บทที่ 5 ตอนที่ 4 พ่อหรือผัวเอาดี ๆ

ตอนที่ 4 พ่อหรือผัวเอาดี ๆ

เช้าตรู่

ปีศาจร้ายใต้ชุดคลุมผงาดแข็งขืนจนปวดหนึบทำให้ไม่สามารถข่มตาหลับต่อได้ จำต้องขยับตัวเชื่องช้าลงจากเตียงออกไปนอกห้องเพื่อหาตัวช่วยสำหรับเช้านี้ ซึ่งเขาก็เตรียมมันไว้หมดแล้วเหลือแค่เธอที่ไม่รู้ว่าจะอ่อนแอจนมีน้ำตาแบบเมื่อวานอีกหรือเปล่า

ทันทีที่ได้หลอดเจลหล่อลื่น ขาแข็งแรงก็ก้าวกลับเข้าไปในห้องอัตโนมัติ แถมยังรีบสลัดชุดคลุมที่สวมอยู่ทิ้งอีกต่างหาก และด้วยความที่ไม่อยากเปลือยกายคนเดียว เขาเลยขยับขึ้นเตียงไปดึงผ้าห่มที่หญิงสาวห่มอยู่ออกเชื่องช้า ซึ่งก็เผยให้เห็นอะไรต่อมิอะไรจนเผลอคิดว่า ‘ไม่ต้องถอดก็ได้’ ในเมื่อไม่ถอด เจลหล่อลื่นก็ถูกราดลงบนโหนกอวบอูมทันที ความเย็นจากเจลปลุกให้คนนอนหลับรู้สึกตัว ลืมตาผงกศีรษะขึ้นมอง..

“เช้าแล้วเหรอ” ถามเสียงงัวเงีย ขยับนอนหงายให้คนด้านบนกระทำได้สะดวกขึ้น

“ถ้าง่วงก็นอน ฉันขอแป๊บเดียว” รอบละแป๊บ..มั้งนะ

“อือ”

คำว่าอือเหมือนเป็นการอนุญาตนัย ๆ ทำให้เขารีบเทเจลหล่อลื่นลงบนส่วนหัวของตัวเองแล้วสาวชักรูดให้เจลมันอยู่ทั่วทุกที่ ตั้งแต่ส่วนหัวลงไปยังลูกไข่สองลูกด้านล่าง เมื่อจัดการตัวเองแล้วเสร็จก็หันไปลูบไล้แหย่แยงของรักของหวงของคนนอนหลับบ้าง การที่มีเจลหล่อลื่นมันช่วยให้นิ้วเข้าง่ายขึ้น แต่แค่สองนิ้วก็ฟิต..แล้วนะ ถ้าโดนของจริง..

ปีศาจร้ายไม่รอช้ากดท่อนลำให้ส่วนหัวถูไถรอยแยกซ้ำ ๆ กดซ้ำตรงเม็ดเล็กเผื่อว่าจะทำให้เธอมีอารมณ์ร่วมมากขึ้น ทำไปทำมาส่วนหัวก็เริ่มเข้าไปในร่องรักของเธอ ไร้ซึ่งเสียงคราง ไร้ซึ่งคำว่าเจ็บ เป็นอะไรที่ค่อนข้างประทับใจมาก ที่อย่างน้อยเช้าวันนี้เธอก็ไม่ได้เจ็บจนมีน้ำตาเหมือนอย่างเมื่อวาน

“อืม ~” เสียงครางดังขึ้นในตอนที่ท่อนลำถูกกลืนกินจนแทบมิด เขาไม่อยากจะนึกภาพตอนกระแทกหรือรุนแรงกับเธอในตอนนี้ เพราะมันจะทำให้เสียวหัวจนแทบแตกทั้งที่ยังไม่ได้เริ่มขยับ เลยเลือกที่จะขยับนอนทาบทับลี่ถิงแล้วค่อย ๆ โยกสะโพกเนิบนาบ

เขาไม่รู้ว่าการที่รู้สึกอยากจะเสร็จทุกครั้งที่ขยับมันหมายความว่าอะไร แต่ที่แน่ ๆ ส่วนล่างที่ตอดรัดรัวอยู่ตอนนี้สร้างความทรมานให้แก่คนอย่างเขามาก มากยิ่งกว่าการเ.งี่ยนฉิบหายแล้วไม่ว่างไปชักว่าวเสียอีก

“ร..เริ่มเจ็บ ~” คนนอนพูดน้ำเสียงกระเส่า ทำคนบนตัวผงกศีรษะขึ้นมาสบตาแล้วกดปลายจมูกลงที่แก้มฝาด

“จะแตกแล้ว”

“อ..อือ ~”

“เธออยากรู้สึกดีไหม อยากสนุกด้วยกันหรือเปล่า” ร่างสูงถามเสียงแหบพร่า พยายามตั้งสติหายใจให้เป็นจังหวะแบบที่ไม่ต้องเร่งต้องรีบด้วยที่อยากจะสัมผัสเธอแบบนี้ไปนาน ๆ ทว่า..เสียงครางที่ดังขึ้นนั้น

“อือ ~ อ..อื้อ ~ บ..เบา หน่อย ~”

“ไม่ไหวว่ะ” พูดแล้วก็ดันตัวเองขึ้นกระแทกเธอถี่รัว ก่อนจะรีบผละออกแล้วสาวรูดปีศาจร้ายให้พ่นพิษออกมา หางตาเหลือบไปเห็นร่องรักแดง ๆ เลยเผลอหัวเราะในลำคอเอ็นดูเจ้าของความสวยงาม แล้วก็ต้องตกใจในตอนที่หญิงสาวขยับตัว เพราะมันมีน้ำสีขาวขุ่นไหลย้อยออกมา เหมือนอย่าง..พิษปีศาจที่เพิ่งรีดออกไปเมื่อครู่นี้

“มันจะไหลเปื้อนที่นอนไหม..” ลี่ถิงถามเสียงติดประหม่า หันมองซ้ายมองขวาหากระดาษทิชชู ทำร่างสูงที่มองช่วงบนสลับกับช่วงล่างส่ายหน้า ที่แปลว่า ‘ไม่รู้’

นอกจากเฟยฮุ่ยจะไม่ตอบแล้ว เขายังอุ้มเธอมาต่อในห้องน้ำตอนอาบน้ำ เล่นเอาเธอขาสั่นพั่บ ๆ แทบไม่กล้าลุกหรือนั่งเลยถ้าไม่มีที่จับ ขนาดปวดฉี่เธอยังไม่กล้าเบ่ง เพราะกลัวว่าจะเจ็บแสบเหมือนอย่างเมื่อวาน แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเซ็กซ์วันนี้มันดีกว่าเมื่อวาน ในส่วนที่ยังเจ็บ คงเป็นภายในที่ยังไม่คุ้นชิน อาจต้องให้เวลาร่างกายปรับตัวอีกสักระยะ ส่วนสาเหตุที่เจ็บมากก็เพราะขนาดของเฟยฮุ่ยมันไม่ใช่มาตรฐาน เผลอ ๆ ใหญ่กว่ามาตรฐานชายจีนเลยด้วยซ้ำ ทำไอ้นั่นในหนังรักผู้ใหญ่ที่เธอเคยดูเทียบไม่ติดเลย..

“จะให้อาหารเช้าขึ้นมาเสิร์ฟในห้องหรือลงไปรับประทานครับคุณผู้หญิง”

“อาหารเช้า..เหรอ”

“หิวหรือไม่หิว”

“หิวนิดหน่อย”

“ไส้กรอกรองท้องก่อนไหม”

“เอามาจากไหน”

“ไม่รู้จริง?” ถามแล้วเปิดชุดคลุมที่สวมอยู่ออก เผยให้เห็นปีศาจที่กำลังแข็งตัว

“นายนี่เป็นคนยังไงกันแน่”

“ยังไงก็ไม่รู้ ที่แน่ ๆ ไม่วันนี้ก็พรุ่งนี้มันเข้าไปจุกอยู่ในปากเธอแน่”

“แหวะ”

“เดี๋ยวจะติดใจไม่รู้ตัว ผู้หญิงปากมากแบบเธอสมควรโดนกระแทกปากน่ะถูกแล้ว”

“แล้วถ้าฉันไม่พูด เราจะได้คุยกันไหมล่ะ?”

“ไม่รู้” ไหวไหล่ตอบ เดินเนียน ๆ ไปยังโทรศัพท์ของห้องแล้วบอกให้พนักงานช่วยนำอาหารเช้าขึ้นมาเสิร์ฟให้แทนการลงไปนั่งกิน เพราะหลังจากที่เห็นสภาพเธอที่นอนเหมือนเจ้าหญิงนิทราแล้ว ควรค่าแก่การกินข้าวกันในห้องที่สุดแล้ว อย่าลงไปให้เขาต้องแบกต้องอุ้มเลย ‘ภาระ!’

ไม่นานนักอาหารเช้าก็ถูกนำขึ้นมาจัดเรียงวางไว้ให้บนโต๊ะ

เราต่างคนก็ต่างนั่งกินเงียบ ๆ มีเพียงเธอเท่านั้นที่เปิดโทรศัพท์มือถือเล่น ต่างจากเขาที่แทบไม่แตะต้องโทรศัพท์เลยตั้งแต่มีสายเรียกเข้าเมื่อวาน

“เธอคิดว่าเราจะได้เจอกันอีกไหม” อยู่ ๆ ก็เผลอพูดประโยคนี้ออกไป ทำให้เธอที่กำลังนั่งยิ้มกับคลิปวิดีโอเงยหน้าขึ้นเลิกคิ้วเชิงถามว่าเมื่อกี้เขาพูดว่าอะไร จำต้องส่ายหน้าแสร้งเปลี่ยนเรื่องแทน..

“ดูอะไร”

“คลิปตลกน่ะ แต่เมื่อกี้ได้ยินนายถามยาวกว่านี้นะ”

“หูฟาดหรือเปล่า”

“ฉันได้ยิน แต่ไม่ค่อยมั่นใจ”

“…” กลายเป็นเขาที่ไม่กล้าพูดประโยคนั้นออกไป ทั้งที่เธอ..พูดมาขนาดนี้

“พรุ่งนี้นายนอนที่นี่ต่อใช่ไหม เราจะยังไม่แยกกันใช่หรือเปล่า”

“อยากให้อยู่..?”

“อือ ได้ลองได้รู้อะไรใหม่ ๆ เยอะเลย เหมือนนายพาฉันออกมาเปิดโลก”

“หมายถึงเรื่องบนเตียง?”

“ก็มีส่วน ปกติแล้วฉันไม่ค่อยได้ออกไปไหนไกลหรอก ป๋าเป็นห่วง พอวันนี้ได้ออกมากับนาย..รู้สึกดีมาก” เหมือนได้ออกมาเที่ยว แม้จะได้อยู่แค่ในห้องอย่างเดียวก็ตาม หรือความสุขมันขึ้นอยู่กับว่าเราใช้เวลาไปกับใคร ทำอะไรมากกว่า แต่ตอนอยู่กับซีห่าวก็ไม่ได้รู้สึกดีขนาดนี้ ทำไมเวลาอยู่กับปีศาจถึง..

“ถ้าฉันว่างอีก จะมาไหม”

“ต้องดูด้วยว่าฉันว่างหรือเปล่า” ตอบปีศาจเหมือนไม่สนใจ

“ถ้ามีโอกาส..”

“แน่นอนอยู่แล้ว ~” ยิ้มตาหยีตอบ ทำคนตรงหน้าก้มหน้าระบายยิ้มไม่ต่างกัน

12.00 นาฬิกา

ชายหนุ่มที่เริ่มรู้สึกไม่เป็นตัวของตัวเองเดินเข้าเดินออกห้องน้ำกับระเบียงเป็นว่าเล่นก่อนจะมาจบที่เตียงนอน ด้านข้างเธอที่กำลังดูซีรีส์

“ไม่เบื่อเหรอ” ถามขณะที่ค่อย ๆ ล้มตัวลงนอนสวมกอดเอวเล็กคอดจากด้านหลัง แล้วจึงขยับลุกขึ้นเกยคางบนไหล่ของเธอทำให้ลี่ถิงหันมาสบตา

“นอนอย่างเดียวไม่เบื่อเหรอ” เจ้าของอ้อมกอดถามซ้ำ

“นายเป็นอะไร เบื่อเหรอ เห็นเดินเข้าเดินออก”

“ถ้าฉันบอกเธอต้องตอบตกลงเท่านั้นนะ”

“นายจะมาเจ้าเล่ห์อะไรใส่ฉันอีก”

“ดูหนังด้วยกัน ดูโทรศัพท์ของเธอ”

“ของนายแบตหมดเหรอ เอาสิ ชอบดูเรื่องอะไร จะได้ช่วยเลือก”

“ไม่ต้องช่วย เดี๋ยวเลือกเอง”

“ถ้าฉันไม่ชอบล่ะ?”

“ต้องชอบแหละ ทำบ่อย ๆ เดี๋ยวก็ชอบ” ถ้าไม่ชอบก็เรื่องของเธอแต่เขาชอบ ชอบแล้วก็อยากทำมาก จะลงแดงตายอยู่แล้ว

“เปิดสิ” ยื่นโทรศัพท์ให้คนด้านข้างเลือกหนังโดยไม่ขัด เพียงแค่ขยับพลิกตะแคงเปลี่ยนท่าไปนอนหนุนแขนมองดูเขาเลือกหนังเท่านั้น แรก ๆ ก็หนัง..หนังที่ฉายในโรงภาพยนตร์ หลัง ๆ กลายเป็น..หนังรักเฉยเลย กดเข้าผิดเว็บหรือเปล่า เริ่มกลัวแล้วนะ

“เวลาผู้หญิงทำแบบนี้น่ารักนะ เธอลองทำดูไหม” ถามโดยไม่สบตาร่างเล็ก เพียงแค่กดปลายจมูกหอมศีรษะเธอซ้ำ ๆ พูดเองก็เขินเอง เพราะมันไม่ได้มีแค่ผู้หญิงทำให้ผู้ชาย ผู้ชายทำให้ผู้หญิงก็มีเหมือนกัน และประโยคที่เอ่ยเมื่อครู่ก็ทำให้เธอ..

“เอาจริง?” เธอนึกว่าเขาแค่พูดหยอกกัน ไม่ได้คิดว่าจะ..จริงจัง

“อย่าปล่อยให้เวลาสูญเปล่า ฉันอยากลองกับเธอ”

“มันจะปลอดภัยจริง ๆ เหรอ” มันไม่สกปรกหรือไง ถ้าต้องใช้ปากอม..ความใหญ่โตของเขา ไหนจะเขาที่ต้องมามุดที่ระหว่างขาเธออีก มันไม่อันตรายจริง ๆ ใช่ไหม ไม่ใช่ทำแล้วปากเน่านะ

“ฉันไม่เคยทำกับใคร เธอก็ไม่เคยไม่ใช่หรือไง”

“ก็ไม่ได้หมายความว่าจะปลอดภัยนะ”

“ตกลงจะทำดี ๆ หรือจะให้บังคับยัดใส่ปาก กดขาดูด?” เลิกคิ้วถามเธอที่เผยรอยยิ้มเจื่อนออกมา

“ฉันต้องการ เธอจะขัดไหม เมื่อคืนรับปากว่าอะไร”

“ก็..” ก็ไม่อยากทำ ทำไม่เป็น กลัว แต่จะปฏิเสธยังไงให้เขาไม่โกรธแล้วโอเคกับคำตอบ..

“วันหลังถ้าทำไม่ได้ก็ไม่ต้องรับปาก แล้วอย่าไปทำแบบนี้กับใครอีก”

“นายก็พูดเกินไป อือ..ยอมรับว่าไม่อยากทำ แต่ก็..ลองหน่อยก็ได้ ถ้าทำให้แล้วนายรู้สึกดี”

“กำลังจะบอกว่าเป็นห่วงความรู้สึกฉัน?”

“ไม่รู้สิ อยากคิดแบบไหนก็คิด” ถ้าคิดแล้วสบายใจไม่เดือดร้อนใครคิดอะไรก็ได้ทั้งนั้น เหมือนอย่างความชอบ ชอบอะไรก็ทำไปเถอะ ถ้าทำแล้วมันไม่เดือดร้อนตัวเองกับคนรอบข้าง

“ฉันคิดเข้าข้างตัวเองอยู่แล้ว จะบอกให้รู้ไว้”

“ก็ไม่แปลก ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะคิด”

“พูดดี รีบดูแล้วจำซะ จะได้มาปฏิบัติกับฉัน”

“นายก็ดูด้วยนะว่าเขาทำกันยังไง” ตอบกลับอย่างไม่ยอม ในเมื่อเขาบอกไม่เคย เธอเองก็ไม่เคย ก็เลยต้องมาเรียนรู้พร้อม ๆ กัน ทำผิดทำถูกไม่รู้หรอก ถ้าทำแล้วมีเสียงครางแสดงว่า ‘พอใช้ได้’ ที่แน่ ๆ ในคลิปที่ดูอยู่ตอนนี้ ผู้หญิงดูดเก่งมาก ดูดจนแก้มตอบ เขาคงไม่ได้คาดหวังให้เธอดูดแบบนั้นหรอก ใช่ไหม?

และในขณะที่เราสองคนต่างก็ตั้งใจดู อยู่ ๆ เขาก็ลุกขึ้นนั่งแล้วพูดว่า ‘เธอดูคนเดียวเถอะ ฉันดูมาทั้งชีวิตแล้ว ลองทำเลยดีกว่า’ เพียงเท่านั้นแหละ เธออยากจะกรีดร้องให้สุดเสียง ครั้นจะห้ามก็คงไม่ทัน เพราะตอนนี้เขาปัดผ้าห่มออกไปแล้ว แถมใบหน้าหล่อยังจ่ออยู่ที่..ของรักของหวง จะเหลือก็แค่..

“หวังว่าเธอจะรู้สึกดี” ชายหนุ่มพูดก่อนจะใช้ปลายจมูกคลอเคลียที่โหนกนูน แล้วจึงแลบลิ้นออกมาเลียจากล่างขึ้นบนโดยที่ตายังมองเธออยู่ไม่กะพริบ เพียงแค่ตวัดปลายลิ้นครั้งเดียวร่างเล็กก็สั่นกระตุกขยับเหมือนจะหุบขาเข้าหากัน เขาเลยใช้มือข้างหนึ่งจับที่ใต้ขาอ่อน ส่วนแขนอีกข้างกดขาเธอให้แนบลงไปกับเตียงนอน

คราวนี้ก็ถึงเวลาที่ต้องปฏิบัติจริงสักที หลังจากที่ดูแล้วโลกสวยด้วยมือเรามานานถึงยี่สิบปีเต็ม..

“ย อย่ากัดนะ” พูดเสียงสั่นพยายามไม่มองลงไปด้านล่าง เลยไม่รู้ว่าเขากำลังแสดงสีหน้าแบบไหนหลังจากที่ลองทำไปแล้วหนึ่งครั้ง

“หึ..” เสียงแค่นหัวเราะดังขึ้นแทนคำตอบ นั่นยิ่งทำให้คนนอนหวาดกลัว

“สั่นสู้หรือสั่นเสียว ยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ”

“ก..กลัว ฉันกลัวจริง ๆ นะ”

“หัดลองทำอะไรใหม่ ๆ บ้าง เอะอะอะไรก็กลัว มันดูอ่อนแอรู้หรือเปล่า” พูดจบก็กดริมฝีปากลงไปดูดเม็ดเล็กที่เล็งไว้ก่อนหน้าที่เธอจะบอกอย่ากัดไม่แรงมากนัก โดยสลับดูดและเลียย้ำ ๆ ที่เม็ดเสียวจนเธอสั่นเกร็ง บิดเร้าไปมา เลยทำให้รู้ว่าจุดอ่อนไหวของผู้หญิงคือตรงนี้จริง ๆ แต่รู้แล้วก็ใช่ว่าจะหยุดทำ เขายังคงทำต่อ ทำเหมือนเดิม ทั้งเลียและดูดปัดป่ายลิ้นไปมา พยายามแยงเข้าไปในรูเม็ดเล็กบ้าง แยงเข้าไปฉกชิมน้ำรักของเธอบ้าง ซึ่งรสชาติไม่ได้แย่ กระทั่งมือเล็กเอื้อมมาดันหน้าผาก เขาจึงได้กระชับจับขาเธอแน่น ดูดแรงขึ้นและลงน้ำหนักลิ้นรัวเร็วขึ้น ทำเอวเล็กคอดลอยเกร็งกระตุกอยู่หลายครั้ง หน้าท้องแบนราบก็บุ๋มเข้าออกแทบไม่เป็นจังหวะ ก่อนเธอจะพูดเสียงสั่น ๆ ขึ้น ทำให้ต้องผละริมฝีออก..

“ม ไม่ ไม่ไหว ~ พ..พอ ๆ พอ ปวดฉี่ ~” เธอพยายามพูดขนาดนี้ถามว่าเขาฟังไหม ไม่เลย! ไม่ฟังเลยสักนิด สอดใส่นิ้วกระแทกของรักของหวงเธอรัว ๆ จนสติกระเจิดกระเจิงหายไปคนละทิศคนละทาง ไม่มีวี่แววว่าความเสียวซ่านจะสิ้นสุด ตราบใดที่มือใหญ่ยังวนเวียนอยู่ละแวกนั้น

“เธอจะเสร็จ ไม่ใช่ปวดฉี่”

“พ..พอ พอแล้ว พอได้แล้ว อึก..ไม่ไหว ~” เธอเกร็งรัดนิ้วมือที่สอดใส่เข้ามา พยายามหุบขาดันข้อมือเขาออกแต่มันก็ไม่เป็นผล เหมือนยิ่งพยายามก็ยิ่งรู้สึก อีกทั้งช่วงล่างไม่รักดียังทวีคูณความเสียวขึ้นเรื่อยจนเผลอครางออกไปซ้ำ ๆ พร้อมกับร้องขอบอกเขาให้พอ พอได้แล้ว พอสักที จนเขาพึงพอใจถึงได้ยอมผละมือออก

“ไม่ชอบเหรอ แฉะขนาดนี้จะปฏิเสธยังไง”

“น..นายมัน ร..โรคจิต” เธอหอบหายใจไม่เป็นจังหวะว่าให้เขาที่นั่งยิ้มมองมือข้างที่ทำให้เธอ เลยทำให้เขาช้อนตาขึ้นสบตาเอ่ย..

“ครางเสียงดังขนาดนี้ คงหลายครั้งเลยสินะ แต่ไม่เป็นไร ให้เธอนอนพักก่อน เดี๋ยวค่อยต่อ” คำว่าเดี๋ยวค่อยต่อคืออีกเดี๋ยวจะต่อไม่ได้ให้นอนหลับคอพับแบบนี้ เขาแค่ไปเข้าห้องน้ำล้างมือแปรงฟันล้างปากเองนะ มันนานถึงขั้นนอนหลับทิ้งกันเลยหรือไง?

“หลับ” ว่าให้เสียงไม่ดังมากนักพร้อมกับนั่งลงด้านข้างเธอ

“หลับจริง? อะไรของเธอวะ” สบถอย่างคนหงุดหงิดรำคาญ อุตส่าห์คิดว่าจะได้นั่ง ๆ นอน ๆ มองเธอใช้ปากดูดเลียให้ นี่อะไร..หนีหลับ หลับจริงจัง สะกิดแก้มไม่ตื่น เขย่าแขนเรียกก็ไม่ตื่น มันเหนื่อยขนาดนั้นเชียวเหรอ..

ในเมื่อลงทุนลงแรงเล้าโลมไปขนาดนั้นแล้วจะให้เขานอนกอดเธอหลับไปด้วยอีกคนก็คงไม่ใช่ เพราะฉะนั้นจะหาว่าเขาใจร้ายไม่ได้นะ ถ้าตื่นมาแล้วรู้สึกปวดแสบระบม..ช่วงล่าง

สองชั่วโมงต่อมา..

ร่างสูงกระทำจนพึงพอใจถึงได้ยอมคืนอิสระให้คนนอนหลับ และด้วยที่เหนื่อยล้าพอสมควรทำให้เขาไม่ได้ลุกขึ้นไปล้างเนื้อล้างตัวหรือเช็ดให้คนด้านข้างเหมือนอย่างที่แล้วมา เพียงแค่เอนตัวล้มลงนอนด้านข้าง เปลือกตาก็แทบปิดเลยทันที

22.00 นาฬิกา

เสียงสั่นครืดละแวกที่นอนดังขึ้นหลายครั้งติด ปลุกให้คนสองคนที่นอนหลับใหลผงกศีรษะขึ้นมาสบตากัน ก่อนจะหันมองหาโทรศัพท์เครื่องที่สั่น

“ของเธอ” เฟยฮุ่ยพูดแล้วก็ขยับนอนหันหลังให้เจ้าของโทรศัพท์ ด้วยที่ค่อนข้างมั่นใจว่าต้องไม่ใช่ของตัวเองแน่นอน เพราะตั้งแต่ที่วางสายนั้นเขาก็ปิดเครื่องมาตลอด

“ค่ะ” เจ้าของโทรศัพท์กดรับสาย ตอบน้ำเสียงปกติ

“นอนหลับแล้วค่ะ” ทันทีที่พูดประโยคนี้ ชายหนุ่มด้านข้างก็หันกลับมาขมวดคิ้วมองสีหน้าไม่สบอารมณ์

“ป๋าจะกลับวันไหน”

“ค่ะ พักผ่อนด้วยนะคะ สวัสดีค่ะ”

“พ่อเธอโทรมาดึกขนาดนี้เลยหรือไง?” น้ำเสียงกึ่งประชดดังขึ้น ทำให้เจ้าของโทรศัพท์ละสายตาจากหน้าจอขึ้นมาสบตาพยักหน้าแทนคำตอบ

“โทรมามีอะไร”

“โทรมาถามไถ่ปกติ เมื่อเช้าก็โทรมาแต่ไม่ได้รับสาย”

“พ่อหรือผัวเอาดี ๆ”

“พ่อกับผัวไม่เหมือนกันนะ พ่อคือพ่อผู้ให้กำเนิด ส่วนผัวฉันไม่รู้ อธิบายไม่ถูก เพราะยังไม่เคยมี” เธอไม่ได้พูดประชดหรือใส่อารมณ์ แต่ที่พูดออกไปคือไม่รู้จริง ๆ

“ตามนั้น นอนซะ”

บทสนทนาของสองเราจบลงที่คำว่านอนซะ นอนแบบที่ต่างคนต่างนอน นอนหันหลังให้กัน แต่ทำไมช่วงสายที่รู้สึกตัวตื่นเราถึงได้นอนกอดกันกลมขนาดนี้..เธอเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน

เช้าวันนี้ไม่แตกต่างจากวันวานสักเท่าไหร่ อะไรที่เฟยฮุ่ยเคยทำ เขาก็ยังทำอยู่เหมือนเดิม วนเวียนอยู่กับเรื่องอย่างว่าตั้งแต่ตื่นนอน กระทั่งดึกดื่นที่เป็นเวลาเข้านอน ไม่แคล้วขอทำแล้วขอทำอีกจนเธอต้องบอกว่า ‘ไม่ไหวแล้ว’ ขืนยอมปล่อยให้เขาทำแบบนี้เรื่อย ๆ พรุ่งนี้เช้าคงไม่มีแรงกลับบ้านแน่นอน ทว่าเธอหรือจะสามารถขัดเขาได้ ถึงแม้จะไม่อยากยอมสุดท้ายก็ต้องยอมอยู่ดี

เช้าตรู่..

“ตื่น แต่งตัว จะไปส่ง” ชายหนุ่มพูดเสียงราบเรียบ ดึงข้อเท้าร่างเล็กที่นอนขลุกอยู่ใต้ผ้าห่มให้รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาอาบน้ำอาบท่า เลยทำให้เธอคว้าผ้าห่มมาพันรอบลำตัวเอ่ย..

“ไปสาย ๆ ได้ไหม”

“ถ้าจะนอนก็นอนไปคนเดียว ฉันต้องไปแล้ว”

“จะกลับมาเมื่อไหร่”

“ไม่กลับ” จะให้กลับมาอีกทำไม ในเมื่อเขาได้ในสิ่งที่ต้องการแล้ว

“หายไปตั้งสองปี กลับมาแค่นี้เองเหรอ”

“แล้วเธอต้องการอะไร เมาขี้ตาเหรอ”

“ฉันก็แค่รู้สึกว่า..นายกลับมาเพราะต้องการเรื่องอย่างว่า..”

“ที่เธอพูดก็ไม่ได้ผิดอะไร” เพราะเขาต้องการสิ่งนั้นจากเธอจริง ๆ แต่แค่เธอคนเดียว..

“อือ ฉันขอไปอาบน้ำแป๊บหนึ่ง” เธอพูดแล้วก็ดึงผ้าห่มที่คลุมร่างเปลือยเปล่าออก เดินโชว์บั้นท้ายงอนหายเข้าไปในห้องน้ำ พลางคิดว่าทำไมเธอต้องหน่วงใจกับคำตอบของเฟยฮุ่ย ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าระหว่างเราจะต้องลงเอยแบบนี้

บนรถ..

จากที่เคยมีบทสนทนากลายเป็นว่าตอนนี้เราต่างก็ไม่พูดไม่จา จนรถหรูขับเคลื่อนไปจอดอยู่หน้าบ้านหลังใหญ่หลังหนึ่ง เพียงครู่เดียวเท่านั้นเสียงเคาะกระจกก็ดังขึ้นพร้อมกับกระเป๋าสีดำที่วางลงบนหน้าขาคนขับ

“ของมึง”

“อืม” เฟยฮุ่ยตอบรับในลำคอจับข้อมือชายร่างใหญ่ที่จับสายสะพายกระเป๋าแน่น

“ไหนของกู”

“นี่ของกู!” เขาเค้นเสียงลอดไรฟันสบตาชายอีกคนไร้ซึ่งความกลัว ก่อนจะพยายามกระชากมือมันออกจากสายสะพายแล้วเหวี่ยงมือออกไปนอกตัวรถ ปิดกระจกและเหยียบคันเร่งออกจากที่นี่เลยทันที

ระหว่างที่รถกำลังมุ่งหน้าไปยังบ้านพักตำรวจ เฟยฮุ่ยก็ใช้มืออีกข้างรูดซิปกระเป๋าบนหน้าขา หยิบเงินสดจำนวนหนึ่งไปวางบนหน้าขาหญิงสาวด้านข้างที่ไม่แม้แต่จะมองกัน การกระทำของเขาทำให้เธอหันมาสบตาขมวดคิ้วถาม..

“อะไร”

“ค่าโรงแรม”

“…” ถ้าแค่ค่าโรงแรมทำไมเงินมันเยอะขนาดนี้ล่ะ?

“ให้ค่าขนมไปด้วย”

“เพื่อ?”

“ก็ให้ไง เพื่ออะไรต้องมีเหตุผลเหรอ”

“ฉันไม่อยากได้ ขอแค่ค่าโรงแรมก็พอ”

“ให้ค่าเสียเวลาที่ฉันเอาเธอมานอนกอดสามวันสองคืน”

“ไม่ต้อง”

“เป็นอะไร?” ถามเธอที่อยู่ ๆ ก็ไม่พูดไม่จาไม่ชวนคุยเหมือนอย่างเมื่อสองสามวันที่ผ่านมา

“เดี๋ยวจอดตรงหน้านี้เลยก็ได้ ไม่ต้องเข้าไปหรอก ขอบคุณมาก”

“เป็นอะไร?”

“…” ไร้ซึ่งคำตอบ

“ฉันถามว่าเธอเป็นอะไร ไม่ได้ยินหรือไง” ขมวดคิ้วหันไปถามเธอที่เอาแต่นั่งเงียบไม่ยอมตอบคำถาม

“ไม่ได้เป็น”

“เป็น ปกติเธอพูดมาก” แต่วันนี้แทบไม่พูดเลย หรือโกรธเรื่องเมื่อเช้า?

“นายรีบไปส่งฉันแล้วก็รีบไปทำงานเถอะ ฉันง่วงอยากนอนต่อ”

“โกรธ?”

“เปล่า แค่ไม่มีอะไรจะพูด”

“เออ! งั้นก็ไม่ต้องพูด” ตอบแล้วก็เหยียบคันเร่งเพิ่มความเร็วเพื่อไปให้ถึงจุดหมายปลายทางเร็วขึ้น โดยใช้เวลาไม่ถึงห้านาทีสองเราก็มาถึงบ้านพักตำรวจ

แก็ก

เสียงประตูรถปลดล็อกอัตโนมัติ

“ลงไป” พูดโดยไม่หันไปมองหน้าหรือสบตา ทว่าคนด้านข้างกลับนั่งนิ่งไม่พูดไม่จาไม่ยอมลงจากรถ จนเขาต้องหันไปปลดล็อกเข็มขัดนิรภัยให้ ทำให้เธอหันมาสบตา..

“นายนี่ใจร้ายใจดำเหมือนรอยสักเลยนะ”

“ลงไป รำคาญ”

“ฉันเกลียดนาย”

“เรื่อง ของ เธอ” ตอบกลับเนิบ ๆ สายตาไร้ซึ่งความรู้สึกผิด

ทันทีที่เฟยฮุ่ยห่างออกไปจนลับสายตา น้ำสีใสก็หยดเผาะนับครั้งไม่ถ้วนโดยที่ไม่รู้เลยว่าน้ำตาที่ไหลมันไหลเพราะอะไร เพราะเขาที่แสดงออกว่าไม่แคร์กันหรือเป็นเพราะเธอที่เริ่มมีความรู้สึกดี ๆ ให้..

“นายมันเป็นปีศาจ!”

“ปีศาจร้าย..” ใจร้ายใจดำเลือดเย็นไม่สนใจไม่แคร์ความรู้สึกคนรอบข้างเลยสักนิด ขนาดว่าจะไปก็ยังไม่มีคำลา ไม่แม้แต่จะสนใจกัน

“ใจดำมาก” เธอว่าให้เขาที่อาจจะกลายเป็นความทรงจำ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป