บทที่ 10 ติดเมียแต่ไม่ยอมรับ

ในเช้าวันต่อมาครองขวัญและวาเนสซ่าทำไอศกรีมรสผลไม้ด้วยกัน เป็นไอศกรีมแบบแท่งง่ายๆ ไม่หวือหวา แอเรียลทำงานอยู่ที่คฤหาสน์ในวันนี้โดยให้เหตุผลกับลูกน้องคนสนิทว่าเขาป่วยและต้องอยู่คฤหาสน์เพื่อพักผ่อน ซึ่งเขาก็ไม่ได้พักผ่อนจริงๆ เขายังคงทำงานและมีเวลาก็จะมากลั่นแกล้งวาเนสซ่าเพื่อความบันเทิงแล้วเขาก็กลับไปทำงานต่อ

และเพราะว่าเขาอยู่คฤหาสน์ดังนั้นเขาจึงได้รับไอศกรีมแสนอร่อยที่ครองขวัญและวาเนสซ่าตั้งใจทำ มันเป็นของชอบของแอเรียล วันนี้แม้อากาศจะเย็นแต่ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการรับประทานอะไรเย็นๆ แอเรียลจัดการคนเดียวจนหมด ส่วนวาเนสซ่าและครองขวัญทานเพียงพออิ่มเท่านั้น

“อร่อยใช่ไหมจ๊ะ”

“ครับอร่อยครับแถมยังธรรมชาติมากอีกด้วย”

“แอเรียลชอบรสไหนมากที่สุดจ๊ะ”

“รสส้มครับ”

“รสส้มหนูวาเนสซ่าเป็นคนแต่งรสเองเลยนะจ๊ะ หม่ามี้ดีใจจังที่แอเรียลชอบและวาเนสซ่าก็ต้องดีใจมากแน่ๆ เลยใช่ไหมจ๊ะ”

“อะ.....เอ่อ....ค่ะหม่ามี้” หญิงสาวจำใจต้องตอบ ขณะที่แอเรียลผู้ที่ชอบรสส้มของไอศกรีมรู้สึกเสียหน้าเล็กน้อย รู้อย่างนี้เขาจะตอบว่าเขาชอบรสผลไม้อื่น

การบอกว่าเขาชอบรสส้มแล้ววาเนสซ่าเป็นคนทำมันให้ความรู้เหมือนกับว่าเขากำลังบอกชอบเธออยู่ ฮึ่ย! บ้าบอที่สุดเลยทำไมไม่คิดดีๆ ก่อนตอบนะ? ชายหนุ่มตำหนิตัวเองอย่างหัวเสีย แต่ภายนอกของเขากำลังคลีรอยยิ้มมอบให้มารดาและหญิงสาวผู้ที่เป็นแม่ของลูกและเมียของเขา

“ตายจริงหม่ามี้ลืมบอก พรุ่งนี้ดีไซน์เนอร์จะส่งแบบชุดแต่งงานมาให้เลือกนะจ๊ะ แอเรียลว่างหรือเปล่าจ๊ะ”

“พรุ่งนี้เหรอครับ?”

“จ๊ะ”

แอเรียลทำท่าครุ่นคิดและสายตาของเขาก็เลื่อนไปมองหญิงสาวคนที่เขาจะเข้าพิธีวิวาห์ด้วย แอเรียลกระหยิ่มในใจ เขาเห็นนะว่าเธอเองก็ลุ้นกับคำตอบจากเขาอยู่เหมือนกัน เธอคงอยากให้เขาอยู่สินะ แต่เขาจะไม่อยู่หรอกเพราะพรุ่งนี้เขาจะไปทำงานปกติ

“ผมมีประชุมสำคัญครับคงไม่ว่าง”

“แย่จัง”

ใช่มันแย่มากเลยล่ะ! แอเรียลจงใจกลั่นแกล้งวาเนสซ่า และหญิงสาวรู้สึกใจแป้วอย่างบอกไม่ถูก ในความไม่อยากให้เขาอยู่ก็อยากให้เขาอยู่ด้วย คงรู้สึกแย่มากหากต้องเลือกชุดแต่งงานเพียงลำพัง เหมือนกับว่าเธอสนใจกับพิธีวิวาห์นี้แต่เจ้าบ่าวของเธอไม่มีความสนใจเลย งานจะออกมารูปแบบไหนเขาก็ไม่สน

มันเหมือนกับว่าแต่งไปอย่างนั้น

วาเนสซ่าครุ่นคิดและเธอก็ต้องเข้าใจว่าเขาทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร แอเรียลสนใจเพียงแค่เรื่องลูกเท่านั้น กับแม่ของลูกไม่มีความสำคัญกับเขาอยู่แล้ว ดังนั้นไม่ว่าเธอจะเป็นจะตายยังไง เขาก็ไม่ได้ใยดีอยู่แล้ว อีกอย่างหากเธออับอายขายหน้าที่โดนคำครหาว่าเจ้าบ่าวไม่ใยดี เขาก็ไม่เดือดร้อนเพราะหน้าหนาแต่หญิงสาวคงทนไม่ได้เพราะหน้าเธอบางเหลือเกิน

วาเนสซ่าพยายามปัดความคิดออกไปจากสมองอันน้อยๆ ของเธอ จากนั้นก็แย้มรอยยิ้มและกลับมาเป็นปกติเหมือนเดิม

“งั้นของแอเรียลค่อยเลือกก็ได้จ๊ะ ให้หนูวาเนสซ่าเลือกก่อน ยังไงหม่ามี้ก็ต้องถามความเห็นจากลูกอยู่ดี แล้วหม่ามี้จะส่งแบบไปให้ดูนะว่าน้องเลือกชุดเจ้าสาวได้สวยถูกใจลูกหรือเปล่า”

“ครับ ผมยินดีช่วยเลือกครับแม้ผมจะไม่ว่าง”

เขาก็พูดไปอย่างนั้นแหละ พอถึงเวลาจริงเขาก็คงหาเรื่องกลั่นแกล้งให้เธอเสียหน้าและเจ็บปวดหัวใจเล่นเหมือนเดิม

“วันนี้วาเนสซ่ามีนัดกับหม่ามี้ดูละครภาคค่ำด้วยกันนะจ๊ะตามประสาผู้หญิง”

“อ้อครับ ผมคงทำงานต่อครับหลังจากกินมื้อเย็นอิ่ม”

“จ๊ะ....แล้ววันนี้แอเรียลอยากกินอะไรเป็นพิเศษไหมจ๊ะ หม่ามี้ตั้งใจจะชวนวาเนสซ่าเข้าครัวด้วยกัน”

“ไม่มีครับผมกินอะไรก็ได้ครับเป็นคนง่ายๆ”

ครองขวัญยิ้มหวานแต่ข้างในกำลังหัวเราะคิกคักอยู่ อย่างแอเรียลเหรอเป็นคนง่ายๆ กินอะไรก็ได้ ครองขวัญเริ่มจะไม่เชื่อแล้วล่ะ ยิ่งกับวาเนสซ่าแม้ปากบอกไม่แต่การกระทำบอกได้ แล้วเรื่องอาหารที่ชอบจะกินง่ายกินดายได้อย่างไรกัน แอเรียลน่ะมีอาหารจานโปรดอยู่แล้ว ครองขวัญรู้ดีเพียงแต่เอาขึ้นโต๊ะอาหารไม่ได้ก็เท่านั้นเอง

“หม่ามี้เป็นอะไรเหรอครับหน้าแดง”

“เปล่าจ๊ะหม่ามี้แค่รู้สึกร้อน แอเรียลงานต่อก็ไปทำงานเถอะ เดี๋ยวอาหารเสร็จแล้วหม่ามี้จะให้คนขึ้นไปตาม”

“งั้นผมขอตัวนะครับ”

“ตามสบายจ้ะ”

ร่างสูงออกไปจากห้องนั่งเล่น ทิ้งสองสาวสวยต่างวัยให้อยู่ด้วยกัน

และเมื่อถึงเวลาอาหารมื้อเย็นคนที่บอกว่าตัวเองเป็นคนกินง่ายๆ ก็กินง่ายจริงๆ ทว่าการกินง่ายของแอเรียลครั้งนี้เป็นการเลือกกินอาหารที่ทำขึ้นมาง่ายๆ และเลือกกินเฉพาะอย่างเดียวเท่านั้น

“แอเรียลชอบไข่เจียวเหรอลูก”

“ชอบครับรู้สึกหอมและน้ำลายส่อเพียงแค่ได้กลิ่น ปรุงรสได้เยี่ยมมากเลยนะครับผมขอชม และไข่ก็ฟูกรอบมากๆ เลยด้วย”

“หนูวาเนสซ่าเป็นคนทำเองจ๊ะ”

ครองขวัญบอกอย่างตั้งใจ แอเรียลถึงกับชะงัก อะไรกันนี่มันสองครั้งสองคราแล้วนะ ที่เขาบอกชอบในสิ่งที่เธอลงมือทำโดยที่เขาไม่รู้ตัวมาก่อน แต่ไข่เจียวจานนี้มันก็อร่อยจริงๆ นั่นแหละอร่อยจนเขาไม่คิดเผื่อแผ่ใครและสามารถเติมข้าวถึงสองจานเพื่อกินคู่กับไข่เจียวฟูฟองจนหมดไม่เหลือแม้แต่เศษของไข่เจียว

“ไม่รู้ว่าวาเนสซ่าทำอาหารได้อร่อยครับเพราะหากรู้คงรบกวนวาเนสซ่าทำอาหารขึ้นโต๊ะทุกวัน”

