บทที่ 7 ถูกยึดนางบำเรอ
เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นทำให้แอเรียลดึงสติออกมาจากห้วงความคิด หลังจากที่เขานั่งคิดอะไรเพลินๆ เกี่ยวกับนางบำเรอสาวจนไม่สนใจการงานที่กองอยู่เต็มโต๊ะ แอเรียลตีหน้าขรึม คาดว่านางบำเรอสาวของเขาคงจะมาแล้ว ซึ่งก็ถูกตามที่เขาได้คาดเดาเอาไว้ เมื่อเธอเปิดประตูเข้ามาแล้วเดินตรงมาหยุดยืนหน้าโต๊ะทำงานของเขา
“คุณอิกอร์บอกว่าคุณมีธุระจะคุยกับฉัน”
“ไม่มีหรอกธุระ” ชายหนุ่มตอบกลับมาหน้าตาย หญิงสาวมองเขาอย่างทึ่งๆ เขาเรียกเธอมาเล่นๆ อย่างนั้นเหรอ? บ้าที่สุดเลยเธอกำลังคิดว่าสิ่งที่เขาทำมันไร้สาระมาก
“ทำหน้าตึงใส่ฉันเธอไม่พอใจเหรอวาเนสซ่า”
“ฉันไม่สามารถไม่พอใจได้หรอกค่ะ”
“รู้ตัวนี่ว่าชีวิตของเธออยู่ในกำมือของฉัน”
“หากคุณไม่มีธุระอะไรแล้วฉันขอตัวนะคะ” วาเนสซ่าบอกจากนั้นก็หมุนหันหลังเดินตรงไปที่ประตูด้วยความว่องไว
ทว่าเสียงของแอเรียลฉุดรั้งมือที่กำลังหมุนลูกบิดประตูเอาไว้ซะก่อน
“หม่ามี้ดีกับเธอก็ใช่ว่าเธอจะมีโอกาสขึ้นมาเป็นคุณผู้หญิงนะวาเนสซ่า นางบำเรอยังไงมันก็คือนางบำเรออยู่วันยังค่ำ ที่ฉันยอมตามน้ำไม่ใช่ว่าฉันคิดจะรักหรือชอบเธอ แต่ฉันแค่ไม่อยากให้หม่ามี้เสียหน้าเท่านั้นเอง”
แผ่นหลังบอบบางเหมือนกำลังถูกทำร้ายด้วยลูกศรจำนวนนับร้อยเล่ม มันพุ่งตรงมาและปักอย่างพร้อมเพรียงกัน วาเนสซ่ารู้สึกว่าตอนนั้นเธอเจ็บตั้งแต่แผ่นหลังมาถึงหัวใจ ขอบตาของเธอร้อนผ่าว แต่หญิงสาวบอกให้ตัวเองเข้มแข็ง เธอสูดลมหายใจเข้าปอดลึกแล้วบังคับเสียงให้คงที่
“ฉันเข้าใจดีค่ะ”
หญิงสาวขานตอบรับความเข้าใจ ก่อนที่เธอจะเปิดประตูแล้วก้าวเดินออกไปอย่างมั่นคง ไม่แม้แต่จะหันหลังกลับไปมองเขา นั่นเพราะหากเธอไปมอง แอเรียลก็จะเห็นว่าเธอนั้นกำลังแสดงความอ่อนแออยู่ หญิงสาวไม่อยากให้เขาเห็นหรือรับรู้
มันเป็นความอ่อนแอที่น่าสมเพชสิ้นดี!!!
“ทำไมยอมง่ายจังวะ”
แอเรียลพูดคนเดียวหลังจากที่ลับร่างของสาวงาม เขาควรจะรู้สึกดีแต่ไม่เลย เมื่อวาเนสซ่ายอมเขาง่ายๆ โดยไม่โต้แย้งหรือแม้แต่พยศกับเขาเหมือนเดิม
“ถ้าเธอพยศเราก็รำคาญแต่เธอยอมง่ายๆ แบบนี้เราก็ไม่ชอบ แอเรียลมึงเป็นบ้าหรือไง?”
ครั้งนี้ต้องตั้งคำถามให้ตัวเอง เขาคิดแล้วก็สับสน ขณะนั้นเองก็ไม่รู้ใจมันเป็นอะไร จังหวะก็ปกติแต่แอเรียลรู้สึกกระวนกระวายและไม่สงบเอาซะเลย มันคือเครื่องยืนยันว่าเขากำลังเป็นบ้าเพราะยัยบางบำเรอนั่นไม่ยอมพยศกับเขาแบบที่เขาต้องการให้เธอพยศ
“พอๆ ทำงานได้แล้วแอเรียลคิดมากจนไม่มีเวลานอนและทำงานแล้วนะโว้ย!!!”
