บทที่ 13 อ้วกแตกอ้วกแตน
เมื่อเธอไม่ให้เขาเข้าห้องนอนด้วยแอเรียลก็ไม่โวยวาย หอบเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋ามานอนห้องข้างๆ มันก็ช่วยให้อุ่นใจได้เล็กน้อย และด้วยความที่เขาไม่ได้นอนกับเธอ แอเรียลกระสับกระส่าย เขาอาบน้ำมากกว่าสามครั้งในคืนเดียว กายและใจมันรุ่มร้อน ในหัวเขาคิดไปต่างๆ นาๆ แอเรียลก็ไม่รู้ว่าเขามีนิสัยคิดเล็กคิดน้อยไปตั้งแต่เมื่อไหร่ และตอนนี้เสร็จจากการอาบน้ำรอบที่สาม แอเรียลยองเบาออกจากห้อง จากนั้นเขาก็ดักอยู่มุมหนึ่งแล้วซุ่มดูหน้าประตูห้องนอนของวาเนสซ่า
กลัวว่าแฝดจอมแสบจะเข้ามาป่วนเธอกับลูกแอเรียลไม่ไว้ใจ!
“อะ...ฮึ่ม!!!”
เสียงกระแอมดังมาจากทางด้านหลัง แอเรียลค่อยๆ หันหน้ากลับไปมองและเขาก็พบกับคนที่ไม่อยากพบมากที่สุด พูดถึงมันมันก็โผล่มา ทั้งสามหนอเลยล่ะ!
“มาทำอะไรลับๆ ล่อๆ อยู่ตรงนี้เหรอครับ”
มันก็เป็นเหมือนทุกครั้งที่นับล้านแฝดคนโตต้องเป็นคนพูดเปิดประเด็นและตามด้วยน้องคนกลางตบท้ายด้วยน้องคนเล็ก
“เอ้จากสายตาแล้วสายตาพี่แอเรียลมองตรงไปทางไหนวะไอ้หมื่น ห้องพี่สะใภ้ใช่มะ?”
“แน่นอนว่าต้องใช่”
“ก็แค่จะมากินน้ำ” แอเรียลยืดตัวตรงอกผายไหล่ผึ่ง
“โอ๊ยยยยย ดึกดื่นเที่ยงคืนปานนี้เขาไม่มีใครหิวน้ำหรอกพี่แอเรียล” นับล้านกล่าวและสองหนุ่มก็พยักหน้าเห็นด้วยกับพี่ชาย
“ไม่เสือก!”
“ไม่ได้อ่ะเกิดมาเป็นคนชอบเสือก”
สามแฝดนับวันชักเหิมเกริม แอเรียลต้องหาทางเอาคืนน้องชายอย่างแน่นอน เดี๋ยวให้หมดผู้ใหญ่คุ้มกะลาหัวก่อนเถอะจะโดนไม่ใช่น้อย
“แล้วนายจะพาน้องไปไหนนับล้านกลางค่ำกลางคืนแบบนี้”
“จะไปดื่มที่ห้องใต้ดินน่ะสิครับ”
“ดื่มห้องใต้ดินมันจำเป็นต้องแต่งตัวเต็มยศขนาดนี้เลยเหรอ”
แอเรียลมองน้องชายทั้งสามตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า เป็นชุดเหมาะสมกับการออกไปข้างนอกมากกว่าสังสรรค์ในคฤหาสน์
สามแฝดมันคิดอะไรของมันอยู่นะ?
“พวกเรามันคนหล่อและเพื่อให้มันเข้ากับบรรยากาศเราก็ต้องแต่งตัวหล่อกันหน่อย ใครจะบ้าใส่ชุดนอนไปดื่ม พวกผมไม่เอาด้วยหรอกนะ”
นับหมื่นเป็นคนตอบคำถามนั้น และแอเรียลก็คือหนึ่งในคนบ้าที่นับหมื่นพูด หากอยู่บ้านเขาจะเอาที่เขาสะดวก และหากคืนไหนอยากดื่มแอเรียลก็ลงมาทั้งชุดนอนนั่นแหละ
บ้าเอ๊ยนี่เขากำลังถูกนับหมื่นหลอกด่าอยู่ชัดๆ
“เออๆ พี่จะนอนแล้ว”
“เฮ้ยจริงดิเมื่อกี่ตั้งท่าจะวีนนี่ไม่วีนเหรอ” สามแฝดถามเป็นเสียงเดียวกันมองเขาเหมือนมองสัตว์ประหลาดกลายร่าง
“อะไรของพวกแกอีกเนี่ยพี่ชักจะหงุดหงิดแล้วนะ”
“แล้วอะไรของพี่แอเรียลเนี่ยน้องถามก็มีอาการหงุดหงิดคนแค่แปลกใจ”
“เออ!!!” แอลเรียลพูดแค่นั้นจากนั้นก็สาวเท้าเดินดุ่มๆ กลับไปยังห้องนอนของตัวเอง เขาหงุดหงิดแต่จังหวะการเปิดและปิดประตูทะนุถนอมมาก แอเรียลกลัวว่าหากเปิดปิดประตูเสียงดังมันจะรบกวนคนที่อยู่ห้องข้างๆ
“พี่มึงเป็นไรวะไอ้แสน ไอ้หมื่น” นับล้านมองตามหลังพี่ชายไปก็หันมาตั้งคำถามกับน้อง
“แหม่....พี่ผมกับพี่แสนสองคนที่ไหน นั่นก็พี่ชายพี่ด้วยเหมือนกันนะครับ”
“เออนั่นแหละ พวกเราก็แค่ช่วยเป็นห่วงและดูแลพี่สะใภ้ พวกเราผิดอะไรวะ” นับล้านกล่าวอีกพร้อมทำหน้าฉงน
“ว่าก็ว่าเถอะนะนอกจากอารมณ์ที่แปรปรวนง่ายพวกเราสามคนก็กวนตีนอ่ะพี่ล้านพี่แสน”
นับหมื่นคาดเดาไว้อย่างนั้น และเขาก็คิดว่ามีเปอร์เซ็นต์ความเป็นไปได้สูงเลยล่ะ ก็ดูจากการกระทำแต่ละอย่างของสามแฝดตั้งแต่มาถึง จงใจหาเรื่องกวนประสาทและอ้อนมืออ้อนเท้าอยู่เรื่อย
“เออน่าไม่ต้องไปซียังไงซะพวกเราก็กวนตีนเพราะความหวังดี”
“พูดดีมากนับแสนน้องพี่”
นับล้านกล่าวชมแล้วตบไหล่น้องชายเบาๆ จากนั้นสามแฝดก็พากันเดินไปชั้นล่างจุดมุ่งหมายคือห้องใต้ดิน ที่มีไว้ดื่มโดยเฉพาะ สามแฝดชอบมาเยี่ยมเยือนอาณาจักรของอินเซนดิโอก็เพราะแบบนี้นี่แหละ
อยู่ฟรี กินฟรี ดื่มฟรี มีรถหรูให้ขับฟรี........
นี่มันสวรรค์ชัดๆ!!!!
แอเรียลกลับเข้ามาในห้องหัวใจมันหวิวท้องมันมวนไปหมด
เขารู้ว่าเขาควรนอนได้แล้วทว่าร่างกายของเขามันไม่อยากหลับน่ะสิ แต่จะนอนไม่เต็มอิ่มนักแต่แอเรียลยังมีแรงเดินวนไปวนมาหน้าห้อง เหตุผลเพราะคนที่นอนอยู่ห้องข้างๆ แอเรียลอยากอยู่นอนใกล้ชิดกับเธอ ทว่ามันเป็นไปไม่ได้ วาเนสซ่าประกาศชัดแล้วว่าเธอไม่ต้อนรับเขา
“บ้านก็บ้านหม่ามี้กับปาป๊าของเราทำไมเธอถึงกล้าวางอำนาจกับเราวะ?”
คำตอบคือเธอท้องและเขาที่แพ้ท้องแทนเมียจึงตกเป็นรอง ไม่อย่างนั้นอย่าหวังว่าแอเรียลจะปล่อยให้วาเนสซ่าวางอำนาจกับเขา ทว่าแอเรียลก็ยังไม่ปักใจเชื่อซะทีเดียว บนโต๊ะอาหารที่เขาประกาศชัดเจนว่าหึง หวง และรักเธอ แอเรียลจำความได้ว่าบิดาของเขาที่เป็นผู้ชายกล้าแกร่ง ตอนที่รู้ตัวว่ารักและมาอ้อนวอนขอคืนดีนั่นมันมีสภาพน่าสมเพชมากเพียงไหน และบิดาของเขาก็ยังไม่กล้าหือ เมียบอก เมียสั่ง เมียต้องการอะไรทำได้หมด
บางทีที่เขารู้สึกเกรงใจวานเนสซ่ามันอาจเป็นเพราะเธอกอบกุมอำนาจเมียอยู่ก็เป็นได้
“อ่า.....ถ้ามีสภาพแย่แบบปาป๊ามันก็ไม่ไหวเหมือนกันนะ” แอเรียลพูดแล้วนิ่วหน้า จากนั้นชายหนุ่มก็ออกไปยืนรับลมที่ริมระเบียง
คืนนี้พระจันทร์เต็มดวงงดงามมากเลยล่ะแอเรียลเงยหน้ามองพระจันทร์อยู่อย่างนั้นแล้วเขาก็จมหายไปในห้วงแห่งความคิด แอเรียลนึกถึงเรื่องความรักที่เขาไม่คิดว่ามันจะเกิดขึ้นกับผู้หญิงคนไหน ไม่มีใครเข้ามาในพื้นที่หัวใจของเขาได้ง่ายๆ แม้จะสวยหยาดฟ้ามาดินก็ตาม แอเรียลปิดกั้น เขาคิดว่าแม้จะไม่มีความรักกับหญิงคนไหนแต่เขาก็มีความรักกับน้องๆ บิดามารดาและญาติของเขา สำหรับแอเรียลทุกอย่างมันครบหมดแล้ว เขาไม่เคยรู้สึกขาดหาย ทว่าพอมีวาเนสซ่าเข้ามาในชีวิต เขาให้เธอเป็นนางบำเรอ จนกระทั่งแม่ของลูก และจะแต่งงานด้วย
แอเรียลสามารถให้เธอตั้งครรภ์โดยไม่แต่งงานก็ได้ แต่เขากลับเลือกที่จะยื่นสถานะให้เธอ ยกระดับความเป็นอยู่ให้ดีขึ้น แล้วพอคิดถึงเรื่องนี้ก็ทำให้ชายหนุ่มได้ฉุกคิดบางอย่างขึ้นมาได้
“ฉิบหายแล้วกูถ้าเธอเอาเรื่องนั้นมาอ้างแล้วโกรธเราเพิ่มนี่ต้องไม่แยกห้องถึงตอนคลอดลูกเลยเหรอ หรือเธออาจจะอยากจากเราไปเร็วกว่านั้นโดยการหนี”
ชายหนุ่มกระวนกระวายมากกว่าเดิมสิบเท่า เขาหลุดออกจากห้วงความคิด แอเรียลจดจำสัญญานั้นได้ ก่อนที่เขาทำสัญญาเขายังไม่ได้รู้แจ้งกับความรู้สึกของตัวเอง
พอคิดว่าเธอจะไม่อยู่แล้วทิ้งเขากับลูกเอาไว้เพียงสองคนใจมันก็ว้าเหว่
“มึงทำอะไรลงไปแอเรียล ฉิบหายแล้ว!” จังหวะนั้นเองที่เขากำลังกลัดกลุ้มกับความฉิบหายของตัวเอง ทางฝั่งระเบียงข้างๆ ก็ปรากฏร่างบางยืนรับลมอยู่ แอเรียลเบิกตากว้าง
“วาเนสซ่า” เขาเรียกเธอระเบียงห้องเขากับเธอห่างกันประมาณสองช่วงขายาว อยากปีนข้ามแต่ความสามารถไม่มากพอ
“หนวกหู”
หญิงสาวพูดแต่ไม่ได้หันมามองหน้าเขา ใบหน้างดงามต้องแสงจันทร์เรือนผมที่ปล่อยตัวยาวสลวยทำให้ใจคนมองกระตุกถี่ นี่ถ้าหากว่าเขาไปยืนซ้อนหลังแล้วโอบกอดเธอเอาไว้ชมดวงจันทร์ดวงกันมันต้องดีมากแน่ๆ
แอเรียลจินตนาการในหัวเสร็จสรรพแต่ว่ามันก็แค่การจินตนาการเท่านั้น
“ดึกแล้วนะไม่นอนเหรอ ลูกคงง่วงแล้วนะ อย่าพาลูกนอนดึกสิมันเสียสุขภาพ”
เขาก็ยังคงเป็นคนพูดตรงไม่เป็น และพูดเข้าประเด็นได้ย่ำแย่มาก ห่วงเมียแต่เอาลูกมาอ้าง วาเนสซ่าไม่รู้ด้วยหรอก แต่คำพูดของเขาทำให้เธอหันมามองเขาตาขวางมาก
ก่อนที่เธอจะกระแทกเสียงตอบเขามาว่า “คุณมันก็ไอ้ผู้ชายเฮงซวย ฉันคิดเอาไว้แล้วล่ะว่า บนโต๊ะอาหารคุณก็แค่พูดเพื่อเอาใจหม่ามี้และปาป๊าเท่านั้น ในหัวคุณก็มีแต่เรื่องตัวเองและลูก เห็นแก่ตัว! ฉันล่ะเกลียดคนแบบนี้ที่สุดเลย แล้วไม่ต้องมาหาเรื่องรังแกฉันนะ เพราะฉันจะฟ้องๆๆๆๆๆๆๆๆๆ”
“วาเนสซ่าเดี๋ยวก่อนอย่าพึ่งไปฉันยังพูดไม่จบเลยนะ” ไม่ทันแล้วหญิงสาวเดินกลับเข้าไปในห้องเรียบร้อยแล้ว แอเรียลอ้าปากค้างยกมือขึ้นเกาศีรษะตัวเอง
“อ่า.....เธอเหมือนกับตอนมาอยู่กับเราใหม่ๆ แล้วคูณสองเข้าไป ฮึ่ย! กลัวเหลือเกินยาหยี”
แอเรียลพูดแล้วก็ยืนลูบแขนตัวเองอยู่ในอาการขนแขนลุก จากนั้นเขาก็เข้าไปในห้องของตัวเองบ้าง แต่ก็ถอยหลังออกมามองอีกครั้งเผื่อว่าหญิงสาวห้องข้างๆ เธอจะออกมาอีก แต่ก็ไม่
แอเรียลตัดสิ้นใจและยอมรับชะตากรรมว่าเขาต้องนอนคนเดียว
ทว่า.......
ก็ไม่ได้นอนนักหรอกเมื่ออาการเดิมของเขามันสำแดงฤทธิ์เดช
“บ้าเอ๊ย!!!” สบถลั่นแล้วสาวเท้าวิ่งไปยังห้องน้ำ จากนั้นก็โก่งคออาเจียนออกมาอย่างหนักหน่วง
โอ๊กกกกกกกกกก!!!
โอ๊กกกกกกกกกก!!!
โอ๊กกกกกกกกกก!!!
หมดไส้หมัดพุงกันไปอาหารมื้อค่ำที่ทานเข้าไปจนอิ่มตอนนี้มันถูกขับออกมาทางเก่า แอเรียลทรมานกับสิ่งที่ได้รับ แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องร้ายแรงเท่าไรนัก หากหญิงสาวต้องมาอาเจียนหนักหน่วงแบบนี้ ร่างการเธอดูบอบบาง เดินจะล้มไม่ล้มแหล่ เธอคงไม่ไหวหรอก
เขาจะรับมันไว้เอง!!!
โอ๊กกกกกกกกกก!!! เมื่อเขาบอกว่าจะรับทุกอย่างเอาไว้เองแค่นั้นแหละ ร่างกายที่ไม่ใยดีต่อเจ้าของมันก็สำแดงฤทธิ์เดชเพิ่มมากกว่าเก่า มากซะจนจนร่างหนาต้องคลานออกจากห้องน้ำถึงจะได้นอนหลับพักผ่อน
“มีลูกแค่คนเดียวก็พอแล้วล่ะไม่เอาอีกแล้ว”
แอเรียลเพลียหลังจากอาเจียนเมื่อคนพอเขาได้นอนก็นอนอย่างเอาเป็นเอาตายโดยไร้คนรบกวน
วันนี้แอเรียลตื่นสายมากกว่าทุกวัน เขาลงมายังชั้นล่าง ผ่านห้องโถง เดินสำรวจห้องนั่งเล่นหลายต่อหลายห้องก็ไม่พบแม้แต่เงาของสิ่งมีชิวิตที่เรียกว่าคนในครอบครัว
“ไปไหนกันหมดนะ”
ถามตัวเองไม่ได้คำตอบ หันซ้ายหันขวาไปพบกับสาวใช้ที่กำลังขนกำลังคนและอุปกรณ์มาทำความสะอาดเข้าพอดี แอเรียลไม่รอช้าสาวเท้าเดินจ้ำอ้าวเข้าไปหา ใบหน้าของเราบึ้งตึงมากซะจนสาวใช้ไม่กล้าสู้หน้า
“ทุกคนไปไหนกันหมด” น้ำเสียงของเขาเข้มและห้วนจัดตามอารมณ์ฉุนเฉียว
“ไร่ผลไม้ค่ะ วันนี้แอปเปิ้ลออกผล เลยชวนกันออกไปแต่เช้า”
โชคดีของสาวใช้ที่มีคำตอบให้กับเรื่องนี้ ทว่าทางด้านคนฟังฟังแล้วรู้สึกความดันขึ้น ไปไร่ผลไม้แต่ไม่ชวนเขาบ้างเลย
อ่าให้ตายเถอะทำไมทอดทิ้งกันแบบนี้!!!
“แล้วทำไมไม่มีใครบอกฉัน”
“มาดามท่านบอกว่าไม่อยากรบกวนเวลาพักผ่อนของนายท่านค่ะ”
“บ้าเอ๊ย!!!”
“นายท่านจะตามไปไหมคะ”
“เหอะ... จะสิบโมงแล้วฉันตามไปพวกเขาก็กลับมาแล้วน่ะสิ ฮึ่ย! มีแต่เรื่องให้หงุดหงิด”
ร่างสูงเดินกระแทกส้นเท้าออกไป อารมณ์ฉุนเฉียวขุ่นมัวมากขึ้นเรื่อยๆ เขาเดินออกมานั่งรอที่โถง ผุดลุกผุดนั่งอยู่อย่างนั่นเป็นชั่วโมง
และแก๊งคนไปไร่ก็มาพร้อมกับถือตะกร้าแอปเปิ้ลมาคนละตะกร้า แอเรียลไม่เข้าใจมีคนรับใช้มากมายทำไมต้องถือเอง โดยเฉพาะกับคนตั้งครรภ์อย่างวาเนสซ่า แม้ครรภ์ของเธอจะอ่อนมาก แต่เขาก็เป็นห่วงเรื่องสุขภาพทั้งแม่และเด็ก
แอเรียลคิดได้ดังนั้นก็ปราดเข้าไปหา
“กำลังท้องกำลังไส้ถือของหนักทำไม”
เขาถามเชิงตำหนิจากนั้นก็แย่งเอาตะกร้าแอปเปิ้ลมาถือ มันไม่ได้หนักอะไร ในตะกร้ามีแอปเปิ้ลลูกโตอยู่เพียงห้าผลเท่านั้น แอเรียลเป็นคนโอเว่อร์เหลือเกิน
“เป็นห่วงน้องเหรอจ๊ะลูก”
“เมียทั้งคนไม่ห่วงได้ยังไงล่ะครับ คืนไม่ห่วงเดี๋ยวก็ถูกครหาอีก แล้วอีกอย่างกลัวว่าคนสามคนแถวนี้เขาจะคิดว่าผมดูแลเมียไม่ได้เลยจะเข้ามาสวมรอย”
“สามคน? พี่แอเรียลว่าคุณป้า คุณลุง และน้องรีญาทำไมครับ”
นับล้านพูดแล้วทำหน้าใสซื่อ แม้จะเข้าใจว่าแอเรียลหมายถึงเขากับน้อง แต่นับล้านเลือกเมินเฉย
“หงุดหงิดอยากลงหวาย” แอเรียลพูดจบก็กระแทกส้นเท้าเดินตึงตังเข้าไปข้างในก่อนใคร
“อาการเริ่มออกแล้วนะคะลูกชายเราเนี่ย”
“ออกเร็วก็ดีช้ากว่านี้คงเป็นม่ายเมียทิ้งแหง่”
ราฟาเอลตอบภรรยาจากนั้นก็เลื่อนตามองไปยังลูกสะใภ้ที่ยืนนิ่งมองตามหลังแอเรียลไปจนลับตา ราฟาเอลพอจะเข้าใจความรู้สึกของลูกสะใภ้ คงกำลังสับสนกับการกระทำและคำพูดของแอเรียลอยู่
รายนั้นบทจะดีก็แสนดีจนเว่อร์แต่บทจะร้ายและไร้หัวใจก็ทันได้อย่างดีไม่มีที่ติ
“คาร่าก็คิดแบบนั้นเหมือนกันค่ะที่รัก”
“นี่พี่สะใภ้ถ้าทิ้งพี่แอเรียลแล้วโทรหาผมนะ ผมจะรีเควสเพื่อนทั่วทุกสารทิศของผมมาขายขนมจีบ” นับล้านบอก นับวันยิ่งหมั่นไส้การกระทำของแอเรียลเหลือเกิน วางมาดไม่พอยังท่ามากอีก
หากเป็นพวกเขามีสาวสวยรวยเสน่ห์อยู่ใกล้ตัวแบบนี้นะประกาศสละโสดแล้วบอกโลกว่าจะยอมตายคาอกเมียคนนี้คนเดียวไปนานแล้วล่ะ ไม่ทำตัวเยอะแบบนี้หรอก นับล้านคิดแล้วก็อยากถอดบทเรียนให้พี่ชายซะเหลือเกิน หากแอเรียลไม่ใช่หลานคนโปรดของกราเซียโน่บิดาสุดหล่อของพวกเขานะ ฮึ่ย!!!!!
“อ...เอ่อ......”
“นับล้านถามอะไรหนูวาเนสซ่าแบบนั้นล่ะจ๊ะ น่าตีจริงเชียวสถานการณ์แบบนี้ใครจะตอบได้จ๊ะ”
“หวงลูกสะใภ้ก็บอกมาเถอะครับมาดามคาร่าคนสวย” นับล้านบอกอย่างรู้ทัน ครองขวัญยิ้มรับแล้วตอบตามความจริง
“แน่นอนจ๊ะ หนูวาเนสซ่าสวยและนิสัยเข้ากันดีกับป้าและครอบครัวของป้าแบบนี้ไม่พลาดจ๊ะ แน่นอนว่าป้าต้องหวงแหนเก็บไว้ให้แอเรียล”
“เข้าไปข้างในกันดีกว่านะอากาศข้างนอกอากาศไม่ค่อยดีเท่าไหร่” ราฟาเอลสังเกตว่าลูกสะใภ้ของตนกำลังหน้าซีดเข้าไปทุกที เลยหยิบยกเรื่องสภาพอากาศมาพูด
“จริงสิ ไปกันจ๊ะเข้าไปในบ้านกันดีกว่า”
ครองขวัญส่งตะกร้าให้สามีเป็นคนถือจากนั้นเธอก็ควงแขนลูกสะใภ้คนโปรดของเธอเข้าไปข้างในตามด้วยสามแฝด ทิ้งท้ายด้วยราฟาเอลและรีญาผู้เป็นลูกสาว
“ปาป๊าคะ”
“ครับ”
“ยังไงปาป๊าก็เคยโดนทิ้งและเป็นฝ่ายตามง้อ ปาป๊าต้องช่วยให้พี่แอเรียลสมหวังนะคะ รีญาเห็นแล้วสงสารค่ะ”
“ปาป๊าจะไปคุยให้นะครับ”
“ขอบคุณนะคะปาป๊าน่ารักที่สุดเลย”
มารีญาถึงกับร้องขอให้พี่ชาย ต้องมีคนช่วยชี้แนะและดึงสติมากกว่านี้ แอเรียลเป็นพี่ชายของมารีญา เธอรักและเคารพพี่ชายของเธอมาก แม้แอเรียลจะเป็นพี่ชายที่ขี้หวงน้องสาวจนโอเว่อร์แต่นั่นก็เพราะแอเรียลรักเธอมากจึงอยากมอบสิ่งทีดีและมอบความปลอดภัยให้แก่เธอ
มารีญาอยากตอบแทนความดีของพี่ชายเล็กๆ น้อยๆ ก็ยังดี และมารีญาก็ถูกชะตากับพี่สะใภ้คนนี้ แม้จะไม่ได้พูดคุยกันบ่อยนักแต่ความเจียมเนื้อเจียมตัวของวาเนสซ่าและความดีสามารถชนะใจของมารีญาได้ ผู้หญิงคนอื่นของแอเรียลล้วนมีนิสัยแย่ชอบวางตัวข่มคนอื่น มารีญาไม่ชอบเลย
เพราะมารีญาขอร้องราฟาเอลจึงขึ้นมาพบลูกชายที่ห้องทำงาน แอเรียลขังตัวเองอยู่ในห้องนี้นานนับสามชั่วโมง ไม่รับเอาของว่างใดๆ ทั้งสิ้นแม้แต่น้ำก็ไม่ดื่ม ราฟาเอลมองหน้าลูกชาย แอเรียลก็ทำทีมองนั่นนี่ไปทั่วห้อง เขาเคลียร์งานเสร็จแล้วเลยไม่รู้จะทำอะไร
“เป็นไงล่ะเรา”
“ผมเหรอครับ”
“จะใครอีกล่ะในห้องนี้มีแค่ลูกกับปาป๊าสองคน”
“ผมก็กำลังตกที่นั่งลำบากมีแต่คนเมินผมทั้งนั้นโดยเฉพาะเมียตัวเอง” แอเรียลจงใจเน้น ราฟาเอลยิ้มนั่นทำให้แอเรียลเลิกคิ้วแล้วถาม “ปาป๊ายิ้มอะไรครับ”
“ยิ้มขำเรานั่นแหละ ปาป๊ามาเพื่อดึงสติเรานะแอเรียล รัก ชอบ ห่วงใย ต่อหน้าคนอื่นพูดได้แต่ต่อหน้าคนที่เรารู้สึกด้วยอย่าไปกลัว ศักดิ์ศรีหรือทิฐิมันกินไม่ได้หรอกนะ หากไม่อยากทรมานก็ปฏิบัติกับหนูวาเนสซ่าดีๆ คนท้องช่วงนี้อารมณ์จะอ่อนไหว นิดๆ หน่อยๆ ก็เก็บเอามาคิดมากและมันอาจทำให้เป็นปัญหาระยะยาว”
“ผมก็พยายามเข้าหาเธอแต่เธอไม่ยอมให้ผมเข้าหาเลย”
“ด้านได้อายอด”
ราฟาเอลก็เป็นแบบนั้นเมื่อก่อน ต้องบอกตัวเองให้หน้าด้านเข้าไว้จากนั้นก็ทำตัวตื้อสุดเหวี่ยง หยอดหวานได้หยอดอย่าให้ขาด มีเวลาได้หื่นก็เอาให้เต็มที่ คำว่ารักราฟาเอลคิดว่าคือสิ่งสุดท้าย ผู้หญิงบางคนไม่เหมือนกัน บางคนยึดติดคำพูดแต่บางคนยึดติดการกระทำ
“ผมก็ด้านสุดเท่าที่เคยด้านแล้วนะครับ”
“ยังหรอกแอเรียล ลูกสามารถได้ได้มากกว่านี้”
“ด้านแล้วยังไงล่ะครับเธอก็ไล่ตะเพิดผมอยู่ดี”
“จะโดนอะไรก็โดนไปเถอะ มันก็ดีกว่าต้องเสียเธอไปไม่ใช่เหรอ ลูกผู้ชายน่ะต้องหนักแน่นนะ ดูปาป๊าเป็นตัวอย่าง รักเมียก็บอกก็ปฏิบัติให้เห็น แม้แต่กลัวเกรงเมียปาป๊าก็ยอมรับซึ่งๆ หน้า”
“ภูมิใจไหมครับ”
“แน่นอนสิ ปาป๊าน่ะใช้อำนาจกับคนอื่นมาเยอะแล้วและมันก็น่าเบื่อ เลยอยากโดยเมียใช้อำนาจบ้าง มันไม่ได้เลวร้ายหรอกนะแอเรียล อย่างที่บอกมันดีกว่าต้องเสียเธอไป และหากลูกเกิดมาถามหาแม่แท้ๆ ถามว่าเขาเกิดจากความรักหรือเปล่า หากไม่....แน่นอนว่าเด็กต้องมีปมติดใจ แอเรียลคงจำไม่ได้ในวันที่แอเรียลถามปาป๊าว่าทำไมไม่รักแอเรียลมันเป็นวันที่ปาป๊าเจ็บปวดหัวใจมากที่สุดๆ ปาป๊ารู้เลยว่าตัวเองพลาดมากและต้องทำทุกวิถีทางเพื่อเอาแอเรียลและเมียกลับมา มันไม่ยากหรอกนะ แต่ถ้าปล่อยนานกว่านี้อาจจะยากก็ได้ ผู้หญิงไม่เหมือนกันทุกคนหรอกนะ เอาล่ะ.....ปาป๊าพูดเสร็จแล้วต้องขอตัวก่อน ปาป๊าไม่รู้ว่าจะแนะนำวิธีการง้อดีๆ ยังไง แต่ถ้าแอเรียลพูดความจริงทุกอย่างมันจะดีขึ้นเอง”
ร่างสูงของราฟาเอลเดินออกไปจากห้องแล้วททำให้แอเรียลสัมผัสได้ถึงความเงียบสงบ เขารู้ว่าตัวเองรู้สึกพิเศษกับวาเนสซ่าเข้าให้แล้ว แต่เขายังไม่กล้า กลัวว่าจะเสียหน้า เนื่องจากข่มขู่เธอเอาไว้เยอะ ไหนจะการกระทำไม่ให้เกียรติเธออีก แอเรียลพยายามนั่งรวบรวมความกล้า
จากนั้นเขาก็โทรสั่งอาหารกับเชฟมาทานเพื่อเอาแรง จากนั้นก็เริ่มลงมือกระทำการบางอย่าง ยังไงคืนนี้ก็ต้องพาตัวเองไปนอนในห้องของวาเนสซ่าให้ได้ เขาไม่อยากนอนเดียวดาย เมื่อเธอหนีเขาจะเดินเข้าไปเอง
“หึ.....เดี๋ยวรู้เรื่อง!” เขาเปิดและปิดประตูห้องนอนของเธอแผ่วเบา ข้าวปลาอาหารกินเสร็จแล้วจากนั้นก็รอเวลาให้เธอเข้าห้องนอน แล้วปิดประตูเล่นผีผ้าห่ม
หึ.....หึ....หึ...
เพียงแค่คิดหัวใจมันก็กระชุ่มกระชวยแอเรียลเคลื่อนไหวตัวอย่างมีพลังเขาดักรอเธอนานนับห้าชั่วโมงโดยไม่ทุกข์ร้อน เสียงเปิดประตูและปิดประตูดังขึ้น แอเรียลย่องเบาหลบซ่อนตัวในห้องน้ำ
และนั่นก็ทำให้เขาได้เห็นฉากเด็ดดวง
วาเนสซ่าเตรียมพร้อมสำหรับการอาบน้ำ เธอคิดว่าเธออยู่คนเดียวเลยเปลือยเปล่าเดินเข้ามาในห้องน้ำ คนถ้ำมองก็จ้องจนตาถลน พยายามกลืนน้ำลายให้เบามากที่สุดทว่ามันยากเหลือเกิน
เอือก!!!
หญิงสาวหันขวับไปมองอย่างไว เธอเบิกตากว้างจากนั้นก็ได้สติเอามือปิดอกปิดเนินสวาทของตน พยายามกวาดตามองหาผ้าขนหนูหรือเสื้อคลุมที่พอจะใช้ปกปิดร่างกายจากคนบ้ากามได้
ทว่ามันอยู่ไกลและแอเรียลก็เร็วมากเขาเข้ามาประชิดเธอโอบกอดไว้แน่น เลื่อนใบหน้าเข้าใกล้จนสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากลมหายใจ กลิ่นกายของเขาหอมสะอาด หญิงสาวพยายายใช้มือดันออกกว้างเพื่อจะพาตัวเองหนีจากอ้อมกอดแต่ก็ไม่สำเร็จ
“ปิดไม่มิดก็ยังจะปิด”
“คะ.....คุณ.....คุณมาได้ยังไง” เธอไม่อยากคุยเรื่องร่างกายของเธอจึงถามไปว่าเขาเข้ามาที่นี่ทำไม และคำตอบของเขามันก็ช่างยียวนกวนประสาทซะเหลือเกิน
“เข้ามาทางไหนไม่สำคัญ เพราะเรื่องสำคัญคือวันนี้ฉันจะนอนที่นี่กับเธอและลูก”
“ไม่!ฉันไม่อยากนอนกับคนเห็นแก่ตัวอย่างคุณ” เธอขึ้นเสียงดังใส่เขาปฏิเสธอย่างกล้าหาญขัดขืนตัวมากกว่าเดิม
ฝันไปเถอะว่าเขาจะปล่อยหรือถ้าปล่อยก็มีแต่ปล่อยน้ำเชื้อเข้าไปในกายเธอนั่นแหละที่เขาจะทำให้
“นี่ปล่อยฉันนะได้ยินไหมว่าฉันจะไม่นอนกับคุณที่เป็นคนเห็นแก่ตัวมากกว่าใครเขา”
“ถ้าเธออยากให้ฉันเห็นแก่เราเธอต้องให้ฉันนอนด้วยวาเนสซ่า”
“พูดบ้าอะไรของคุณ”
“ที่พูดไปมันก็เรื่องของเราไม่ช่เรื่องบ้าที่ไหน”
“ชักจะกวนประสาทไปแล้วนะ”
“เธอเองก็ชักจะขี้โมโหเกินไปแล้วนะ แบบนี้พ่อจะจูบสั่งสอนซะให้เข็ด” ว่าแล้วก็ประกบริมฝีปากแนบสนิทลงไปบนกลีบปากนุ่มทันที เขามีโอกาสแล้วขอข้ามขั้นตอนเป็นหื่นก่อนแล้วกัน จากนั้นเขาจะดูแลเธอกับลูกให้ดีที่สุด ถ้าหากไม่โดนค้อนฟาดหัวแบะตายไปก่อนน่ะนะ
