บทที่ 4 ตอนที่ 3 แค่แก้ขัด Nc++

ตอนที่ 3 แค่แก้ขัด Nc++

โรงแรม Chine

ทันทีที่รถจอดกำลังจะดับเครื่องเสียงร่างเล็กด้านข้างก็ดังขึ้น

“นายจะลงไปแบบนี้จริง ๆ เหรอ ใส่เสื้อหน่อยไหม” เธอชี้ไปยังเสื้อที่หล่นอยู่ด้านหลัง ถ้าจำไม่ผิด ตัวนี้แหละที่เธอซื้อให้เขาใส่หลังจากที่อาบน้ำ ทว่าคำตอบที่ได้รับทำเธอเบือนหน้าหลบสายตา

“ฉันถอดมันเช็ดเลือดกับน้ำของเธอ”

“…”

“เธอคิดว่าฉันควรจะใส่มันอีกไหม?” แสร้งพูดหน้าตาย ทำให้ลี่ถิงหันกลับมาสบตาเม้มปากส่ายหน้า

“นายรอที่รถก่อนได้ไหม เดี๋ยวฉัน..ไปซื้อเสื้อมาให้ใหม่”

“ลงไปแล้วก็ฝากไปเช็กอินด้วย”

“เงินล่ะ?”

“จ่ายไปก่อน ไม่มีเงินสด”

“ฉันก็ไม่มี”

“Alipayอะ สแกนเข้า”

“เฟยฮุ่ย นายชวนฉันมานอนโรงแรม แต่ให้ฉันเช็กอินจ่ายเงิน ตกลงนายเป็นคนยังไงกันแน่” สบตาเขาไม่กะพริบด้วยที่ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องเป็นเธอที่ลงไป ลำพังเดินไปร้านสะดวกซื้อขาก็คงจะสั่นพั่บ ๆ ให้เดินเข้าไปในโรงแรม ไปเช็กอินอีก ไม่สงสารกันบ้างหรือไง

“ปลดล็อกแล้ว รีบลงไป”

“เฟยฮุ่ย!”

“ช่วยไม่ได้อยากอาสาเอง เก่งมากก็เดินไป เดินให้ทั่ว รีบเดินกลับมาด้วย” พูดเหมือนไม่แยแส แต่กลับมองตั้งแต่เธอเดินห่างออกไปจนลับสายตา ในระหว่างที่รอเขาไม่ได้ละสายตาจากร้านสะดวกซื้อที่เธอเดินเข้าไปเลยแม้แต่วินาทีเดียว ด้วยที่กลัวว่าจะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น เขาจะได้รีบเข้าไปช่วยทัน

“เก่งดีนะ สมกับเป็นลูกตำรวจ” เอ่ยชมลี่ถิงที่เดินสีหน้าไม่สู้ดีออกมาจากร้านสะดวกซื้อ อีกทั้งยังเดินตรงไปยังทางเข้าโรงแรมแทนที่จะแวะมาหากันก่อน

ร่างเล็กที่พยายามฝืนตั้งแต่ลงจากรถ จนตอนนี้ที่กำลังยืนเช็กอิน..

“ไม่สบายหรือเปล่าคะ ใบหน้าคุณผู้หญิงดู..ซีดมากเลยค่ะ”

“นิดหน่อยค่ะ” พยักหน้าตอบเสียงแผ่วเบา รับคีย์การ์ดมาไว้ในมือ

“มีกระเป๋าเดินทางไหมคะ เดี๋ยวให้..”

“ไม่มีค่ะ” พูดแทรกอย่างคนเสียมารยาทเพราะตอนนี้เธอเริ่มจะทนความเจ็บปวดไม่ไหวแล้วจริง ๆ และเพื่อไม่ให้เสียเวลา เธอจึงหันหลังเดินกลับไปยังทางที่เพิ่งเดินผ่านมา ก่อนจะทำใจฮึดสู้เพื่อไปให้ถึงจุดหมายปลายทาง แต่แล้วก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นเฟยฮุ่ยกำลังเดินตรงมาทางนี้

“ข..เขาใส่เสื้อตัวนั้น เหรอ?” พึมพำเสียงแผ่วเบามองเขาที่เดินใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ จนมาหยุดยืนตรงหน้า

“ดูเหมือนเธอจะเดินไม่ไหวแล้ว”

“…”

“ใช่ไหม?” ใช่ไหมพร้อมกับย่อตัวลงอุ้มลี่ถิงพาดบ่า ไม่สนใจเล็บที่กำลังข่วนหรือเธอที่กำลังดีดดิ้นบอกให้เขาปล่อย

“ป ปล่อยนะ ฉันอาย ปล่อย! ปล่อย เฟยฮุ่ย!” เธอโวยร่างสูงเสียงไม่ดังมาก กระทั่งเข้ามาอยู่ในลิฟต์เขาก็ยังเมินเฉยต่อการขยับเนื้อตัวของเธอ จำต้องเอ่ย..

“เลือดไหลลงหัวหมดแล้ว”

“ก็ดี เลือดจะได้ไปเลี้ยงสมอง” พูดแล้วเอี้ยวใบหน้าไปยังข้างก้นงอนของเธอ ก่อนจะแกล้งกัดเบา ๆ ทำให้เธอเริ่มดิ้นและโวยวายอีกครั้ง

“หยุดนะ! โรคจิต นายมันโรคจิต”

ในใจคิดอยากจะแกล้งต่ออีกหน่อยแต่ก็จำต้องหยุดชะงัก เพราะประตูลิฟต์ที่เปิดออก ต่างจากคนโดนอุ้มที่ปิดปากหัวเราะคิกคักไม่สะทกสะท้าน

กระทั่งเดินมาถึงห้อง..

“สบายเนอะ ห้องกว้างจัง” ร่างเล็กพึมพำเสียงแผ่วเบา เงยหน้าขึ้นมองรอบ ๆ ห้อง ก่อนจะได้รับอิสระคืนเพราะเฟยฮุ่ยที่ยอมปล่อยเธอลง เลยทำให้เห็นคราบ..ที่ติดอยู่ตามเสื้อที่เขาสวมอยู่

“จะนอนพักหรืออาบน้ำ?”

“นายจองที่นี่สามคืนเลยเหรอ”

“…”

“ไหนบอกว่างสองวัน..”

“ก็ไม่นับวันนี้” ตอบเสียงเรียบ ถอดเสื้อที่สวมอยู่โยนไปยังโซฟากลางห้อง แล้วย่อตัวลงช้อนร่างเล็กให้เข้าไปในห้องด้วยกันสีหน้าราบเรียบ ทำเธอที่ถูกอุ้มอีกครั้งถึงกับทำตัวไม่ถูก ได้แต่มองเขาตาปริบ ๆ

“ทำไมถึงใส่เสื้อตัวนั้นล่ะ มันเลอะไม่ใช่เหรอ”

“แล้วเธอมั่นใจแค่ไหนว่าตัวเองจะเดินมาถึงรถ?”

“ก็..ช้าหน่อย ฉันเจ็บนี่” ตอบเสียงเบา

“ชักช้าลีลา ฉันเลยไม่มีทางเลือก ต้องใส่มันไง” เป็นอีกครั้งที่โยนความผิดให้เธอ ทั้งที่ในใจคิดเป็นห่วงกลัวจะเผลอหน้ามืดเป็นลมเป็นแล้งไป เพราะดูจากสีหน้าท่าเดินแล้ว ‘ไม่น่ารอด’

“อะไรก็ฉัน ฉัน ฉัน ฉันหมดเลยสินะ”

“ก็เลือดของเธอ” ตอบหน้าไขสือ ทำให้ลี่ถิงเบ้ปากแล้วขยับนอนตะแคงหันหลังให้ ถามว่าแคร์ไหม..ก็ไม่ ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องสนใจ

จากที่คิดว่าจะเอนหลังพักสายตา โทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงกลับสั่นครืดจำต้องรีบสาวเท้าออกจากห้องนอน..

“อืม” ตอบกลับเบอร์แปลกที่โทรเข้ามาเสียงเรียบ

(กี่วัน)

“สองสามวัน”

(อย่านาน)

“ติดต่อได้ตลอด”

(ไม่อยากคุยผ่านโทรศัพท์)

(รีบกลับมา จะได้มีเงินส่งไปให้น้องมึงเรียน)

“อืม”

(หวังว่าคงจะไม่ขอต่อเวลา ผู้หญิงหาเมื่อไหร่ก็ได้ หรือคนนี้สำคัญ)

“ไม่สำคัญ แค่แก้ขัด”

(ปกติมึงไม่ใช่คนแบบนี้)

“เด็กเสนอ”

(ลูกตำรวจ หรือมึงเป็นสาย?)

“ไม่” ไม่มีวันทำแบบนั้นแน่นอน งานคืองาน งานคือเงิน ไม่มีใครเอาเงินก้อนโตมาเสี่ยงกับเรื่องแค่นี้หรอก อีกอย่าง..ผู้หญิงคนเดียวไม่สามารถเปลี่ยนความคิดอยากสุขสบายของเขาได้แน่นอน

(ถ้ากูเกม เธอจะเป็นคนแรกที่ถูกเก็บ)

“อืม” ตอบเสียงอยู่ในลำคอ ก่อนอีกฝ่ายจะวางสายไป

“หึ..” เสียงแค่นหัวเราะดังขึ้นหลังจากที่หน้าจอโทรศัพท์กลับมาเป็นภาพพื้นหลังปกติ หน้านิ้วโป้งจึงกดปุ่มด้านข้างค้างไว้จนมีตัวหนังสือสีแดงขึ้นมา เพียงแค่แตะ โทรศัพท์ก็ดับพรึบ เท่ากับว่า..สองสามวันนี้จะไม่มีสายเรียกเข้าหรือข้อความเด้งขึ้นมาหรือสั่นเตือนอีก จนกว่าเขาจะเปิดมัน..

สามชั่วโมงต่อมา..

ความว่างทำให้เขาตัดสินใจโทรหาพนักงานโรงแรมเพื่อทำการสั่งเสื้อผ้า อาหาร และยา รวมไปถึงของใช้จำเป็นที่คิดว่าอาจจะต้องใช้ ซึ่งก็ใช้เวลานานพอสมควรกว่าข้าวของที่สั่งจะมาครบ

“หากคุณผู้ชายต้องการอะไรเพิ่มเติม สามารถกด1ติดต่อได้ตลอดเลยนะครับ”

“อืม” พยักหน้าตอบพนักงาน และรับของรอบสุดท้ายมาไว้ในมือ ทันทีที่เปิดออกรอยยิ้มกว้างก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้า เพราะของถุงนี้เขาตัดสินใจอยู่นานมากว่าควรจะลงไปซื้อเอง หรือสั่งให้มันจบ ๆ จนได้คำตอบว่า..สั่ง จะได้ไม่ยุ่งยากวุ่นวาย

ภายในถุงมีแผ่นเจลประคบเย็น กระเป๋าน้ำร้อน ยาแก้ปวด แก้อักเสบ ลดไข้ ยาคุมฉุกเฉิน ยาคุมแบบรายเดือน รวมไปถึงถุงยางอนามัย เจลหล่อลื่น และของอื่น ๆ อีกหลายอย่าง ที่คาดว่าอาจจะได้ใช้ในคืนนี้ไม่ก็คืนพรุ่งนี้..

ตกดึก

ร่างเล็กที่ได้นอนหลับพักผ่อนเต็มที่ขยับตัวบิดขี้เกียจก่อนจะลุกขึ้นนั่งโยกตัวไปมาคล้ายจะหลับกลางอากาศอีกรอบ

“ขนาดนั้นก็นอนต่อเถอะ”

“กำลังจะตื่น” ลี่ถิงตอบแล้วทำท่าจะลุกออกจากเตียงทำให้คนนอนด้านข้างขยับเอื้อมมือมาคว้าข้อมือ เธอเลยหันไปขมวดคิ้วสบตา

“เจ็บอยู่ไหม”

“อือ”

“เดี๋ยวอุ้ม” เดี๋ยวอุ้มคือลุกขึ้นอุ้มไปเข้าห้องน้ำเลย แล้วปล่อยให้เธอจัดการตัวเองไม่วายกำชับว่าทำความสะอาดให้เรียบร้อย

เมื่อแล้วเสร็จเธอก็เปิดประตูห้องน้ำมาเอียงคอมองชายหนุ่มที่ยืนพักสะโพกรอยิ้ม ๆ ก่อนจะต้องหุบยิ้มเมื่อได้ยินประโยคที่เขาเอ่ย..

“ถอดกางเกงซับกับกางเกงในออกแล้วขึ้นไปนอนอ้าขากว้าง ๆ บนเตียง”

“ฮึ” ส่ายหน้าทันทีที่ได้ยิน

“สั่งก็ทำ”

“ไม่ทำได้ไหม ฉันยังเจ็บ..อยู่นะ”

“วันนี้ไม่ทำ ให้นอนพัก แต่พรุ่งนี้ทำ”

“ก็แสดงว่าไม่ต้องถอด..” แล้วใช่ไหม?

“ถอด ขึ้นไปถอด”

“ทำไม”

“จะดู จะประคบแล้วทายา”

“ฉ..ฉันทำเองดีกว่า” ตอบเสียงติดประหม่า ลำพังเรามีอะไรกันบนรถเธอก็เขินอายจนไม่รู้จะต้องเอาหน้าไปซุกไว้ที่ไหนแล้ว นี่ยังให้เปลือยช่วงล่างอ้าขากว้าง ๆ ต่อหน้าขาอีก เธอทำไม่ได้ ทำไม่ได้หรอก..

..ใช่ เธอทำไม่ได้ แต่เขาทำได้ ทั้งกอดรัดฟัดเหวี่ยง ฉุดกระชาก จนในที่สุดก็ถอดได้ มันน่าอายตรงที่เขานั่งอยู่ที่ระหว่างขาแล้วใช้แผ่นเจลเย็น ๆ ที่ใช้ลดไข้มาแปะที่กลีบเนื้อสองข้าง เกิดมาก็เพิ่งจะเคยพบเคยเจอ

“นอนนิ่ง ๆ อายก็เอาหมอนกดหน้าตัวเองซะ”

เธออาย อายมากถึงมากที่สุด ไม่เคยคิดเลยว่าชีวิตนี้จะต้องมานอนโชว์น้องสาวต่อหน้าผู้ชายแบบนี้ คิดแล้วก็อยากย้อนเวลากลับไปตอนที่เฟยฮุ่ยชวน ถ้ารู้ก่อนว่าเขาจะทำแบบนี้เธอไม่มีทางตกลงมานอนด้วยกันกับเขาเด็ดขาด แต่ก็นะ..แค่ประคบเย็นคงยังไม่พอ คราวนี้เขาอุ้มเธอเข้าไปในห้องน้ำ บอกให้อาบน้ำ พร้อมกับกำชับว่าให้ใส่ชุดคลุมอาบน้ำออกมา ห้ามขัดคำสั่งไม่อย่างนั้น..เจ็บตัวแน่

ใครไม่กลัว เธอกลัว หวาดกลัวตั้งแต่ที่เห็นขนาดจนถึงตอนนี้ก็ยังกลัว จำต้องทำตามที่เขาว่าแต่โดยดีเพื่อไม่ให้ช่วงล่างบอบช้ำไปมากกว่านี้

ครึ่งชั่วโมงต่อมา..

“อาบน้ำหรือจมน้ำ”

“อาบสิ”

“อาบนานขนาดนี้ เนื้อเปื่อยหมดแล้วมั้ง” ว่าแล้วลุกขึ้นเดินไปประชิดตัว กดปลายจมูกดมศีรษะคนตัวเล็กสองสามครั้ง

“นี่สระผมแล้วเหรอ?”

“สระแล้วเป่าแห้งแล้ว” กลอกตาไปมาตอบ หยิบปลายผมขึ้นมาดมดูว่ามันเหม็นเหมือนอย่างที่เขาแสดงออกหรือเปล่า ก่อนจะนึกขึ้นได้..

“ไหน ฉันขอดมของนายบ้างสิ” พูดแล้วก็เอื้อมมือไปรั้งท้ายทอยเขาให้ก้มต่ำลงมาเพื่อดมดูว่าหอมกว่าเธอหรือเปล่า

“แหวะ สระผมวันไหนเนี่ย” ดมแล้วก็อดที่จะพูดไม่ได้

“เมื่อกี้! วันนี้!”

“ถึงว่า ห๊อม ~ หอม” ยิ้มตาหยีตอบเสียงเล็กเสียงน้อย หยิบปลายผมตัวเองขึ้นไปให้เฟยฮุ่ยดมของเธอบ้าง

“มันหอมเพราะแชมพูโรงแรมหรือเป็นเพราะเธอ?” ถามเจ้าของปลายผมที่ได้กลิ่นอยู่ตอนนี้

“ทำไมต้องบอกคนแปลกหน้า” ยอกย้อนตาใส

“ไม่บอกก็ไม่บอก ออกไปเทน้ำร้อนใส่มาม่าเองแล้วกัน ฉันกินแล้ว จะนอนแล้ว”

“ไม่รอเลยเหรอ ใจดำมาก”

“จะให้พูด?”

“ไม่ต้องพูด”

“กินยาด้วย วางไว้ให้แล้ว ไม่ต้องถามมาก แค่กิน ๆ มันเข้าไปก็พอ”

“กินแล้วตายทำไงดี”

“ไม่กินแล้วท้อง ทำไงดี?” เอ่ยพลางไล่สายตามองตั้งแต่หน้าท้องขึ้นไป และมองต่ำลงมาที่หน้าท้องแบนราบของเธอ จนหญิงสาวรีบหมุนตัวหนีตอบกลับน้ำเสียงไม่สู้ดี

“ถ้าฉันเป็นอะไรไป นายจะเป็นคนแรกที่ฉันจองเวรจองกรรม”

“อือ ถ้าเธอเป็นผีฉันก็จะข่มขืนผีเหมือนกัน”

“โรคจิต!” เขามันคนโรคจิต ไม่ปกติเลยสักนิด ยิ่งสายตาที่ใช้มองกันเมื่อครู่ทำเธอขนลุกซู่ไปหมดทั้งตัว ‘น่ากลัวมาก!’

บทสรุปของคนที่บอกจะนอนแล้ว คือเปิดประตูห้องนอนออกมายืนกอดอกไม่พอใจมอง เธอเลยรีบเคี้ยวมาม่าในปากให้ละเอียดแล้วกลืนลงคอ ตามด้วยน้ำเปล่า ก่อนจะถามเขาว่า..

“มีอะไรเหรอ” อยู่ ๆ ก็ออกมายืนกอดอกทำหน้าไม่พอใจใส่กันคืออะไร?

“จะครบชั่วโมงแล้ว นั่งกินหรือนั่งดม”

“แล้วนายจะให้ฉันรีบกินทำไม กินไปดูหนังไปไม่เห็นจะเป็นอะไร อีกอย่างฉันเพิ่งตื่น คงไม่นอนเร็ว ๆ นี้หรอก” ตอบกลับเขายาวเหยียด แต่คำตอบที่ได้กลับมานั้น..

“กินเสร็จยัง รีบเข้าห้อง”

“ไม่ จะดูหนัง ถ้านายจะนอนก็นอนเลย”

“ในห้องก็ดูได้”

“นายง่วงก็ไปนอนเถอะเฟยฮุ่ย ฉันอยู่คนเดียวได้”

“ไม่ได้” ร่างสูงพูดแล้วก็สาวเท้ามาอุ้มหญิงสาวกลับเข้าห้องไปด้วยกัน หลังจากนั้นก็สำรวจช่วงบนช่วงล่างว่ายังบอบช้ำอยู่หรือเปล่า หากตื่นเช้าขึ้นมาพอจะทำอีกสักครั้งสองครั้งได้ไหม..

และภาพที่เห็นตรงหน้าตอนนี้คือกลีบกุหลาบงามไม่ได้แดงเหมือนอย่างช่วงกลางวันแล้ว แต่พอดันแคมเนื้อมันก็ยังแดง ๆ อยู่ ไม่รู้แดงเป็นปกติหรือแดงเพราะโดนเขาทำกันแน่

“เดี๋ยวประคบอีกรอบ แล้วทายา ตอนเช้าน่าจะหายดี” ไม่พูดเปล่า วางหน้านิ้วสัมผัสเม็ดเล็กแผ่วเบา กรีดกรายตามรอยแยกทำขาเรียวขยับเข้าหากันพร้อมกับเสียงที่บอกให้หยุด ซึ่งก็ไม่สามารถหยุดการกระทำของเขาได้จนกว่าจะประคบ ทายาเสร็จ..

“ขอบคุณนะ”

“เก็บเสียงไว้ครางวันพรุ่งนี้เถอะ”

“ยังไม่หายเลย ไม่ไหวหรอก”

“เรื่องของเธอ” ส่ายหน้าตอบไม่สนใจสีหน้าร่างเล็กที่รั้งแขนเขาไปนอนหนุน อีกทั้งยังขยับศีรษะขึ้นมานอนซบช่วงไหล่อีกต่างหาก สงสัยจะคิดว่าเขาเป็นแฟนละมั้ง เด็กน้อยจริง ๆ

“ถามอะไรหน่อยได้ไหม”

“ขี้เกียจตอบ”

“ตอบหน่อย เดี๋ยวพรุ่งนี้จะยอมเป็นทาสรับใช้นายหนึ่งวัน”

“แค่โดนกระแทกก็หมดแรงแล้ว หน้าอย่างเธอจะทำอะไรได้?”

“ไม่ลองไม่รู้ ไม่อยากเสี่ยงเหรอ” แหงนหน้ามองใบหน้าหล่อยิ้ม ๆ ด้วยที่อยากจะทำความรู้จักเขาให้มากกว่านี้

“ลองถามมา ถ้าไม่มากจนเกินไปก็จะตอบ”

“จำวันแรกที่เราเจอกันได้ไหม..”

“มันน่าจำตรงไหน?” ถ้าให้เดาตอนนั้นน่าจะอายุสิบแปดนิด ๆ เพิ่งมาจังหวัดนี้ได้ไม่นานก็โดนเล่นเลย รู้แหละว่าไม่ใช่ถิ่นตัวเอง แต่ก็ไม่คิดว่าจะโดน พอโดนแล้วก็ต้องป้องกันตัว ใครมันจะไปคิดว่าจะโดนพ่อเธอรวบ กะอีแค่เด็กชกต่อยกัน เอาไปคุมขังตั้งสองวันหนึ่งคืน ‘เหอะ!’

“ทำไมนายไม่มีผู้ปกครอง ฉันหมายถึง พ่อแม่..พี่น้องหรือญาติน่ะ” ถามตาใสรอคอยคำตอบใจจดใจจ่อ

“พ่อแม่ฉันอยู่อีกจังหวัด ไม่ได้บอก”

“ถึงว่า..ไม่มีใครมาส่งข้าวส่งน้ำนายเลย”

“มีเธอไง” เธอที่ชื่อลี่ถิง ลูกสาวนายตำรวจยศใหญ่ที่คุมตัวเขามาขัง ครั้งแรกที่เจอบอกตามตรงทำตัวไม่ถูก พ่อแม่งโคตรโหด ส่วนลูกสาวมานั่งถามเจื้อยแจ้ว เอากล่องปฐมพยาบาลมานั่งหน้าห้องขังบอกให้ล้างแผล ไหนจะซื้อข้าวซื้อน้ำให้ฟรี ๆ อีก ‘ตลก’

“ก็เพราะฉันเห็นว่านายไม่มีใคร”

“ขอบคุณสำหรับข้าวและน้ำ” เพราะตั้งแต่หนีหัวซุกหัวซุนจากไทยมาจีนยังไม่เจอใครที่ให้โดยไม่หวังผลตอบแทนแบบนี้เลย ยิ่งเธอเป็นลูกนายตำรวจ ไม่จำเป็นต้องเดินมาดูดำดูดีเขาก็ยังได้ หรือเป็นเพราะสงสาร เห็นใจ? แต่จะอะไรก็ช่างเถอะ อย่างน้อยตอนนี้เราก็ไม่มีอะไรติดค้างกันแล้ว

เธอให้ข้าวให้น้ำ เขาก็ช่วยให้เธออยู่รอดปลอดภัย หยวน ๆ กันไป

“ขอบคุณอะไรกัน เราเป็นเพื่อนกันนะ ได้รู้จักชื่อได้พูดคุยก็ถือว่าเป็นเพื่อนกันแล้ว”

“ปกติเธอเป็นเพื่อนกับทุกคนที่ถูกพ่อเธอจับเลยไหม?”

“ไม่ บางคนก็แซว บางทีก็ล้อ บางคนก็ด่า ฉันงงมาก พ่อฉันก็ทำตามหน้าที่ ส่วนฉันก็แค่มาช่วยงานนิด ๆ หน่อย ๆ ทำไม..”

“มัวแต่ถามว่าทำไม คนดี ๆ ที่ไหนจะโดนตำรวจจับ เธอนี่ก็..คิดตื้น ๆ”

“นายก็ไม่เลวนิ คนเราผิดพลาดกันได้ แค่รู้จักปรับปรุงตัวไม่ทำผิดซ้ำเรื่องเดิม” ยังไงแล้วคนรอบข้างก็ต้องให้อภัยให้โอกาสอยู่แล้ว มันไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเลย ถ้าผิดแล้วรู้จักขอโทษ รู้จักแก้ไขปรับปรุงตัว โอกาสมีไว้ให้ทุกคนเสมอ เขาก็เช่นกัน

“ไม่เลว แต่ไปนอนสถานีภูไม่ต่ำจากสามครั้ง โอเค ไม่เลว”

“ก็แค่สามครั้ง” พึมพำเสียงเบา

“โลกสวย หยุดมองโลกในแง่ดีซะบ้างนะ แล้วทุกวันนี้ไปสถานีตำรวจทำไม? ไปให้ผู้ต้องหาแต่ละคนรู้เหรอว่าเธอเป็นจุดอ่อนของพ่อเธอ”

“ก็พ่ออยากให้ฉันไปดูงานคร่าว ๆ ที่พ่อทำน่ะ คงจะฝากมั้ง ก็บอกไปแล้วนิว่าอีกหน่อยจะต้องเรียนตำรวจ”

“เรียนมาจับฉันสินะ หึหึ..”

“นายไม่ใช่คนเลวร้ายอะไรขนาดนั้นหรอก เพราะถ้าเลวจริง ๆ เรื่องวันนั้นคงเป็นฝันร้ายตลอดชีวิต..ของฉันแล้ว”

“ถ้าไม่ใช่เธอที่ให้ข้าวให้น้ำ ฉันก็ไม่รู้จะช่วยไปทำไม อีกอย่าง..ฉันไม่ใช่คนดี” แบบที่เธอคิดหรอกลี่ถิง

“นายดีกับฉัน”

“เพราะเธอดีกับฉันก่อน” ถ้าเธอไม่สนใจไยดีเขาในวันนั้น แน่นอนว่าวันที่เจอ..เธอก็คงไม่รอดพ้นน้ำมือพวกมันเหมือนกัน

“อือ..ขอถามอีกคำถาม”

“ถามเยอะแยะ พรุ่งนี้เจอดีแน่”

“นายทำงานอะไรเหรอ รถที่นายขับราคาเจ็ดแปดหลักทั้งนั้น”

“อย่ารู้เลย”

“นายรวยแล้วทำไมถึงมามั่วสุมกับ..” อันธพาลพวกนั้น

“ฉันไม่ได้รวย รถที่ขับก็รถคนอื่น”

“แสดงว่าเขาต้องไว้ใจนายมาก ๆ” ถึงขั้นให้ขับรถราคาหลักล้านหลักสิบล้าน คงไม่ได้เป็นพวกฟอกเงินหรอกใช่ไหม..

“ประมาณนั้นแหละ”

“ตกลงงานที่นายทำมันเกี่ยวกับอะไร..”

“…” เพิ่งปฏิเสธที่จะตอบไป วนกลับมาถามคำถามเดิมอีกแล้ว?

“มันไม่โปร่งใสใช่ไหม นายถึงมีปืน..มีรถขับ”

“หึ..เธอชักจะอยากรู้อยากเห็นเกินไปแล้วสาวน้อย” เธอควรจะรู้แค่ที่อยากให้รู้ก็พอ เดี๋ยวจะหวาดกลัวกันเปล่า ๆ

“แค่นายพยักหน้าฉันจะไม่ถามเซ้าซี้” เธอยังคงสงสัยว่าเขาทำงานอะไร

“…” เฟยฮุ่ยเพียงแค่ระบายยิ้มตอบเท่านั้น

“มันพูดไม่ได้หรือยังไง ติดตรงไหน”

“ก็ไม่อะไรยังไง”

“แล้วทำไม..” ไม่พูดล่ะ?

“เราไม่ได้สนิทกันถึงขั้นที่จะต้องพูดเรื่องส่วนตัว ฉันพูดขนาดนี้แล้วเธอยังจะคาดคั้นอีกไหม?”

“…” หน้าชาเลยไหมล่ะ

“รู้จักฉันเท่าที่อยากให้รู้จักพอ จะได้ไม่หนักใจ”

“อือ นอนเถอะ ฝันดีนะ” เธอพูดเสียงแผ่วลง ไหน ๆ คืนนี้ก็ไม่กล้าถามอะไรต่อแล้ว บอกฝันดีไปเลยดีกว่า นอนหลับไม่หลับค่อยว่ากันอีกที

“อือ” ครางตอบในลำคอไม่ได้ตอบฝันดีกลับแต่อย่างใด ด้วยที่ไม่อยากให้เธอเผลอมีความรู้สึกดี ๆ ให้กัน แค่เราลึกซึ้งกันมันก็มากพอแล้ว

บทก่อนหน้า
บทถัดไป