บทที่ 11 ตอนที่ 10 ซัมคนที่ไม่เคยเห็น

ตอนที่ 10 ซัมคนที่ไม่เคยเห็น

“โทรศัพท์ผมเสียนะ คงโดนตอนทำงาน”

“แล้วทำไมผมโทรหาคุณได้ล่ะ?” จิงเหวยพูดขึ้นทำให้มาเฟียหนุ่มหันมาสบตา ล้วงโทรศัพท์ออกมาวางลงบนโต๊ะตรงหน้า

“อ๋อ หน้าจอแตกนี่เอง ซื้อใหม่ไหมล่ะ?”

“ยังครับ ยังไม่มีเวลา” ปีศาจข่มเสียงตอบให้เป็นปกติ ตอนนี้เขาเริ่มรู้สึกอึดอัดกับการมัดมือชกแบบนี้ ไม่ใช่ว่าคุณเฉียวไม่สวย แต่เป็นเพราะเขาไม่ได้สนใจเธอต่างหาก อีกอย่างเห็นสายตาอีกคนในห้องแล้วก็รู้สึกแปลก ๆ พยายามบอกตัวเองให้อย่าคิดไปเองแต่สุดท้ายก็ ‘อย่าลุกนะ อย่าตบนะ’ หยุดความคิดนี้ไม่ได้สักที

กลายเป็นว่านั่งคุยยาวจนมีหญิงสาวอีกคนเข้ามาสมทบ เท่ากับว่าในห้องตอนนี้มีห้าคน เขาพูดได้เต็มปากเลยว่าอึดอัดใจกันทุกคน! ยิ่งเป็นคนคุ้นเคยยิ่งแล้วใหญ่ เธอโกรธจนหูแดงไปหมดแล้ว..

จากประสบการณ์ตอนเด็กไอ้ฟงตบกัน เขาคิดว่าอีกไม่นาน คงไม่นาน จำต้องขอตัวกลับก่อนโดยอ้างว่ามีงานด่วน กว่าจะแยกตัวออกมาได้เอาเรื่องอยู่เหมือนกัน ป๋าซัมท้วงเก่ง ขยี้เก่งจนเหงื่อซึม คิดสงสารเธอที่นั่งกำมือแล้วกำมืออีกจนหูแดงหน้าแดงนับครั้งไม่ถ้วน

เรียกว่าโชคดีได้ไหมที่วันนี้เขาไม่ได้ขับรถตัวเองมา แต่เลือกขับรถไอ้ฟงมา..ทำให้ได้เห็นสิ่งที่ไม่คิดว่าจะได้เห็น

ทางด้านซัมเมอร์หญิงสาวที่กลายเป็นทาสอากาศตั้งแต่ในห้องทำงานของป๋า

เธอพยายามควบคุมสติอารมณ์ตัวเองให้ได้มากที่สุด สุดท้ายก็ทำไม่ได้เลย เธอโกรธจนสติขาดผึงแกล้งทำแก้วน้ำของว่างหกใส่ผู้หญิงอีกคนที่มาใหม่ ซึ่งหล่อนก็ดูเกร็ง ๆ ไม่ค่อยพูดไม่ค่อยคุย โดนแค่นี้คงจะพอ แต่อีคุณเฉียวนั่น เธอไม่เอาไว้แน่!

ด้วยความที่โกรธจัดจนหน้ามืด เธอเดินถือที่เจาะลมยางเล็ก ๆ เดินลงมาดูลาดเลาแล้วย่อตัวลงจัดการล้อสองข้างฝั่งคนขับ ก่อนจะยืนขึ้นปัดมือหัวเราะคิกคักอย่างคนอารมณ์ดี ไม่วายเดินไปนั่งละแวกนั้น รอช่วยเหลือคุณผู้หญิงลูกคนรวย

ไม่นานนักคุณเฉียวก็ลงมา แต่คงไม่ทันได้สังเกตละมั้งว่ารถยางแบนไปแล้ว ยังไม่ทันที่เธอจะได้หันหลังไปไหนเสียงประตูรถก็เปิดออกพร้อมกับเสียงเรียก

“นี่เธอ! ไปหาเรียกรถมายกรถฉันไปจัดการหน่อยสิ”

“…” ได้ยินแล้วแต่ทำหูทวนลมอยู่ มีปัญหาอะไรเปล่า?

“นี่เธอ! เรียกไม่ได้ยินเหรอ”

“ฮือ ฮืม ฮือ ~” ทำเป็นร้องเพลงอยู่ในลำคอ โดยไม่รู้เลยว่าคุณคนรวยเดินมาคว้าไหล่ให้หันไปมองกันซึ่ง ๆ หน้า และด้วยความมือไว เธอก็เลยฟาดมือไปดัง เพียะ! เต็ม ๆ แก้ม จนทำให้ขาแว่นของคนรวยหัก ก่อนจะรีบก้มหน้าขอโทษอย่างคนสำนึกผิด

ทว่าคุณเฉียวกลับไม่ยอม โวยวายเสียงดังจนคุณลุงคุณอาพากันวิ่งกรูลงมาปรามเหตุการณ์ที่อาจจะบานปลาย ถามว่าเธอกลัวไหม บอกเลยว่าไม่ แต่..

เพียะ! ยังไม่ทันจะได้คิดอะไร มือคนรวยก็ฟาดเข้าเต็มกกหู ปกติแล้วเธอก็ไม่ใช่คนยอมคนหรือชอบยอมใครเหมือนกัน ยิ่งมาวุ่นวายกับปีศาจแถมยังมาโวยวายแว้ด ๆ ใส่แบบนี้ คงต้องโดนอีกสักที

ปึก! คราวนี้เธอไม่ได้ตบกลับแต่ตั้งใจต่อยกลางจมูกให้จอดในครั้งเดียว ผลลัพธ์ที่ได้ก็ครั้งเดียวจอดจริง ๆ ล้มหงายท้องไปเลย เลือดไหลออกจมูกด้วย ‘น่าสงสารจัง’

“เกิดอะไรขึ้น!” จิงเหวยถามเสียงดังขึ้นโดยด้านข้างก็มีผู้หญิงอีกคนที่เชิญมายืนอยู่ข้างกาย

ซัมเมอร์ที่เห็นท่าทางไม่ค่อยดี เลยแกล้งยืนตัวเซไปเซมาเอนไปหาคุณลุงแล้วก็ล้มพับไปเลย ในใจได้แต่หัวเราะคิกคัก คิก ๆ แต่ทำยังไงได้ ป๋ามาแล้ว หมดเวลาเล่นสนุกแล้ว ถือซะว่า..นอนพักสายตาสักยี่สิบนาที ครึ่งชั่วโมงก็แล้วกัน

ปีศาจที่มองอยู่ในรถ..

เขาเห็นเหตุการณ์ตั้งแต่เริ่มแรกที่ซัมเดินลงมา จนย่อตัวนั่งทำอะไรสักอย่าง แล้วก็ยังแกล้งหูทวนลม หันมาตบผู้หญิงคนนั้น แค่นั้นยังไม่พอมีต่อยซ้ำแถมยังแกล้งยิ้มแล้วเป็นลมอีก ‘เอาตัวรอดเก่ง’ แสบสมกับเป็นเธอจริง ๆ

ช่วงแรกที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ เขาก็พยายามไม่คิดเข้าข้างตัวเอง พอวันเวลาผ่านไปจากวันเป็นสัปดาห์ จากสัปดาห์เป็นเดือน ตอนนี้เขาเริ่มมั่นใจแล้วว่าที่ซัมลงมือเป็นเพราะผู้หญิงพวกนั้นตั้งใจมาเข้าหาเขา โดยที่มีพ่อเธอเป็นพ่อสื่อ คอยชักคอยจูงทั้งเรื่องวีแชต ทั้งเรื่องจับมือถือแขน โอบกัน พ่อเธอเป็นคนวางแผนทั้งนั้น แต่เขาโชคดีตรงที่ว่า..ไม่ว่าจะกี่ครั้งกี่คราวซัมไม่เคยมาหาเรื่องทะเลาะหรือถามประชดว่ากอดคนนั้นดีไหม หรือตัวหอมหรือเปล่า มันดีมากจริง ๆ เพราะเธอทำเหมือนปกติ ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขาเองก็ไม่รู้ว่าเธอรู้เธอเห็นหรือเปล่าว่ามีเขาแอบมองอยู่ไกล ๆ แทบทุกครั้งที่เธอลงมือ หึหึ..

และเหตุการณ์วันนี้ก็เช่นกัน เขาเห็นเธอขับรถออกมาดักรอใครบางคน ไม่แคล้วเขวี้ยงก้อนหินใส่รถจนทำให้คนในรถต้องลงมาดู พอดูแล้วเป็นยังไง? ซัมที่เปลี่ยนชุดใส่หมวกมิดชิดก็ออกมาจากข้างถนนลากลงไปตบในป่าน่ะสิ เห็นแล้วอดขำไม่ได้จริง ๆ ซัมจู่โจมแบบที่อีกฝ่ายยังไม่ทันตั้งตัว ไม่มีทางตอบโต้ได้แน่นอน รู้อีกทีก็ล้มหงายหลังไปแล้ว

และทุกครั้งที่เห็น เขาก็เผยยิ้มกว้างมากกว่าเดิมทุกครั้ง ความสัมพันธ์ของเรา ไม่มีคำว่ารัก หวงห่วงหรือหึงเลยสักคำ แต่การกระทำของซัมกลับเป็นคำตอบแทบทั้งหมด เวลาที่เขาเจ็บ เธอจะนั่งร้องไห้ทำแผลให้ เวลาที่เขาจะต้องไปเวนคืนที่ เธอคล้ายจะบ่น ๆ แล้วก็อยู่รอ สำคัญที่สุดคือเวลาที่อยู่ด้วยกัน เธอชอบกอด ชอบอยู่ใกล้ ๆ จนบางทีเขาก็รู้สึกอยากทำแบบนั้นเหมือนอย่างที่เธอชอบทำ มีบ้างที่เผลอดึงเธอมาโอบกอด มาหอมแก้ม หอมผม แล้วก็มีหลายครั้งที่เขาและเธอต่างก็มุดเข้าไปใต้ผ้าห่มเพื่อ..ผ่อนคลายให้กันและกัน มันเป็นความสัมพันธ์ที่ไม่มีชื่อเรียก แต่กลับรู้สึก..ดีมาก อย่างที่ไม่เคยคิดมาก่อนว่าการมีคนอยู่เคียงข้างมันจะดีขนาดนี้ ยิ่งตอนไม่สบายไข้ขึ้น ซัมยิ่งกว่าแม่อีก ไม่ยอมหลับยอมนอนคอยเช็ดตัวป้อนข้าวป้อนน้ำหายาให้กินอยู่นั่นแหละ

เคยลองคิดเล่น ๆ ถ้าในอนาคตไม่ใช่คนนี้ ยังจะมีคนที่รักและหวังดีกับคนเลว ๆ อย่างเขามากขนาดนี้อีกไหม? หรือต่อให้ตายก็หาคนแบบเธอไม่เจออีกแล้ว..??

บางครั้งก็อดคิดไม่ได้ว่า..ถ้าเราลองเปิดใจคุยกันสักครั้ง ความสัมพันธ์ไม่มีชื่อเรียกนี้อาจจะก้าวกระโดดไปเป็นแฟนหรือคนรัก แล้วถ้าเราอยู่ในสถานะนั้นกันจริง ๆ เราจะมีความสุขมากกว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้ไหม? ความสุขมันจะทวีคูณมากขึ้นจนล้นออกปากเลยหรือเปล่า 

“มันเป็นไปไม่ได้..เลิกคิดซะ ปีศาจ”

“ถ้ารักก็อย่าดึงเธอมาแปดเปื้อนความสกปรก..” หลังจากที่คิดเพ้อฝันไปไกล เขาก็กลับมาสู่โลกความเป็นจริง ความจริงที่ว่า..เราไม่คู่ควร

ซัมเมอร์ควรเดินในเส้นทางที่โปร่งใสเหมือนอย่างที่พ่อเธอวาดฝันอยากให้เป็นตำรวจ ส่วนเขา..เดินย้อนกลับไปทางเดิมหรือแก้ไขอะไรไม่ได้อีกแล้ว เขาเดินมาไกลเกินกว่าจะกู่กลับได้แล้ว อีกทั้งตอนนี้ยังมีภาระหน้าที่อีกหลายอย่างให้ต้องรับผิดชอบ อสูรก็กำลัง..จะเป็นรูปเป็นร่าง อย่างน้อยก็ขอให้น้องกับพ่อแม่ได้สุขสบายก่อน จะได้ไม่ต้องอดทนทำงานตากแดดตากฝน ไปรับจ้างทำไร่ทำสวนแบบที่แล้วมา ลำพังปีศาจคนเดียวลำบากได้อยู่แล้ว แต่พ่อแม่แก่แล้วคงทนลำบากอีกไม่ไหว สู้ให้พวกท่านใช้บั้นปลายชีวิตให้สุขสบายเห็นจะดีเสียกว่า ส่วนไอ้น้องเวรก็หัวธุรกิจ อยากเล่นอสังหา..ไม่สนใจชีวิตความเป็นอยู่ของพี่มันเลย เงินที่ได้มาต้องส่งกลับไปอย่างเดียว อีกหน่อยคงต้องกินมาม่าประทังชีวิตแล้วละ ยิ่งถ้าไม่มีงาน ไม่มีส่วนแบ่ง แดกพริกจิ้มเกลือแทนกับข้าวแน่นอน

คิดอะไรก็คิดได้ แต่คิดถึงไอ้อสูรแล้วปวดหัวต้องกุมขมับทุกที อายุยี่สิบปุ๊บมันเล่นเลย เรียนก็ยังไม่จบ ‘สุดยอดจริง ๆ’ แต่ถ้าสุดท้ายมันประสบความสำเร็จ เขาก็ยินดีด้วย ยินดีที่มันเติบโตได้ ไม่ต้องลำบากหนีหัวซุกหัวซุนอย่างที่เขาเคยหนีมาอยู่จีน คิดแล้วก็ดีใจที่มันยังอยู่รอดปลอดภัย กลับไทยคงต้องไปเจอพี่สาวแสนดีของมันสักหน่อย แสนดีเหลือเกิน ดูแลดีจนอสูรคลั่งรักสักรูปดอกทานตะวันที่หัวไหล่เลย ‘เหอะ!’ ทีกับคนเป็นพี่ ทำงานหาเงินส่งให้จนหมดเนื้อหมดตัว น้องไม่เห็นจะไยดี กลับไปคงต้องสั่งสอนให้รู้ว่าใครเป็นใครสักหน่อยแล้ว

บทก่อนหน้า
บทถัดไป