บทที่ 6 บทลงโทษแสนวาบหวิว
สัดส่วนของเขาเป็นสัดส่วนที่แสนอันตราย วาเนสซ่ารู้สึกไม่ปลอดภัยที่จะรับมันมาครอบครองไว้ในปาก ขนาดที่ตรงนั้นยังคุมขังมันยากลำบาก และมันก็ดื้อมากๆ เลยด้วย หากเอามาไว้ในปากของเธอ วาเนสซ่าคิดภาพไม่ออกว่าเธอจะจัดการกับสัดส่วนอันตรายของเขายังไง
“ฉันไม่....ทำไม่ได้....น่ากลัว”
“ชอบให้ยัดเยียดสินะ”
อึก!!! ไม่ทันที่เธอจะได้พูดอะไร มือหนาบีบแก้มเธออย่างแรง ทำให้ริมฝีปากของเธอเผยอจากนั้นก็กระทุ้งขีปนาวุธของตนเข้าใส่โพรงปากนุ่ม แน่นไปหมดและโคตรรู้สึกดี ยิ่งตอนก้มลงมองสีหน้าของเธอที่ตื่นตระหนกตกใจ เนื้อตัวของเธอก็สั่นระริกเหมือนลูกนกเปียกฝน
เธอน่ารักแต่เขามองแล้วมีอารมณ์!
“กรอดดดดดดดด” แอเรียลแช่นิ่งอยู่ครู่เดียว เขาคุกเขาจัดท่าให้ดีเพื่อความปลอดภัยว่าเขาจะไม่นั่งทับปากของเธอ
“อ้าปากกว้างๆ สิวาเนสซ่า” เขาสั่งน้ำเสียงแหบพร่าฟังดูเซ็กซี่
หญิงสาวพยายามอย่างยากลำบากที่จะอ้าปากให้กว้างกว่าเดิม เขาคิดว่าขีปนาวุธของเขามันเล็กมากนักหรือไง ตอนนี้เธออ้าปากจนปากของเธอจะฉีกอยู่แล้ว จะพูดก็พูดไม่ได้ แอเรียลไม่ยินยอม เขากักขังเสียงของเธอเอาไว้
“อย่าดื้อสิวาเนสซ่า ไม่เชื่อฟังคำสั่งฉันแบบนี้ ไม่กลัวเหรอ”
คนบ้า!!! หญิงสาวทำได้แค่ร้องตะโกนในใจต่อว่าเขาเท่านั้น
“คงด่าฉันในใจสินะ” แต่เขาก็ดันอ่านใจเธอออก หญิงสาวหน้าแดงอับอายมาก ทำไมเขาต้องเก่งต้องฉลาดต้องมองออกว่าเธอคิดอะไรอยู่
“คงต้องโดนจัดหนักๆ”
“อื้ออออออ” เธอส่งเสียงครางประท้วงในลำคอเท่าที่จะทำได้ และเธอก็ได้การตอบกลับจากแอเรียลเป็นรอยยิ้มมุมปากที่แสนเจ้าเล่ห์
แอเรียลไม่พูดเยอะ ขยับสะโพกส่งแกนกายเข้าออกในโพรงปากนุ่มนิ่ม เธออุ่นร้อน กักขังเขาเอาไว้จนเกือบหมด ปลายหัวบากเบ่งบาน ยามที่เขาขยับเข้ามันชนกับคอหอยของเธอ ชายหนุ่มกระสันเสียว เนื้อตัวสั่นเทิ้ม แต่มันจะรู้สึกเสียวและดีกว่านี้หากเธอร่วมแรงกายใจปรนเปรอเขาไปด้วย
“ดูดมันวาเนสซ่า” น้ำเสียงของเขาเข้มใช้ออกคำสั่งกับเธอ ดวงตาก็เขม่นมองอย่างเอาเรื่อง วาเนสซ่าค่อยๆ ขยับริมฝีปาก เธอดูดสัดส่วนอันตรายจนแก้มตอบ
“ซี๊ดดดด!!!” แอเรียลถึงกับครางซี๊ด มันสุดยอดมาก ยามที่เธอดูดมันเหมือนกับมีกระแสไฟฟ้าประจุอยู่ตรงแกนกายใหญ่ จากนั้นก็ร้อนวูบวาบ
เธอเห็นปฏิกิริยาของเขาที่จะว่าสุขก็ไม่ใช่ทรมานก็ไม่เชิง วาเนสซ่าจึงดูดอีกครั้งและอีกครั้ง แอเรียลซอยสะโพกเข้าออก ส่งดันแกนกายในปากของเธอ แล้วมีเธอช่วยดูและผงกศีรษะขึ้นลงไปมา
ทำไปทำมามันก็เป็นไปตามสัญชาตญาณวาเนสซ่าสามารถมอบความสุขให้กับแอเรียลได้ในขณะเดียวกันเธอก็สามารถมอบความทรมานให้เขาได้เหมือนกัน
“โอ้ว......”
มวลน้ำสีขาวขุ่นมากมายแตกทะลักเข้าไปในปากของเธอ จนล้นออกมามุมปาก แอเรียลแช่ตัวนิ่ง หญิงสาวเริ่มไอเมื่อเกิดอาการสำหลักน้ำ และนั่นมันก็ทำให้คอหอยของเธอเปิดกว้าง รับเอามวลน้ำของเขากลืนลงลำคอ
แอเรียลพึงพอใจจากนั้นก็ถอนตัวตนออก เลื่อนกายลงไปนั่งคร่อมร่างบางกลางลำตัวโดยไม่ทิ้งน้ำหนักลง หญิงสาวมองเขาตาปรือๆ แอเรียลยิ้มมุมปาก แล้วจับขาเรียวสองข้างมากระชับเข้าเอวหนา จากนั้นก็ดันตัวตนเข้าไปข้างในโพรงนุ่มจนสุดปลายทาง
“อื้อออ” เธอครางตัวสั่นระริก ร่องสวาทขมิบถี่ตอดรัดความแข็งแกร่งทรงพลัง แอเรียลชอบซะยิ่งกว่าชอบที่เขาได้เข้าไปเริงร่าในโพรงนุ่ม
ชายหนุ่มหมุนควงสะโพกช้าๆ หยอกล้อเล่นกับเธอ ทำให้เธอหายใจติดขัด ร้องครางอื้ออาและไขว้คว้าร่างหนามาโอบกอด จากนั้นแอเรียลก็จู่โจมเข้าหารวดเร็ว จนร่างบางไถลขึ้นไปสูงศีรษะเกือบชนกับหัวเตียง
เขามันคนบ้าพลัง!!!
“ชอบใช่ไหม” เสียงทุ้มห้าวกระซิบถาม
หญิงสาวอยากร้องตะโกนออกไปว่าไม่ชอบเลยสักนิดเดียว แต่ก็ทำไม่ได้ และร่างกายของเธอมันก็ดันไม่ให้ความร่วมมือด้วย หากพูดไปแอเรียลก็จะตอกกลับเธอมาว่า ‘ยัยผู้หญิงปากไม่ตรงกับใจ’
เธอแอ่นหยัดให้เขาลืมสิ้นความอายและมันก็สร้างความอับอายขายหน้าให้ตัวเอง
ใบหน้าของเธออยู่ที่เดิมและเริ่มขึ้นแดงระเรื่อ
“ไม่ตอบแสดงว่าชอบ”
“เปล่าค่ะ”
“เปล่าแต่ก็หน้าแดงเธออ่ะชอบ อยากให้ฉันปรนเปรอให้แรงๆ เร้าร้อน ฉันรู้”
รู้บ้าอะไรล่ะ!!!!
วาเนสซ่าอยากจะบ้าตาย เขามันผู้ชายเอาแต่ใจทั้งยังชอบพูดเองเออเองมากๆ เลยด้วย วาเนสซ่าหันหน้าหนีตัดบทสนทนาขากแอเรียล ซึ่งชายหนุ่มก็ไม่ได้ว่าอะไรเธอ เพราะเขาจะเหมารวมในบทลงโทษวาบหวิวให้เพิ่มพูนมากยิ่งขึ้นไปอีก
ตั๊บ!!!!
“อ๊า!!!!! แรงไปแล้วนะคะ” หญิงสาวจำต้องหันหน้ากลับมาเผชิญหน้ากับเขาอีกครั้ง เธอเห็นว่าแอเรียลกระตุกยิ้มปีศาจและยักคิ้วส่งให้เธอ
คนกวนประสาท!!!!
ตั๊บ!!!!!
และอีกครั้งที่สะโพกหนาออกแรงกระแทกส่งแกนกายเข้ามาในร่องสวาทสาว วาเนสซ่าทำอะไรไม่ได้ เธอยินยอมเขา และใช้นิ้วมือทั้งสิบที่มีเล็บยาวจิกและข่วนแผ่นหลังและหน้าอกกว้างจนเป็นรอย และมีเลือดซึม
แน่นอนว่าแอเรียลไม่ต่อว่าแต่เขาเหมารวมกับบทลงโทษ!!!!
