บทที่ 9 ความหวังVSความย้อนแย้ง
ร่องรอยความบอบช้ำนัยน์ตาคู่สวย และเปลือกตาที่บวม ครองขวัญเดาได้ไม่ยากเลยว่าลูกสะใภ้ป้ายแดงของเธอเพิ่งผ่านการร้องไห้มาเป็นเวลานาน เนื่องจกร่องรอยดังกล่าวเห็นได้อย่างชัดเจน ครองขวัญเห็นแล้วหนักอกหนักใจ อย่างที่เธอได้บอกแอเรียลไป หญิงตั้งครรภ์มักมีอารมณ์ที่แปรปรวน เรื่องเล็กน้อยสามารถนำมาคิดมากได้ และครองขวัญก็พอจะทราบว่าแอเรียลต้องพูดเรื่องที่แย่มากพอสมควร ถึงได้ทำให้ผู้หญิงเข้มแข็งอย่างวาเนสซ่าเศร้าซึมไร้ความสดใส
“วาเนสซ่าบอกหม่ามี้ได้หรือเปล่าว่าแอเรียลทำอะไรกับหนู”
ครองขวัญถามออกไปตรงๆ เธอคงเก็บงำความรู้สึกแล้วทำตัวเป็นคลื่นใต้น้ำไม่ได้อีกแล้ว เธอต้องการพูดกับวาเนสซ่าให้รู้เรื่อง เพื่อจะได้ให้ความช่วยเหลืออย่างถูกวิธี
“เปล่าค่ะวาเนสซ่าแค่ปวดหัวค่ะหม่ามี้”
วาเนสซ่ากำลังโกหกครองขวัญอยู่ ครองขวัญถอนหายใจ เธอมองไปยังวาเนสซ่าด้วยสายตาเอ็นดูและเห็นอกเห็นใจ
แต่ครองขวัญไม่อาจปล่อยเรื่องนี้ไปได้กลัวจะสายเกินแก้
“หากหม่ามี้บอกว่าหม่ามี้รู้ว่าหนูเข้ามาอยู่ที่นี่ในฐานะอะไรหนูจะบอกหม่ามี้ได้หรือเปล่าจ๊ะวาเนสซ่า”
“หม่ามี้”
วาเนสซ่าเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เสียงของเธอเรียกครองขวัญแผ่วเบา ไม่คิดว่าครองขวัญจะทราบเรื่องนี้ เนื่องจากแอเรียลก็พยายามเล่นละครแสดงตนเป็นคู่รักกับเธอ ที่กำลังคบหาดูใจ จนล่าสุดเธอตั้งครรภ์เขาก็แสดงความรับผิดชอบ
“ที่หม่ามี้ต้องเห็บเรื่องนี้ไว้เพราะอยากดูปฏิกิริยาของหนูและแอเรียลเท่านั้น”
“ขอโทษนะคะ”
เธอไม่เคยโกหกผู้ใหญ่แต่เธอก็ต้องมาโกหก ครองขวัญดีกับวาเนสซ่ามากและยังเป็นกันเองสุดๆ และเธอก็เข้าใจแล้วล่ะว่า ทำไมครองขวัญถึงไม่ถามซอกแซกเกี่ยวกันที่ไปและที่มาของเธอ นั่นก็เพราะครองขวัญรู้อยู่ก่อนแล้ว ประวัติส่วนตัว ที่มาและที่ไป รวมถึงสถานะที่แท้จริง เธอก็แค่ ‘นางบำเรอ’
“ไม่ต้องขอโทษหรอกจ๊ะ เรื่องนี้แอเรียลผิดเต็มๆ และหม่ามี้ก็ไม่โกรธและไม่รังเกียจที่จะรับหนูเข้ามาเป็นสะใภ้ของตระกูลอินเซนดิโอ”
แล้วเธอจะบอกออกไปได้ยังไงว่าลูกชายของครองขวัญคิดในทางตรงกันข้าม
วาเนสซ่าบีบมือตัวเองแน่น เธอตื้นตันใจกับความดีมีเมตตาของครองขวัญ และเธอก็รู้สึกเสียใจกับความร้ายกาจไร้หัวใจของแอเรียล วาเนสซ่าสูดลมหายใจเข้าปอดลึก เงยหน้าขึ้นมาพยายามฝืนยิ้ม ทว่ารอยยิ้มของเธอมันเจื่อนมากเหลือเกิน
“มานั่งข้างๆ หม่ามี้สิจ๊ะ”
“ค่ะ” วาเนสซ่าลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปนั่งลงข้างกายครองขวัญตามคำชวน
“ไม่ต้องกลัวนะวาเนสซ่า หม่ามี้เป็นแม่ที่รักลูกไม่มีความลำเอียง ถูกก็ว่ากันไปตามถูกหากทำผิดก็ว่ากันไปตามผิด สิ่งที่แอเรียลทำกับหนูมันคงทำให้หัวใจของหนูเจ็บปวดมาก”
ครองขวัญพูดไปก็ลูบศีรษะของวาเนสซ่าไปด้วย คำพูดและความอ่อนโยนนั่นทำให้น้ำตาของวาเนสซ่าไหลลื่นออกจากหน่วยตา วาเนสซ่าเจ็บปวดมาก เธอว้าวุ่นกับความวิตกกังวล ปัญหาที่แอเรียลโยนมาให้มันทำให้เธอมืดไปหมดทั้งแปดด้าน
ตอนนี้ครองขวัญจึงเปรียบดั่งแสงสว่าง
“คุณแอเรียลจะโกรธไหมคะ”
“โกรธแต่ทำอะไรไม่ได้ หม่ามี้เป็นแม่ที่ใจดีแต่บทโหดก็เอาเรื่องอยู่นะจ๊ะ”
วาเนสซ่ามองเข้าไปในตาของครองขวัญ เธอพบเห็นความจริงจังและจริงใจในดวงตาคู่นั้น วาเนสซ่าที่คิดว่าครองขวัญจะเป็นที่พึ่งสุดท้ายของเธอ เธอจึงไม่รอช้าที่จะเล่าทุกอย่างให้วาเนสซ่าฟังจนหมดไม่มีหมกเม็ดแม้แต่นิดเดียว ทำเอาครองขวัญถึงกับยกมือทาบอกอยู่หลายครั้งหลายครา
“เรื่องทั้งหมดก็เป็นแบบนี้ค่ะ”
“ตายๆ หม่ามี้แทบเป็นลม คิดว่าเลี้ยงดีมากที่สุดแต่มีนิสัยเหมือนปาป๊าของเขาไม่มีผิด”
“หนูไร้หนทางที่จะต่อสู้กับคุณแอเรียลแล้วค่ะ”
วาเนสซ่าบอกเสียงเศร้า ครองขวัญเห็นท่าทางแบบนั้นแล้วเจ็บปวดหัวใจไปด้วย เธอเป็นผู้หญิงและผ่านเรื่องราวทำนองนี้มาก่อน มันทรมานมากจริงๆ
และวาเนสซ่าที่บิดาของเธอทอดทิ้งไม่ใยดีเห็นลูกสาวเป็นเพียงวัตถุเรียกเงิน ครองขวัญรับรู้เลยว่า วาเนสซ่าต้องเจ็บปวดมากกว่าที่เธอเคยเจ็บปวดเป็นร้อยเท่าเลยล่ะ ผู้หญิงตัวคนเดียว ไร้ที่พึ่งพา และชีวิตตกอยู่ในอันตรายทุกวัน แอเรียลทำไมถึงใจร้ายกับเธอได้ลงคอ
“วางใจได้นะวาเนสซ่ายังไงลูกสะใภ้ของหม่ามี้ก็ต้องเป็นหนู และแม่ของหลานก็ต้องเป็นหนูด้วยเหมือนกัน วางใจส่วนเรื่องของพ่อของหนูหม่ามี้จะให้ปาป๊าเป็นคนจัดการเรื่องนี้ รับรองว่าเขาจะปลอดภัยและเป็นคนดีขึ้น”
“จริงเหรอคะ”
นัยน์ตาเศร้าหมองและคลอด้วยน้ำตาเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความหวังและมีประกายในดวงตา ครองขวัญเห็นแบบนั้นเธอก็รู้สึกใจชื่น อย่างน้อยลูกสะใภ้ของเธอก็กลับมาสดชื่นเหมือนเดิมแล้ว แม้จะไม่มากแต่มันก็เป็นนิมิตหมายที่ดีเลยล่ะ
และครองขวัญก็จะทำให้วาเนสซ่ากลับมาร่าเริงสดชื่นแจ่มใสอีกครั้งหนึ่งให้ได้ ส่วนลูกชายเทวดาของเธอนั่น ครองขวัญจะมอบบทเรียนราคาแพงให้แอเรียลอย่างแน่นอน
“เอกสารนั้นหนูไม่ต้องกังวล แอเรียลให้เซ็นอะไรก็เซ็นไปตามใจเขาเลย”
“แล้วคุณพ่อของหนูจะไม่เป็นอันตรายใช่ไหมคะ”
“ไม่แน่นอนจ๊ะ หลังจากที่หนูแต่งงานเพื่อให้แอเรียลตายใจ ฮาซาร์จะยังเล่นพนันอย่างปกติและหลังจากนั้นฮาซาร์หายไปจากสารบบของแอเรียล สิ่งที่สำคัญตอนนี้มีเพียงแค่ทะเบียนสมรสและสถานะของแม่ลูกเท่านั้นจ๊ะ ส่วนเรื่องความรักหม่ามี้คิดว่าแอเรียลสามารถให้ใจหนูได้ไม่ยาก เพียงแต่ต้องทำอย่างถูกวิธีก็เท่านั้น”
“อะ.....เอ่อ” จู่ๆ ใบหน้าก็ร้อนผ่าวขึ้นมาซะอย่างนั้น บ้าจริงเชียว! เธอกำลังคิดและรู้สึกบ้าอะไรของเธอนะวาเนสซ่า?
“ไม่ต้องคิดมากนะจ๊ะมีหม่ามี้อยู่ทั้งคน หม่ามี้มีกำลังเสริมเยอะกว่าแอเรียลอย่างแน่นอน หนูไม่ต้องเป็นห่วง”
“ขอบคุณมากนะคะ”
“ไม่เป็นไรวาเนสซ่า หม่ามี้เองก็เห็นใจหนูในฐานะลูกผู้หญิงและหม่ามี้ไม่อยากให้หลานตัวน้อยกำพร้าแม่”
สองสาวต่างวันสวมกอดกันและกันไว้แนบแน่น ครองขวัญเป็นมนุษย์ผู้หญิงที่มีความเป็นนางฟ้าสูงมาก วาเนสซ่าใจชื่นขึ้นเยอะกับความหวังครั้งใหม่ของเธอ
วาเนสซ่าเก็บพับความแช่มชื่นของเธอเอาไว้เป็นอย่างดี เมื่ออยู่ต่อหน้าของแอเรียลเธอจะทำตัวเศร้าซึมเหมือนจะสิ้นใจซะให้ได้ แอเรียลมีความหงุดหงิดที่เธอเลือกปฏิบัติกับเขาแตกต่างจากคนอื่น ไม่ว่าจะเป็นมารดาของเขาหรือสาวใช้และบอดี้การ์ดวาเนสซ่าจะคุยดีและมีรอยยิ้มให้เสมอ แม้รอยยิ้มของเธอในครานี้จะไม่ได้สดใสมากนัก แต่เขาก็รู้สึกไม่ชอบใจ
เป็นอะไรของเธอนักหนา!
“เซ็นซะสิ”
เขาบอกเธอเมื่อเห็นหญิงสาวมีทีท่าลังเลใจจะเซ็นดีหรือไม่เซ็นดี และในที่สุดหญิงสาวก็จรดปลายปากกาลงชื่อเธอไปในกระดาษเอกสารสัญญาของเขาที่มีความยาวถึงสี่หน้ากระดาษด้วยกัน ครองขวัญบอกกับวาเนสซ่าว่าไม่ต้องกังวน เอกสารไม่กี่แผ่นไม่อาจทำให้สถานะของวาเนสซ่าสั่นคลอนไปได้
“หลังจากหย่ากันแล้วฉันจะให้เงินเธอหนึ่งก้อนเอาไปสร้างเนื้อสร้างตัว”
“ขอบคุณค่ะ”
น้ำเสียงของเธอที่กล่าวขอบคุณเบาหวิวจนแทบไร้เสียง หากถึงวันนั้นจริงๆ วันที่เธอต้องจากเขาไป สิ่งที่เธอต้องการมากกว่าเงินคือลูก
ทว่าแอเรียลคงไม่อาจให้ได้
“ระยะนี้เธอต้องนอนที่ห้องของฉันนะ ลูกต้องอยู่ใกล้มือของพ่อ”
“ลูกยังคงเป็นเพียงก้อนเนื้อยังไม่มีความรู้สึกหรอกค่ะ”
“ฉันเป็นพ่อนะเป็นผู้ให้กำเนิดฉันรู้ว่าลูกของฉันคิดยังไงและลูกของฉันก็ฉลาด”
แอเรียลตอบด้วยน้ำเสียงฉุนเฉียว บอกได้ว่าเขากำลังอารมณ์เสียอยู่ หอบหายใจแรงจากนั้นก็กระแทกตัวนั่งลงบนโซฟาตัวยาวที่มีหญิงสาวนั่งอยู่
จากนั้นเขาก็....พรึ่บ!!!
“คุณแอเรียลทำอะไรคะ”
หญิงสาวถามด้วยความตกใจและตื่นกลัว เสียงพรึ่บ!เมื่อครู่คือเสียงของมือหนาตะลบชายกระโปรงเดรสของเธอขึ้นสูง เขาดันให้เธอนอนตามความยาวของโซฟาดวงตาจ้องมองไปยังหน้าท้องที่ยังแบนราบ
“ฉันจะทักทายลูกเธอเกี่ยวอะไรด้วย”
“แต่นี้มันร่างกายของฉันนะคะ”
“ร่างกายของเธอฉันซื้อมาแล้วและตอนนี้มันเป็นของฉัน ตามใดที่เรายังอยู่ในสภานะผัวเมียกัน ฉันมีสิทธิ์ทุกอย่างตัวเธอ”
เอาแต่ใจที่สุด!!!
เอาแต่ใจไม่มีใครเกิน!!!
วาเนสซ่าอยากจะบ้าตายไปซะตรงนี้ แอเรียลจิตใจอำมหิตนักเชียว มันช่างแตกต่างจากใบหน้าเทพบุตรของเขา วาเนสซ่ารู้สึกเสียใจ โกรธ และเธอก็อายเมื่อต้องมาเปิดประโปรงโชว์ต่อหน้าต่อตาแอเรียลแบบนี้
แถมตอนนี้พ่อเจ้าประคุณก็เอาแก้มมาแนบกับหน้าท้องของเธอด้วย
“เธอต้องกินข้าวเยอะๆ นะวาเนสซ่าไม่อย่างนั้นลูกจะไม่แข็งแรง”
“...”
“น้ำหอม แชมพู สบู่ หรือแม้เครื่องประทินผิวฉันก็ขอสั่งห้ามไม่ให้เธอเปลี่ยนยี่ห้ออย่างเด็ดขาด”
“ทำไมเหรอคะ”
“เพราะหากเธอเปลี่ยนมันจะทำให้ลูกต้องปรับสภาพเข้ากับสิ่งใหม่ ลูกต้องลำบากแน่”
แอเรียลหยิบยกเอาลูกมากล่าวอ้างเป็นตุเป็นตะ ไม่ใช่ว่าเขาไม่รู้ว่าลูกของเขานั้นยังไม่มีความรู้สึกในตอนนี้ แอเรียลรู้ดีแต่เขาก็อยากหาเรื่องเธอ ว่ากันตามตรงหากจะพูดออกไปตรงๆ ว่าตัวเธอหอมและเขาชอบวาเนสซ่ามีหวังหัวเราะเยาะเขาอย่างแน่นอน และแค่คิดว่ากลิ่นกายของเธอเปลี่ยนเขายังรู้สึกอยากจะอาเจียนออกมาซะเดี๋ยวนี้
“เธอเข้าใจที่ฉันพูดหรือเปล่าวาเนสซ่า”
“อะ....เอ่อ.....ค่ะเข้าใจ” หญิงสาวอ้ำอึ้งกับคำตอบ เธอเข้าใจว่าเธอจะไม่เปลี่ยนข้าวของเครื่องใช้ที่จะทำให้ตัวของเธอหอมกลิ่นเดิม และเธอก็เข้าใจอีกอย่างหนึ่งว่าแอเรียลเริ่มเป็นคนบ้าเข้าไปแล้ว อารมณ์ของเขาเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายและบางครั้งความคิดของเขาก็แปลกประหลาดเหมือนเด็ก
“ที่ฉันพูดเนี่ยเพราะเคยเป็นเด็กทารกมาก่อนหรอกนะ ฉันรู้ว่าลูกต้องการอะไร เพราะเมื่อก่อนฉันเองก็ต้องการ”
แทนที่เธอจะรู้สึกเศร้าและซึมเมื่อเขาไม่ปฏิบัติกับเธอดีๆ แต่กลับกลายเป็นว่าเธอต้องทำหน้าเหวอกับคำพูดของเขา ไม่คิดไม่ฝันว่าจะมาเจอคนอัจฉริยะที่มีความนึกคิดสามารถรับรู้เรื่องราวในครรภ์ของมารดาได้ดีขนาดนี้ แต่กระนั้นก็มีหนึ่งความคิดมาย้อยแยงคำพูดของเขา
เรื่องแบบนี้นี่มันนิทานหลอกเด็กชัดๆ!!!
“เธอไม่เชื่อก็ไม่เป็นไรนะฉันไม่ห้ามแต่ที่ฉันบอกไปเธอต้องทำตามไม่งั้นมีหนาวแน่”
“หนาว?.....ฉันควรต้องการผ้าห่มอุ่นๆ สักผืนมาให้ไออุ่นหากถึงฤดูหนาว”
วาเนสซ่าทำหน้าใสเสียงซื่อตอบกลับเขามา ทำเอาแอเรียลถึงกับอ้าปากค้าง ดวงตาคมกริบจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาหวาน เขาพยายามหาร่องรอยว่าเธอตั้งใจพูดกวนประสาทเขาหรือเปล่า
ทว่าก็ไม่พบร่องรอยอย่างที่เขาคิดนั่นก็แสดงว่าหญิงสาวไม่เข้าใจคำพูดของเขาจริงๆ บ้าเอ๊ยอุตส่าห์ขู่แต่ดันไม่รู้ว่าขู่ เออก็ได้! ปล่อยผ่านก็ได้โว้ย!!!
“คุณแอเรียลคะ”
“อะไรของเธอเรียกฉันทำไม”
“ฉันเย็นหน้าท้องค่ะ แอร์ในห้องเย็นมากเหลือเกิน หากคุณทักทายลูกเสร็จแล้วฉันขอเอากระโปรงลงไปไหมคะ”
“ก็แล้วแต่” แอเรียลยันกายลุกขึ้นนั่ง และเขาก็ช่วยเหลือเธอโดยการจับร่างบางประคองขึ้นนั่ง ทว่ากระโปรงที่เปิดขึ้นจนถึงใต้อกอวบแอเรียลไม่คิดช่วยปิด
ขณะนั้นก็ใช้สายตาโลมเลียจนหญิงสาวกุรีกุจอปิดแทบไม่ทัน
“จิ๊!”
แอเรียลและวาเนสซ่านอนด้วยกัน เธอไม่รู้ว่าเขาสุขหรือไม่แต่เธอเป็นทุกข์สุดๆ นั่นก็เพราะต้องนอนร่วมเตียงกับจอมปีศาจ วาเนสซ่ามีความกระสับกระส่าย เธอไม่สามารถพลิกตัวไปมาได้ เพราะแอเรียลบังคับให้เธอนอนหนุนแขนของเขา แล้วเขาก็โอบกอดเธอเอาไว้แน่นหนา วาเนสซ่าอึกอัด แต่แอเรียลบอกว่ากอดกันแบบนี้จะทำให้ลูกอบอุ่น
แหง่ล่ะก็เขาเล่นเพิ่มอุณหภูมิของเครื่องปรับอากาศให้หนาวเหน็บราวกับว่าเขาและเธอกำลังนอนอยู่ขั้วโลกเหนือ อีกหน่อยคงมีหมีขั้วโลกสีขาวเข้ามาวิ่งเล่นในห้องเป็นแน่ หากเป็นแบบนั้นวาเนสซ่าไม่มีความสงสัยเลยว่าหมีเข้ามาในห้องนี้ได้ยังไง
“อยู่ใกล้ฉันใจมันสั่นไหวมากขนาดนั้นเชียว” คนที่เธอคิดว่าเขาหลับไปแล้วกลับเปล่งวาจาที่ทำให้แก้มของเธอร้อน
“เปล่าค่ะ”
“แล้วเธอใจเต้นแรงทำไมถ้าหากเพราะมนอานุภาพความหล่อของฉันไม่ได้”
“ฉันรู้สึกกลัวคุณค่ะและคุณอาจนอนทับฉันกับลูกได้”
“หึ” เค้นเสียงในลำคอหัวเราะหึแบบนั้นหมายความว่ายังไงนะ? หญิงสาวครุ่นคิดอย่างไม่เข้าใจ แต่เธอคาดเดาว่าเขาคงไม่เชื่อคำพูดของเธอ จะว่าไปแล้วมันก็ใช่ หญิงสาวเองก็รับรู้ว่าคำพูดของเธอไม่น่าเชื่อถือนัก
หัวใจของเธอเต้นแรงเพราะความใกล้ชิดที่เกิดขึ้น
“ฉันขอนอนแบบปกติได้ไหมคะ”
“ที่นี่คือห้องนอนของฉัน”
แอเรียลตอบกลับมาแบบนั้น ก็ทำให้หญิงสาวเข้าใจในทันทีว่าเขาหมายถึงอะไร สิ่งที่แอเรียลต้องการจะบอกเธอก็คือ ห้องนอนของเขาเธอไม่มีสิทธิ์ทำอะไรทั้งสิ้นแม้แต่การนอนอย่างสบาย
และหากเธอกลับไปนอนห้องของเธอก็อย่าหวังว่าเธอจะมีสิทธิ์ทำอะไรตามใจหรือบอกความต้องการกับเขา เพราะแอเรียลก็จะใช้สถานะของเจ้าของคฤหาสน์มาใช้กับเธออยู่ดีนั่นแหละ
ผู้ชายอะไรทำไมชอบวางอำนาจและกลั่นแกล้งผู้หญิงบอบบาง
แอเรียลนี่มันคนโรคจิตชัดๆ!!!
และเมื่อหญิงสาวไม่สามารถต่อกรกับเจ้าของห้องนอนได้เธอจึงต้องจำใจข่มตาให้หลับลงไปในอ้อมกอดของปีศาจหน้าหล่อ ส่วนแอเรียลเขาหลับหลังเธอไปเพียงนิดเดียว และเช้าวันใหม่แอเรียลก็ตื่นก่อน อาบน้ำแต่งตัวออกจากห้องไปก่อน เพราะว่าเขามีธุระให้ต้องรีบไปทำ
อ๊วกกกกกกกกก!!!!!
อ๊วกกกกกกกกก!!!!!
ร่างสูงที่เพิ่งเดินทางกลับจากพบคู่ค้าทางธุรกิจวิ่งเข้าห้องทำงานแล้วตรงไปยังห้องพักส่วนตัวที่มีประตูเชื่อมต่อ เขาต้องการใช้ห้องน้ำโดยเร็วที่สุดและมันก็เกือบไม่ทันการ เศษอาหารที่เขากินไปเมื่อไม่กี่นาทีผ่านมามันถูกขับออกมาทางเก่า แอเรียลโก่งคอพยายามเค้นเอาเศษอาหารออกให้หมด แต่เขากินไปนิดเดียวแม้อาหารจะออกมาหมดแล้วแต่ก็ยังมีอาการอยากอาเจียนอยู่
“แฮ่กๆ....ไม่ไหว.....อ๊วกกกกกก!”
แอเรียลอยากจะบ้าตาย เขาอาเจียนไม่หยุดรู้สึกข่มคอเป็นบ้า ความจริงแล้วเขามีอาการแบบนี้มาตั้งแต่นั่งร่วมโต๊ะอาหารกับลูกค้าคนนั้น แอเรียลต้องพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องเครื่องดื่มที่จะสั่งเข้ามาบริการในคลับของคาสิโน ทว่าการพบเจอกัยรอบนี้แอเรียลรู้สึกเหม็นและมึนหัวอย่างมาก น้ำหอมของคู่ค้าธุรกิจที่ใช้ทำให้เขานึกถึงซากศพของหมาแมวที่ตาย แอเรียลรู้สึกแบบนั้น จนต้องรีบคุย รีบกินและรีบกลับมา
จากนั้นก็เป็นอย่างที่เห็นแอเรียลอาเจียนจนหมดสภาพ
“แฮ่กๆ ฮัลโลอิกอร์ฉันต้องการกลับบ้านตอนนี้เตรียมรถด่วน”
“นายท่านมีประชุมต่อไม่ใช่เหรอครับ”
“นายอยู่และฉันจะไปอิกอร์”
“อย่างนั้นผมจะโทรตามคนขับรถนะครับ นายท่านออกมารอรถได้เลยครับ”
“อืม”
แอเรียลกดวางสายอย่างรวดเร็ว มีความคิดหนึ่งที่แล่นมาในหัว นั่นก็คือต้องกลับไปที่คฤหาสน์หลังงาม และพอคิดแบบนั้นแอเรียลก็รู้สึกว่าตนนั้นกระชุ่มกระชวยขึ้น แต่ก็ยังมีอาการมึนศีรษะอยู่
“เชิญครับนายท่าน”
“ขับรถให้เร็วนะฉันต้องการไปถึงคฤหาสน์ให้เร็วมากที่สุด”
ก็ไม่รู้ว่าเร็วสุดนั้นเท่าไหร่แต่คนขับรถก็เหยียบคันเร่งสุดเพื่อให้ความต้องการของเข้านายสมหวัง จนมาถึงคฤหาสน์ภายในเวลาสินาทีเศษ จากที่ปกติแล้วต้องถึงคฤหาสน์ประมาณยี่สิบนาที
“วาเนสซ่ากับหม่ามี้อยู่ไหน” แอเรียลมาถึงก็ถามหามารดาและวาเนสซ่าทันที
“อยู่ในห้องครัวค่ะกำลังทำเค้กกันอยู่”
“ไปเรียกวาเนสซ่ามาพบฉันที่ห้อง บอกเธอว่าด่วน”
“สักครู่นะคะ” สาวใช้รีบขอตัวแล้วเร่งสาวเท้าตรงไปยังห้องครัว ขณะที่แอเรียลเดินอารมณ์ดีขึ้นบันไดวนไปรอที่ห้องนอนของเขา
ไม่นานวาเนสซ่าก็มา.......
“คุณมีธุระอะไรกับฉันเหรอคะ”
“เปล่าแค่จะชวนมาอาบน้ำด้วยกัน”
“อะ....อะ....อะไรนะ?”
หญิงสาวพูดไม่เป็นคำตะกุกตะกัก เธอมีอาการหน้าเหวอ และก้าวถอยหลังขยับห่างจากแอเรียลที่ลุกจากเตียงแล้วก้าวมาข้างหน้าเพื่อตามเธอ
“กลัวอะไร”
“ฉันอาบน้ำแล้วค่ะ”
หญิงสาวรีบร้อนบอกเขาหัวใจสั่นไหว กลางวันแสกๆ แบบนี้เขามาชวนอาบน้ำและคนอย่างแอเรียลคงไม่ใช่แค่อาบน้ำอย่างเดียวแน่ เขาเปลือยเธอเปลือยมันจะไปเหลือเหรอ?
หมับ!!!
มือหนาคว้าหมับที่แขนเรียวแล้วกระชากเข้ามาตัวโอบกอดรอบเอวคอดเอาไว้แน่นหนาเธอไม่มีทางดิ้นหลุดไปไหนได้
“ฉันรู้สึกครั้นเนื้อครั้นตัวต้องการอาบน้ำ”
“แต่ฉันอาบแล้วและสบายดี”
“ไม่.....ฉันอยากอาบน้ำกับลูกและเมื่อลูกอยู่ในท้องของเธอเธอก็ต้องพาลูกมาอบน้ำกับฉัน”
ประสาทเหรอ!!!!
มันคือเสียงในหัวของเธอที่ตอบโต้เขาไปหากไม่บ้าไม่ประสาทก็คงพูดและทำอะไรแบบนี้ไม่ได้ แอเรียลยิ่งอยู่นับวันเขายิ่งคิดทำอะไรแปลกประหลาด เธอเองก็เอาใจเขาไม่ทัน และก็ไม่มีความเข้าใจ
“เร็วสิวาเนสซ่าอย่าให้ฉันต้องโหดนะระวังเธอจะโดนลงหวาย”
เขาขู่เธอแล้วจัดการกับเสื้อผ้าของเธอ ปลอกเปลือยออกจนหมดจากนั้นก็อุ้มเข้าห้องน้ำ และบังคับให้เธออาบน้ำกับเขา
ทว่ามันก็เกินคาดเมื่อแอเรียลบอกว่าอาบน้ำและเขาก็ทำเพียงอาบน้ำกับเธอเท่านั้น หญิงสาวหน้าร้อนผ่าวเพราะก่อนหน้านั้นเธอคิดไปไกลว่าเขาจะชวนเธอทำเรื่องร้อนแรงในห้องน้ำ แต่เขาไม่ได้ทำ
บ้าจริงเชียวความคิดของเธอเองก็หื่นเอาเรื่องอยู่นะ!!!
แอเรียลและวาเนสซ่าลงมาข้างล่างหลังจากที่อาบน้ำด้วยกันเสร็จแล้ว ครองขวัญสังเกตปฏิกิริยาของสองหนุ่มสาวที่เดินเคียงคู่กันเข้ามาในห้องนั่งเล่น แอเรียลทำหน้านิ่งในขณะที่วาเนสซ่าหน้าแดงแจ๋ ครองขวัญยังสังเกตเห็นอีกว่า สองหนุ่มสาวสวมใส่ชุดใหม่สำหรับอยู่บ้าน
แอเรียลพาลูกสะใภ้ของเธอไปทำอะไรนะอาบน้ำหรือว่าทำเรื่องร้อนแรง?
ครองขวัญมีความสงสัยแต่เธอเลือกที่จะตั้งคำถามเงียบๆ กับตัวเองเพียงเท่านั้น เพราะหากพูดออกไปวาเนสซ่าต้องอยากหายตัวไปจากโลกนี้เพราะความอายอย่างแน่นอน ครองขวัญเข้าใจความเขินอายของผู้หญิงดี ปัจจุบันเธอก็มีความอายกับสามีของเธอ ไม่เคยรู้สึกชินเลยสักครั้ง
“ไม่ได้เข้าไปหาหม่ามี้ต้องขอโทษด้วยนะครับพอดีผมครั้นเนื้อครั้นตัวอยากอาบน้ำรู้สึกเหมือนจะป่วย” โดยที่ครองขวัญไม่ต้องถามและแอเรียลก็จัดการมอบคำตอบให้กับเธอ
ครองขวัญยกชาขึ้นจิบหลบซ่อนรอยยิ้มขำลูกชายก่อนจะทำหน้าปกติแล้ววางแก้วชาลงตามเดิม
“หาหมอไหมจ๊ะ”
“ไม่เป็นไรครับผมหายแล้วครับ”
“ได้ยาดีหรือจ๊ะ”
“ครับคงเพราะได้ยาดีจากวาเนสซ่าแน่ๆ ครับผมเลยหายเป็นปลิดทิ้ง”
ตุบ! ตุบ! ตุบ! เสียงหัวใจของหญิงสาวเต้นแรงและดังมากจนหัวใจแทบหลุดออกจากอกเพียงเพราะได้ยินคำตอบของเขาที่ตอบมารดา เธอกลายเป็นยาดีของเขาไปแล้วอย่างนั้นเหรอ? เขาพูดบ้าอะไรของเขานะ ทำไมต่อหน้ามารดาเขาถึงชอบพูดอะไรหวานแปลกๆ แล้วทำให้เธอคิดไกล
บ้าจริงเชียวผู้ชายคนนี้!
“ปากหวานจังเลยนะลูกชายคนนี้”
“ต้องปากหวานสิครับเดี๋ยววาเนสซ่าหนีผมไปนอนห้องหม่ามี้ผมเหงาแย่เลย” เขาแสร้งทำเสียงเสียดายหากเธอทำแบบนั้นกับเขาจริงๆ หญิงสาวที่ใจเต้นแรงเมื่อครู่รู้สึกว่าใจของเธอหล่นไปอยู่ตาตุ่ม
เคยมีสักครั้งที่จะจริงใจพูดดีและทำดีโดยไม่หวังผลตอบแทน?
คงไม่มีสินะคนอย่างแอเรียลเนี่ยหน้าเลือดไม่พอยังหน้าด้านหน้ามึนอีกด้วย!!!
หญิงสาวคิดแล้วก็เบือนหน้าไปทางอื่น แอเรียลหันมามองเธอ เพราะเธอตัวสูงน้อยกว่าเขาจึงทำให้เขาต้องก้มหน้าลงมาแล้วใช้มือหนึ่งข้างจับคางเรียวและดันให้หันกลับมาเผชิญหน้ากับเขา แอเรียลคิดหาวิธีการกลั่นแกล้งวาเนสซ่าแบบใหม่พบแล้วล่ะ
เขาจะแสดงความหวานกับเธอให้เธอรู้สึกอยากหายไปจากตรงนี้
จุ๊บ!
“อุ้ย!!!!”
หญิงสาวอุทานด้วยความตกใจดวงตาของเธอเบิกโตเท่าไข่ห่าน ครองขวัญเองก็นิ่งค้างไปเลย แต่ไม่นานเธอก็ยิ้มอย่างพึงพอใจ ไม่ว่าจะสาเหตุใดที่ทำให้แอเรียลแสดงออกมาแบบนี้ แจ่มันจะเป็นเรื่องที่ดีและส่งผลทางความรู้สึก คนอาบน้ำร้อนมาก่อนย่อมรู้ดี
พ่อกับลูกไม่ได้ต่างกันมาก....
“ทำหน้าบึ้งเหมือนงอนเธอต้องจุ๊บแก้มให้หายงอน”
“ฉัน....คือว่าฉัน....ฉันไม่ได้งอนคุณนะคะ”
“แต่เธอหน้าบึ้ง”
เขายัดเยียดสิ่งที่เธอไม่ได้รู้สึกมาให้เธอรู้สึกตามความต้องการของเขา ดูเอาเถอะ แอเรียลเป็นบ้าเป็นประสาทไปแล้ว และเขาก็โรคจิตเข้าขั้นสุดเลยด้วย มีความสุขที่ได้กลั่นแกล้งเธอให้จนมุม
“เอาล่ะอย่าเถียงกันเลย มานั่งนี่ดีกว่า หม่ามี้ทำเค้กช็อคโกแลตและคุกกี้ แอเรียลแลวาเนสซ่าลองชิมดูก่อนนะจ๊ะ”
“ขอโทษหม่ามี้ด้วยนะคะหนูช่วยงานไม่เสร็จ”
“ไม่เป็นไรจ๊ะวันหลังเรามาช่วยกันทำเค้กใหม่นะจ๊ะ หม่ามี้ให้สูตรเค้กกับวาเนสซ่า เพราะวาเนสซ่าคือลูกสะใภ้สุดที่รักของหม่ามี้ คนนี้แค่คนเดียว” ครองขวัญพูดยิ้มๆ แต่ประโยคหลังเธอเน้นเสียงหนักแน่น ทำเอาลูกชายรู้สึกเย็นสันหลังวาบ
“เค้กของหม่ามี้อร่อยมากครับ” แอเรียลรีบเรียกความสนใจของบทสนทนาไปที่เค้กทันที
“แต่แอเรียลก็ไม่ค่อยชอบกินใช่ไหมจ๊ะ”
“ผมชอบไอศกรีมมากกว่าครับ”
แอเรียลชอบกินไอศกรีมมาตั้งแต่เด็กๆ เป็นของที่ขาดไม่ได้ ส่วนขนมหวานไม่ค่อยทานเหมือนเมื่อก่อนเพราะไม่มีเวลาบวกกับต้องรักษาสุขภาพ นานๆ กินสักครั้งพอเป็นพิธีแต่ต้องเป็นเค้กที่ครองขวัญทำเท่านั้น
“อย่างนั้นพรุ่งนี้เรามาทำไอศกรีมรสผลไม้กันดีไหมจ๊ะหนูวาเนสซ่า”
ครองขวัญคิดได้ก็หันไปถามวาเนสซ่า หากวาเนสซ่าทำอาหารให้แอเรียลทานบ่อยๆ แอเรียลจะติดฝีมือปลายจวัก ไม่ว่าจะเป็นอาหารคาว หวาน หรือขนมขบเคี้ยว
ครองขวัญเป็นแม่ย่อมรู้ว่าลูกของเธอมีนิสัยยังไงถึงแม้ตอนโตขึ้นแอเรียลจะชอบทำตัวเป็นผู้ใหญ่วางมาดเย็นชา แต่สำหรับเธอแล้ว แอเรียลยังคงเป็นเจ้าหนูตัวน้อยของเธอคนเดิมเสมอ ครองขวัญไม่กล้ามองลูกชายเป็นสิ่งที่น่ากลัวอย่างราชสีห์ เพราะนั่นจะทำให้เธอมีความกลัวจนไม่กล้าสั่งสอนลูกชายของเธอ
อย่างสามีครองขวัญก็มองเป็นแมวน้อยแสนเชื่องตัวหนึ่งเท่านั้น
“ดีเลยค่ะหนูเองก็อยากกินไอศกรีมฝีมือตัวเอง”
“ดีจ๊ะพรุ่งนี้แอเรียลก็จะได้มีไอศกรีมกินแล้วนะลูก”
“ขอบคุณมากครับ”
แอเรียลจำต้องกล่าวขอบคุณอย่างเสียไม่ได้ ความจริงแล้วนอกจากการทานไอศกรีมก็ยังมีอาหารหวานอีกอย่างหนึ่งที่แอเรียลชอบทาน อาหารหวานนั่นมีชื่อว่า “วาเนสซ่า”
แอเรียลไม่บอกเรื่องนี้กับใครมีเขาคนเดียวที่รู้
