บทที่ 11 ไก่อ่อน
กวินเพ่งมองตาม ก่อนจะเบิกตากว้างด้วยความตกใจ
"เฮ้ย! นั่นมัน ไอ้ชิด... เด็กเก็บงานของ 'บอสสิงห์' นี่หว่า!"
ชื่อของบุคคลที่สามทำให้บรรยากาศในห้องเย็นยะเยือกลงทันที ยศภัทรแสยะยิ้มมุมปาก แต่เป็นรอยยิ้มที่ไร้ความขบขัน
"กูว่าแล้ว... งานละเอียดแบบนี้ ตำรวจธรรมดาทำไม่ได้หรอก ต้องมีใบสั่ง"
เขากลับมานั่งที่โต๊ะ หยิบแก้ววิสกี้ขึ้นดื่มรวดเดียวหมดแก้ว ความร้อนวาบแล่นลงคอ แต่มันเทียบไม่ได้กับไฟโทสะที่เริ่มก่อตัวขึ้นในอก เ ขาไม่สนใจหรอกว่าบอสสิงห์จะทำธุรกิจผิดกฎหมายอะไร แต่สิ่งที่ทำให้เขารู้สึกเหมือนถูกลูบคม คือการที่คนของบอสมายุ่งกับ "คนของเขา"
"พี่จะเอาไงต่อ?" กวินถามเสียงเครียด
"ถ้าเล่นงานไอ้ชิด ก็เท่ากับประกาศสงครามกับบอสสิงห์นะพี่... คุ้มเหรอครับ กับคดีเด็กวัยรุ่นคนเดียว?"
ยศภัทรหมุนแก้วเปล่าในมือเล่น สายตาจดจ้องไปที่ภาพบนจอ นั่นสินะ... คุ้มเหรอ? แต่ภาพดวงตากลมโตที่เอ่อคลอด้วยน้ำตาของอลิชาผุดขึ้นมาในความคิด...
"กูไม่ชอบให้ใครมาจัดฉากในถิ่นกู" ยศภัทรตอบเสียงเย็น "เก็บหลักฐานนี้ไว้เงียบๆ อย่าเพิ่งให้ใครรู้... กูจะไปคุยกับบอสเอง"
"รับทราบครับพี่" กวินพยักหน้ารับคำสั่ง ก่อนจะชะงักเหมือนนึกอะไรขึ้นได้ "อ้อ... พี่ครับ มีแขกมารอพบพี่ที่ห้องรับรองตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงที่แล้วครับ เธอไม่ยอมกลับ บอกว่ามีธุระสำคัญต้องคุยกับพี่ให้ได้"
"ใคร?" ยศภัทรขมวดคิ้ว เขาเกลียดการถูกรบกวนเวลาทำงานที่สุด
"ทนายณัฐสิตาครับ"
ชื่อนั้นทำให้มือที่กำลังหมุนแก้ววิสกี้ชะงักไปชั่วครู่ นัยน์ตาสีนิลวูบไหวเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความว่างเปล่าและเย็นชาดุจน้ำแข็ง
'ณัฐสิตา' ทนายความสาวสวยอนาคตไกล... อดีตคนรักที่เคยทิ้งเขาไปอย่างไม่ไยดีเมื่อห้าปีก่อน ในตอนที่เขายังเป็นแค่ทนายฝึกหัดต๊อกต๋อยที่ไม่มีเงินและอำนาจ เธอเลือกเดินจากเขาไปแต่งงานกับ 'สรชัย' ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของบอสสิงห์ เพื่อปูทางให้ตัวเองก้าวสู่อำนาจและเงินทอง แต่ดูเหมือนว่าชีวิตคู่กับลูกชายมาเฟียที่แลกมาด้วยความมักใหญ่ใฝ่สูงจะไปไม่รอด สันดานดิบเถื่อนของสรชัยทำให้เธอทนไม่ไหวจนต้องฟ้องหย่า และกลับมาสวมครุยทนายอีกครั้ง
"ให้เข้ามา" ยศภัทรเอ่ยเสียงเรียบ เอนหลังพิงเก้าอี้ด้วยท่วงท่าทรงอำนาจ
กวินเดินออกไปพักหนึ่ง ก่อนที่ประตูห้องทำงานจะถูกผลักเข้ามา ร่างระหงของหญิงสาวในชุดสูทเข้ารูปสีขาวก้าวเข้ามาในห้อง ใบหน้าสวยเฉี่ยวที่ถูกแต่งแต้มอย่างประณีตส่งยิ้มหวานเจือความเว้าวอนมาให้เขา
"ภัทร..." เสียงหวานเอ่ยเรียกชื่อเล่นที่เคยคุ้นหู
"มีธุระอะไร ทนายณัฐสิตา" ยศภัทรตัดบทเสียงแข็งกระด้าง ไม่แม้แต่จะเชิญให้นั่งลง "เวลาของผมเป็นเงินเป็นทอง ถ้าไม่มีเรื่องคดีความก็เชิญกลับไปได้เลย"
รอยยิ้มบนใบหน้าของณัฐสิตาเจื่อนลงเล็กน้อย แต่เธอยังคงพยายามรักษาสีหน้า "สิตามาหาภัทรเรื่องคดีสัมปทานที่ดินของบริษัทเจริญทรัพย์ค่ะ สิตารู้ว่าภัทรเป็นทนายฝั่งจำเลย... สิตาเป็นตัวแทนฝั่งโจทก์ สิตาอยากมาขอเจรจายอมความนอกศาล"
"ยอมความ?" ยศภัทรเลิกคิ้ว แสยะยิ้มหยัน "ลูกความคุณฟ้องเรียกค่าเสียหายห้าร้อยล้าน หลักฐานฝั่งคุณก็มีแค่อีเมลปลอมๆ สองสามฉบับกับพยานเบิกความเท็จ... แล้วคุณกล้าเดินมาขอให้ผมยอมความงั้นเหรอ?"
"แต่หลักฐานพวกนั้นมันชี้มูลความผิดได้นะคะภัทร! ถ้าสู้กันในศาลจริงๆ ฝั่งภัทรอาจจะเสียเปรียบ สิตาถึงอยากมาตกลงกันก่อน ถือซะว่า... เห็นแก่ความสัมพันธ์เก่าๆ ของเรา" เธอเดินเข้าไปใกล้โต๊ะทำงาน วางมือเรียวทาบทับลงบนหลังมือหนาของเขา
ยศภัทรสะบัดมือออกราวกับถูกของร้อน นัยน์ตาสีนิลจ้องมองอดีตคนรักด้วยความสมเพช
"ความสัมพันธ์เก่าๆ ของเรามันตายไปตั้งแต่วันที่คุณสวมแหวนเพชรของไอ้สรชัยแล้ว ณัฐสิตา" น้ำเสียงของเขาเยียบเย็นจนคนฟังสั่นสะท้าน
"และที่สำคัญ... ในฐานะทนาย คุณมันก็แค่ 'ไก่อ่อน' ที่อ่านเกมไม่ออก คุณคิดจริงๆ เหรอว่าผมจะปล่อยให้ลูกความผมเสียเงินห้าร้อยล้านให้คนรวยจอมปลอมอย่างลูกความคุณ?"
"ภัทร... คุณอย่าเอาเรื่องส่วนตัวมาปนกับเรื่องงานสิ!"
"ผมกำลังคุยเรื่องงาน!" ยศภัทรลุกขึ้นยืน ค้ำมือลงบนโต๊ะ โน้มหน้าเข้าไปใกล้อีกฝ่ายจนณัฐสิตาต้องผงะถอย "กลับไปบอกลูกความคุณซะ ว่าเตรียมตัวล้มละลายได้เลย เพราะผมไม่ได้แค่จะชนะคดี แต่ผมจะฟ้องกลับข้อหาเบิกความเท็จและปลอมแปลงเอกสาร... ผมจะขยี้พวกคุณให้ไม่มีที่ยืนในศาลเลยคอยดู"
"คุณมันบ้าไปแล้วยศภัทร! คุณกลายเป็นปีศาจเลือดเย็นไปแล้วจริงๆ!" ณัฐสิตาตวาดลั่น ใบหน้าสวยบิดเบี้ยวด้วยความโกรธและความอับอาย
"ใช่... ผมคือปีศาจ" ชายหนุ่มเหยียดยิ้มร้ายกาจ
"และปีศาจอย่างผม ก็ไม่เคยปรานีไก่อ่อนที่ริอ่านมาท้าทาย... โดยเฉพาะอดีตสะใภ้ของบอสสิงห์ เชิญ!"