เธอแพ้เขาอยู่ร่ำไป
ไม่มีใครกล้าเคาะบานประตูห้องนอนในเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวลำใหญ่แม้ว่าตอนนี้เครื่องจะลงจอดแล้ว นั่นจึงทำให้บอดี้การ์ดมากจำนวนพากันมายืนนอกตัวเครื่องเรียงแถวยาวหน้ากระดาน เวลาผ่านไปกว่าสองชั่วโมงแต่ก็ไม่มีปอดี้การ์ดคนไหนบ่น แม้แต่บ่นในใจก็ไม่มี
และการรอคอยก็ไม่สิ้นเปล่าเมื่อร่างกำยำของผู้เป็นนายปรากฏตัว ในวงแขนมีร่างบางเจ้าของใบหน้าแสนงดงามอยู่ แอเรียลหน้านิ่ง เขาเดินตรงไปยังรถที่จอดรอ ผลขับรถเปิดและปิดประตูให้ทำหน้าที่รวดเร็วและดีเยี่ยม วิ่งอ้อมมานั่งประจำที่และรถยนต์ลีมูซีนคันหรูก็แล่นออกจากสนามบิน พร้อมกับขวบรถบอดี้การ์ดมากกว่ายี่สิบคันขับตามไม่ห่าง
ชีวิตของแอเรียลดูเว่อร์วังไม่ใช่เรื่องแปลกนั่นเพราะเขาเป็นมหาเศรษฐีนอกจากรวยทรัพย์ก็ยังมีอันตรายรอบกาย ดังนั้นเวลาจะออกไปไหนแต่ละที ก็ต้องขนขบวนบอดี้การ์ดไป ทว่าก็มีบ้างบางครั้งที่เขาใช้ชีวิตอย่างคนปกติโดยการออกไปเที่ยวคนเดียวแบบลับๆ ในสถานที่ธรรมชาติมีความเป็นส่วนตัว
“อื้อออออออ”
แอเรียลปล่อยให้หญิงสาวนอนอย่างสบายโดยสละตักตัวเองให้เธอหนุนนอนพร้อมทั้งเสื้อสูทเพื่อคลุมกายสาวไม่ให้หนาว หญิงสาวครางอืออาในขณะที่แอเรียลกำลังจัดท่านอนสบายๆ ให้เธอ ชายหนุ่มก้มหน้ามองเจ้าของดวงหน้างดงาม มองนานไปหน่อยจนทำให้เผลอเลื่อนใบหน้าชิดมากยิ้มขึ้นแล้วประทับริมฝีปากจุมพิตแก้มนุ่ม
ฝ่ามือหนาลูบศีรษะบอบบางเบาๆ กล่อมเธอให้หลับสบาย
“เป็นนางบำเรอมันสบายมากขนาดนี้เลยเหรอวะ?”
คำถามนั้นมีคำตอบมันก็ชัดเจนอยู่แล้ว เขามอบความอ่อนโยนและมอบความสบายให้เธอ ราวกับว่าเขากำลังเอาอกเอาใจเธอซะขนาดนี้ แอเรียลทำไปอย่างรู้ตัวเองดี เขามีสติ และรู้ดีว่ามันผิดต่ออุดมการณ์ของเขาอย่างมาก
“ถ้าเธอพยศใส่ฉันอีกฉันจะโหดและโฉดกับเธอนะยัยขี้เซ้า” เขาทำเสียงเข้มบอก หญิงสาวไม่รู้เนื้อรู้ตัวเมื่อเธออยู่ในห้วงแห่งนิทรา
รถยนต์คันหรูมุ่งหน้ากลับคฤหาสน์ส่วนตัวหลังใหญ่โต แอเรียลต้องการให้วาเนสซ่าพักที่นั่น เพราะชีวิตประจำวันของเขาก็อยู่ที่นั่น แอเรียลมีที่พักในลาสเวกัสเยอะ แต่เขาไม่ใช้บริการบ่อยนัก ต้องการความเงียบสงบอย่างแท้จริง ห่างไกลจากตัวเมือง
ใช้เวลาไม่นานก็มาถึงที่หมาย
ชายหนุ่มมองคนที่ยังหลับไม่ตื่น เธอคงจะสบายมากสินะ เขาชักอิจฉาซะแล้วซิ นั่นจึงทำให้เขาต้องปลุกให้คนขี้เซ้าตื่นจากนิทรา “วาเนสซ่าเธอจะนอนขี้เซ้าไปถึงไหน อย่าให้ต้องโหดตื่นขึ้นมาเดี๋ยวนี้นะ”
ทำเป็นเข้มไปได้แอเรียล!
เธอไม่เกรงกลัวและยังหลับอย่างสบาย แอเรียลหายใจฮึดฮัดแสดงความไม่พอใจ เห็นที่ต้องใช้กำลังแล้วล่ะ แอเรียลใช้กำลังโดยการเอานิ้วสะกิดต้นแขนเรียว เธอตื่นไหม? คำตอบก็คือไม่ตื่นแถมเธอยังเอามือเธอมาปัดมือเขาอีกด้วยอย่างแรง พร้อมทำเสียงครางฮื้อประท้วงเขาที่ไปรบกวนเวลานอนอันแสนสุขนั่น
“ให้มันได้แบบนี้สิ ตื่นเมื่อไรพ่อจะทบทั้งต้นทั้งดอก โทษฐานที่เธอใช้แรงงานฉันที่เป็นเจ้าของชีวิตของเธอยัยนางบำเรอ”
ขวับ!!!!
แอเรียลตัดสินใจอุ้มร่างบางอีกครั้ง นับว่าโชคดีที่สาวใช้และบอดี้การ์ดยืนก้มหน้า นั่นจึงทำให้แอเรียลไม่เสียหน้ามากนัก ทุกคนรู้ดีว่าหญิงสาวอยู่ในสถานะใด ถึงแอเรียลจะไม่สนใจฟังเสียนกเสียงกา แต่เขาก็มีความตะขิดตะขวงใจ หากลูกน้องในปกครองเห็นพฤติกรรมย้อมแย้งคำพูดตัวเองของเขา
เขาพาเธอมาส่งถึงเตียงนอน
“เอาว่ะเหนื่อยเมื่อยและเพลียนอนมันที่นี่เลยก็แล้วกัน”
แอเรียลบอกตัวเอง จากนั้นเขาก็ปล้นถอดชุดนอนออกจากร่างบางอีกครั้ง เธอเปลือยเปล่าสมใจเขา แอเรียลลืมตัวใจดีเช็ดตัวให้เธอ จากนั้นเขาก็เข้าห้องน้ำไปจัดการตัวเอง เมื่อเสร็จธุระก็ออกมาล้มตัวนอนบนเตียงนอนที่มีร่างบางนอนรออยู่
“เธอยังไงฉันก็เสียสละเพื่อทำโทษและคิดดอกกับเธอ หึ” เป็นข้ออ้างชัดๆ แต่แอเรียลไม่รู้ตัวเนื่องจากเขาหลอกตัวเอง ด้วยข้ออ้างดังกล่าว
ชายหนุ่มสละแขนล่ำๆ ให้หญิงสาวนอนหนุนแทนหมอน ทั้งๆ ที่บนเตียงก็มีหมอนแต่เขาก็เอามาหนุนคนเดียวหมดเพื่อจะทำให้เธอไม่มีหมอนแล้วใช้แขนของเขาหนุนแทน
ที่ทำไปเนี่ยเขาเหนื่อยนะไม่ใช่ไม่เหนื่อย
เมื่อยก็เมื่อยแต่เพื่อผลตอบแทนที่คุ้มค่าแอเรียลยอม!
และกลางดึกของวันนั้นนั่นเองที่เขาลืมตาตื่นเพราะหญิงสาวขยับเนื้อตัว แอเรียลตื่นอย่างไว ดวงตาไม่มีความง่วง เหมือนว่าเขารอจังหวะนี้มานานแล้ว
“จ๊วบ!!!” ร่างหนาพลิกตัวขึ้นคร่อมร่างบางแล้วประกบริมฝีปากมอบจูบให้แก่เธอ หญิงสาวเบิกตากว้างในความมืด เนื้อตัวสั่นด้วยความตกใจและหวาดกลัว
“อื้ออออออออ”
“ฉันบริการเธอไปเยอะแล้วเธอก็ต้องตอบแทนฉัน และเธอก็มีโทษข้อหาใช้แรงงานผู้เป็นเจ้าของชีวิตเกินความจำเป็น”
บ้าจริง!!!
นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันหญิงสาวไม่ได้ขอให้เขาทำให้สักหน่อย ทว่าเธอแรงน้อย ข้าวปลาไม่ได้กิน เธอก็สู้คนแรงมากไม่ได้ หญิงสาวขัดขืนนิดหน่อยตามแรงที่หลงเหลืออยู่น้อยนิด จ
จากนั้นเธอก็ยินยอมให้เขาตักตวงเอาความหอมหวานจากเรือนร่าง
เป็นครั้งแรกเลยล่ะมั้งที่แอเรียลกระอักกระอวนใจต่อการต้อนรับมารดา
“หม่ามี้”
น้ำเสียงที่เปล่งออกมาน้ำหนักเบามากไร้ความแช่มชื่น ในใจของชายหนุ่มมีหนึ่งคำข้างในตะโกนก้อง ‘ซวย!’ มารดาของเขาน่ารักและเจ้าเล่ห์มาก อีกทั้งยังมีอำนาจมืดที่สามารถสยบเขากับบิดาได้อย่างง่ายดาย หากจะบอกว่าแอเรียลกลัวมารดาก็คงไม่ผิด
“จ๊ะลูกรักหม่ามี้เอง” ครองขวัญเดินไปหาลูกสาวแล้วสมกอดอย่างรักใคร่
“ทำไมมาไม่บอกผมล่ะครับผมจะได้ส่งรถไปรับ”
“ลูกอยากให้หม่ามี้มาเยี่ยมลูกบ่อยๆ ใช่ไหมจ๊ะ”
“ครับ.....หม่ามี้เป็นหม่ามี้ของผม ผมก็อยากให้หม่ามี้มาหาผมบ้าง เอ่อว่าแต่.....” แอเรียลเพิ่งสังเกตเห็นว่ามารดาของเขาไม่ได้มาตัวเปล่า แต่ยังขนกระเป๋าเดินทางใบโตมาอีกด้วย
ครองขวัญหันไปตามสายตาของลูกชายแล้วเธอก็ปรับเปลี่ยนสีหน้าแววตาอย่างกะทันหัน เมื่อครู่ยิ้มตอนนี้ดึงตัวเองเข้าโหมดเศร้า แอเรียลมองมารดาอย่างงงๆ เกิดอะไรขึ้นอย่างนั้นเหรอ
“หม่ามี้ทะเลาะกับปาป๊าน่ะสิก็เลยหอบผ้าหอบผ่อนมาที่นี่ หม่ามี้อยากจะขอมาพักอ้างแรมที่คฤหาสน์ของลูกชั่วคราวจะได้หรือเปล่าจ๊ะ”
“อะ....เอ่อ...”
หากเป็นเมื่อก่อนแอเรียลคงตอบทันทีว่าได้ แต่ตอนนี้เขากลับตอบเลยไม่ได้ แอเรียลอ้ำอึ้งในหัวใช้ความคิด แหง่ล่ะ! เขาไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวแต่ยังมีนางบำเรอสุดสวยอยู่ด้วย
แอเรียลทราบว่ามารดาของเขาติดต่อกับเจ้าแฝดคงรู้เรื่องของวาเนสซ่าไม่มากก็น้อย ครองขวัญมีสิ่งที่เกลียดอย่างหนึ่งก็คือการไม่ให้เกียรติผู้หญิงหากเป็นคู่นอนก็ยังพอรับได้ เพราะมีข้อตกลงทำร่วมกัน แต่นางบำเรอที่พ่วงด้วยลูกสาวของลูกหนี้ ครองขวัญคงไม่ชอบแน่
นั่นอาจจะทำให้แอเรียลโดนบิดหูจนขาดเลยก็เป็นได้
น่ากลัว!!!!
“หม่ามี้จะพักที่นี่เหรอครับ”
“ไม่ได้เหรอจ๊ะ”
“ได้สิครับ.....ได้...... ที่นี่ยินดีต้อนรับหม่ามี้เสมอ”
“อุ้ยตายจริง! นั่นใครทำไมน่ารัก หม่ามี้ขอเข้าไปดูใกล้ๆ และทำความรู้จักได้ไหม”
ครองขวัญไม่ได้สนใจคำพูดของลูกชาย เธอตัดออกจากสารระบบชั่วความ เมื่อสายตาปะทะเข้ากับเรือนร่างอ้อนแอ้น ผู้เป็นเจ้าของดวงหน้างดงามเลอโฉม ครองขวัญพอจะเดาออกว่าหญิงสาวเป็นใคร แต่เธอก็ทำเป็นเหมือนว่าเธอไม่รู้อะไรเลย
ทว่าแอเรียลรู้ดีถึงพฤติกรรมของมารดา แต่จะทำยังไงได้ เขาแสดงอาการออกมากไม่ได้ หากห้ามปรามมารดาก็จะต้องถามรายละเอียดลงลึกอย่างแน่นอน และเขาจะเดือดร้อน
“เชิญครับ”
แอเรียลจำใจตอบ ร่างบางของครองขวัญจึงรีบเดินเร็วเข้าไปหาวาเนสซ่า แล้วก็พูดคุยทักทายกันสองคน แอเรียลเห็นว่ามารดาของเขานั่นยิ้มและหัวเราะมีความสุขเมื่อได้คุยกับเธอ คงสนุกมากสินะ และวาเนสซ่าเธอก็ดูผ่อนคลายเมื่อคุยกับมารดาของเขา
สองมาตรฐาน!!!!......แอเรียลค้อนคอดหญิงสาวในใจ
“แอเรียลลูกรัก”
“ครับหม่ามี้”
ชายหนุ่มขานรักเสียงทุ้มอ่อนโยน ตามองมารดาที่เดินจูงมือนางบำเรอของเขาให้เดินเข้ามาหา แอเรียลไม่สามารถแสดงความขุ่นเคืองใจได้เลย และเขาก็ได้แต่คาดโทษหญิงสาวเพียงในใจ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าอีกนานแค่ไหนที่เขาจะได้ลงโทษเธอ เพราะมารดาของเขาดูท่าว่าอยากจะอยู่ยาวซะแล้วซิ
“หม่ามี้คุยถูกคอกับหนูวาเนสซ่ามาก”
“ครับ”
“หม่ามี้จะพักที่นี่และนอนห้องเดียวกับหนูวาเนสซ่านะลูกรัก”
“แต่ว่า.......”
“ทำไมเหรอแอเรียลมีปัญหากับหม่ามี้ ทำไมกัน? อย่าทำเหมือนปาป๊าสิจ๊ะ” ครองขวัญพูดเสียงอ่อนแล้วแสร้งบีบน้ำตา แอเรียลชนะคนทุกคน แต่กับมารดาของเขาบอกเลยว่าเขาพ่ายแพ้ให้ตลอด
“ได้ครับ ได้ ผมยังไงก็ได้หม่ามี้อยากนอนกับวาเนสซ่าเชิญตามสบายเลยครับ”
“แอเรียลของหม่ามี้น่ารักที่สุด”
ครองขวัญกลับมาสดใสอีกครั้ง แล้วเธอก็ขยับมาใกล้ลูกชาย สองมือนุ่มกอบกุมใบหน้าหล่อเหลาเอาไว้แล้วเขย่งปลายเท้าขึ้นหอมแก้มซ้ายขวาให้รางวัลจากนั้นก็โอบกอด นั่นจึงทำให้แอเรียลได้มีโอกาสมองหญิงสาวอย่างชัดๆ ลับหลังมารดาของเขา แอเรียลคาดโทษเธอทางสายตาอย่างชัดเจน จนหญิงสาวต้องรีบก้มหน้าหลุบตามองปลายเท้าตัวเอง
“ขอบคุณที่ทำให้หม่ามี้รู้สึกดีนะแอเรียล วันนี้เป็นวันที่หม่ามี้มีความสุขที่สุดอีกหนึ่งวัน”
“ผมเองก็เช่นกันครับ”
“แต่ลูกจะสุขกว่านี้หากแต่งงานแล้วมีหลานให้หม่ามี้อุ้มนะ จริงสิ! แล้วนี่จะหมั้นจะแต่งกันเมื่อไหร่จ๊ะ” ครองขวัญผละออกจากอ้อมกอดของลูกชาย เธอเงยหน้ามองลูกชายด้วยตาเป็นประกาย
“อะ....เอ่อ....ผมกับเธอเราเป็น.....”
“หม่ามี้รู้ว่าลูกทั้งสองกำลังคบกันอยู่ แอเรียลต้องจริงจังกับหนูวาเนสซ่ามากแน่ๆ ถึงพาเข้าบ้าน ไม่ต้องปิดบังหม่ามี้หรอกหม่ามี้รู้ เอาเป็นว่าหม่ามี้สนับสนุนเต็มที่เลยนะจ๊ะ อยากได้งานแต่งแบบไหนบอกหม่ามี้เลย หม่ามี้ยินดีช่วยเหลือเต็มที่”
ครองขวัญร่ายยาวเหยียด และเธอกำลังยัดเยียดวาเนสซ่าให้กับแอเรียลด้วยใบหน้าใสซื่อราวกับคนไม่รู้เรื่องอะไรเลยจริงๆ แอเรียลจะปฏิเสธก็พูดไม่ออก อ้ำอึ้งเพราะกลัวถูกมารดาโกรธและทำโทษสถานหนัก ใหญ่กว่ามาเฟียก็เห็นจะเป็นแม่มาเฟียนี่แหละ
แอเรียลคิดแล้วอยากจะบ้าตาย!!!
แต่จะทำยังไงได้ล่ะ สถานการณ์ตอนนี้มันบังคับ เขาก็ต้องตามน้ำแต่ก็พยายามที่จะตอบให้ดีที่สุด เพื่อจะได้ไม่เป็นปัญหาในภายหลัง “เราแค่คนดูใจกันอยู่ครับเรื่องแต่งงานผมและวาเนสซ่าเรายังไม่คิดครับ”
“หว่า....แย่จังหม่ามี้คิดว่าจะรีบแต่งด้วยกันซะอีก แต่ไม่เป็นไรนะ คบไปคบมาเดี๋ยวก็ได้แต่ง หม่ามี้ชอบวาเนสซ่าจ๊ะน่ารักดีถ้าสามารถทำให้ลูกชายของหม่ามี้พาเข้าบ้านได้ต้องไม่ธรรมดาแน่ๆ หม่ามี้ยินดีรับลูกสะใภ้นะแอเรียล”
“ครับ” เขาตอบปฏิเสธได้เหรอ หากพูดไปก็จะถูกมารดากล่าวหาว่าเป็นคนไม่มีความเป็นสุภาพบุรุษ ครองขวัญไม่ชอบให้ลูกชายเป็นแบบนั้น การรังแกผู้หญิงไม่ใช่เรื่องที่ดี
เฮ้อ...กระอักระอวนใจเป็นบ้า!!!!
“แอเรียลจริงๆ แล้วเป็นคนอ่อนโยนมากคนหนึ่งเลยนะจ๊ะวาเนสซ่า”
ครองขวัญบอกความจริงที่เชื่อได้ยากยิ่งให้วาเนสซ่าได้รับรู้ ซึ่งแน่นอนว่าคนที่ถูกแอเรียลรังแกและกลั่นแกล้งอย่างวาเนสซ่าไม่มีทางเชื่อได้ง่ายๆ อย่างแน่นอน
“ขอโทษนะคะมาดาม”
“เรียกหม่ามี้สิลูก”
“อะ....เอ่อ....ค่ะหม่ามี้”
วาเนสซ่าชอบลืมประจำวันนี้ก็ลืมเรียกคำว่ามาดามไปหลายต่อหน้าครั้งซึ่งทุกครั้งครองขวัญก็แก้ไขให้ตลอดด้วยความเต็มใจและรอยยิ้ม
“เอาล่ะหนูมีอะไรจะพูดกับหม่ามี้อย่างนั้นเหรอจ๊ะ”
“คือว่าคุณแอเรียลเขาค่อยข้างปฏิบัติกับหนูแบบผู้ชายเถื่อนค่ะซึ่งแตกต่างจากที่หม่ามี้พูดมาเมื่อสักครู่”
“โธ่......”
ครองขวัญเอามือลูบศีรษะบอบบางเพื่อปลอบประโลมและให้กำลังใจ ดวงตาหวานไม่เคยเปลี่ยนแม้กาลเวลาจะผ่านมายาวนาน ครองขวัญจ้องมองวาเนสซ่าด้วยแววตาที่เอ็นดู
เด็กคนนี้ช่างน่าสงสารส่วนแอเรียลช่างน่าตี!
“ไม่ต้องกลัวนะ มีหม่ามี้อยู่ทั้งคน หากแอเรียลรังแกหนูเมื่อไรบอกหม่ามี้ได้เลย”
วาเนสซ่าได้ใจแล้วก็ใจชื่น ทว่าพอคิดไปคิดมาแววตาของเธอก็วูบสลดลง แอเรียลคงไม่ยอมให้เธอได้มีโอกาสฟ้องแน่ และก่อนจะฟ้องเธอคงโดนเขาเล่นง่ายจนไม่เป็นอันทำอะไร นอกจากอยู่บนเตียงให้เขารังแกและกลั่นแกล้งเธอจนไม่ได้พักผ่อน วาเนสซ่าคิดแล้วก็ใบหน้าร้อนผ่าว ทั้งโมโหทั้งอับอาย
“เป็นอะไรไปจ๊ะวาเนสซ่า”
“เปล่าค่ะพอดีหนูแค่รู้สึกร้อนค่ะ”
“อย่างนั้นเราออกไปเดินรับอากาศบริสุทธิ์ข้างนอกดีไหมจ๊ะ ที่นี่มีสวนดอกไม้ด้วยนะเป็นมุมโปรดของหม่ามี้เลยล่ะ”
“หนูไม่เคยไปเลยค่ะ”
“แล้วหนูอยากไปไหมล่ะจ๊ะ”
“อยากไปค่ะ”
“โอเคอย่างนั้นเราก็ไปกันเลย เอ้....เดี๋ยวหม่ามี้สั่งให้สาวใช้เตรียมเค้กและน้ำชาไปด้วยดีกว่านะ จะได้เข้ากับบรรยากาศ”
“ค่ะหม่ามี้”
วาเนสซ่าเป็นคนง่ายๆ ยังไงก็ได้ ครองขวัญเป็นผู้ใหญ่ที่อบอุ่นมาก ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังอยู่กับมารดาจริงๆ วาเนสซ่ารู้สึกสดชื่นนับตั้งแต่ครองขวัญเข้ามาอยู่ที่คฤหาสน์ รู้สึกว่าชีวิตของเธอที่เคยแขวนอยู่บนเส้นดายตอนนี้ก็เป็นการเอาชีวิตไปแขวนบนสะพานไม้แทน มีความแข็งแรงแต่กระนั้นก็ยังคงอันตรายอยู่
ขณะเดียวกันทางด้านเจ้าของคฤหาสน์นั่งในห้องทำงานด้วยใบหน้าบูดบึ้ง ในมือถือโทรศัพท์มือถือเครื่องบางเฉียบหรูหราสมราคาที่แพง แอเรียลต่อสายหาบิดา เขาต้องการพูดคุยกับบิดาหลังจากทราบว่าบิดาของเขาเพิ่งเดินทางกลับมาจากตกปลากับเพื่อนๆ
“ผมพยายามติดต่อหาปาป๊าหลายต่อหลายครั้งตลอดสามวันที่ผ่านมา”
“คิดถึงปาป๊าเหรอแอเรียล” ปลายสายทำทีเป็นไม่รู้ไม่ชี้กับความหงุดหงิดของลูกชาย แถมยังกระเซ้าเย้าแหย่เล่นอีกด้วย แอเรียลลอบถอนหายใจดังพรืด
“จะไม่มารับหม่ามี้กลับเหรอครับ หรือว่าปาป๊าไม่คิดถึงหม่ามี้แล้ว”
“ปาป๊าต้องคิดถึงหม่ามี้ของลูกอยู่แล้วเพราะหม่ามี้เป็นเมียสุดที่รักของปาป๊า”
“แต่ปาป๊าก็ยังนิ่งนอนใจ”
“ปาป๊ากำลังรอให้หม่ามี้สงบจากเพลิงร้อนต่างหากล่ะ แต่อีกไม่นานปาป๊าจะตามไปนะครับ ขอปาป๊าอยู่กับออนเดอะแก๊งก่อน นานๆ จะได้มารวมตัวกัน แอเรียลเข้าใจปาป๊าใช่ไหมลูกรัก”
พูดมาซะขนาดนี้ไม่เข้าใจก็ต้องเข้าใจ เอาเป็นว่าเขาโทรมาหาบิดาเพื่อให้บิดาทำการยืนยันว่าบิดาของเขาจะมารับตัวมารดากลับอย่างแน่นอน แต่ไม่ระบุเวลาชัดเจน
“ผมเข้าใจปาป๊าครับขอให้ปาป๊าสนุกกับออนเดอะแก๊งนะครับ”
“ปาป๊าว่าแล้วว่าลูกชายของปาป๊าต้องเข้าใจปาป๊ามากที่สุด”
“งั้นผมต้องขอตัวก่อนนะครับ พอดีผมมีงานสำคัญต่อ”
“ตามสบาย ดูแลตัวเองดีๆ นะแอเรียลปาป๊าห่วงใย”
“เช่นกันครับ”
ติ๊ด! แอเรียลกดวางสาย จากนั้นก็มานั่งเอามือกุมขมับตัวเอง เขาไม่สามารถแยกวาเนสซ่าออกจากมารดาได้เลย แม้แต่เวลาพูดคุยกันก็มีเฉพาะบนโต๊ะอาหารเท่านั้น แอเรียลเหมือนโดยแกล้งปกติแล้วเขาจะต้องเป็นฝ่ายกลั้นแกล้งคนอื่น ให้ตายเถอะ! ความรู้สึกตอนนี้จะเรียกว่าแย่ก็ไม่ผิด
“อิกอร์”
แอเรียลกดปุ่มสื่อสารกรอกเสียงเรียกบอดี้การ์ดคนสนิท ไม่นานประตูห้องทำงานก็เปิดและอิกอร์ก็เดินเข้ามา ก้มหัวรับคำสั่งการจากผู้เป็นนาย
“ตอนนี้วาเนสซ่าและหม่ามี้กำลังทำอะไรอยู่”
“เดินชมสวนดอกไม้และไปปิกนิคกันครับ”
“ไปนานหรือยัง”
“5นาทีที่แล้วครับ”
“อืม....หากวาเนสซ่ากลับมาแล้วช่วยตามเธอมาหาฉันทีนะ บอกกับเธอว่าฉันมีเรื่องจะคุยด้วย”
“ครับ”
“อืมหมดธุระแล้วไปได้”
อิกอร์รีบเดินออกไปทันทีไม่รอให้เจ้านายต้องออกปากบอกเป็นครั้งที่สอง ช่วงนี้เจ้านายของอิกอร์ค่อนข้างอารมณ์เสียบ่อยและหงุดหงิดง่าย ส่วนตัวอิกอร์แล้วเขาคิดว่าแอเรียลเครียดเรื่องงาน เพราะงานในแต่ละวันเยอะและต้องใช้สมองในการทำงาน โดยหารู้ไม่ว่าอาการทุกอย่างที่เกิดขึ้นมีต้นเหตุมาจากนางบำเรอสาวแสนสวย ที่ตอนนี้แอเรียลไม่สามารถแตะต้องเธอได้มานานกว่าสามวันแล้ว