“ตอนนี้รู้แล้วแอเรียลจะรบกวนน้องไหมจ๊ะ” ครองขวัญเป็นคนชงที่ดีเชียวล่ะ

“ครับ แน่นอนว่าผมต้องรบกวนวาเนสซ่า แต่เธอกำลังท้องกำลังไส้อยู่ผมรบกวนมากไม่ได้หรอกครับ เพราะผมเป็นห่วงเมียของผม” แอเรียลตอบคำถามของมารดา และเขาก็ไม่ลืมหันไปพูดหยอดคำหวานใส่ยาพิษให้วาเนสซ่า

แอเรียลช่างเป็นคนนิสัยไม่ดีของแท้ ดูเอาเถอะ เธออุตสาห์ทำไข่เจียวให้เขาได้กินอิ่ม แต่เขากลับกลั่นแกล้งเธอให้ขวัญผวาเล่น 'ผู้ชายอะไรก็ไม่รู้ อ้อนไม้หน้าสามสุดๆ เลย!' หญิงสาวต่อว่าแอเรียลในใจ แล้วเธอก็ก้มหน้าก้มตาทานอาหารของเธอต่อเพราะแอเรียลใช้ตามองเธอไม่วางตา เธอจึงต้องหลบตาหลบหน้าเขา

หลังอาหารมื้อเย็นครองขวัญและวาเนสซ่าดูละครหลังข่าวตามที่ได้นัดแนะกันเอาไว้ที่ห้องนั่งเล่น

ครองขวัญชอบดูละครไทยและบางครั้งก็ดูละครเกาหลีตามแต่อารมณ์ ทว่าความจริงแล้วที่เธอเรียกร้องให้วาเนสซ่าอยู่ด้วยก็เพราะอยากยึดครองวาเนสซ่าชั่วคราวเป็นการกลั่นแกล้งลูกชายที่อยู่ในอาการแพ้ท้องแทนเมีย และอาการดังกล่าวทำให้แอเรียลติดเมียซะจนไม่อยากห่างกาย แม้จะอยู่ในคฤหาสน์ใกล้ชิดกันก็ตาม

กลิ่นกายของวาเนสซ่าคงจะหอมมากสินะลูกชายของเธอจึงชอบเข้ามาอยู่ใกล้แล้วทำท่าดมตลอด อย่าคิดว่ามันจะรอดพ้นสายตาของครองขวัญไปได้ เธอมีสายตาที่แหลมเฉียบคมมากเชียวล่ะ

และเมื่อละครจบสองสาวต่างวันก็ขึ้นมาข้างบนและกล่าวราตรีสวัสดิ์กันและกันจากนั้นก็แยกตัวเข้าห้องนอน โดยที่วาเนสซ่าเดินแยกไปอีกทาง เธอไม่อาจนอนกับครองขวัญได้อีกแม้จะอยากนอนด้วยก็ตาม เหตุเพราะปีศาจบ้าบออย่างแอเรียลนั่นเอง

เขานอกจากเป็นจอมชอบแกล้งแล้วยังเป็นจอมหาเรื่องอีกด้วย

ยกตัวอย่างเช่นตอนนี้ที่เธอเปิดประตูห้องและเดินเข้ามา แอเรียลนั่งเหยียดขาเอาหลังพิงพนักเตียงมองเธอตาขวาง แล้วเขสก็พูดจากหาเรื่องเธอโดยทันที กลัวว่าหากพูดช้าแล้วจะขาดใจตาย

“ทำไมมาช้า เธอรู้ไหมว่าฉันต้องอดหลับอดนอนรอเธออยู่ อีกอย่างเธอท้องนี่ คนท้องนอนดึกมีที่ไหนกัน”

“เพิ่งสองทุ่มเองนี่คะ ฉันและหม่ามี้มีนัดดูละครไทยหลังข่าวด้วยกัน”

“เหอะ.....น้ำเน่าสิ้นดี”

หญิงสาวไม่ได้ตอบอะไร เธอขี้เกียจเถียงเขาเพราะเถียงไปมันก็ออกมาในรูปแบบเดิม วาเนสซ่าเดินแยกไปเข้าห้องน้ำ เธอยังไม่ได้อาบน้ำทานมื้อเย็นเสร็จก็รอดูละครที่ห้องนั่งเล่นเลย ขณะแอเรียลปากบอกว่าติดงานแต่แท้จริงเขามานอนรอหญิงสาวตั้งแต่ขอตัวขึ้นมาข้างบนแล้ว

“พูดนิดพูดหน่อยทำเป็นเมินเข้าห้องน้ำ ชิ!”

แอเรียลบ่นพึมพำคนเดียว จากนั้นก็เลื่อนกายลงนอนในท่าที่คิดว่านอนสบายมากที่สุด นั้นก็คือท่านอนตะแคงให้ตามองไปยังบานประตูห้องน้ำ

เขากำลังเฝ้ารอวาเนสซ่าอาบน้ำตัวหอมอยู่

ซึ่งเธอไม่ได้อาบน้ำนานเกินการรอ วาเนสซ่าเปิดประตูมากลิ่นกายหอมมาถึงเตียงแน่ คนบนเตียงทำจมูกฟุดฟิดแล้วสูดดมเข้าปอดลึก วาเนสซ่าเดินไปจัดข้าวจัดของครู่หนึ่งก็กลับมาขึ้นเตียงนอนเคียงข้างเขา และแอเรียลก็มือไว เพียงแค่เธอขึ้นเตียงมาแล้วก็ตวัดแขนของเขาโอบรอบเอวคอดจากนั้นก็ใช้แรงมหาศาลรั้งเอากายสาวขยับเข้ามาใกล้

“เจ็บนะคะ” หญิงสาวร้องบอก เขามันชายเถื่อน ไม่ทะนุถนอมกันบ้างเลย

“สำออย”

“ไม่ได้สำออยก็คุณทำฉันเจ็บ”

“ก็เธอไม่ยอมขยับมาหาฉันเองช่วยไม่ได้”

“แล้วทำไมฉันต้องขยับเข้าไปใกล้คุณด้วยล่ะคะ” เขาไม่รู้เหรอว่าการที่เธอเข้าใกล้เขาโดยที่เขาไม่บอกไม่กล่าวก่อนมันเสี่ยงต่อการถูกต่อว่า และผลักไส

และเขาก็เป็นชายคนหนึ่งที่ข้ออ้างเยอะซะเหลือเกิน

“เป็นแม่ประสาอะไรไม่รู้ว่าพ่อลูกเขาอยากนอนกอดกัน เธอนี่ใช้ไม่ได้เอาซะเลย”

“ฉันนอนนะคะ”

“อยากนอนก็นอนไปสิ”

แอเรียลไม่ได้ห้ามเธอสักหน่อย อยากนอนก็นอนเลยแต่เขายังไม่ง่วง แอเรียลต้องการเล่นกับลูกของเขา ชายนุ่มคิดและก็ไวทันความคิดที่เขาสอดมือหนามุดหายเข้าไปใต้ชายกระโปรงของเธอ

“คุณแอเรียล.....”

“อะไรจะเรียกทำไม”

“คุณทำอะไรคะ”

“เล่นกับลูก”

เขาบอกหน้าตาเฉย น้ำเสียงของเขาในความมืดไม่สลดเลยสักนิด บ้าจริงเชียว! ทำไมถึงเป็นคนแบบนี้นะ เล่นกับลูกโดยที่กระทำการอุกอาจต่อร่างกายของเธอ

ผู้ชายคนนี้น่าตบที่สุดในโลก!!!

“คุณแอเรียล!”

หญิงสาวเรียกเขาเสียงดังขึ้นกว่าเดิมนั่นเพราะฝ่ามือหนาไม่ใช่แค่วางอยู่เฉยๆ แต่ยังลูบไล้ไปมาอีกด้วย และเขาก็เลื่อนมือขึ้นบน ไอ้ลูบหน้าท้องเล่นกับลูกพอเข้าใจนะ แต่ข้างบนนี่นะสิมันมีลูกซะที่ไหน ลูกอยู่ในท้องหาใช่อยู่ในหน้าอกหน้าใจของเธอไม่?

เขาทำให้เธออับอายซะจนอยากกัดลิ้นตัวเองตายซะเดียวนี้!

“ทำไมเธอชอบใช้เสียงจังนะ รู้ไมว่ามันทำให้ลูกตกใจ”

“คุณทำไมถึงชอบอ้างลูกจังล่ะคะ” เธอตัดสิ้นใจถามเขาไปอยากรู้เหมือนดันว่ามันทำไม

“อ้าง? คนอย่างแอเรียลไม่มีข้ออ้างมีแต่เหตุผล”

“แล้วคุณขย้ำนมฉันทำไมคะบอกฉันได้หรือเปล่า”

“ต้องขย้ำสิถือเป็นการอุ่นเครื่องปั๊มนมให้ลูกไงล่ะ”

นี่เหรอเหตุผลของเขาที่ว่า?

อยากบอกเหลือเกิน งี่เง่าสิ้นดี! และสำหรับเธอนี่มันคือข้ออ้างชัดๆ แอเรียลมีอาการที่แปลกไปหลังจากที่เขาทราบว่าเธอท้อง และอารมณ์ของเขามันก็แสนจะแปรปรวนเหมือนผู้หญิงใกล้หมดประจำเดือนอย่างไรอย่างนั้น และหญิงสาวก็ค้นพบอีกว่าเขาเริ่มจะติดนิสัยการใกล้ชิดกับเธอมากขึ้นทุกวัน และนั่นมันก็ทำให้เธอต้องปวดหัวไปกับความใกล้ชิดที่เกิดขึ้น

“แล้วตอนนี้คุณขย้ำนมของฉันพอใจหรือยังคะ”

“ยัง......เพราะฉันต้องทำอีกหนึ่งอย่าง”

“อีกหนึ่งอย่าง?” หญิงสาวทวนคำพูดของเขาซ้ำอีกหนึ่งครั้ง

“ฉันจะช่วยเธอขยายช่องคลอดด้วยไงล่ะ จะได้คลอดลูกง่ายๆ”

โอ้พระเจ้า!!!

ตาและปากของเธอเบิกกว้างในความมืด หญิงสาวพยายามอย่างยิ่งที่จะพลิกตัวหนี แต่แอเรียลไวกว่า เขาจับสองมือของเธอกดกับเตียงแล้วขยับตัวขึ้นคร่อมเธอเอาไว้

“ไม่เอาแบบนี้นะคะ”

“ก็เรื่องของเธอเพราะฉันจะเอา”

แอเรียลจัดการวาเนสซ่าด้วยจูบเมื่อเธอขัดขืนเจตนาของเขา ทว่าถึงแม้แอเรียลจะจูบเธอแต่มันก็ไม่สำเร็จเมื่อวาเนสซ่าเม้มริมฝีปากปิดต่อต้านไม่ยอมให้ลิ้นหนาเข้าไปด้านใน แอเรียลขุ่นเคืองใจแต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกท้าทายเมื่อหญิงสาวพยศกับเขา ก็ดี เธอพยศแบบนี้เขาชอบ เพราะเขาจะปราบเธอให้ตัวอ่อนปวกเปียกเลยคอยดู คิดได้ดังนั้นก็ลงมือทำทันท่วงที

“อ๊ะ!”

เสียงครางดังกล่าวเกิดขึ้นเพราะมือหนากอบกุมทรวงอกอวบใหญ่ของหญิงสาวแล้วออกแรงขย้ำเต็มกำลัง นั่นจึงทำให้แอเรียลสบโอกาสสอดลิ้นเข้าไปในโพรงปากนุ่มหวานนั่นของเธอ

บอกแล้วไงว่าเขาน่ะมันตัวร้าย ผู้หญิงพยศแต่อ่อนหัดอย่างเธอสู่คนเจ้าเล่ห์มากประสบการณ์บนสังเวียนราคะอย่างเขาไม่ได้หรอก มวยมันคนละระดับกันเห็นๆ หึ....หึ....หึ.....

“อื้ออออออ”

เธอร้องประท้วงเมื่อแอเรียลตะปมจูบ บดขยี้ทั้งลิ้นทั้งริมฝีปากอย่างเอาเป็นเอาตาย เขากลัวว่าเธอจะมังหวะขัดขืนเขา แอเรียลจึงรุกและบุกอย่างหนักหน่วง เขาจูบเธอจนริมฝีปากนุ่มแสบร้อนและคันยิบๆ แน่นอนว่ามันต้องบวมเจ่อโดยไม่ต้องสงสัย

“เป็นไงทีนี้จะเลิกพยศแล้วหรือยัง”

“ฉันท้องอยู่นะคะคุณมาทำแบบนี้กับฉันได้ยังไง”

“หึ....ฉันรู้ว่าคนท้องก็สามารถมีเซ็กส์ได้”

“แต่ฉันไม่ต้องการ”

“แต่ฉันต้องการและอีกเดี๋ยวเธอก็จะต้องการเหมือนฉันแน่นอน” พูดด้วยความในอกมั่นใจ นั่นเพราะแอเรียลมีประสบการณ์โชกโชนเขาจึงพูดมันได้

ส่วนวาเนสซ่านั้นเธอพยศกับเขาตอนนี้อีกประเดี๋ยวเธอรู้ว่าเธอต้องยินยอมเขาอย่างแน่นอน

บ้าจริงเชียวเธอไม่อาจขัดขืนเขาได้ตลอด เธอมันบ้าที่สุด! วาเนสซ่าตำหนิตัวเอง มือนุ่มทั้งสองข้างถูกรวบจับเอาไว้เหนือศีรษะขัดขืนหรือประทุบร้ายคนตัวโตไม่ได้เลย และพอเธอดีดดิ้นไปมาก็กลายเป็นว่ามันทำให้หน้าอกหน้าใจของเธอ แอ่นขึ้นและส่ายไปมาเหมือนเชิญชวนเขา วาเนสซ่าเพิ่งรู้ตัวเมื่อเห็นสายตาคมท่อแสงประกายแวววาวจ้องหน้าอกหน้าใจของเธอ

“พยศแต่ก็เชิญชวน”

“ฉันเปล่านะ!” ปฏิเสธเสียงดัง

“หยุดขึ้นเสียงกับฉันเลยนะวาเนสซ่า” ออกคำสั่งกับเธอทันควันหลังจากที่เธอขึ้นเสียงใส่เขา

“คุณเองก็ชอบขึ้นเสียงกับฉันเหมือนกัน”

“แล้วไงล่ะก็ฉันใหญ่กว่าเธอนี่”

แอเรียลทำหน้ามึนตอบ ขณะนั้นเขาก็ใช้มือข้างที่ว่างจัดการกับชุดนอนของเธอ แพนตี้และตามด้วยบราเซียร์ ปลอกเปลือกหญิงสาวจนกายเปลือยเปล่า

วาเนสซ่ารู้สึกเย็นนั่นจึงทำให้ขนของเธอลุกซู่ไปทั่วทั้งตัว

“จะเขินอะไรของมันก็เคยๆ กันอยู่”

“เรื่องของฉัน”

สะบัดเสียงและสะบัดหน้าใส่ ไม่อยากมองเขา เขามองเธอด้วยสายตาอ่านกิน วาเนสซ่าไม่ชอบเอาซะเลย และเธอก็ต้องใช้ความโกรธมาปิดบังความเขินอายของเธอ แต่เธอรู้ว่าปิดยังไงก็ไม่มิด แอเรียลดูออกหมดทุกอย่าง!

“เรื่องเธอก็เรื่องฉันเพราะฉันเป็นทั้งเจ้าชีวิตและผัวของเธอ”

“....”

ไร้เสียงตอบรับจากหญิงสาว เธอเงียบเพื่อให้เขาพูดคนเดียวซะให้พอใจ ขืนเธอพูดมากไปเขาก็ไม่พอใจและต่อว่าเธออีก แอเรียลชอบการเอาชนะ เธอก็ยอมแพ้ให้เพราะเธอรู้สึกเหนื่อยหน่ายกับคนบ้าอย่างเขา

“ยอมแพ้ง่ายจังเลยนะวาเนสซ่า”

และเมื่อเธอยอมแพ้ง่ายแบบนี้ก็อย่าคิดว่าเขาจะใจดีถอย แอเรียลมีแต่จะเดินหน้าทำให้เจตนาของเขาเสร็จสม ริมฝีปากร้อนผ่าวประกบเข้ากับริมฝีปากนุ่มนิ่ม เขาจูบเธออย่างเรียกร้องความสนใจ พันธนาการจากมือหนาปลดออก แขนของหญิงสาวจึงได้รับอิสระ

แอเรียลเพิ่มระดับความร้อนแรงเบียดกายเข้าหาเธอมากยิ่งขึ้น เรียวขาสองข้างของหญิงสาวแยกออกกว้าง ทำให้เนินสวาทของเธอต้องเป็นที่รองรับขีปนาวุธองอาจของเขาที่เบียดเสียดเข้าแนบชิดอย่างสนิทสนม หญิงสาวรู้สึกร้อนผ่าวขณะเดียวกันก็ชื่นแฉะตรงเนินสวาท

เธอเริ่มมีอารมณ์ความต้องการมากยิ่งขึ้น มากจนเธอต้องไขว้คว้าโอบกอดร่างหนาเอาไว้ แอเรียลก็ได้ใจใหญ่เขาทำเสียงหึในลำคอเหมือนเย้ยหยันเธออยู่ แต่นาทีนี้วาเนสซ่าไม่ได้สนใจที่จะฟัง เธอเปิดรับเขาอย่างเต็มที่ แอเรียลเองก็ไม่ได้พูดจาแดกดันเธออีก

เขาเคลื่อนไหวกายอย่างชำนาญฝ่ามือหนึ่งลูบไล้กายสาวอีกฝ่ามือก็กอบกุมทรวงอกอวบแล้วขย้ำล้นกำมือ แอเรียลชอบหน้าอกของวาเนสซ่า นับตั้งแต่เคยสัมผัสมา เธอเป็นผู้หญิงที่มีหน้าอกสวยงามอย่างธรรมชาติมากที่สุด แอเรียลชอบที่เธอไม่ปลอมไม่ว่าจะเป็นส่วนไหนในกายของเธอก็ตาม

ริมฝีปากร้อนไล้จูบลงมาเรื่อยๆ จากริมฝีปากมาที่ลำคอและก็หยุดที่ทรวงอกที่มือของเขาขย้ำอย่างเมามัน แอเรียลอ้าอกกว้างแล้วงับเอายอดอกสีหวานของเธอเข้ามาดูด เขาเหมือนเด็กทารกที่กำลังดูดน้ำนมหวานจากเต้ามารดา แต่แอเรียลเป็นผู้ใหญ่แล้วเขาจึงเป็นผู้ใหญ่ที่ดูดนมจากเต้าของเมีย

อีกหน่อยลูกคลอดออกมาแอเรียลคงทำแบบนี้ลำบากแน่คิดแล้วก็ต้องจัดให้คุ้มค่า

คิดได้ดังนั้นแอเรียลก็ตะปมดูดยอดถี่และหนักหน่วงขึ้น แต่มันก็ยังคงอยู่ในระดับที่ดุดันแบบปลอดภัย วาเนสซ่าไม่ได้ขัดขืน ร่างกายของเธอมีความต้องการเขา ดังนั้นเธอจึงแอ่นหยัดอกขึ้นหาริมฝีปากและฝ่ามือของเขา ขณะที่เบื้องล่างแอเรียลก็เริ่มขยับสะโพกเสียดสีเนินสวาทสาวผ่านเนื้อผ้ากางเกงที่เขาสวมใส่

“อ๊าห์...อ๊ะ...อ๊าห์...” เสียงครางกระเส่าจากวาเนสซ่าดังขึ้นสร้างความพึงพอใจให้แอเรียลอย่างมาก แต่เขาต้องการมากกว่านี้อีก

แอเรียลจึงลากเลื่อนริมฝีปากลงต่ำไปหาหน้าท้องที่ยังแบนราบหญิงสาวแขม่วหน้าท้องเกร็งเมื่อรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ มันคือความสยิวชนิดหนึ่ง แอเรียลไล้ลิ้นไปทั่วจากนั้นก็จูบซ้ำๆ ที่หน้าท้องของเธอ แล้วเขาก็ลากต่ำลงไปยังเนินสวาท

จุ๊บ! เขาจูบทักทายแล้วเงยหน้ามองปฏิกิริยาที่หญิงสาวตบสนองเขา เธอไม่ห้าม ใบหน้าบิดเบ้เพราะความเสียว ผมเผ้าของเธอยุ่งเหยิงเล็กน้อย ดวงตามองเขาฉ่ำเยิ้ม ริมฝีปากเจ่อเพราะจูบจากเขา โคตรเซ็กซี่ ในใจของเขามันตะโกนคำนี้ออกมา และนั่นก็ทำให้แอเรียลรู้สึกว่าตนเองมีความต้องการเพิ่มมากยิ่งขึ้น

กลิ่นสาบสาวหอมหวานก็ลอยเตะจมูกซะเหลือเกินเขาอดใจไม่ไหวแล้วล่ะต้องดูดดื่มกับความหอมหวานนี้ซะแล้ว แอเรียลไม่ปล่อยให้มันเป็นเพียงแค่ความคิด ประกบริมฝีปากครอบคลุมบุบผางามแล้วก็จูบซ้ำไปซ้ำมา เธอบิดเร่า ส่ายสะโพกไปมาสลับกับการแอ่นหยัดสะโพกขึ้น

ลิ้นหนาลากตามทางยาวของรอยแยกจากนั้นก็จุ่มจ้วงลงไปกับรูเล็กๆ นั่นของเธอ อีกหน่อยลูกก็ต้องออกจากทางนี้แน่ เขาจึงใช้ลิ้นหนาร้อนของเขาช่วยวาเนสซ่าขยายช่องคลอดเพื่อลูก ทว่ามันก็เป็นเพียงแค่ข้ออ้าง แอเรียลไม่โง่ เขารู้ว่าสมัยนี้การผ่าตัดเอาเด็กทารกออกมามันทันสมัยและปลอดภัยมากเลยด้วย ที่เขาพูดแบบนั้นกับเธอมันก็เป็นเพียงข้ออ้าง แต่แอเรียลไม่ยอมรับ

เขามันคนปากแข็งและใจก็แข็งมากๆ

“อ๊ะ.....อ๊ะ.....อ๊ะ.....อ๊ะ.....อ๊าห์.....” หญิงสาวครางไปตามจังหวะการจุ่มจ้วงลิ้นของเขาที่เริ่มทวีคูณความถี่มากยิ่งขึ้น แอเรียลไม่เมื่อยลิ้นเลยแม้แต่น้อย เขายิ่งรู้สึกฮึกเหิมเมื่อๆ ได้ยินเสียงครางหวานๆ จากเธอ

แอเรียลถอนลิ้นออกแล้วใช้นิ้วเข้าไปแทน แต่ลิ้นของเขาเลื่อยขึ้นมาทำงานในส่วนจุดกระสั่น รัวลิ้นอย่างเร็วเน้นย้ำลงไปจนร่องรูช่อคลอดของเธอมีน้ำเมือกสีใส่ออกมามากจำนวน เปรอะเปื้อนนิ้วมือหนาเต็มไปหมด แต่แอเรียลไม่สน เขาถนนิ้วมือออกแล้วเอาลิ้นสอดเข้าไปใหม่

จากนั้นก็จู่โจมมอบความเสียวซ่านให้เธออีกจนเธอมีความสุขอีกครั้งแล้วเขาจึงได้เลื่อนกายขึ้นบน จูบเธอให้เธอชิมรสชาติของตัวเองที่มันยังติดลิ้นหนาอยู่ วาเนสซ่ารับรู้ว่ารสชาติของเธอคาวและหวานมาก ถึงว่าทำไมแอเรียลถึงได้ชอบลงลิ้นและดูดดื่มกับที่น่าอายตรงนั้นนัก

พรึ่บ!!!

พรึ่บ!!!

เป็นเสียงของเสื้อและกางเกงจากร่างหนาที่ถูกถอนแล้วโยนไปข้างเตียง แอเรียลเปลือยเปล่าเหมือนวาเนสซ่าตลอดร่าง เขาไม่อ้อยอิงรอเวลาเพราะต้องรีบส่งเธอกับลูกเข้านอน แอเรียลจะไม่หักโหมในวันนี้เพราะมันดึกมากแล้ว มือหนาจับอาวุธคู่กายจ่อเข้าไปในเส้นทางรักอ่อนนุ่มของเธอ

เขาเรียกมันว่าเป็นกายขยายช่องคลอด แน่นอนว่ากายใหญ่ของเขามันทำให้ช่องคลอดของเธอขยายจริงๆ ทว่าเมื่อเขาออกไปแอเรียลก็รู้อีกว่าช่องคลอดของเธอมันก็ยังคงเล็กคับแคบเหมือนเดิม ก็ไม่รู้ว่ามันเป็นเคล็ดลับอะไร แม้เขาจะมีเซ็กส์กับวาเนสซ่าอยู่บ่อยครั้งจนมีลูกด้วยกัน แต่เธอก็ยังคงให้ความรู้สึกสดใหม่เหมือนเดิม

และเพราะความเหมือนเดิมนั้นทำให้แอเรียลติดใจเธอ เขารู้แต่เขาคิดว่ามันเป็นเพียงแค่การติดใจธรรมดา อีกหน่อยเขาคงเบื่อซึ่งมันก็คงเป็นเวลาเดียวกับวันที่เขาและเธอหย่าขาดจากกัน แอเรียลคิดเอาไว้ล่วงหน้า ทว่าตอนนี้ในหัวสมองของเขานั้นมีแต่เรื่องราวราคะของเขาและเธอที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ตอนนี้

“อ๊าห์....คุณแอเรียล.....อ๊าห์....อ๊าห์.....”

“ครางอีกวาเนสซ่าฉันชอบเสียงครางของเธอ”

“อ๊าห์....อื้อ.....อ๊าห์.....อ๊ะ.....อื้อ.....คุณแอเรียล” เพราะเธอตกอยู่ในห้วงพิศวาสไม่ว่าแอเรียลจะพูดจะสั่งอะไรเธอก็คล้อยตามเขาไปหมดซะทุกอย่าง

วาเนสซ่าร้องครางไม่หยุดเนื้อเบียดตัวเข้าหา สะโพกของเธอแอ่นขึ้นเป็นจังหวะเดียวกันกับแรงขับเคลื่อนส่งกายชายเข้าหา เธอแอ่นรับขังหวะจากเขาไม่มีตกหล่น

จนเขาและเธอพบพานกบความสุขที่จุดหมายปลายทาง

ทว่าแม้เขาและเธอจะมีความสุขกันทั้งคู่ก็ตาม พอรุ่งเช้าตื่นขึ้นมา วาเนสซ่าก็มีอาการบึ้งตึงใส่เขา เธอไม่พูดไม่จากับเขาสักคำเดียว แถมยังเมินเขาราวกับธาตุอากาศ แม้กระทั่งอยู่ต่อหน้ามารดาของเขาวาเนสซ่าก็ไม่คิดเอาใจบังหน้า

“แอเรียลทำอะไรให้น้องโกรธจ๊ะ”

“ผมไม่ใช่คนแบบนั้นนะครับ”

“แอเรียลเป็นคนแบบนั้นจ๊ะนิสัยชอบกลั่นแกล้ง”

“อ้าวหม่ามี้ไม่เข้าข้างผมเลยนะครับ”

“อารมณ์คนท้องแปรปรวนะแอเรียล ตอนหม่ามี้ท้องแอเรียล บางครั้งมีอารมณ์เบื่อผัวไปพร้อมๆ กับการอยากเอาค้อนทุบหัว” ครองขวัญพูดเกิดจริงไปหน่อย แต่คำพูดดังกล่าวทำให้ลูกชายมาฟียของเธอรู้เย็นสันหลังวาบ

แอเรียลสะบัดความคิดที่ว่าเขามีความกลัววาเนสซ่ามีความคิดแบบมารดาออกจากหัว

“วาเนสซ่าไม่กล้าทำอะไรผมหรอกครับเพราะผมเนี่ยอยู่เหนือเมียไม่เหมือนปาป๊าหรอกนะครับ”

“เมื่อก่อนปาป๊าก็พูดแบบนี้จ๊ะ” ครองขวัญพูดแค่นั้นแล้วก็เดินไปสวมกอดลูกชายจากนั้นก็ขอตัวกลับเข้าไปในบ้าน แอเรียลยืนนิ่ง เขาเบ้ปากกับตัวเองแล้วไหวไหล่ขึ้นอย่างไม่แยแส

ใครจะเป็นแบบนั้นกันไม่มีทางซะหรอก!

บทก่อนหน้า
บทถัดไป