บทที่ 6 1/5

“จำได้ว่าสองเดือนแล้วที่ฝนในกรุงเทพฯ ไม่ตกนะ”

มนพัทธ์ยิ้มแทบจะร้องไห้ เธอกัดฟันกระซิบกับภณ “มู่จะฆ่าอีตาหมอบ้านี่!”

“เอาละ รัชอย่าแทรกได้ไหมฟังไปก่อนลูก” พักตร์พิไลเป็นคนปราม เธอผ่อนลมหายใจและเก็บพัดที่กระพือเสียงดังปั๊บ ก่อนเคาะกับมือตัวเองช้าๆ “เอาอย่างนี้ยายมู่ยืนยันว่าไม่ใช่ลูกตารัช แต่ตารัชมั่นใจ คุณภณก็คงอยากจะสบายใจ ฉันว่าไปตรวจดีเอ็นเอให้รู้แล้วรู้รอดไป ตรวจมันที่โรงพยาบาลเรานี่แหละ ง่ายๆ”

“เอ่อ” มนพัทธ์กลืนน้ำลายลงคอ ลำบากแล้วตอนนี้ “มู่กลัวเจ็บค่ะคุณท่านมันต้องเจาะที่สะดือใช่ไหมคะ แล้วมู่เห็นเปอร์เซ็นการเจาะมันก็มีความเสี่ยงค่อนข้างสูง ไว้รอ... คลอดก่อนได้ไหมคะ ไม่เจ็บตัวไม่เสี่ยงด้วย”

พักตร์พิไลเหลียวมองบุตรชาย ตอนนี้สรัชกุมมือสองข้างวางบนตัก เขาไม่ได้นั่งไขว่ห้างแล้วแต่นั่งตัวตรง

“ได้ พอคลอดแล้วค่อยตรวจ”

“โอเคค่ะ อันนี้คุณรัชพูดถูกมู่เห็นด้วยแบบสุดๆ ไปเลยค่ะ” รอยยิ้มมนพัทธ์บานแฉ่ง แต่หุบแทบไม่ทันเพราะ...

“แต่เธอต้องอยู่บ้านหลังนี้ต่อไปจนกว่าจะคลอดและเด็กได้ตรวจดีเอ็นเอ ที่สำคัญจะไม่มีการย้ายออกไปอยู่ที่อื่น อ้อ! ฉันคิดว่าเธออาจจะต้องย้ายขึ้นมานอนบนตึกด้วยนะมู่”

มนพัทธ์อ้าปากจะค้าน ทว่า...

“ไม่มีข้อโต้แย้ง มีแค่...จะเอา หรือ ไม่เอา”

สรัชยิ้มในหน้า คำพูดเป็นนัยของเขานั้นจงใจยั่วโมโหมนพัทธ์อย่างเต็มที่ แน่นอนว่าคนรับสารก็เข้าใจในทันที หญิงสาวแก้มแดงและมองเขาอย่างอาฆาต

ทว่ายิ้มของสรัชนั้นสำหรับคนนอกที่มองอยู่ มันเป็นยิ้มชวนละลายเพราะเป็นยิ้มที่เซ็กซี่มาก

ภณเกือบเคลิ้ม ถ้าหากว่าสรัชจะยิ้มให้เขา ทีนี้พอเห็นว่ารอยยิ้มนั้นส่งให้ใคร และมองทั้งคู่สบตากัน ดาราหนุ่มก็รู้ว่ามันกวนส้นไม่น้อย และภณก็คิดไปเองว่าตอนนี้เห็นกระแสไฟฟ้าแรงสูงระหว่างคนทั้งคู่ แล่นปะทะกันกลางอากาศเสียงดังเปรี๊ยะ เปรี๊ยะ

‘ฉันว่านะคุณรัชน่ะอ่อยแกแบบเต็มๆ เลยยายมู่ ดูสิ ยิ้มแบบนั้นแล้ว

ดันมาถามว่าจะเอาหรือไม่เอา โอ๊ยหนูมู่ลูก ขุ่นแม่ระทวย อ่อนปวกเปียกกับยิ้ม-ม-มคุณรัชมากเลยลูกขา นี่ถ้ายิ้มให้ขุ่นแม่แบบนี้ตั้งแต่แรกนะ ขุ่นแม่จะขวนขวายไปจ้างนักวิทยาศาสตร์ทำมดลูกเทียมไว้ท้องรอเลยค่า!’

ก่อนกลับภณทิ้งท้ายไว้ให้เธอสยองขนหัวลุกเสียอย่างนั้น!

แต่ที่หมั่นไส้สุดๆ ก็คืออยากบอกนักว่า ถ้าชอบยิ้ม-ม-ม นัก ทำไมไม่ลากหมอบ้านี่เข้าห้องไปยิ้ม-ม-มกันสองต่อสองซะเลยเล่า ปั๊ดโธ่! คนท้องหงุดหงิด!!

“มู่ลูก เก็บของหรือทำอะไรเปิดประตูให้ป้าหน่อย”

เสียงเคาะประตูดังต่อจากนั้นสองสามครั้ง มนพัทธ์ซึ่งนั่งอยู่หน้าเตียง พับเสื้อไม่กี่ตัวลงกระเป๋าเดินทางเพื่อเตรียมย้ายขึ้นไปนอนบนตึกใหญ่ ลุกขึ้นเดินไปเปิดประตูออก เธอยิ้มแห้ง

“ป้าลุกมาทำไมจ๊ะ เดี๋ยวเป็นลมล้มไปอีก”

หม่อนไหมมองค้อน เดินผ่านหลานสาวเข้าไปในห้องนอน “ไม่เป็นหรอก ป้าอยากคุยกับเราเรื่องคุณรัช”

มนพัทธ์ถ่วงเวลาด้วยการดึงประตูปิด เธอถอนหายใจเดินเหมือนลากขาเข้าไปนั่งลงข้างๆ ป้า หม่อนไหมช่วยพับเสื้อที่เหลือใส่กระเป๋าให้ หญิงสาวจึงเอื้อมมือไปคว้ามือป้ามากุมไว้

“มู่ขอโทษ ขอโทษที่ทำให้ป้าเสียใจ”

หม่อนไหมเงียบไปนานทีเดียวกว่าจะพูดออกมาอีกครั้ง

“บอกป้าเถอะ ใครเป็นพ่อเด็กกันแน่”

มนพัทธ์มองตาป้า ปากขยับอยากจะบอก แต่สุดท้ายก็พูดไม่ได้

“มู่ว่าพี่ภณ”

“แล้วทำไมคุณรัชมั่นใจขนาดนั้น”

“มันเอ่อ ใกล้ๆ กัน”

หม่อนไหมถอนหายใจแรงและดึงมือกลับ “ทำไมมู่ทำแบบนี้ล่ะ ป้าอยากรู้ ถ้ามู่กับตาภณรักกันแล้วไปทำแบบนั้นกับคุณรัชได้ยังไง”

ฉิบ... เอ่อ หายแล้ว! ป้าเลี้ยวเข้าดราม่าอีกจนได้!!

“มู่”

ป้าอย่ากดดันได้ไหม

“บอกความจริงป้ามา”

“เอิ้ก-ก-ก-ก” มนพัทธ์แกล้งเรอเสียงดังที่สุดในชีวิต ก่อนยกมือปิดปากและทำท่าแพ้ท้องที่เห็นในละครแล้ววิ่งจู๊ดเข้าห้องน้ำไป หม่อนไหมตามมาลูบไหล่ลูบหลัง เริ่มคร่ำครวญเรื่องเธอแพ้ท้องและดูจะลืมเรื่องที่ถามก่อนหน้านี้

แม้จะเหนื่อยกับการแกล้งอาเจียน แต่หญิงสาวก็โล่งใจไปเปราะหนึ่ง ขืนป้ารู้ว่าที่พลาดนี่เพราะเธอทำเรื่องโง่ๆ ลงไป โอ๊ยชีวิต มนพัทธ์ไม่อยากจะคิด มีหวังเธอถูกเหยียบแบนแล้วฝังพร้อมลูกที่โคนต้นมะม่วงข้างบ้านนี่แน่นอน!

สรัชยืนอยู่กับมารดา เขามองคนในบ้านที่กำลังปูผ้าปูเตียงคิงไซส์ในห้องนอนทางฝั่งปีกขวาซึ่งติดกับห้องเขาอย่างพึงใจ หมอหนุ่มเสียดายนิดหน่อยที่สองห้องนี้ประตูห้องไม่ได้เชื่อมถึงกัน แต่ก็ไม่เป็นไร เพราะประตูเดียวของห้องนอนนี้เขาถือลูกกุญแจเอาไว้เรียบร้อยแล้ว และสำคัญที่สุด... ห้องนี้นอกจากลูกบิดก็ไม่มีกลอนล็อก!

“สรุปจะจริงจังใช่ไหมตารัช แล้วหนูฉัตรล่ะลูกจะทำยังไง”

ฉัตร สลิลฉัตร เป็นลูกสาวหุ้นส่วนใหญ่อีกคนของโรงพยาบาล เธออายุมากกว่าสรัชแค่สองปี เป็นรุ่นพี่ ซ้ำมีโครงการที่จะไปเรียนต่อพิเศษเฉพาะทางพร้อมกันอีก เรารู้จักกันตั้งแต่ยังเล็กจึงสนิทกันมาก  และเธอกับเขาก็ถูก

กล่าวขานว่าเป็นคู่ที่เหมาะสมกันยิ่งกว่ากิ่งทองใบหยก

ฉลาด สวย หล่อ รวย และที่สำคัญเป็นหมอเหมือนกัน

“ก็ไม่ว่าอะไรนี่ครับ ฉัตรเข้าใจ”

พักตร์พิไลกระพือพัดในมือแรงขึ้น

“แล้วยังไง ยายมู่ยืนยัน นั่งยันขนาดนั้นว่าเราไม่ใช่พ่อเด็ก เราจะไปบังคับเขาทำไมอีก”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป