บทที่ 7 1/6

สรัชละสายตากลับมามองมารดา เขาเอื้อมไปกุมมือพักตร์พิไลไว้

“เด็กคนนั้น เด็กที่เขายังอยู่ในท้องมู่นั่นเป็นลูกผมครับ ผมมั่นใจ ผมทิ้งเขาไม่ได้”

“แม่รู้ แม่ก็ไม่ได้จะให้เราทิ้ง แต่ในเมื่อไม่รักกันมันจะอยู่กันยืดหรือ แม่ไม่ได้รังเกียจอะไรยายมู่หรอก แต่เราจะไปบังคับเอาตามใจไม่ได้ จริงอยู่ยายมู่แม่เลี้ยงมากับมือ แต่แม่ไม่ใช่แม่พระเอกในนิยายที่เลี้ยงต้อยไว้รอลูกชาย แล้วนี่ลูกก็ไม่ได้อยู่ในสมัยรัชกาลที่ห้านะ จะได้มีเมียเอก เมียรอง เมียบ่าว ถ้าเกิดทันสมัยเจ้าคุณเทียดก็ว่าไปอย่าง เมียเต็มบ้านเต็มเมืองไปหมด”

เวลายิ้มจากใจจริง ยิ้มของสรัชดูอบอุ่นเสมอ

“คุณแม่อย่าห่วงเลยครับ ปัญหาถึงผมจะไม่ได้เป็นคนก่อโดยตรงแต่ผมจะไม่หนีไปไหน เรื่องฉัตรคุณแม่ก็ไม่ต้องกังวล ฉัตรเข้าใจดี ระหว่างเราไม่มีปัญหาอะไรหรอกครับ ถ้าหากผมจะมีเมียมีลูก ฉัตรก็คงจะดีใจมากกว่าต่างหาก”

“ตาย” พักตร์พิไลตกอกผ่าง “แม่ไม่รู้เลยว่ายายฉัตรจะใจกว้างเรื่องแบบนี้”

สรัชคงยิ้มน้อยๆ เช่นนั้น พักตร์พิไลก็ได้แต่อ่อนใจ

สรัชเหมือนพ่อมากก็ตรงนี้ ดูออกยาก ให้เดาก็เดาไม่ถูกว่าคิดอะไรอยู่ ที่สำคัญ... เห็นหงิมๆ แต่ร้ายเหลือ!

หนึ่งชั่วโมงให้หลัง มนพัทธ์ก็ลากขาพาตัวเองขึ้นไปบนตึก เพื่อย้ายเข้าไปในห้องนอนใหม่ ในฐานะ (ผู้ต้องสงสัยเป็น) ภรรยาของสรัช พักตร์พิไลไม่ได้รอเธอ คุณท่านบอกวันนี้เกินจะรับเรื่องอะไรไหวแล้วเลยชิ่งหนีไปนอนพักที่ห้องทางปีกซ้าย แอ้มกับเด็กในบ้านช่วยมนพัทธ์ขนกระเป๋าขึ้นมา และพบว่าสรัชนั่งรออยู่บนเตียงแถมยังยกมือกอดอก ท่าทางเหมือนครูใหญ่ของโรงเรียนประจำ ที่กำลังรอสำเร็จโทษนักเรียนที่แอบปีนกำแพงหนีเที่ยว

“ขอบใจมากแอ้ม กระเป๋าวางไว้ตรงนั้นแหละ แล้วก็ไปได้”

และที่ทำให้แอ้มรีบแจ้นออกไปจากห้องพร้อมปิดประตูให้ก็แค่... สรัชสั่งแล้วเลิกคิ้วขึ้นหลังเธอยืนทื่อ!

“แหม คนเก่งหายไปไหนแล้วล่ะ”

หมอหนุ่มเอ่ยขึ้นลอยๆ หลังมนพัทธ์เอื้อมมือไปคว้าที่ลูกบิด

“เก่งไม่จริงนี่นา ตอนอยู่หน้าคนอื่นล่ะเก่งจริง” ชายหนุ่มโน้มตัวไปข้างหน้าเท้าข้อศอกกับเข่า และยิ้มมุมปากให้กับว่าที่แม่ของลูก ซึ่งหมุนตัวกลับมามองตาเขียว “เราต้องคุยกันนะมู่”

“ถ้าคุยเรื่องค่าใช้จ่ายระหว่างรอตรวจดีเอ็นเอก็ดีค่ะ”

“อย่ากวนได้ไหม คุยแบบดีๆ น่ะ”

ไม่รู้ทำไมมนพัทธ์ของขึ้นเอาดื้อๆ อาจเพราะยิ้มมุมปากของเขานั่นแหละ!

“คุยกันดีๆ หลังสุดนี่คุณลากขาฉันขึ้นไปบนเตียง แล้วผลงานก็ป่องออกมานี่ไง!”

ชายหนุ่มเลิกคิ้วขึ้น ตอนนี้เขาเปลี่ยนเป็นเอนตัวไปด้านหลังและสองมือยันฟูกไว้

“ก็ดีนะ”

“ดีกับผีน่ะสิ! ฉันเพิ่งจะยี่สิบเอ็ด--”

“ตอนนี้อายุเธอนับว่าเป็นยี่สิบสองแล้วนะเพราะอีกสองเดือนก็จะถึงวันเกิด”

มนพัทธ์ก้าวสวบๆ เข้าไปหาคนยั่วโมโห ด้วยท่าทางอยากบีบคอเขาเต็มแก่   “มันไม่ใช่เรื่องที่คุณจะมาสนใจอายุฉัน  ที่ฉันจะบอกก็คือฉันไม่พร้อม

จะมีเด็ก ฉันยังเด็กอยู่โว้ยคุณรัช เป็นแม่คนดีๆ กับเขายังไม่รู้ว่าเป็นยังไงเลย!”

สรัชยิ่งยิ้มกว้าง

“แล้วคุณจะยิ้มทำไม” ตอนนี้มนพัทธ์อยู่ต่อหน้าเขา ตัวเธออยู่ระหว่างขาสองข้างของเขา

“ก็ยิ้ม ดีใจ”

สีหน้าหญิงสาวบอกว่าฉงน “มู่ยอมรับแล้วว่าฉันเป็นพ่อเด็ก”

มนพัทธ์สตั้นไปอีกราวสิบวินาที เธอผงะหงายเหมือนเห็นผีจะหนีก็ไม่ทัน เพราะสรัชดันตัวนั่งตรงลุกปุบปับและฉุดให้เธอนั่งลงบนเข่าของเขา

“คุณรัช!”

“อย่าดิ้น” เขาแกล้งดุ “เดี๋ยวลูกก็หลุดหรอก”

“ปล่อยฉันนะ!”

สีหน้าเขาบอกชัดว่าเหลือเชื่อ “นี่ไม่รู้จริงเหรอว่าแอ้มแอบฟังอยู่ข้างนอกน่ะ ตะโกนซะดังเดี๋ยวฆ้องปากแตกก็เอาเรื่องเราไปโพนทะนาทั่วบ้านหรอก”

มนพัทธ์กัดฟันกระซิบเสียงเบา “ปล่อยฉัน แล้วฉันก็ไม่ได้บอกว่าคุณเป็นพ่อเด็ก พี่ภณต่างหากที่ใช่น่ะ”

สรัชหัวเราะหึๆ เขายังจ้องหน้าเธอแบบนั้นแม้แต่ตอนที่ตะโกนออกไป

“แอ้ม แค่สิบวินะ  ให้เวลาแค่สิบวิ”  เท่านั้นเสียงวิ่งลงส้นก็ดังขึ้นและ

จากไปอย่างรวดเร็ว มนพัทธ์มองไปที่ประตูและอ้าปากค้าง บ่นพึมพำทำนองว่างานนี้มีเคลียร์บัญชีกับแอ้มอีกยาว

“เลิกดื้อแล้วยอมรับออกมาซะเถอะว่าฉันเป็นพ่อเด็กน่ะ เธอจะรั้นไปทำไมฮึ”

มนพัทธ์กลอกตาหันกลับมามองเขา มือสองข้างยังยันอกกว้างไว้

“แล้วคุณล่ะค่ะตู่ลูกคนอื่นว่าเป็นลูกตัวเอง  ชาตินี้จะไม่มีปัญญาทำลูก

แล้วหรือไง!” สรัชสัมผัสได้ว่าคนในอ้อมกอดตัวแข็งทื่อไปชั่วขณะ ดวงตามนพัทธ์เหมือนมีไฟลุกเมื่อเธอเอ่ยปากบอกต่อ “ฉันจะบอกคุณเป็นครั้งสุดท้ายนะว่าปล่อยฉันได้แล้ว จากนั้นก็ช่วยไปจัดการงูดินของคุณด้วย ฉกตูดฉันอยู่เนี่ย!”

สรัชหัวเราะเสียงดังอย่างน้อยครั้งที่จะได้เห็น “ถ้าเกินมาตรฐานอย่างฉันเป็นได้แค่งูดิน ถ้างั้นผู้ชายคนอื่นๆ คงเป็นได้แค่ไม้จิ้มฟัน!”

“คุณรัช!” มนพัทธ์กรี๊ดลั่น ทุบถองคนหน้าไม่อาย “ลามกจกเปรต โอ๊ย ไอ้หมอโรคจิต!”

ด่าไปแล้ว ดิ้นไปแล้วแต่ไม่หลุด แถมยังแกล้งอ้วกไปตั้งหลายรอบก่อนขึ้นมานี่ หญิงสาวเลยเริ่มหมดแรงเอาดื้อๆ เธอถอนหายใจเฮือกใหญ่นึกเซ็งกับชีวิตตัวเองเลยได้แต่เบือนหน้าหนี เพราะจะจับเขาพลิกทุ่มก็ไม่ได้เ นื่องจากตอนนี้เธอมีเจ้าตัวเล็กจะทำอะไรก็ต้องคิด เมื่อก่อนน่ะไม่เป็นไรก็แค่ตัวคนเดียว จะจับใครทุ่มท่าไหนยังไงก็ได้ แต่ตอนนี้มีลูกแล้วทุ่มไม่ได้!

“ที่หยุดดิ้นเนี่ย เหนื่อยหรือว่าถูกงูฉกจนเพลีย”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป