บทที่ 6 นี่เรียกว่าอะไร?

ผัวเถื่อน 6

(ดาร์ลิง)

“ขอบคุณนะที่ช่วย”

ฉันชะงักเล็กน้อยเมื่อได้ยินสิ่งที่ฮันเตอร์พูด คนอย่างเขาพูดขอบคุณคนอื่นเป็นด้วยเหรอไม่น่าเชื่อ

“ไม่เป็นไร ฉันเป็นคนสวยและจิตใจดี”

“เฮอะ ไม่ค่อยพรีเซนต์ตัวเองเลยนะ”

“คนอย่างดาร์ลิงไม่ต้องพรีเซนต์ตัวเองก็มีผู้ชายเข้ามาไม่ขาดย่ะ”

หมับ หมูกรอบแสนอร่อยของฉันโดนขโมยเข้าปากฮันเตอร์ต่อหน้าต่อตา

“เฮ้ นายมาขโมยหมูกรอบฉันได้ไง”

“ของฉันต่างหาก” เขาพูดออกมาหน้าตาเฉย

“แต่นายให้ฉันแล้วนะ”

“ฉันเปลี่ยนใจแล้ว ไปขอจากผู้ชายในสต็อกเธอสิ”

พูดจบเขาก็เดินถือถ้วยตัวเองออกไปด้วยท่าทางหงุดหงิด ฉันเลยได้แต่มองตามเขาไปแบบงง ๆ

เป็นอะไรของเขาวะ -_-*

“นี่นายไปส่งฉันหน่อยสิ”

ฉันแบกหน้าตัวเองเดินเข้ามาขอร้องฮันเตอร์ซึ่งกำลังยืนล้างจานอยู่ในครัว

“ดึกแล้ว ฉันง่วง”

“ได้ไง แล้วฉันจะนอนที่ไหน”

เขาเดินมายืนตรงหน้าฉัน จับไหล่ฉันแล้วหมุนตัวฉันกลับไปทางห้องนั่งเล่น นั่นหมายความว่าเขาจะให้ฉันนอนโซฟาที่นี่อย่างนั้นเหรอ 0_0

“นายต้องไปส่งฉัน นายไม่มีสำนึกบ้างเหรอที่ฉันต้องเป็นแบบนี้ อยู่ที่นี่ตอนนี้ก็เพราะนาย”

“ของแบบนั้น ฉันไม่มีอยู่แล้ว”

เขาว่าพลางยักไหล่ ใบหน้าไร้สำนึกใด ๆ ทั้งสิ้น ก่อนจะเดินไปนั่งลงบนโซฟา ยืดขายาวเหยียดพาดโต๊ะด้านหน้า กดรีโมตเปลี่ยนช่องโทรทัศน์ด้วยท่าทางสบาย ๆ

“ได้ ถ้าอย่างนั้นฉันจะกลับเอง”

“ตามสบาย”

ฮึ่ยยยย >0< ฉันอ้าปากพะงาบ ๆ อยากจะด่าเขาแต่ต้องควบคุมอารมณ์ไว้ ยังไงนี่ก็เป็นถิ่นเขา เกิดฮันเตอร์โมโห ฆ่าฉันหมกส้วมขึ้นมาจะทำยังไง

“เออ ขออย่าให้เราได้เจอะเจอกันอีกเลย ไม่ว่าชาตินี้หรือชาติไหน”

สั่งเสียจบฉันเลยรีบเดินออกมาจากตรงนั้น จนกระทั่งออกมาถึงสนามหญ้าหน้าบ้านจึงรีบควานหากระเป๋าตัง ถ้าฉันไม่ลืมโทรศัพท์ไว้ในรถที่มหาวิทยาลัย ฉันคงได้โทรหาเพื่อน ไม่ต้องแบกหน้าไปขอร้องไอ้คนเถื่อนแบบนั้นหรอก

“เอ๊ะ กระเป๋าตังอยู่ไหน”

เอ๊ะ กระเป๋าเงินมันควรอยู่ตรงนี้นี่นา อย่าบอกนะว่าฉันลืมไว้ในรถเหมือนกันน่ะ

โอ๊ย ยันดาร์ลิงเอ๊ย ทำไมแกเป็นคนขี้ลืมแบบนี้

“อ้าว ไม่กลับบ้านแล้วเหรอ”

ฉันใช้การส่งสายตาแทนการด่าเขาด้วยคำพูด ก่อนจะเดินไปนั่งลงบนโซฟาข้าง ๆ เขา

“รู้ไว้ด้วย ถ้าไม่จำเป็น ฉันไม่มีวันนอนที่นี่หรอก”

ว่าพลางดึงรีโมตจากมือเขามากดเปลี่ยนช่อง

“เฮ้ ฉันดูบอลอยู่ไม่เห็นหรือไงวะ”

“ไม่เห็น”

“เดี๋ยวจะโดน”

“ทำไม ทำไม นายจะทำอะไรฉันฮะ!”

“ฉันให้เธอเลือกจะคืนรีโมตฉันดี ๆ หรือจะต้องให้บังคับ”

เขาถามเสียงเข้ม ขยับเข้ามาหาฉันช้า ๆ ต้อนจนหลังฉันชนกับพนักโซฟา

“เออ ๆ เอาคืนไปเลย”

เมื่อทนต่อการรุกรานไม่ไหว สุดท้ายฉันเลยต้องรีบยัดรีโมตใส่มือเขาแล้วผลักอกเขาออก

“หึ ก็แค่นี้”

ฮันเตอร์กลับไปนั่งลงที่เดิม กดรีโมตเปลี่ยนเป็นช่องบอล ฉันไม่เข้าใจเลยว่าการที่คนเป็นสิบกว่าคนมาวิ่งแย่งลูกกลม ๆ นั่นกันมันน่าสนใจดูตรงไหน

เมื่อไม่รู้จะทำอะไร ฉันเลยเริ่มเดินสำรวจบ้านฮันเตอร์ บ้านเขาเป็นบ้านจัดสรรสไตล์โมเดิร์น 2 ชั้น จะว่าไปบ้านหลังนี้มันดูใหญ่เกินกว่าที่เขาจะอยู่คนเดียวนะ

“นี่นายอยู่คนเดียวเหรอ”

“อยู่กับเพื่อน”

“อ๋อ”

ฉันพยักหน้าเข้าใจ เดินสำรวจบ้านไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งสายตาไปสะดุดกับรูปถ่ายเด็กผู้ชายสามคน คนขวาสุดเป็นฮันเตอร์แน่ไม่ต้องสงสัย หน้าเถื่อน ๆ แบบนี้มีแค่เขาคนเดียวนั่นแหละ

คนกลางหน้าตาน่ารักเชียว มีลักยิ้มด้วย ส่วนคนสุดท้าย หล่อแบบเนี๊ยบใส่แว่น ลุคคุณชายหน่อยๆ ข้างกันมีรูปตอนพวกเขาทั้งสามคนโตแล้วแต่ละคนหน้าเหมือนเดิมเป๊ะ นี่สินะที่เขาบอกว่าคนหน้าตาดีมักคบกันเอง

“นายอยู่กับสองคนนี้เหรอ”

ฉันหยิบรูป หันไปถามฮันเตอร์ซึ่งยังคงนั่งใจจดใจจ่ออยู่กับทีวี

“เออ”

ถามดี ๆ ทำไมต้องตอบเสียงฉุนด้วยก็ไม่รู้ นิสัยไม่ดีเอาซะเลย ผู้ชายอะไร

“แล้วเพื่อนนาย…”

“ถ้าเธอถามอีกคำเดียว สาบานเลยว่าฉันจะเอาเข็มมาเย็บปากเธอ”

ย่นจมูกใส่เขาก่อนจะเดินไปหยุดยืนอยู่ข้างโซฟา

“ไม่ถามก็ได้ย่ะ ฉันจะอาบน้ำ ห้องน้ำอยู่ไหน”

ดวงตาคมปรายมองมาทางฉันเล็กน้อยก่อนจะหันกลับไปสนใจทีวีต่อ

“ฮันเตอร์ ฉันจะอาบน้ำ เหนียวตัวจะแย่ แผลก็ปวด”

ฉันว่าพลางกระทืบเท้าปึงปังแสดงความไม่พอใจ ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยมีใครเมินฉันขนาดนี้เลย

“โธ่เว้ย อะไรกันนักหนา”

ฮันเตอร์ลุกขึ้นยืน ตวาดลั่นจนฉันเผลอสะดุ้ง รีบขยับออกห่างเขาสาม สี่ก้าว

“ฉันปวดแผล ปวดตัว อยากอาบน้ำแต่นายก็ไม่สนใจ”

ฉันเม้มปากตัวเองแน่น ก้มหน้างุด ๆ หลบหลีกสายตาดุคู่นั้น

“เออ ตามมา วุ่นวายจริง ๆ”

เขาเดินนำฉันขึ้นไปชั้นสองก่อนจะเลี้ยวเข้าห้องทางขวามือ ให้ทายคงเป็นห้องนอนเขานั่นแหละ

“จะอาบก็รีบอาบ”

ฮันเตอร์ว่าก่อนจะหันหลังทำท่าเดินออกไปจากห้อง ฉันเลยรีบดึงชายเสื้อเขาไว้

“อะไรอีก”

“ขอยืมชุดด้วยได้ไหมอ่า”

“เออ เดี๋ยวตั้งไว้ให้”

“^_^”

“ไม่ต้องมายิ้ม”

“เอาจริง ๆ นายก็น่ารักเหมือนกันนะ”

เขาผลักหัวฉันแทบทิ่มลงพื้นก่อนจะเดินแยกไปหยิบเสื้อในตู้ ฉันเลยรีบวิ่งเข้าห้องน้ำ กลัวเขาจะเปลี่ยนใจไม่ยอมให้อาบอีก

หลังจากอาบน้ำชำระร่างกายเสร็จเรียบร้อยค่อยรู้สึกสบายตัวขึ้นมาหน่อย ชุดที่ฮันเตอร์ตั้งไว้ให้เป็นเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงขาสั้น

