บทที่ 3 2.1 เด็กหัดดื้อ
บทที่ 2 เด็กหัดดื้อ
บ้านอินทรเป็นบ้านหลังใหญ่สไตล์โมเดิร์นผสมคลาสสิคซึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางพื้นที่กว้างใหญ่นับพันไร่ โอบล้อมด้วยธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ บริเวณหน้าบ้านมีทะเลสาบใสสะท้อนเงาท้องฟ้าและยอดไม้ที่รายล้อม พื้นที่โดยรอบเป็นไร่ผลไม้นานาชนิด มองไปทางไหนก็เห็นสีเขียวขจีที่ทอดยาวสุดสายตา สลับกับแนวไม้ใหญ่ที่ให้ความร่มรื่นไม่ขาดสาย ในเขตเดียวกันยังมีโรงแรมหรูที่ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ออกแบบอย่างกลมกลืนกับสิ่งแวดล้อม ผสานความเรียบง่ายกับเสน่ห์ของชนบท บรรยากาศที่นี่เปี่ยมไปด้วยความเงียบสงบ มีเสียงลมพัดเบา ๆ และกลิ่นหอมจาง ๆ ของดอกไม้ป่าในยามเช้า ทำให้พื้นที่แห่งนี้เป็นดั่งอัญมณีแห่งดินแดนฝั่งตะวันออกที่มอบทั้งความสงบและแรงบันดาลใจแก่ผู้มาเยือน
ทั้งหมดนี้เป็นของเตโชเพียงผู้เดียว เขาได้มันมาครอบครองในวันที่แต่งงานกับไลลาลินทร์ ทั้งบ้านหลักร้อยล้าน ที่ดินนับพันไร่ซึ่งมีผลไม้ออกตลอดปีอันประเมินมูลค่าไม่ได้ อีกทั้งยังมีโรงแรมที่แม้แต่คนมียศมีตำแหน่งยังต้องจองกันเป็นเดือน ๆ เขาคว้ามันมาได้ทั้งที่เป็นเพียงลูกเมียน้อย แต่มันยังไม่จบเพียงเท่านี้…ยังมีโรงงานผลิตผลไม้กระป๋อง แยม และไวน์ส่งออกที่เขาต้องการ ยังมีอีกหลายสิ่งที่เขาหมายมั่นจะครอบครอง
ไลลาลินทร์รู้เพียงว่าเตโชแต่งงานกับเธอเพราะต้องการที่ดินและสมบัติของ พฤกษ์ อินทรสุวรรณ พ่อของเขา เพิ่งจะมั่นใจว่าสิ่งที่รับรู้มาเป็นความจริงก็เมื่อสองสัปดาห์ก่อน มันเจ็บจุกจนเหมือนหัวใจจะแตกออกเป็นเสี่ยงเมื่อได้รู้ว่าผู้ชายที่รักแทบตายมาขอแต่งงานก็เพราะหวังในสมบัติที่เป็นเพียงของนอกกาย!
และที่เมื่อคืนเขาบอกว่าจะไม่ทำให้เจ็บจนเกินไป ไลลาลินทร์ไม่มั่นใจเท่าไรว่าเตโชหมายถึงหัวใจหรือร่างกาย เธอตื่นขึ้นมาในเช้าวันใหม่พร้อมหัวใจที่บอบช้ำกับเรือนร่างที่แดงก่ำ มีรอยแดงเป็นจ้ำ ๆ ทั่วทั้งลำคอ เนินอก หน้าท้องและหว่างขา เมื่อคืนเขากระหน่ำฟัดเธอราวกับหมาป่าขย้ำเหยื่อ บีบเคล้นรุนแรง ขบดูดไม่หยุด กระแทกกระทั้นเข้ามาราวพายุแม้ยามที่เธอร้องขอให้พอ
กับเรื่องบนเตียง…เตโชร้อนแรงเหมือนเปลวไฟสมชื่อ แต่พอเป็นเรื่องหน้าที่สามีที่ดี…เขาไม่เคยเฉียดใกล้ แม้ไม่เคยทำร้ายร่างกายให้บอบช้ำ แม้จะให้เงิน ให้สิ่งของนอกกายมากเกินพอกับความต้องการ แต่ไม่เคยให้หัวใจ ไม่เคยเอ่ยคำรัก ทั้งที่รู้ว่านั่นคือสิ่งเดียวที่ไลลาลินทร์ต้องการจากเขา
เธอบอกเตโชตั้งแต่วันแรกที่ยอมเปิดใจให้อีกครั้ง…ว่าหากเขาไม่รักก็อย่ามาให้ความหวัง และหากวันไหนที่ไม่ต้องการแล้วก็ให้พาเธอกลับไปส่งที่บ้าน อย่าได้ทำร้ายหัวใจกันให้ต้องเจ็บช้ำ ดูเหมือนว่าคำพูดเหล่านั้นจะวิ่งเข้าหูซ้ายแล้วทะลุออกหูขวาของชายหนุ่ม เพราะจนถึงวันนี้ ในวันที่เขาได้ทุกอย่างที่ต้องการ ก็ยังไม่เห็นวี่แววว่าเขาจะพาเธอกลับไปส่งตามที่รับปาก
ไลลาลินทร์ลุกจากเตียงในสภาพเปลือยเปล่าแต่ไม่ทันจะได้ออกไปพ้นเตียงก็ถูกเตโชรั้งแขนให้กลับไปนอนลงบนเตียงแล้วทาบทับเธอไว้ภายใต้อาณัติ มันเป็นแบบนี้ทุกครั้งไป กระหน่ำโกยกินทั้งคืนไม่เคยหนำใจ ตื่นมาแล้วจะต้องฟัดเธอซ้ำอีกครั้ง ราวกับจะกลืนกินให้ตายกันไปข้าง
จุ๊บ!
“จะรีบลุกจากเตียงไปไหน ฟ้ายังไม่สว่างดีเลย” ขบดูดที่พวงแก้ม ไล่ลงไปจูบที่สันกราม เตโชหวังจะลงต่ำมากกว่านั้นทว่าไลลาลินทร์กลับไม่ยอม เธอดันใบหน้าคนหื่นกามให้ห่างออกจากกาย
“เมื่อคืนพี่เตปล่อยใน…”
“ครับ”
“ทำไมทำแบบนั้นคะ? ไม่กลัวลินทร์ท้องหรือไง?” ไม่ใช่เมียที่กลัวท้อง เธอน่ะอยากมีลูกตั้งแต่ปีแรกที่แต่งงาน หากเป็นไอ้ผัวจอมเจ้าเล่ห์ต่างหากที่เพิ่งมาเปิดปากพูดหลังอยู่กินกันมาเป็นปี ๆ ว่าไม่อยากมีลูก
“พี่รู้ว่าลินทร์จัดการตัวเองได้” เตโชตอบปัด ทำราวกับไม่สำเหนียกคิดได้ว่าตอนนี้เมียกำลังอยู่ในอารมณ์แบบไหน จ้องแต่จะเล่นสนุกกับเรือนร่างของเธอท่าเดียว แม้ไลลาลินทร์จะดันหน้าให้ออกห่างครั้งแล้วครั้งเล่าแต่สุดท้ายเขาก็ก้มลงเม้มดูดเนินเนื้ออวบอิ่มของเธอได้อยู่ดี “จ๊วบ! เมียพี่หวานจังเลย ทั้งหอม ทั้งหวาน แบบนี้จะไม่หลงยังไงไหว?”
หลงแต่ไม่รัก!
หมดผลประโยชน์แล้วก็มีค่าแค่บนเตียง!
ไลลาลินทร์พูดประโยคนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าอยู่ในใจ เกลียดเตโชไม่ลงนั้นเรื่องจริง เพราะเอาความเกลียดมาลงที่ตัวเองหมดแล้ว เธอเกลียดที่ตัวเองไม่กล้าพอจะเปิดปากขอหย่าไปตรง ๆ เกลียดเหลือเกินที่รู้หมดแล้วว่าเขาเอาเธอมาเป็นเมียเพราะต้องการบางสิ่งบางอย่างแต่ก็ไม่กล้าแสดงออกให้เขารู้ เกลียดที่ทน เกลียดที่ลึก ๆ ยังแอบหวังว่าจะเปลี่ยนใจเขาได้บ้างสักนิด
