บทที่ 10 10
10
“นั่น...แกเป็นอะไรไป”
“เท้าขวาฉันเป็นเหน็บ”
คนเป็นเหน็บชากะทันหันบอกเสียงสั่น พลางยกมือขึ้นบีบนวดเท้าขวาไปมา แล้วไม่วายนึกถึงฉากในหนังสือขึ้นมาอีกครั้ง จนต้องสะบัดศีรษะเพื่อสลัดความคิดดังกล่าวออกไป แต่อาการดังกล่าวก็ตกอยู่ในสายตาของผู้เป็นเพื่อนที่มองอย่างสงสัย
“ตกลงนอกจากเป็นเหน็บที่เท้าแกยังปวดหัวด้วยเหรอยายโรส”
“ปละ...เปล่า” คนถูกถามส่ายหน้าก่อนจะกวาดตามองไปรอบๆ แล้วกลบเกลื่อนด้วยการเปลี่ยนเรื่อง
“งานแต่งของพี่ชายแกคาดว่าจะเป็นงานช้างเลยนะยายขวัญ ดูรถยนต์แต่ละคันสิหรูหราราคาแพงอย่างกับงานมหกรรมรถยนต์นานาชาติเลยนะ”
กรองขวัญมองตามสายตาของเพื่อนแล้วพูดยิ้มๆ
“มันก็แน่อยู่แล้ว แกอย่างลืมนะว่าพี่กันต์ทำธุรกิจเกี่ยวกับงานโฆษณาและกำลังมีชื่อติดตลาด แกเองก็น่าจะรู้ดีนี่นา พี่กันต์ก็ต้องกว้างขวางรู้จักผู้คนมากหน้าหลายตาอยู่แล้ว ส่วนตัวเจ้าสาวก็เป็นดารานางร้ายชื่อดัง ดังนั้นงานแต่งงานก็ต้องยิ่งใหญ่เป็นธรรมดา”
“นั่นสินะฉันก็ลืมไปว่าพี่สะใภ้แกเป็นคนในวงการบันเทิง แต่เอ๊ะ...รถคันนั้น”
กรองขวัญหันไปมองตามสายตาเพื่อนก่อนจะถามอย่างสงสัย
“มีอะไรหรือ”
รสิกามองรถจากัวร์สีดำคันหรูที่จอดถัดไปอีกสามคัน เพราะเหมือนกับรถคันที่ขับเฉี่ยวเธอไม่มีผิด แต่คงไม่บังเอิญขนาดนั้นหรอกน่า หวังว่าอย่าได้เจอ!
“ว่าไง แกเป็นอะไรไป” กรองขวัญถามอีกครั้งเมื่อเห็นอาการแปลกๆ ของผู้เป็นเพื่อน
“เปล่า ไม่มีอะไร” คนถูกถามตอบก่อนจะวกกลับมาพูดเรื่องเดิมอีกครั้ง “ถ้าอย่างนั้นงานนี้คงเต็มไปด้วยพวกนักธุรกิจกับดาราดังแน่นอน รับรองว่าคราวนี้แกได้ส่องเหล่าหน่อเนื้อเชื้อขุนนางสมใจแน่ยายขวัญ”
“คนที่ฉันอยากส่องน่ะมีอยู่ในใจแล้วย่ะ แต่ไม่รู้ว่าเจ้าตัวเขาจะยอมให้ฉันส่องหรือเปล่า นี่สิปัญหา” กรองขวัญพูดน้ำเสียงเพ้อๆ
“แหม...ใครจะกล้าปฏิเสธคนอย่างเธอนะ ยายขวัญ แกออกจะ สวย เริด เชิด หยิ่งขนาดนี้”
รสิกาพูดแล้วก็มองเพื่อนอย่างขำๆ กรองขวัญเป็นบุตรสาวของเจ้าพ่อในวงการธุรกิจโฆษณายักษ์ใหญ่ ที่มีบริษัทดังอยู่ในเครือมากมาย รวมทั้งเป็นหุ้นส่วนใหญ่ของบริษัทคลิกแอดเวอร์ไทซิงแอนด์มาร์เกตติง จำกัด ที่เธอทำงานอยู่ด้วย เธอและกรองขวัญเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่สมัยเรียนอยู่ปีหนึ่ง เมื่อเรียนจบจึงสอบเข้าทำงานที่นี่โดยใช้ความสามารถตัวเองล้วนๆ ไม่เกี่ยวกับเพื่อนแต่อย่างใด
“คำนิยามที่แกพูดน่ะมันหมายถึงตัวแกเองนะยายโรส คนอ้วนอย่างฉันคงเป็นข้อยกเว้น” น้ำเสียงของคนพูดไม่ได้ส่อถึงความน้อยเนื้อต่ำใจแต่อย่างใด
“ทำไมชอบคิดว่าตัวเองอ้วนนะยายขวัญ อย่างแกเขาเรียกเต็มไม้เต็มมือต่างหาก ฉันเห็นสาวๆ สมัยนี้หักโหมลดน้ำหนักกันตามพวกดารานักร้อง ลดแบบไม่ลืมหูลืมตาจนบางคนเหมือนกระดูกเดินได้ มองแล้วฉันอยากรู้นักว่าสวยตรงไหนกัน”
กรองขวัญมองรูปร่างระเหิดระหงสมกับความสูงเกินมาตรฐานหญิงไทยของคนพูดแล้วก็อดอิจฉาไม่ได้ เพราะผู้เป็นเพื่อนมีรูปร่างที่สวยสมตัว ไม่ได้ผอมจนเกินไปเหมือนหญิงสาวสมัยนี้ มีในส่วนที่พึงจะมีและไม่มีในส่วนที่ไม่พึงปรารถนา
“แกก็ช่างว่า ผู้หญิงสมัยนี้ต้องผอมไม่มีใครปล่อยให้อ้วนเหมือนฉันหรอก แล้วใครจะหุ่นดีเหมือนแกล่ะ กินก็เก่งแต่ไม่เห็นจะเคยอ้วน เขาเรียกกินทิ้งกินขว้างเสียของจริงๆ”
กรองขวัญไม่ได้พูดเกินความจริงไปนัก เพราะรสิกากินเก่งมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยแล้ว กินเก่งจนกระทั่งหนุ่มๆ ที่เพียรตามจีบกระเป๋าแฟบและถอยร่นกันไม่เป็นกระบวนท่า เมื่อเห็นพฤติกรรมการกินของเพื่อนเธอ แต่รูปร่างกลับไม่เคยเปลี่ยนแปลง ผิดกับเธอที่ต้องคอยควบคุมอาหารจนบัดนี้ต้องปล่อยตามยถากรรมแล้ว
“แม่บอกว่าฉันน่ะตัวผอมมาตั้งแต่เด็กแถมยังกินเก่งมาแต่ไหนแต่ไร แต่ทำไมถึงไม่อ้วนก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ฉันว่าตอนนี้เราเลิกพูดเรื่องอ้วนๆ ผอมๆ นี่เอาไว้ก่อน ฉันอยากรู้นักว่าใครกันที่แกบอกว่าแอบส่องล่วงหน้าเอาไว้ในใจ”
คนถูกถามอมยิ้มนัยน์ตากลมโตฉายแววเคลิ้มๆ
“คนคนนี้คงไม่ใช่แค่ฉันคนเดียวหรอกที่คอยจ้อง ฉันคาดว่ามีสาวๆ กว่าครึ่งงานที่คิดเหมือนฉัน”
“พูดแบบนี้ยิ่งทำให้ฉันอยากรู้ ใครกันดูช่างฮอตฮิตเหลือเกิน”
รสิกาหันไปมองเพื่อนอย่างคาดคั้น ไม่ใช่เพราะความน่าสนใจของชายหนุ่มที่ถูกพูดถึง เธอแค่อยากรู้เท่านั้นว่าใครกันที่ทำให้เพื่อนของเธออาการหนักถึงเพียงนี้
“ภาม ภีมวัจน์”
ชื่อที่หลุดออกมาจากปากของกรองขวัญทำให้คิ้วเรียวสวยของคนฟังขมวดเข้าหากัน เพราะชื่อดังกล่าวเหมือนเคยได้ยินหรือผ่านตาจากที่ไหนมาก่อน เพียงแต่ตอนนี้ยังนึกไม่ออกเท่านั้น
“ภาม ภีมวัจน์ ใครกัน?”
“แกนี่จริงๆ เลยยายโรส นอกจากรายชื่อลูกค้าที่แกช่างจดช่างจำแล้วแกรู้จักใครอีกบ้างไหมเนี่ย” กรองขวัญต่อว่าอย่างเหนื่อยใจ
“ชื่อลูกค้าคืองานของฉันจะไม่ให้ฉันช่างจำได้ยังไง แกบอกฉันมาดีกว่าว่าตาภาม ภีมวัจน์นี่คือใคร ไม่ต้องมาทำเป็นโยกโย้ว่าฉัน พระเอกละครหรือเปล่า”
กรองขวัญส่ายหน้าหวือ
“ถึงคุณภามไม่ได้เป็นพระเอกละครแต่ฉันว่าเขาฮอตยิ่งกว่าดาราซะอีกนะ คุณภามเป็นชายหนุ่มในฝันที่ถูกสาวๆ กล่าวขวัญถึงมากที่สุดในตอนนี้ แกไปอยู่ไหนมายายโรสถึงไม่รู้จัก”
“ฉันก็อยู่ในที่ของฉันนั่นแหละ แล้วจะฮอตจะฮิตยังไงก็ช่างหัว ทำไมฉันจะต้องไปรู้จักเขาด้วยล่ะยะ ถ้าเป็นลูกค้าคนสำคัญก็ว่าไปอย่าง แล้วถ้าเขาไม่ใช่ดาราแล้วเขาเป็นใครกันล่ะ ขอคำตอบแบบเคลียร์ๆ”
ที่รสิกาถามออกไปใช่ว่าจะสนใจ เพียงแต่ชื่อของคนที่ถูกพูดถึงช่างคุ้นเคยในความรู้สึกเท่านั้น แต่ยังไม่อยากบอกเพื่อนไปในตอนนี้ เดี๋ยวจะหาว่าเธอเห่อตามกระแส
“คุณภามเป็นทายาทของเอเอสเอสกรุ๊ปที่เป็นเจ้าของบริษัทรับเหมาก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่อันดับต้นๆ”
“โธ่เอ๊ย ฉันก็นึกว่าจะมีคุณสมบัติวิเศษวิโสเลอค่ากว่าคนอื่นตรงไหน ก็แค่พวกลูกเศรษฐีคาบช้อนเงินช้อนทองมาเกิด พ่อแม่มีธุรกิจไว้รองรับก็เท่านั้น คงไม่ผิดจากคนอื่นนักหรอกน่า”
“ใครบอกแกล่ะว่าคุณสมบัติของคุณภามไม่ผิดจากคนอื่น แกไม่รู้จักเขาก็อย่าเพิ่งพูดไป ไม่อย่างนั้นสาวๆ ค่อนเมืองคงไม่คลั่งไคล้เขาหรอกน่า”