ฉันหยิบมันมาสวมก่อนจะเดินลงมาด้านล่าง ซึ่งฮันเตอร์ยังนั่งดูบอลอยู่ที่เดิม เลยเดินไปนั่งลงข้างเขา

“ยังไม่จบอีกเหรอ”

“พึ่งจบครึ่งแรก”

ฮันเตอร์หันมาตอบ เขาขมวดคิ้วมองฉัน ฉันเลยก้มลงมองตัวเองด้วยว่ามีความผิดปกติอะไรหรือเปล่า ก็ไม่มีหนิหรือแผลฉันเลือดออก อ๊าย ไม่ได้นะ ฉันกลัวเลือด

“มองอะไร แผลฉันเป็นอะไรหรือเปล่า”

ฉันยื่นหน้าเขาไปใกล้เขา ถามขึ้นด้วยความสงสัยแต่ฮันเตอร์กลับถอยหลังหนี

“อะไรของนาย แผลมันเปิดหรือเปล่า ดูดิ”

“เธอไม่รู้หรือไงว่ากางเกงมันสั้น”

หือ ไม่เห็นจะสั้นตรงไหนเลย กางเกงที่ฉันใส่อยู่มันยาวระดับขาอ่อนซึ่งปกติฉันก็ใส่ระดับนี้นะ ไม่เห็นจะสั้นตรงไหนเลย

“ไม่สั้นสักหน่อย”

“เฮ้ นั่งดี ๆ สิ จะขยับอะไรมากมาย”

ฉันถอนหายใจ หันไปหยิบหมอนอิงมากอดอย่างเซ็ง ๆ ผู้ชายอะไรไม่รู้ทั้งขี้บ่น ขี้ดุ

“ถามจริงสนุกเหรอ แย่งไอ้ลูกกลม ๆ นั่นน่ะ”

“เธอขาสั้นจะไปรู้อะไร”

กรอด ดูเอาเถอะ ปากแบบนี้ควรเอาตะกร้อมาครอบปากไม่ให้เห่าหรือแว้งกัดคนอื่นนะเอาจริง

“แล้วนี่นายเชียร์ทีมไหน”

“ถามทำไม”

“ฉันจะได้ช่วยเชียร์ไง ไม่อยากจะโม้ ฉันนี่ตัวนำโชคนะ เชียร์ใครก็ชนะ”

“หึ ทีมที่ใส่เสื้อสีแดง”

ฉันพยักหน้าเข้าใจ นั่งเท้าคางมองกีฬาในจอLCDขนาดใหญ่ตรงหน้า

โดยไม่รู้เลยว่ามีสายตาคู่หนึ่งกำลังมองอยู่พร้อมด้วยรอยยิ้มบาง ๆ บนใบหน้า

“เฮ้ย ไรวะ นายดูไอ้คนที่ใส่ถุงมือนั่นดิ ทำไมไม่ออกมาช่วยเพื่อนแย่งลูก บอลอยู่ตรงหน้าแท้ ๆ”

มือหนาผลักหัวฉันเบา ๆ ก่อนจะดึงให้ฉันนั่งลง พอดีเมื่อกี้ลุ้นเลยเผลอลุกขึ้นเชียร์

“นั่นเขาเรียกว่าผู้รักษาประตู ออกมาแย่งลูกไม่ได้ยัยมึน”

“อ้าวเหรอ ใครจะไปรู้”

ระหว่างดู ฉันได้รับความรู้พร้อมกติกามากมาย ล้านแปดจากฮันเตอร์และดูเขาค่อนข้างรำคาญอยู่เหมือนกันแต่ถึงอย่างนั้นก็ยังอธิบายให้ฟังอยู่ดี

“กรี๊ด นาย ทีมไอ้แดงนายได้ลูกแล้ว วิ่งสิวิ่ง”

“เฮ้อ เด็กหงส์คงร้องไห้ ถ้าได้ยินเธอเรียกชื่อทีมแบบนี้”

“บ่นอะไร หันไปดูชัยชนะเร็ว”

ฉันว่าพลางจับหน้าฮันเตอร์ให้หันไปทางโทรทัศน์ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่พี่หนวดคนนั้นยิงลูกเข้าประตูพอดี

“เย่!!”

ฉันและฮันเตอร์ร้องลั่น กระโดดกอดกันด้วยความดีใจราวกับถูกหวยรางวัลที่หนึ่ง

“เอ่อ”

เหมือนฉันกับฮันเตอร์พึ่งรู้ตัวว่าเรากอดกัน เราทั้งคู่เลยรีบผละออกจากกัน เบนหน้าไปคนละทาง

“เห็นไหมฉันบอกแล้ว ฉันเชียร์ทีมไหนก็ชนะ”

ฉันพูดออกมาเพื่อทำลายบรรยากาศแปลก ๆ ระหว่างเราสองคน

“หึ ขี้โม้”

• เอาจริง ๆ นายก็น่ารักเหมือนกันนะ •

ดาร์ลิง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป