บทที่ 3 ความจริงที่โหดร้าย
ป่นส่ายหน้าอย่างสิ้นหวัง "ผมโทรเป็นร้อยสายแล้วพี่... มันปิดเครื่อง บล็อกไลน์ผมไปหมดแล้ว มันคงตั้งใจโยนขี้ให้ผมรับคนเดียว!"
"หยุดเพ้อเจ้อได้แล้ว..." เสียงห้วนๆ ของนายตำรวจร้อยเวรดังแทรกขึ้น "น้องชายคุณไม่ได้โดนแค่ข้อหายาเสพติดหรอกนะคุณอลิชา"
อลิชาหันไปมองร้อยเวรด้วยความฉงน
"หมายความว่ายังไงคะ?"
"ก็รถคันนั้นน่ะ..." นายตำรวจชี้ปากกาไปที่รูปถ่ายรถของกลาง "ทะเบียนปลอม ป้ายภาษีก็ปลอม ผมเช็กเลขตัวถังแล้ว เป็นรถที่ถูกแจ้งหายไว้ที่ชลบุรีเมื่อเดือนที่แล้ว... พูดง่ายๆ คือเป็นรถขโมยมา"
ถ้อยคำนั้นประหนึ่งก้อนหินหนักอึ้งที่ทุ่มใส่หัวใจคนฟัง "นอกจากข้อหายาเสพติดแล้ว น้องชายคุณยังโดนข้อหา 'ลักทรัพย์หรือรับของโจร' เพิ่มไปอีกกระทง หลักฐานมัดตัวขนาดนี้... ต่อให้เทวดาที่ไหนก็ช่วยไม่ได้หรอก ทำใจซะเถอะ"
ป่นทรุดฮวบลงกับพื้นห้องขัง ร้องไห้โฮออกมาอย่างไม่อายใคร อลิชายืนตัวแข็งทื่อ มองเห็นอนาคตของน้องชายที่กำลังจะดับวูบลงต่อหน้าต่อตา
ในฐานะนักสังคมสงเคราะห์มานับสิบปี อลิชารู้ดีว่าแววตาของคนโกหกเป็นเช่นไร ทว่าในดวงตาของป่นตอนนี้ไม่มีความเท็จหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงคนกำลังจะจมน้ำที่โหยหาคนช่วยดึงขึ้นเท่านั้น
"ใจเย็นๆ นะป่น... พี่จะจัดการเอง พี่จะหาทนายมาช่วย"
ตลอดเวลาหลังจากนั้น อลิชาพยายามโทรศัพท์ไปหาทุกคนที่รู้จัก ทว่าคำตอบที่ได้รับกลับมาทุกสายกลับเป็นการปฏิเสธ จนกระทั่งเพื่อนสนิทคนหนึ่งกระซิบความจริงที่ทำให้เธอชาวาบไปทั้งตัว
"แป้ง... ตัดใจเถอะ ของกลางขนาดนั้น แถมยังอยู่ในพื้นที่ของ 'เสี่ยสิงห์' ไม่มีใครกล้าเข้าไปยุ่งหรอก มันไม่ใช่แค่คดี... แต่มันคือ 'คำสั่ง'"
คำว่า 'คำสั่ง' จมลึกลงไปในใจของอลิชาจนหนักอึ้ง แบตเตอรี่โทรศัพท์ที่เหลือเพียงขีดสุดท้ายประหนึ่งแสงแห่งความหวังที่กำลังจะมอดมืด
เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นเดินเข้ามาใกล้ อลิชาเงยหน้าขึ้นมองด้วยความหวังที่เหลือเพียงริบหรี่ ทนายอาสาคนหนึ่งเดินผ่านมาและกระซิบข้อความเบาๆ ที่ทำให้เธอต้องหยุดหายใจ
"คดีที่ถูกจัดฉากมาเนียนขนาดนี้... มีทนายคนเดียวในเมืองนี้ที่จะพลิกได้" เขานิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยชื่อนั้นออกมา "ทนายยักษ์..."
ชื่อนั้นดังก้องอยู่ในใจของอลิชาประหนึ่งเสียงค้อนไม้ที่กระทบบัลลังก์เมื่อตอนกลางวัน... ซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่ยอมเลือนหาย
'ระวังว่าวันหนึ่ง... คุณอาจจะต้องเป็นฝ่ายคลานเข่ามาขอ 'โจร' อย่างผมเอง'
ภาพใบหน้าคมคายที่ประดับด้วยรอยยิ้มเย็นชาผุดขึ้นมาอย่างไม่เชื้อเชิญ อลิชาหลับตาลงแน่น พยายามจะลบภาพนั้นออกไป ทว่ามันกลับฝังแน่นราวกับหนามแหลม
เขาพูดเหมือนรู้ล่วงหน้า หรือแท้จริงแล้ว... มันไม่ใช่การคาดคะเน แต่คือการวางหมาก?
อลิชาปาดน้ำตาออกจากแก้มด้วยหลังมืออย่างรวดเร็ว ความหยิ่งทระนงที่เคยมีถูกบดขยี้ด้วยความจริงที่โหดร้าย เธอมีทางเลือกเพียงสองทาง... ทิ้งน้องชายไว้กับระบบที่เธอเคยเชื่อมั่น หรือยอมรับว่าอุดมการณ์ของเธอสิ้นฤทธิ์ลงแล้ว และก้าวเข้าไปหาสิ่งที่เธอเคยประณามว่าอันตรายที่สุด
อลิชาลืมตาขึ้น... แววตาที่เคยสับสนบัดนี้กลับว่างเปล่าด้วยการตัดสินใจที่ไม่อาจย้อนคืนได้อีก
เธอก้าวออกจากสถานีตำรวจไปสู่ความมืดมิดของราตรี หญิงสาวกำลังเดินไปหา 'ปีศาจ' ที่เธอเคยสาบานว่าจะไม่มีวันขอความช่วยเหลือ... และฟ้าดินที่เคยได้ยินคำสาบานนั้น ก็ยังไม่อาจลืมเลือนถ้อยคำที่เธอเคยลั่นวาจาไว้ได้เลย
ภายในห้องทำงานที่กรุด้วยกระจกกันกระสุนรอบทิศทางชั้นบนสุดของคาสิโนหรู บรรยากาศเย็นเยียบจนน่าขนลุกไม่ได้มาจากเครื่องปรับอากาศ แต่มาจากชายวัยกลางคนที่นั่งเอนหลังอยู่บนเก้าอี้หนังสีดำ
'สิงห์' หรือที่ทุกคนในวงการมืดเรียกว่า 'บอสสิงห์' กำลังทอดสายตามองร่างของอดีตลูกน้องคนสนิทที่ถูกซ้อมจนสะบักสะบอม คุกเข่าสั่นเทาอยู่แทบเท้า เลือดสีข้นหยดแหมะลงบนพรมเปอร์เซียราคาแพง
"บ...บอสครับ ผมขอร้อง ผมไม่ได้ตั้งใจยักยอกเงินลูกสาวผมป่วยหนัก ผมแค่หมุนเงินไปรักษาลูก..." ชายคนนั้นพนมมือไหว้อย่างเวทนา
บอสสิงห์ไม่ตอบ เขาค่อยๆ ลุกขึ้นยืน เดินถือแก้ววิสกี้เข้าไปหาอย่างเชื่องช้า รองเท้าหนังราคาแพงเหยียบลงบนมือที่พนมอยู่ของอดีตลูกน้องอย่างจงใจ แรงบดขยี้ทำเอาชายคนนั้นกรีดร้องลั่นห้อง ทว่าใบหน้าของบอสสิงห์กลับราบเรียบ ไร้ซึ่งความปรานีใดๆ
"ยศภัทร..." บอสสิงห์เอ่ยเรียกทนายหนุ่มที่ยืนถือแฟ้มเอกสารเงียบๆ อยู่มุมห้อง "นายจำได้ไหมว่าฉันเคยสอนนายว่ายังไง ตอนที่เก็บนายมาเลี้ยง"
"ในโลกนี้มีแค่ 'ผู้ล่า' กับ 'เหยื่อ' ครับบอส..." ยศภัทรตอบเสียงเรียบ นัยน์ตาสีนิลสบตากับผู้มีพระคุณอย่างไม่อาจคาดเดาอารมณ์ "...และถ้าเราแสดงความอ่อนแอให้ใครเห็น แม้แต่หมาจรจัดก็พร้อมจะขย้ำคอเรา"
"ถูกต้อง" บอสสิงห์กระตุกยิ้มมุมปาก เขาโน้มตัวลงไปกระซิบข้างหูคนที่กำลังร้องครวญคราง "เมื่อยี่สิบปีก่อน ตอนที่ฉันเพิ่งสร้างตัว ฉันเคยไว้ใจเพื่อนสนิท เคยให้โอกาสคนที่หักหลังฉัน... ผลลัพธ์คือเมียฉันถูกพวกมันจับไปทรมานจนตาย ตั้งแต่วันนั้นฉันก็เรียนรู้ว่า 'ความเมตตา' มันไม่มีราคาในโลกธุรกิจ"
ราชสีห์เฒ่ายืดตัวขึ้น ก่อนจะพยักหน้าให้การ์ดร่างยักษ์สองคนที่ยืนคุมอยู่
"ตัดมือมันทิ้งซะ ทั้งสองข้าง... จะได้ไม่กล้าหยิบฉวยของของฉันอีก ส่วนลูกสาวที่ป่วยของมัน... ส่งคนไป 'ดูแล' ถึงโรงพยาบาล ทำให้มันรู้ว่าการขโมยเงินฉันเพื่อไปต่อชีวิตคนอื่น ผลลัพธ์มันจะเป็นยังไง"
"บอส! ม่ายยยย! อย่าทำลูกผม! ได้โปรด!"
เสียงกรีดร้องโหยหวนดังสะท้อนก้องห้องทำงาน ยศภัทรยืนนิ่ง มือหนากำแฟ้มเอกสารกฎหมายในมือแน่นจนข้อขาว เขาต้องใช้ความพยายามอย่างหนักในการซ่อนแววตารังเกียจและสะอิดสะเอียนเอาไว้ภายใต้ใบหน้าของ 'ทนายปีศาจ' ที่ซื่อสัตย์
นี่แหละคือนรกที่เขาอาศัยอยู่ นรกที่หล่อหลอมให้เขากลายเป็นคนไร้หัวใจ เพราะถ้าเขาเผลอมีความรักเมื่อไหร่... จุดจบก็คงไม่ต่างจากเศษสวะที่กำลังถูกลากตัวออกไปจากห้องในตอนนี้