ชายหนุ่มเรียกสติตัวเองให้กลับคืนมา จากนั้นก็ตั้งอกตั้งใจทำงานอย่างบ้าคลั่ง แอเรียลไม่ใช่ผู้ชายเย็นชาซะทีเดียว บทจะเห็นอกเห็นใจผู้อื่นเขาก็มี แต่ที่ต้องทำตัวเย็นชาและโหดอย่างไม่สนฟ้าอากาศนั่นเพราะความจำเป็น สถานะของเขาจะมาทำตัวบ้าบออารมณ์ดีแบบสามแฝดเหมือนตระกูลอันคาเซอร์ไม่ได้ เพราะนั่นจะไม่ทำให้คนกลัวเกรงและนับถือเขา
“ตายแล้วลูกชายของหม่ามี้”
ครองขวัญเห็นหน้าลูกชายที่เดินเข้ามาในห้องอาหารเธอถึงกับอุทานเสียงดัง ก่อนจะลุกขึ้นจากเก้าอี้เดินเร็วไปหาลูกชายสุดที่รัก เธอสังเกตเห็นว่าลูกชายของเธอขบตาที่เริ่มจะเป็นแพนด้า แอเรียลยังหล่อเหลาเหมือนเดิม แต่ครองขวัญเห็นถึงความไม่สดชื่นของลูกชาย
“ยังไม่ตายครับหม่ามี้”
“แต่ลูกหน้าโทรมมาก เมื่อคืนนอนไม่หลับใช่ไหมจ๊ะ ลูกคงหักโหมงานหนักมากใช่ไหมแอเรียล”
ครองขวัญตั้งใจถามแบบนั้นเพื่อไม่ให้ไก่ตื่น แอเรียลไม่ยอมรับง่ายๆ หรอกว่าเขานอนไม่หลับเพราะมัวแต่คิดเรื่องของนางบำเรอคนสวยอยู่ ไม่ได้กอดไม่ได้หอม ต้องมีลงแดงกันบ้างล่ะ ครองขวัญคิดแล้วก็กระหยิ่มในใจ
และแอเรียลก็ยืนยันว่าเธอคิดไม่ผิดโดยการตอบแบบอ้ำๆ อึ้งๆ “อะ...เอ่อ...ใช่ครับ ช่วงนี้งานเยอะมากผมไม่มีเวลาพักผ่อนเลยครับ”
“หม่ามี้มานอนข้างบ้านของลูกแต่ลูกก็ไม่มีโอกาสได้อยู่บ้านบ่อย แถมยังกลับดึกและตื่นเช้ามาก ไม่สิ! ลูกคงไม่ได้นอนพักเลยล่ะ เพลาๆ บ้างนะแอเรียลงานอะไรที่ไม่สำคัญก็เอาไว้ทำวันอื่นก็ได้”
“ครับหม่ามี้”
แอเรียลตอบเพื่อความสบายใจของมารดา เขาไม่อาจตัดงานได้ทุกอย่างสำคัญกับเขาทั้งหมด เช่นเดียวกันกับเรื่องของนางบำเรอราคาแพง เขาเองก็ไม่อาจตัดความคิดออกจากเธอได้เหมือนกัน แม้จะสั่งตัวเองแล้วก็ตามแต่ก็เหมือนยิ่งคิดมาก
นั่นจึงเป็นที่มาที่ทำให้เขาต้องโหมงานหนักเพื่อที่จะไม่ได้คิดและเขาก็ไม่ได้นอนทำตัวเป็นเครื่องจักรทำงานตลอดเวลา แอเรียลพามารดามานั่งที่โต๊ะอาหาร แต่สายตาของเขากลับมองไปยังนางบำเรอที่ตอนนี้เธอเมินหน้าให้เขา
เธอกล้ามากวาเนสซ่า มีโอกาสเมื่อไรจะจัดบทลงโทษเอาให้คลานลงจากเตียงลำบากเลยคอยดู!!! แม้เขาจะยังไม่ได้ทำอะไรเธอแต่การได้คาดโทษเธอในใจก็ทำให้เขารู้สึกดีขึ้น
“วันนี้วาเนสซ่าช่วยหม่ามี้ทำไข่พะโล้ด้วยนะจ๊ะ แอเรียลลองกินดูนะจ๊ะ แต่หม่ามี้ชิมแล้วล่ะอร่อยมากๆ หนูวาเนสซ่าตักไข่พะโลให้พี่เขาสิจ๊ะลูก”
“ค่ะหม่ามี้”
สถานการณ์จำใจไม่อาจปฏิเสธได้ หญิงสาวตัดไข่พะโล้ให้ชายหนุ่ม เธอมีอาการมือไม้สั่นเล็กน้อย แต่ก็ทำมันได้สำเร็จ แอเรียลปรายตามอง เขายิ้มมุมปาก เห็นทุกอาการที่วาเนสซ่าเป็น เธอจำใจบริการเขาและเขาถูกใจเพราะความจำใจของเธอที่ไม่อาจปฏิเสธได้
คงรู้สึกกระอักกระอวนใจมากสินะสมน้ำหน้า!!!
“กินแล้วนะครับ”
“เชิญจ๊ะ”
แอเรียลตัดไข่พะโล้ให้เป็นพอดีคำจากนั้นก็ตักใส่ปาก เขาเคี้ยวช้าๆ ใบหน้ายังคงเรียบเฉย ทางด้านวาเนสซ่าเธอเพิ่งเคยทำอาหารให้แอเรียลทานครั้งแรก เธอเองก็ลุ้นว่ามันจะถูกปากเขาหรือไม่
“เป็นยังไงบ้างจ๊ะแอเรียล”
“ก็ดีครับแต่สู้หม่ามี้ไม่ได้หรอกครับ” นั่นคือคำตอบของเขา วาเนสซ่าไม่ได้สนใจกับคำเปรียบเทียบ แค่เขาไม่บอกว่ารสชาติมันแย่มากก็พอแล้วล่ะ
เพราะหากแอเรียลบอกว่ารสชาติแย่เธอต้องถูกเขาหาเรื่องเอาโทษอย่างแน่นอน
“ปากหวานจริงๆ แบบนี้หนูวาเนสซ่าน้อยใจแย่เลยนะจ๊ะ”
“ไม่หรอกค่ะหม่ามี้วาเนสซ่าฝีมืออ่อนหัดค่ะ แค่คุณแอเรียลกินได้หนูก็รู้สึกพอใจมากแล้วค่ะ”
หญิงสาวรีบแก้ทันที เธอไม่เคยคิดน้อยใจเลยสักนิดเดียว ครองขวัญยิ้มแล้วเอามือลูบศีรษะของวาเนสซ่ามองด้วยสายตาเอ็นดู วาเนสซ่าเป็นคนถ่อมตนยิ่งนัก
“อย่างนั้นหม่ามี้จะช่วยฝึกฝีมือให้หนูดีไหมจ๊ะจะได้เอาไปมัดใจแอเรียล”
“อะ.....เอ่อ.....” วาเนสซ่าอ้ำอึ้งที่จะตอบเธอเลื่อนตาขึ้นมองครองขวัญทีแล้วก็มองแอเรียลทีสลับกันไปมา
นี่เธอต้องตอบจริงๆ เหรอ?
“ว่ายังไงจ๊ะหนูวาเนสซ่า”
“ค่ะหม่ามี้ขอบคุณมากๆ เลยนะคะ”
“แอเรียลล่ะคิดว่ายังไงลูก”
เมื่อได้คำตอบจากว่าที่ลูกสะใภ้ครองขวัญก็หันไปหาลูกชายหัวแก้วหัวแหวนแล้วโยนคำถามให้แอเรียล ชายหนุ่มนิ่งไปครู่นึงก่อนจึงค่อยตอบ
“ก็ดีครับหากหม่ามี้ไม่อยู่ผมจะได้มีอาหารอร่อยๆ กิน”
แอเรียลตัดสินใจแล้วว่าคืนนี้เขาจะไม่นอนเดียวดายคนเดียว อย่างน้อยแค่คืนนี้คืนเดียวก็พอก่อนที่เขาจะทนไม่ได้เพราะมีอาการใกล้เคียงกับคนลงแดงเมื่อขาดยา หลังมืออาหารค่ำมารดาก็ชวนแอเรียลและวาเนสซ่ามานั่งดูละครรออาหารย่อยที่ห้องนั่งเล่น
บอกตรงๆ ว่าแอเรียลไม่ได้สนใจบทละครในโทรทัศน์ที่กำลังแสดงกันอย่างเมามัน แต่สิ่งที่เขาสนใจก็คือหญิงสาวแสนสวยที่นั่งอยู่เคียงข้างมารดาของเขาต่างหาก วาเนสซ่าเธอไม่มีทางเดินเข้ามาหาเขาก่อนแน่นอน มีแต่จะก้าวถอยหลัง ซึ่งมันสวนท่างกับความต้องการของเขา
เธอช่างเป็นนางบำเรอที่เขาต้องเสียสละเพื่อเธอหลายอย่าง
บ้าเอ๊ย! เขาสบถใจแต่จะให้ทำยังไงได้ร่ากกายของเขามันมีปฏิกิริยาแค่กับเธอคนเดียวเท่านั้น!!!
“หม่ามี้ครับ”
“ว่ายังไงแอเรียล หน้าตาและท่าทางของลูกเหมือนมีเรื่องจะพูดกับหม่ามี้ ใช่ไหมจ๊ะ?”
“ถูกต้องครับ”
“ว่ามาสิจ๊ะ” ครองขวัญเบนความสนใจมาที่ลูกชายหัวแก้วหัวเหวนของเธออย่างให้ความสนใจ บนริมฝีปากคลี่รอยยิ้มหวานแต่คนมองอย่างแอเรียลกลับมองแล้วรู้สึกร้อนรุ่มอย่างไรชอบกล
นั่นก็เพราะว่าครองขวัญเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวเลยล่ะที่กล้าปฏิเสธแอเรียลโดยที่แอเรียลไม่กล้าขัดใจหรือตามตอแยต่อ ถ้าบอกว่าไม่ก็คือไม่ และเขาก็ต้องก้มหน้าก้มตายอมรับการตัดสินใจนั้น
“อะ....เอ่อ.....คือว่าผมอยากจะขอตัววาเนสซ่าสักคืนได้ไหมครับ”
“ได้ยังไงกันล่ะจ๊ะ”
“คือว่าผมเหนื่อยผมล้าผมปวดเมื่อยไปหมดเลยอยากให้วาเนสซ่าดูแลผมคืนนี้”
ครองขวัญยังคงยิ้มหวาน แต่ข้างในเธอกำลังเปล่งเสียงหัวเราะขำลูกชาย ทำไมเธอจะอ่านความคิดของแอเรียลไม่ออก เธอเลี้ยงลูกมาเองกับมือ แอเรียลไม่ได้ต้องการนวดดูแลอะไรจากวาเนสซ่ทั้งนั้น สิ่งที่แอเรียลต้องการคือการนาบและชวนวาเนสซ่าทำเรื่องเร้าร้อนจนวาเนสซ่าอาจจะไม่ได้พักผ่อนเลยก็ได้
หากครองขวัญไม่ชวนความลำบากต้องไปตกที่วาเนสซ่าอย่างแน่นอน
แต่กระนั้นเธอก็มีความเห็นอกเห็นใจลูกชาย ถ้าถึงขนาดออกปากเองแบบนี้ แสดงว่าสามคืนที่ต้องนอนเดียวดาย ทำให้แอเรียลทรมานกระสับกระส่ายมากซะจนทนไม่ไหวได้ต่อไปแล้ว ทว่ามาคิดๆ ดูแล้วครองขวัญก็รู้สึกสะใจ เนื่องจากแอรียลเป็นคนโหดและชอบแกล้งวาเนสซ่า โดยเอาคืนบ้างก็ดีจะได้เข็ดหลาบ
“ถ้าลูกเมื่อยเหนื่อยล้าต้องการคนดูแล หม่ามี้มีหมอนวดแผนไทยที่รู้จักและบริการบ่อย หม่ามี้จะโทรตามให้หากลูกต้องการ”
“ไม่ครับหม่ามี้ผมขอแค่วาเนสซ่าเท่านั้นก็เพียงพอแล้วครับ”
“แอเรียลมีแผนการจะรังแกน้องหรือเปล่า หม่ามี้เห็นลูกเรียกตัวหนูวาเนสซ่าไปพบแล้วน้องก็ทำหน้าตาไม่สู้ดีนัก”
“เปล่าครับผมก็แค่คุยกันตามประสาคนเป็นแฟนกัน บอกว่าคิดถึงอะไรอย่างนี้ วาเนสซ่าเธอคงลำบากใจไม่กล้าขอหม่ามี้มานอนกับผมเธอก็เลยทำหน้าแบบนั้น”
“จริงเหรอจ๊ะหนูวาเนสซ่า”
วาเนสซ่ามีอาการอึกอักที่จะตอบคำถาม ครองขวัญเห็นอาการดังกล่าว ขณะลอบมองสายตาไปทางลูกชายเห็นว่าแอเรียลกำลังจ้องมองวาเนสซ่าราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ดูเอาเถอะ! ลูกชายของเธอช่างใจร้ายขู่ได้แม้กระทั่งกับผู้หญิงบอบบาง น่าจับตีก้นซะจริง
“อะ....เอ่อ....คือว่าหนู....”
เธอว้าวุ่นขณะที่พูดก็คิดไปด้วยจนในที่สุดเธอก็พูดออกไปเต็มประโยค “คือหนูอยากนอนกับหม่ามี้ค่ะ หนูยังอยากฟังเรื่องสนุกๆ กับหม่ามี้”
ครองขวัญกลั้นขำนาทีนั้นหน้าตาของแอเรียลเหมือนคนฝันสลาย
“หว่าลำบากซะแล้วสิ แอเรียลน้องอยากอยู่กับหม่ามี้ซะอย่างนั้น”
แอเรียลสูดลมหายใจเข้าปอดลึก เออ! ไม่นอนก็ไม่ต้องนอน!!! รอโอกาสก่อนก็ได้ คอยดูเถอะหากมีโอกาสเมื่อไหร่เขาจะเล่นงานคืนเธอให้หนักจนป่วยเข้าโรงพยาบาลเลยคอยดู รออีกนิด เดียวบิดาสุดที่รักของเขาก็มารับตัวมารดากลับแล้ว เมื่อนั้นแหละคือโอกาสของเขา!
ฮึ่ย!!!!!!!
“ผมนอนคนเดียวก็ได้ครับหม่ามี้”
“ดีจ๊ะ.....เพราะหม่ามี้กลัวการนอนคนเดียว มันเหงาๆ อ้างว้างอย่างไรชอบกล แต่แอเรียลเป็นคนจิตใจแข็งแกร่งระหว่างนี้นอนคนเดียวก็คงไม่สะทกสะท้านอะไรใช่ไหมจ๊ะ”
“ครับหม่ามี้”
จำใจตอบแบบนั้น เขาเองก็อยากพูดความจริงออกไปว่าไม่ได้เขานอนคนเดียวอีกต่อไปไม่ได้แล้ว แอเรียลมีนางบำเรอต้องใช้งานให้คุ้มค่า และเธอต้องอยู่บนเตียงกับเขาให้เขาขย่มเธอบ่อยๆ แบบนี้มันเสียเงินและเสียเวลา เกิดฮาซาร์สามารถหาเงินมาคืนเขาได้ แล้วเอาตัวนางบำเรอสาวไปก่อนกำหนดเขาก็ขาดทุนสิ
แต่จะบอกมารดาไปได้ยังไงว่าหญิงสาวเป็นแค่นางบำเรอมีหวังเขาโดยบิดหูขาดแน่!!!
โธ่โว้ย!!!
เป็นครั้งแรกที่อยากลาออกจากการเป็นตัวเองไปชั่วคราว!!!!
ทว่าคงทำแบบนั้นไม่ได้ เพราะหน้าที่ภาระของ แอเรียล อิเซนดิโอ มันมากมายเหลือเกิน แอเรียลลอบมองวาเนสซ่าเป็นจังหวะเดียวกับที่เธอเลื่อนตามามองสบตาเขา แอเรียลทำท่าจะแยกเขี้ยวใส่เธอ และวาเนสซ่าก็เบือนหน้าหนีไปทางอื่น
“คิกๆ คิกๆ ทำไมขำจังพระเอกโง่เหลือเกิน”
จู่ๆ ครองขวัญก็หัวเราะและพูดขึ้นมา แอเรียลหันขวับมองไปยังมารดาของตัวเอง ครองขวัญกำลังสนใจละครทางโทรทัศน์อยู่ เป็นละครจากประเทศไทย พระเอกโง่และเนื้อเรื่องน้ำเน่าสิ้นดี!!!
“ผมขอตัวนะครับต้องการพักผ่อน”
“ตามสบายจ๊ะ พักผ่อนเยอะๆ นะแอเรียลอย่าทำงานหนัก”
“ฝันดีนะครับหม่ามี้”
แอเรียลเดินเข้ามาสวมกอดและหอมแก้มมารดาเพื่อราตรีสวัสดิ์ก่อนจะผละออกแล้วทำท่าจะเดินไป ทว่าคอรงขวัญกลับรั้งแขนของลูกชายเอาไว้ซะก่อน
“วาเนสซ่าเป็นแฟนของลูกนะแอเรียลทำไมหม่ามี้ไม่เห็นลูกทำตัวหวานกับแฟนซะบ้างเลย”
“ผมไม่ค่อยแสดงออกครับ”
“แอเรียลต้องบอกฝันดีแก่หนูวาเนสซ่าแบบที่ทำกับหม่ามี้ด้วยนะจ๊ะ”
“ครับ”
ชายหนุ่มตอบรับเสียงอ่อย จากนั้นก็เดินเข้ามาตรงหน้าหญิงสาว เขาสวมกอดและหอมแก้มเธอ แต่เสียงที่กระซิบข้างหูให้ได้ยินกันสองคนนี่สิ เขาไม่ได้บอกฝันดีแต่ออกคำสั่งกับเธอ
“คืนนี้ออกมาเจอฉันไม่อย่างนั้นฉันจะเล่นงานพ่อของเธอ”
เพราะคำขู่จากเขาทำให้เธอหวาดกลัวและเธอก็ต้องรอให้ครองขวัญหลับจึงค่อยๆ ลุกออกจากเตียง ย่องเบาเปิดประตูและปิดอย่างเบามือมากที่สุด วาเนสซ่าเดินมาจนถึงห้องนอนของแอเรียล เธอเคาะประตูสามครั้งเพื่อขออนุญาต รอไม่นานเจ้าของห้องก็เดินมาเปิดประตู
เขากระตุกยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจ
“เข้ามาสิ” เชื้อเชิญขยับมายืนพิงประตูเอาไว้แล้วให้หญิงสาวเดินเข้าไปในห้องที่เป็นดินแดนประหารสำหรับเธอ
คลิ๊ก!!! เสียงล็อกของลูกบิดประตูทำให้วาเนสซ่าเย็นไปทั่วตัว เธอหยุดเดินแล้วหมุนตัวช้าๆ เพื่อมองไปทางข้างหลัง ทว่าเธอกลับเห็นร่างสูงและแผ่นอกกว้างแกร่งของแอเรียลในระยะที่ประชิดมาก
เขาเคลื่อนไหวตัวเร็วและเงียบมากซะจนเธอไม่รู้เนื้อรู้ตัว
“คุณแอเรียล”
หมับ!!! มือหนาจับเข้าที่ปลายคางเรียวมนแล้วออกแรงดันขึ้นทำให้ใบหน้างดงามประจักษ์แก่สายตามกริบ
“อย่ากัดริมฝีปากวาเนสซ่า”
เขาเห็นว่าเธอประหม่าและหวาดกลัวจนถึงขั้นใช้ฟันขบกัดริมฝีปากตัวเอง แม้มันจะไม่ได้รุนแรงอะไรมากแต่แอเรียลก็หวงแหน เธอไม่ควรทำให้ตัวเองบอบช้ำเพราะนั่นจะทำให้เขาหงุดหงิด เพราะร่างกายของวาเนสซ่าคือสมบัติของเขา มีเพียงเขาคนเดียวที่สามารถทำอะไรกับร่างกายของเธอก็ได้ไม่ว่าจะรุนแรงหรืออ่อนนุ่ม
“หะ.....ให้.....ให้ฉันนวดให้ไหมคะ คุณบอกว่าเมื่อยและเหนื่อยจากการทำงาน”
“ข้ออ้าง”
“เปล่าค่ะ”
“ฉันไม่ได้หมายถึงเธอแต่หมายถึงตัวเองต่างหาก มันก็แค่ข้ออ้าง ฉันไม่ต้องการนวดแต่สิ่งที่ฉันต้องการก็คือการนาบแบบปราศจากเสื้อผ้า”
แอเรียลยอมรับง่ายๆ ว่าคำพูดของเขาที่พูดในห้องนั่งเล่นนั้นมันเป็นเพียงแค่ข้ออ้างเท่านั้น เขาไม่อายที่จะพูดแต่คนที่อายกลับเป็นวาเนสซ่า เธอมองเขาอย่างทึ่งๆ ขณะเดียวกันแก้มก็ร้อนผ่าวและมีสีแดงระเรื่อแต่งแต้ม แทนที่เขาต้องอายเธอกลับอายแทนบ้าจริงเชียว!
“อย่ามัวแต่อึ้งและอาย เธอต้องกลับห้องไปนอนกับหม่ามี้ อย่าทำให้ฉันต้องเดือดร้อนถอดเสื้อผ้าให้ฉันและถอดชุดนอนของเธอออกซะ จากนั้นก็ทำหน้าที่ของเธอวาเนสซ่า”
น้ำเสียงและใบหน้าของเขานิ่งเฉยมาก แต่กลับมีพลังอำนาจมากซะจนหญิงสาวไม่กล้าขัดขืน นั่นเพราะคำขู่ของเขาที่จะส่งผลเสียถึงบิดาวาเนสซ่าไม่อาจปฏิเสธแอเรียลได้!!!
มือเรียวสั่นยื่นออกไปตรงหน้า เธอจับชายเสื้อยืดของเขาเลิกขึ้นสูดจากนั้นก็ทำการถอดมันออกอย่างเบามือที่สุดเท่าที่จะทำได้ เฮือก! ลมหายใจของเธอกระตุก เพียงแค่เห็นแผ่นอกกว้างเปล่าเปลือย แต่เธอไม่มีเวลามายืนเขินอายหรือแม้แต่ตกใจ หญิงสาวต้องรีบทำหน้าที่ของตัวเองก่อนที่แอเรียลจะโมโห
เธอค่อยๆ ย่อกายลงนั่งคุกเข่ามือเรียวเลื่อนต่ำมาจับขอบกางเกงนอน เธอค่อยๆ รูดขอบกางเกงลงต่ำพร้อมๆ กับการหลุบตาลงต่ำเพื่อต้องการหลบหลีกขีปนาวุธอันตรายของเขาที่กำลังดีดเด้งจ้องเธอตาเขม็ง
“วาเนสซ่า”
แอเรียลเรียกหญิงสาวเสียงอ่อนขณะนั้นริมฝีปากของเขาก็กระตุกยิ้มเมื่อหญิงสาวเผลอตัวเงยหน้าขึ้นมา แล้วปะทะตาเข้ากับขีปนาวุธของเขาในระยะประชิด หญิงสาวเบิกตากว้างสะดุ้งจนเธอหงายหลังล้มไม่เป็นท่า
แอเรียลไม่อาจเก๊กขรึมได้อีกเขาหลุดขำออกมาเบาๆ
“แค่นี้ก็ตกใจ”
“อะ.....เอ่อ....คือว่าฉัน.....ฉันไม่ชิน”
“ไร้เดียงสาก็เร้าใจไปอีกแบบนะ”
แอเรียลตอบแค่นั้นก่อนที่เขาจะเดินอย่างองอาจไปยืนตรงหน้าเธอโดยไร้ซึ่งความอาย มือหนายื่นออกไปตรงหน้า บอกเป็นเชิงว่าให้เธอจับมือของเขาและเขาจะช่วยพยุงเธอให้ลุกขึ้น
วาเนสซ่าปฏิเสธน้ำใจจอมปลอมของแอเรียลไม่ได้เขาต้องการแบบนั้นแววตาคมสั่งเธอแม้ปากเขาจะขยับยิ้มอยู่ก็ตาม แอเรียลเป็นผู้ชายเจ้าเล่ห์และเอาแต่ใจอย่างร้ายกาจ ไม่สิ! เขาเป็นคนบ้าอำนาจมากด้วยล่ะ เพราะเขาชอบเอาอำนาจที่มีมาข่มขู่ให้เธอหวาดกลัวเพื่อจะได้ไม่ทำตัวพยศกับเขาให้เขาต้องออกแรงเหนื่อย
มือเรียวนุ่มนิ่มยื่นออกไปจับมือหนาเอาไว้ แอเรียลออกแรงดึงให้หญิงสาวลุกขึ้นยืน จากนั้นเขาก็ปล้นถอดชุดนอนของเธอด้วยตัวเองแทนที่จะให้เธอถอดอย่างที่เขาบอก แล้วเขาก็ตวัดแขนช้อนใต้ร่างเปลือยของหญิงสาว พาเดินไปยังเตียงนอนก่อนจะโยนเธอลงไปบนเตียงแล้วเขาก็ตามไปคร่อมทับอย่างอุกอาจ
แอเรียลเหมือนคนเป็นไบโพลาร์เขาเปลี่ยนอิริยาบถได้ย่างรวดเร็วจนเธอเวียนหัว
“ยะ.....อย่า....ทำแรงได้ไหมคะ”
“ไม่ได้จะทำแรงๆ เน้นๆ โทษฐานที่เธอเอาแต่คลุกอยู่กับหม่ามี้”....‘และทำให้ฉันนอนไม่หลับ’ ประโยคหลังแอเรียลพูดมันในใจเท่านั้น ขืนบอกเธอไปมีหวังเธอได้เอาเรื่องของเขาไปแอบหัวเราะคนเดียวลับหลังแน่
“คุณไม่ได้เรียกใช้ฉัน”
“และวันนี้เธอก็กล้าปฏิเสธฉันต่อหน้าหม่ามี้เธอผิดวาเนสซ่า”
เอาเป็นว่าไม่ว่าเอจะตอบคำถามแบบไหนหรือพูดแก้ตัวให้ตายยังไงแอเรียลก็ไม่เชื่อ แอเรียลพยายามอย่างยิ่งในการหาเรื่องวาเนสซ่า เธอจนมุมเถียงไม่ได้นั่นคือความสุขของเขา
หากกลั้นใจตายได้เธอทำไปแล้วล่ะแต่ชีวิตของเธอยังมีพันธะอย่างฮาซาร์อยู่
“ฉันขอโทษค่ะคุณแอเรียล”
“ฉันจะให้อภัยเธอวาเนสซ่าแต่ไม่ใช่ตอนนี้” พูดจบริมฝีปากร้อนผ่าวก็ประกบเข้ากับริมฝีปากนุ่ม แอเรียลจูบเธออย่างร้อนแรงและแสนเอาแต่ใจ ตอนนี้เขาเหมือนคนที่เดินทางในทะเลทรายมายาวนานและเพิ่งได้พบเจอับแหล่งน้ำแสนหวาน แอเรียลกระโจนเข้าไปดื่มน้ำด้วยความกระหายหิว
แม้แต่นี้คอของเขาจะชุ่มฉ่ำแต่มันก็ยังไม่พอ
จ๊วบจ๊วบจ๊วบ~ เมื่อเธออ่อนประสบการณ์มากกว่าและเมื่อเขามีพลังอำนาจมืดมากกว่า หญิงสาวจำต้องยินยอมเขา ส่วนหนึ่งมาจากสัญชาตญาณในตัวอีกส่วนก็มาจากความหวั่นเกรง ริมฝีปากของหญิงสาวเผยอต้อนรับลิ้นหนาเข้ามาภายใน แอเรียลอุจอาจและดุดันแต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า รสจูบดังกล่าวทำให้เธอมีความกระสัน
ระหว่างนั้นมือหนาลูบไล้เรียวขาสวยเกลี้ยงเกลา เธอขนลุกซู่ ก่อนที่จะสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อมือหนาเลื่อนมาสูงสุดกลางใจความเป็นสาว และเขาก็ใช้นิ้วมือหนาแตะสัมผัสบุบผาแรกแย้ม
“อื้ออออ ค....ค....คุณ....คุณแอเรียล”
เธอมีสิทธิ์เปล่งเสียงครางเมื่อพ้นจากการครอบครองริมฝีปากจากเขา ซึ่งความจริงแล้วหญิงสาวก็พยายามกลั้นเสียงครางสุดพลัง ทว่าสัมผัสจากนิ้วมือหนามันร้อนแรงมากซะจนเธอไม่อาจกักเก็บเสียงครางของตนเองไว้ได้
มันน่าอายสำหรับเธอแต่คนฟังกลับรู้สึกไพเราะเสนาะหู
เขาชอบที่เธอครางและจะเค้นเสียงครางของเธออีกเอาให้เธอเสียงแหบเสียงแห้งไปเลย โทษฐานที่วาเนสซ่าทำให้เขาต้องรอนานกว่าจะได้สัมผัสและเชยชมเธอ มันไม่อิ่มท้องหรอก แอเรียลก็แค่ต้องการกินเพื่อเติมพลังก็เท่านั้นเอง และจากนั้นก็คงต้องรอมารดากลับไป ทว่าหากมารดาไม่กลับเขาก็จะหาทางลักลอบกินเธออีก
เอาให้หายอยากกันไปข้างเลย!!!
“ฉันจะเอานิ้วเข้าไปในนี้”
แอเรียลบดบี้ขยี้นิ้วโป้งไปกับกลีบบุบผา เขาทำแบบนั้นจนหญิงสาวหลั่งของเหลวเป็นเมือกใสออกมา แต่แอเรียลไม่พอใจนัก เขาต้องการเห็นเธอหลั่งชโลมนิ้วมือของเขามากกว่า
แอเรียลจึงบอกถึงสิ่งที่เขาจะทำต่อไปนี้
“อะ....อา!....อา!”
ร่างบอบบางบิดเนื้อตัวส่ายไปมา สะโพกของเธอแอ่นหยัดขึ้นหานิ้วมือของเขา ที่กำลังชำแหลกเข้ามาอยู่ในช่องทางรัก
ความอบอุ่นนุ่มนิ่มดุจผ้ากำมะหยีโอบรอบนิ้วมือหนาทั้งสองนิ้ว
“เธอชอบใช่ไหมวาเนสซ่า”
ประโยคคำถามดังกล่าวถูกตั้งเอาไว้เพื่อกลั้นแกล้งเธอชัดๆ เลย วาเนสซ่ากระดากอายที่จะตอบคำถามนั้น ใบหน้าแดงซ่าน เธอเบือนหน้าหนีการจับจ้องจากดวงตาคมกริบสีฟ้า
“อะไรกันถามแล้วเมินหน้าหนี”
“ทำต่อสิคะเดี๋ยวหม่ามี้ก็ตื่นแล้วสงสัยที่ไม่เจอฉันในห้องนอนหรอก”
วาเนสซ่ากลั้นจพูดออกไปแม้จะยังอายๆ อยู่ เธอต้องบอกให้เขารีบทำ แต่ก็ยังไม่ได้ตอบคำถามเขาอยู่ดี
แอเรียลกระตุกยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์
“เธอคงยังไม่รู้ว่าหม่ามี้ของฉันเป็นคนหลับลึกมาก”
“คุณแอเรียล”
หญิงสาวหันหน้ากลับมาเรียกชายหนุ่มเสียงอ่อย ขณะที่แอเรียลเริ่มทำการกลั่นแกล้งวาเนสซ่าโดยการก้มหน้าชิดยอดอกสีหวาน ปากของเขาอ้าแล้วก็งับอย่างรวดเร็ว
“โอ้ววววววว”
ดูดหนักๆ แล้วใช้ฟันครูดจากนั้นก็ดึงขึ้นสูงแล้วก็ปล่อยแล้วก็งับเอาไปดูดอีกครั้ง เขาทำแบบเดิมซ้ำๆ ติดกันหลายต่อหลายครั้ง จนเมื่อหญิงสาวเริ่มเบียดเนื้อเบียดตัวและแอ่นอกขึ้นให้เขาปรนเปรอเธอ แอเรียลจึงหยุด
“ยังไงวาเนสซ่าเธอยังไม่ตอบฉันเลยนะว่าเธอชอบไหมที่ฉันทำกับเธอ”
นิ้วมือหนาสองนิ้วยังคงทำหน้าที่ไม่คิดล่าถอยออกไปแต่อย่างใด จังหวะช้าๆ ของเขาทำให้เธอทรมาน เนื้อตัวร้อนผ่าว เธอต้องการมากยิ่งกว่านี้ ในจังหวะที่ถี่มากยิ่งขึ้นเพื่อจะได้บินไปถึงฝั่งฝันอย่างรวดเร็ว
ทว่าแอเรียลก็ไม่ให้เธอ!
เขากลั้นแกล้งเธออย่างจงใจ!
ผู้ชายบ้าบอ!
“คุณแอเรียล”
“ตอบฉันสิตอบหวานๆ แล้วฉันจะมอบสิ่งที่เธอต้องการให้ด้วยดุ้นใหญ่ๆ ของฉัน”
“ฉันชอบค่ะชอบมาได้โปรด”
“อะไรกันยัยผีเสื้อเธอต้องแทนตัวเองโดยใช้ชื่อตัวเองกับฉันสิ” เขาทำเสียงไม่พอใจเธอแล้วทำท่าว่าจะถอนนิ้วมือออกจากช่องทางรัก วาเนสซ่าถูกปลุกสัญชาตญาณดิบออกมาจนเนื้อตัวกระสัน เธอไม่อาจปฏิเสธเขาได้ เขาอยากได้อะไรเธอยินยอมให้หมดทุกอย่าง
มือนุ่มคว้าเอามือหนาเอาไว้ให้เขาใช้นิ้วมือซุกซ่อนอยู่ที่เดิม
“ว....วา....วาเนสซ่าชอบค่ะชอบมาก.....ได้โปรดสัมผัสวาเนสซ่าอีกนะคะ....ทำให้วาเนสซ่าไปถึงสวรรค์.....อ๊า!!!”
รวดเร็วทันใจแอเรียลถอนนิ้วมือทั้งสองออกจากนั้นก็ดันแกนกายใหญ่โตเข้าไปในช่องทางรักแสนคับแน่นของเธอ ขนาดที่แตกต่างกัน ทำให้บุบผาสาวเบ่งบานและบวมเป่ง ดูแล้วเหมือนเขากับเธอจะเข้ากันได้ยาก แต่ความจริงแล้วไม่เป็นอย่างนั้น แอรียลและวาเนสซ่าเข้ากันได้ดีเชียวล่ะ เป็นความแตกต่างที่ลงตัวสุดๆ
มันยากลำบากแค่เพียงตอนสอดใส่ครั้งแรกแค่นั้นเอง
แอเรียลเป็นผู้นำขับเคลื่อนแรงพิศวาสโดยมีหญิงสาวใต้ร่างเดินตามหลัง เขาจู่โจมเข้าใส่ราวกับพายุทอร์นาโดอย่างไรอย่างนั้น มันคลุ้มคลั่งและบ้าคลั่งมาก หญิงสาวแอ่นรับแทบไม่ไหวกับพละกำลังของเขาที่มีมาก
“ครางสิวาเนสซ่าครางออกมาดังๆ เพื่อฉัน” เขาสั่งการน้ำเสียงกระท่อนกระแท่นตามจังหวะโหมกระหน่ำสะโพกส่งแกนกายเข้าและออก
ร่างสาวสั่นไหวอกคู่งามใหญ่โตก็กระเพื่อมไปมาล่อตาล่อใจแอเรียลเหลือเกิน เขาก้มลงจรดชิดใช้ฝ่ามือขย้ำและใช้ริมฝีปากดูดดึงยอดอกของเธอ ทำให้เธอคลุ้มคลั่งไปพร้อมกับเขา
“อ๊า...อ๊า...คุณแอเรียล...อ๊า...ไม่ไหว...อ๊า...ไม่ไหวแล้ว...อื้อ...คุณแอเรียลร่างของวาเนสซ่าจะไหวแล้ว...อะ...อ้ายยยยย!!!”
เธอกรีดร้องออกมาพร้อมกับการหลั่งของเหลวที่มากจำนวนราวกับเขื่อนแตก แต่แอเรียลยังไม่ถึง เขาเร่งแรงตามเธอไปติดๆ
“ซี๊ดดดดดดดดด”
มีแต่เสียงครางซี๊ดของเขาเท่านั้น แอเรียลแช่ตัวนิ่งครู่หนึ่ง ก่อนจะผละตัวออกแล้วจับร่างบางให้นั่งบนกายของเขา โดยที่เธอกับเขายังเชื่อมสัมพันธ์กันอย่างแนบแน่น
“ขย่มฉันสิถ้าฉันแตกฉันจะมอบของรางวัลให้เธอวาเนสซ่า”
เป็นคำสั่งเหมือนคนใจดีมีเมตตา อะไรคือของรางวัลของเขาล่ะ? ไม่มีใครรู้นอกจากแอเรียลคนเดียว ทว่าถึงแม้หญิงสาวไม่รู้ แต่เธอก็ทำตามคำสั่งของเขานั่นเพราะอารมณ์นำพาไป จนเมื่อเสร็จสมแอเรียลก็ทำการมอบรางวัลให้เธอ ด้วยลิ้นของเขาที่ปรนเปรอบุบผาสาวของเธอ
ขามันผู้ชายเจ้าเล่ห์แสนร้าย!!!!
