบอกตัวเองเพื่อสร้างความหวังลม ๆ แล้ง ๆ

ยลลดาเดินเข้าห้องน้ำด้วยหัวใจที่เต้นรัว ยิ่งกว่าตอนที่เพลิงกัลป์เดินเข้ามาใกล้เสียอีก เธอทำตามขั้นตอนทุกอย่างอย่างประณีตและวางแผ่นพลาสติกสีขาวไว้บนขอบอ่างล้างหน้า

ห้านาทีต่อมา... มันช่างเป็นห้านาทีที่ยาวนานที่สุดในชีวิต

ยลลดาค่อย ๆ ก้มลงมองผลที่ปรากฏ แถบสีชมพูเข้มหนึ่งขีดปรากฏขึ้นชัดเจน... และถัดไปอีกไม่กี่มิลลิเมตร แถบสีชมพูจาง ๆ อีกหนึ่งขีดก็ค่อย ๆ ปรากฏตามขึ้นมา

สองขีด... ถึงมันจะจาง แต่มันก็ชัดเจนพอที่จะบอกความจริง

"ไม่จริง..." เสียงของเธอสั่นสะท้าน แผ่นพลาสติกหลุดจากมือร่วงลงบนพื้นกระเบื้อง

ร่างบางทรุดตัวลงนั่งกับพื้นห้องน้ำที่เย็นเฉียบ มือทั้งสองข้างยกขึ้นกุมท้องที่ยังแบนราบ น้ำตาไหลพรากออกมาอย่างไร้เสียง ความหวาดกลัว ความสับสน และความสิ้นหวังประดังประเดเข้ามาจนเธอแทบหายใจไม่ออก

เธอท้อง... ท้องกับผู้ชายที่จำเหตุการณ์คืนนั้นไม่ได้ ท้องกับเจ้านายที่ไม่เคยแม้แต่จะมองเธอในฐานะผู้หญิงคนหนึ่ง และท้องในวันที่เธอเป็นเพียงเลขานุการที่ไร้ตัวตนในหัวใจของเขา

"ลูก... แม่จะทำยังไงดี"

เธอกอดตัวเองไว้แน่น ท่ามกลางความมืดมิดในห้องน้ำที่หนาวเหน็บ ยลลดาได้รับรู้แล้วว่าชีวิตที่แสนราบเรียบของเธอได้จบลงแล้ว และพายุลูกใหญ่กำลังจะพัดพาเธอไปสู่หนทางที่เธอไม่อาจคาดเดาได้เลย...

แสงไฟสลัวจากโคมไฟหัวเตียงในห้องพักสี่เหลี่ยมแคบ ๆ สะท้อนให้เห็นใบหน้าของหญิงสาวที่ดูอิดโรยเกินกว่าคนในวัยยี่สิบกลาง ๆ เบื้องหน้าของเธอคือหน้าจอแล็ปท็อปที่เปิดค้างไว้ที่หน้าเว็บไซต์รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับสถานพยาบาล นิ้วเรียวสั่นเทาขณะที่เธอกำลังเลื่อนอ่านข้อความเกี่ยวกับการยุติการตั้งครรภ์

“มันเป็นทางเดียว... แยม มันเป็นทางเดียวที่เรื่องนี้จะจบลง” เธอพึมพำกับตัวเอง เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความเจ็บปวด

ในใจของเธอกำลังเกิดการต่อสู้ที่รุนแรงที่สุดในชีวิต ฝั่งหนึ่งคือเหตุผลที่ตะโกนบอกว่าเธอไม่พร้อม เธอเป็นเพียงลูกจ้างที่มีภาระทางบ้าน ต้องส่งเสียป้าที่ป่วย และพ่อของเด็กก็คือเจ้านายผู้สูงส่งที่ไม่เคยเห็นเธออยู่ในสายตา อีกฝั่งหนึ่งคือมโนธรรมและความรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่บีบคั้นหัวใจทุกครั้งที่เธอมองไปยังหน้าท้องที่ยังแบนราบ

เธอรวบรวมความกล้าหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อจะกดจองคิวเข้ารับคำปรึกษา แต่เพียงแค่นึกภาพว่าชีวิตหนึ่งที่กำลังจะเติบโตต้องสูญสิ้นไปเพราะความขี้ขลาดของเธอ น้ำตาก็ไหลรินออกมาจนบดบังทัศนียภาพ

“แม่ขอโทษ... แม่ขอโทษ”

ยลลดาปิดหน้าจอแล็ปท็อปลงฉับพลัน เธอทำไม่ได้ ใจของเธอไม่เด็ดเดี่ยวพอที่จะทำลายเลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเอง แม้เขาจะเกิดมาจากความผิดพลาดก็ตาม เมื่อทางเดินหนึ่งถูกปิดตาย เธอจึงเริ่มมองหาทางเลือกใหม่ มือเรียวเปลี่ยนมาเปิดเว็บไซต์จัดหางานและประกาศขายบ้านในต่างจังหวัดแทน

เธอต้องไป... เธอไม่อาจอยู่ที่นี่ได้อีกต่อไป การทำงานเคียงข้างเพลิงกัลป์ในสภาพที่ท้องโตขึ้นทุกวันคือการฆ่าตัวตายทางอ้อม เธอต้องหาลู่ทางไปใช้ชีวิตที่อื่น ที่ที่ไม่มีใครรู้จักเธอ ที่ที่ลูกของเธอจะเติบโตขึ้นมาได้โดยไม่ต้องถูกตราหน้าว่าเป็นลูกที่พ่อไม่ต้องการ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป